Yume ราชันไร้บัลลังก์

    บทที่ 36 ร่างเทพยุทธ์

    บทที่ 36 ร่างเทพยุทธ์

     

                เมื่อพูดถึงร่างกายที่ผิดปกติสีหน้าของชีอาก็เปลี่ยนไปเล็กน้อยเธอรู้สึกลังเลใจที่จะพูดถึงเรื่องนี้ต่อเพราะเธอรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนสำหรับยูเมะ

                ท่าทางลังเลของชีอานั้นทำให้ยูเมะยิ้มเขารู้สึกดีกับหญิงสาวคนนี้มากขึ้นกว่าเดิมเมื่อพบว่าเธอใส่ใจต่อความรู้สึกของเขา

                เพื่อนที่ให้ความสำคัญต่อความรู้สึกของเพื่อนนั้นใช่ว่าจะหากันได้ง่ายๆ ในปัจจุบัน โดยเฉพาะตัวเขาที่มีปมด้อยจนยากที่จะหาเพื่อนได้โดยง่าย

                “คุณชีอาไม่ต้องคิดมากหรอกครับ มันไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไรสำหรับผมอีกแล้ว..ก่อนหน้านี้มันอาจจะเป็นปมด้อยของผมแต่ตอนนี้..มันคือพรสวรรค์สำหรับผม”

                “พรสวรรค์..”

                สีหน้าของชีอาเปลี่ยนไปอีกครั้ง เธอมองดูยูเมะด้วยสายตาที่จริงจังและตระหนักว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นเป็นสิ่งที่เขาคิดจริงๆ ไม่ใช่คำพูดที่พูดเพื่อให้เธอสบายใจ

                เมื่อเห็นแบบนั้นชีอาก็เกิดความสงสัยขึ้นมาว่าอะไรคือสิ่งที่ยูเมะเรียกว่าพรสวรรค์ เพียงแต่เธอยังลังเลใจที่จะถาม

                “ครับ พรสวรรค์ ก่อนหน้านี้ผมคิดเสมอว่ามันเป็นโรคร้ายเป็นคำสาป มันทำให้ผมอ้วนง่ายมาก ต่อให้กินน้อยยังไง ฝืนทนหิวมากแค่ไหน สุดท้ายน้ำหนักก็ยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนผมแทบจะสิ้นหวังเลยละครับ”

                บางครั้งเมื่อเวลาผ่านไป เมื่อสามารถผ่านความรู้สึกอันเลวร้ายไปได้ ยามที่เราหันกลับไปมองก็จะพบว่าความรู้สึกอันเลวร้ายในยามนั้นเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยที่ไม่มีค่าให้ใส่ใจ บางครั้งอาจจะนึกหัวเราะตัวเองในอดีตที่เป็นทุกข์กับเรื่องเล็กๆในวันวาน

                ยูเมะในตอนนี้แม้จะบอกได้ไม่เต็มปากว่าเขาสามารถหัวเราะให้กับความทุกข์ของตัวเองในอดีตได้แต่เขาก็ไม่รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องใหญ่อีกต่อไป มันกลายเป็นเรื่องที่ไร้ความหมายสำหรับเขา

                เมื่อมองผ่านมันไปได้เขาก็พบข้อดีมากมายที่ซ่อนอยู่ในปัญหา เพราะโรคอ้วนทำให้เขามีเพื่อนน้อยแต่เพื่อนทุกคนที่เขามีคือ ‘เพื่อนแท้’ที่ล้ำค่าสำหรับเขา เป็นเพื่อนที่ยากจะหาได้

                แต่เขาก็มีเพื่อนแท้หลายคนซึ่งสำหรับตัวเขามันเพียงพอแล้วนอกจากนั้นการปล่อยให้ตัวเองอ้วนโดยไม่ฝืนพยายามจนเกินตัวก็ทำให้ความสัมพันธ์กับทุกคนในครอบครัวแนบชิดกันมากกว่าครอบครัวอื่น

                นอกจากนั้นความรู้สึกทุกข์ทรมานในวันนั้นก็ได้ทำให้เขาเกิดแรงผลักดันจนสามารถก้าวมายืนอยู่ในจุดที่คนส่วนใหญ่ไม่สามารถมาถึงได้

                ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือตัวตนของเทพอสูรอาชูร่าและตำแหน่งแชมป์เปี้ยนโลกที่เขาภาคภูมิใจ

                เพราะความรู้สึกที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้สีหน้าของยูเมะในตอนนี้ต่างจากทุกครั้ง มันทำให้ชีอาเกิดความประหลาดใจและชื่นชมจนอดไม่ได้ที่จะนั่งฟังอยู่ข้างๆ โดยไม่ถามอะไร

                ยูเมะก็ค่อยๆเล่าสิ่งที่เขาพบเจอออกมาอย่างช้าๆ เขาไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงได้ตัดสินใจเล่าเรื่องเหล่านี้ให้ชีอาฟังแต่เขารู้สึกว่าเขาอยากจะเล่าเรื่องนี้ให้ใครสักคนฟัง

                บางทีเขาอาจจะทำแบบนี้ก็เพราะอยากเปลี่ยนความรู้สึกทุกข์ทรมานและปมด้อยในอดีตให้กลายเป็นพรสวรรค์อย่างแท้จริงไม่ได้เป็นเพียงแค่ลมปากที่พูดออกมาเพื่อปลอบใจตัวเอง

                หลังจากนั่งฟังยูเมะเล่ามานานจนเข้าใจ ชีอาก็เริ่มตื่นเต้นขึ้นมา แม้รายละเอียดของโรคที่ยูเมะเล่าให้ฟังจะไม่ครบถ้วนนักแต่สิ่งที่เขาเล่าออกมานั้น มันมีส่วนคล้ายกับ ‘ตำนาน’ที่เธอได้ยินมาในอดีต

                “ยูเมะ นายบอกว่าร่างกายของนายดูดซึมสารอาหารได้ดีกว่าปกติมากสินะแล้วก็สะสมสารอาหารได้ดีกว่าคนปกติ”

                “ครับ ไม่ใช่แค่ดูดซึมได้ดี แต่ยังรักษาพลังงานได้ดีด้วยแม้จะออกกำลังกายอย่างหนัก แต่แคลลอรี่ที่ผมเผาผลาญได้ก็มีแค่ครึ่งเดียวของที่คนส่วนใหญ่ทำได้ราวกับว่าร่างกายของผมมันไม่อยากผอม”

                ยูเมะพูดออกมายิ้มๆ ราวกับกำลังเล่นมุกตลกทำให้ชีอายิ้มออกมาบางๆ ก่อนจะสอบถามต่ออีกหลายข้อราวกับว่าเธอกำลังสนใจเรื่องนี้มาก

                แม้จะแปลกใจแต่เขาก็เล่าให้ชีอาฟังอย่างละเอียด รายละเอียดบางอย่างที่เขาไม่เคยสนใจก็ยังพยายามนึกถึงแล้วตอบกลับไป

                ยิ่งได้ฟังสีหน้าของชีอาก็ยิ่งตื่นเต้นสายตาที่เธอมองยูเมะก็เปลี่ยนไป กลายเป็นความชื่นชม

                ความเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ยูเมะประหลาดใจเขาไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับชีอา เธอถึงได้มีท่าทีแบบนี้นอกจากนั้นท่าทางของเธอยังจริงจังมาก จนดูไม่เหมือนกับการเสแสร้งเพื่อทำให้เขามีความสุขเลย

                “ยูเมะ! นายพูดถูก!! มันไม่ใช่โรคแต่เป็นพรสวรรค์!! ฉันพูดจริงๆ นะ”

                ท่าทางของชีอาดูเหมือนจะตื่นเต้นจนลืมตัวไปแล้ว เธอทำตัวราวกับเด็กสาวที่ได้เห็นดาราที่ติดตามนอกจากส่งเสียงกรีดร้องราวกับคนบ้าแล้ว ท่าทางของเธอก็แทบไม่ต่างอะไรจากแฟนคลับที่ได้เจอดาราที่ชอบเลย

                แต่หลังจากเห็นท่าทางตกตะลึงของยูเมะชีอาก็เหมือนจะได้สติ เธอหน้าแดงน้อยๆ ด้วยความเขินอาย ก่อนจะพยายามสงบใจและเรียบเรียงคำพูดเพื่ออธิบายให้ยูเมะเข้าใจ

                “นายเคยได้ยินตำนานเทพยุทธ์ไหม”

                “ตำนานเทพยุทธ์หรือครับ พูดถึงนิยายหรือภาพยนตร์ครับ ถ้าเป็นภาพยนตร์ผมก็เคยดูอยู่หลายเรื่องเหมือนกันที่มีชื่อแบบนี้”

                ชีอาได้ยินแบบนั้นก็อึ้งไป ก่อนจะยิ้มขมๆ ราวกับเพิ่งจะนึกได้ว่ายูเมะไม่เหมือนเธอเขาเป็นคนธรรมดา ไม่เหมือนกับครอบครัวที่มาจากตระกูลเก่าแก่ที่อยู่ในวงการของศิลปะการต่อสู้

                “คือ..จริงสิ! ใช่แล้วภาพยนตร์เรื่องนี้ล่ะ”

                พูดถึงตรงนี้ชีอาก็เหมือนจะคิดได้ เธอรีบเปิดมายด์เบรนขึ้นมาเปิดหาข้อมูลบางอย่างจนกระทั่งเจอ จากนั้นก็แชร์หน้าจอของเธอให้กับยูเมะทำให้เขาเห็นวิดีโอของภาพยนตร์เรื่องหนึ่งที่มีชื่อว่า ‘ย้อนรอยตำนานเทพยุทธ์’

                เมื่อเห็นชื่อยูเมะก็จำได้เรื่องนี้เขาเคยดูอยู่เหมือนกันและสนใจมันไม่น้อย พอนึกขึ้นมาได้เขาก็มีสีหน้าแปลกๆ ก่อนจะหันไปอ่านเรื่องย่อของภาพยนตร์เพื่อทบทวนความทรงจำ

                “นายอาจจะไม่เชื่อนะ แต่ฉันบอกได้เลยว่าตำนานที่นำมาสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้นะเป็นเรื่องจริง!”

                ยูเมะนิ่งอึ้งไปทันทีเขาอ้าปากเล็กน้อย ก่อนจะหุบไป สีหน้าท่าทางเริ่มเปลี่ยนไปความคิดที่จะปฏิเสธซึ่งปรากฏขึ้นในทันทีที่ได้ยินเริ่มกลายเป็นการครุ่นคิด ก่อนจะยิ้มออกมาด้วยความตื่นเต้นยินดี

                หากเป็นตัวเขาในสมัยก่อนเขาคงปฏิเสธที่จะเชื่อเรื่องพวกนี้ แต่ตัวเขาในตอนนี้ที่มีพลังเหนือธรรมชาติเป็นตัวช่วยแล้วแบบนี้ยังจะมีเรื่องเหนือธรรมชาติแบบไหนอีกที่เขาจะเชื่อไม่ได้

                นี่ยิ่งไม่ต้องพูดถึงตำนานเทพยุทธ์ที่ชีอาพูดถึงหากสิ่งที่เธอพูดเป็นเรื่องจริง เช่นนั้นโรคของเขาก็อาจจะนับได้ว่าเป็นพรสวรรค์อย่างหนึ่งจริงๆ

                ยิ่งคิดยูเมะก็ยิ่งตื่นเต้นเขาเริ่มทบทวนความทรงจำ พยายามนึกถึงเนื้อหาของภาพยนตร์ที่ได้ดูแต่มันก็นานมากแล้ว เขาจึงจำได้ไม่มากนัก

                แต่อย่างน้อยเขาก็จำได้ว่าตัวเอกของเรื่องมีพรสวรรค์แบบใด

                “คุณชีอาหมายความว่า..ตัวเอกในเรื่องนี้มีตัวตนอยู่จริงหรือครับ กำลังภายในเอง..ก็มีจริงหรือครับ”

                ชีอาเหมือนจะลังเลใจเล็กน้อย เธอมองไปรอบตัวพอเห็นว่าในห้องฝึกไม่มีใครอยู่ เธอก็ขยับเข้ามาใกล้ยูเมะอีกเล็กน้อย ก่อนจะกระซิบออกมาเบาๆราวกับกลัวว่าใครจะได้ยิน

                “เรื่องจริง แม้ว่ามันจะเป็นตำนานเก่าแก่ที่มีมาหลายร้อยปีแล้วแต่ก็มีบันทึกอยู่จริง มีหลักฐานยืนยันอยู่หลายฉบับเลยทีเดียวนอกจากนี้นายอาจจะไม่เชื่อ แต่ว่า..กำลังภายในมีอยู่จริงนะ แต่มันไม่ได้เป็นเหมือนในละครหรือนิยายเท่านั้น”

                ได้ยินแบบนั้นยูเมะก็เริ่มตื่นเต้นจนหอบหายใจ เขารู้สึกตื่นเต้นจนแทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้และเพราะเขาหายใจแรงไปหน่อยเขาเลยได้กลิ่นเหงื่อของชีอาและรู้สึกว่ามันหอมดีจนอดไม่ได้ที่จะสูดหายใจดมไปโดยไม่ได้ตั้งใจ

                ทว่าชีอาก็ไม่รู้สึกตัวเธอเพียงตกใจกับท่าทางที่เหมือนกำลังตื่นเต้นมากของยูเมะจนไม่รู้ว่าเขาแอบเอาเปรียบเธอไปโดยไม่ได้ตั้งใจ

                “เรื่องจริงหรือครับ..ถ้างั้นก็หมายความว่าตอนนั้นที่คุณหลิวอันใช้..คือกำลังภายในสินะครับ”

                “อ๊ะ! นายรู้ด้วยหรอ!! ไม่น่าเชื่อ!!”

                “เรื่องจริงสินะครับ!! จริงๆ ผมก็แค่เดาเพราะพลังที่กระแทกผมกลับมาตอนนั้นมันรุนแรงเกินไปจากท่าทางของคุณหลิวอันในตอนนั้น ผมมองว่ามันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะโต้กลับมาได้ด้วยพลังขนาดนั้น”

                เมื่อได้ยินเหตุผลของยูเมะ ชีอาก็แอบตกใจเธอคิดไม่ถึงว่ายูเมะจะเดาได้จากเรื่องนี้ ทำให้เธออดไม่ได้ที่จะถอนหายใจด้วยความชื่นชม

                “ใช่ นายเดาถูก กำลังภายในเป็นพลังแบบนั้นแหละมันไม่ได้ยิ่งใหญ่จนทำให้คนบินบนฟ้า หรือซัดกระบี่บินข้ามภูเขาได้อะไรแบบนั้นแต่มันทำให้ร่างกายของคนเรามีพลังมากขึ้น แข็งแกร่งขึ้น จะเรียกได้ว่าเป็นวิธีหล่อเลี้ยงร่างกายรูปแบบหนึ่งก็ว่าได้มันจะทำให้คนเราสามารถดึงศักยภาพออกมาได้จนถึงขีดสุดนะ”

                ‘แบบนี้เอง ไม่แปลกใจเลย จะว่าไปในภาพยนตร์ก็มีอะไรคล้ายๆ แบบนี้ด้วยสินะแต่มันออกจะแฟนตาซีไปบ้าง’

                ยูเมะไม่แปลกใจกับสิ่งที่ชีอาบอกเท่าไหร่ แม้ว่ามันจะต่างจากภาพยนตร์มากแต่ก็ไม่แปลกเพราะภาพยนตร์ถูกสร้างขึ้นก็เพื่อความบันเทิงการจะถูกใส่จินตนาการลงไปเพื่อเพิ่มสีสันให้กับภาพยนตร์ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

                “แบบนี้ก็หมายความว่า..พรสวรรค์ของตัวเอกนั้น”

                “ใช่! ถ้าเดาไม่ผิดนายมีพรสวรรค์แบบเดียวกับเทพยุทธ์คนนั้น..พรสวรรค์แบบนี้พวกเราเรียกกันว่า ‘ร่างเทพยุทธ์’ ซึ่งถ้าฟังจากที่นายเล่ามา ฉันคิดว่าคงไม่ผิดพรสวรรค์ของนายคือ ร่างเทพยุทธ์แบบเดียวกับตัวเอกในภาพยนตร์”

                ได้ยินแบบนั้นยูเมะก็นิ่งไป เขาครุ่นคิดถึงความสามารถของตัวเอกก่อนจะยิ้มออกมาแบบฝืนๆเพราะเขารู้สึกว่าพรสวรรค์นี้ค่อนข้างที่จะใช้ประโยชน์ได้ยากพอสมควร

                “ฟังดูแล้วเหมือนว่ามันจะไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าไหร่เลยนะครับถ้าแค่ทำให้ได้พลังงานจากการกินเยอะขึ้นเท่านั้น”

                ชีอาได้ยินแบบนั้นก็เม้มปากแน่นเพื่อกลั้นเสียงหัวเราะแต่เธอก็แอบคิดแบบนั้นเหมือนกัน

                หากเทียบกับในอดีตที่คนที่จะฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ได้มีเพียงคนที่มีฐานะแล้วในปัจจุบันการฝึกฝนศิลปะการต่อสู้เป็นเรื่องที่เข้าถึงได้ง่ายกว่ามาก อาหารการกินในปัจจุบันนั้นหาได้ง่ายกว่าในอดีต

                ด้วยเหตุนี้พรสวรรค์ที่เรียกว่าร่างเทพยุทธ์ของยูเมะจึงดูเหมือนไม่มีประโยชน์เท่าไหร่ความสามารถที่ทำให้ได้พลังงานและสารอาหารจากการกินเยอะขึ้นนี้อาจจะเป็นพรสวรรค์หลักของเทพยุทธ์ในเรื่องที่มีฐานะยากจนแต่อยากฝึกฝนศิลปะการต่อสู้

                แต่ในปัจจุบันที่อาหารสามารถเข้าถึงได้ง่ายจึงไม่มีปัญหาเรื่องอาหารการกิน พรสวรรค์นี้จึงดูเหมือนว่าจะไม่มีประโยชน์เท่าไหร่

                “นายอย่าพูดแบบนั้นสิยูเมะ มันอาจจะไม่มีประโยชน์มากนักแต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีประโยชน์นะ อย่างน้อย..มันก็ทำให้นายดึงประสิทธิภาพของอาหารเสริมออกมาได้ดีกว่าคนทั่วไป”

                “ก็จริงนะครับ มันทำให้อาหารเสริมแสดงประสิทธิภาพออกมาได้มากกว่าปกติจริงๆนอกจากนั้น..พวกยาเองก็มีประสิทธิภาพมากกว่าปกติด้วย”

                แม้ยูเมะจะพูดแบบนั้น แต่เขาก็รู้ดีว่าประโยชน์ในด้านนี้ไม่ใช่สิ่งที่เขาจะใช้มันได้ง่ายๆ ทั้งนี้ก็เพราะการจะใช้ประโยชน์ในด้านนี้ให้เต็มที่เขาจำต้องใช้เงินจำนวนมากมาซื้ออาหารเสริมและตัวยาเพื่อใช้ในการฝึกฝน

                หากเป็นตัวเขาในอดีตเขาคงไม่มีปัญญาใช้ประโยชน์จากพรสวรรค์ของตัวเองอาจจะไม่แม้กระทั่งมองพรสวรรค์เป็นพรสวรรค์ แต่ตอนนี้ เขาคิดว่าคงไม่มีปัญหาที่จะใช้พรสวรรค์ให้เต็มที่

                นี่ไม่ได้พูดถึงการสนับสนุนจากแฟนสาวอย่างเมโลดี้แต่พูดถึงเม็ดอาหารต้นกำเนิด ยารักษาและขวดน้ำบริสุทธิ์จากภารกิจฝึกฝนประจำวัน

                เพียงแค่3 อย่างนี้ มันก็มากพอแล้วที่จะทดแทนตัวช่วยทั้งหมด ดีไม่ดีประสิทธิภาพของไอเท็มทั้งสามยังดีกว่ายารักษาและอาหารเสริมที่มีในโลกใบนี้ด้วยซ้ำ

                ขณะที่คิดยูเมะก็รู้สึกว่าเขาหายเหนื่อยแล้วเขาแอบทึ่งน้อยๆ กับประสิทธิภาพของเม็ดอาหารต้นกำเนิด ซึ่งดีกว่าอาหารเสริมไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า

                เมื่อชีอาเห็นท่าทางของยูเมะเธอก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยเพราะเธอคิดว่าเขากำลังจะฝึกต่อ

                “ยูเมะนายอย่าฝืนเกินตัวไปนะ 6 ชั่วโมงมันก็มากพอแล้วพักเถอะ”

                “นั่นสินะครับ โอเค ผมจะหยุดแค่นี้แหละ”

                แม้ว่ายูเมะจะไม่สนใจชีอา แต่เขาก็ไม่กล้าฝึกมากเกินไป เขายังไม่ลืมว่าในศูนย์ฝึกแห่งนี้ยังมีคนอีกคนหนึ่งที่จ้องมองเขาอยู่ด้วยสายตาดุร้าย

                แน่นอนว่าเขาย่อมไม่บ้าถึงขนาดหาเรื่องกับแพทย์ประจำศูนย์จนเสี่ยงต่อการถูกแบน

                หลังจากนั้นยูเมะกับชีอาก็คุยกันอีกเล็กน้อยพวกเขาตกลงกันนิดหน่อยเกี่ยวกับเรื่องเกมออนไลน์และสัญญาว่าจะเล่นกันคืนนี้

                ตลอดเวลาที่คุยนั้นชีอามีความคิดมากมาย เธออยากจะบอกอะไรหลายอย่างแต่สุดท้ายเธอก็ลังเลจนไม่สามารถตัดสินใจได้ ยูเมะเองก็สังเกตเห็น แต่เขาก็ไม่ได้ถามเพราะถ้าชีอาลำบากใจที่จะพูดเขาเองก็ไม่อยากที่จะทำให้เธอลำบากใจกว่านี้

                สุดท้ายพวกเขาก็แยกย้ายกันไปเปลี่ยนเสื้อผ้าและกลับรถประจำทางขาเดียวกันอีกทั้งยังคุยกันไปตลอดทาง จนกระทั่งยูเมะลงจากรถกลางทางเพื่อแวะซื้อของสดเข้าบ้าน

                หลังจากบอกลากันสั้นๆด้วยรอยยิ้ม ยูเมะก็ทำตามแผนของเขา ซื้อของสดที่น่าสนใจหลายอย่าง ทั้งผลไม้และขนมจากนั้นก็กลับบ้าน ทำมื้อเย็นกับครอบครัวใช้เวลาพักคุยกันสานความสัมพันธ์กับแม่และน้องสาว

                จนกระทั่งมืดค่ำก็แยกย้ายกันไปใช้เวลาส่วนตัวและเข้าไปในเกมออนไลน์

                ทันทีที่กลับเข้ามาในเกมยูเมะก็สังเกตเห็นข้อความของเมโลดี้ เขายิ้มออกมาแล้วตอบกลับไป ไม่นานนักพวกเขาก็ได้เจอหน้ากันอีกครั้ง

                เมื่อคู่รักได้เจอกันอีกครั้งพวกเขาก็พูดคุยกันอย่างสนุกสนาน เพลิดเพลินไปกับช่วงเวลาของสองเราอย่างมีความสุขจนกระทั่งข้อความแจ้งเตือนปรากฏขึ้นพร้อมกับชื่อของตัวละครที่เขาไม่รู้จัก

                ‘ราชินีกระบี่บุปผา ใครกัน ชีอาหรอ’

                ยูเมะนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบรับ หน้าต่างสื่อสารก็ปรากฏขึ้นมาทันทีจากนั้นไม่นานเขาก็ได้เห็นข้อความทักทายและรหัสลับที่เขากับชีอาตกลงกันไว้

                พอเห็นแบบนั้นยูเมะก็ยิ้มออกมาบางๆพลางอ่านชื่อตัวละครของชีอาแล้วครุ่นคิดเล็กน้อยเพราะเขารู้สึกคุ้นหูชื่อนี้อยู่พอสมควร

                ‘กระบี่งั้นหรือ..ไม่ใช่ว่าเธอฝึกดาบหรอกหรอ’

                ยูเมะได้แต่คิดอย่างไม่เข้าใจ ก่อนจะหันไปคุยกับเมโลดี้เพื่อบอกว่าชีอามาถึงแล้ว

                “คุณชีอามาแล้วหรือคะ อย่างนั้นพวกเราไปรับเธอกันเถอะค่ะ”

                “อืม! ไปกันเถอะ ตอนนี้เธอน่าจะอยู่ที่หมู่บ้านเริ่มต้นงั้นพวกเรา ‘วาร์ป’ ไปเลยก็แล้วกัน”

                “ค่ะ”

                พูดจบทั้งสองก็ใช้ไอเท็มราคาแพงจากร้านค้าของเกมอย่างไม่ลังเลเพื่อเคลื่อนย้ายทางไกลหรือที่ทุกคนเรียกติดปากว่า ‘วาร์ป’ หายตัวไปยังหมู่บ้านเริ่มต้นทันที

                เพียงแค่พริบตายูเมะกับเมโลดี้ก็กลายเป็นแสงหายไปจากร้านขนมหวานก่อนจะไปปรากฏตัวที่หมู่บ้านเริ่มต้นที่แสนจะธรรมดา

                หลังจากนั้นพวกเขาก็ติดต่อไปหาชีอาอีกครั้งแล้วเริ่มชวนเข้ากลุ่มเพื่อย้ายมาอยู่แผนที่เดียวกัน

                เนื่องจากหมู่บ้านเริ่มต้นเป็นสถานที่พิเศษเพื่อให้สามารถรองรับผู้เล่นใหม่จำนวนมากได้ แผนที่หมู่บ้านเริ่มต้นจึงมีสภาพคล้ายกับพื้นที่ล่านั่นคือการมีแผนที่แยกย่อยจำนวนมาก

                การจะค้นหาใครสักคนนั้นวิธีที่ง่ายที่สุดคือการชวนเข้ากลุ่ม ด้วยวิธีนี้ทั้งสองฝ่ายก็จะถูกย้ายมายังแผนที่เดียวกัน

                เมื่อยูเมะชวนชีอาเข้ากลุ่มและเธอตอบรับภาพรอบตัวก็สั่นไหววูบหนึ่ง สภาพแวดล้อมคล้ายกับเกิดการซ้อนทับขึ้นชั่วขณะก่อนที่จะมีร่างของหญิงสาวคนหนึ่งปรากฏขึ้นบนลานกว้าง

                หญิงสาวคนนี้มีเส้นผมสีชมพูสวยมีดวงตาสีเขียวมรกต มีรูปร่างสูงโปร่งที่ดูผอมบางราวกับเด็กสาววัยแรกแย้มมันเป็นภาพของตัวละครที่งดงามมากทีเดียว

                ในตอนที่ยูเมะกับเมโลดี้เห็นหญิงสาวผมชมพูเธอก็หันมาเห็นพวกเขาเช่นกัน ก่อนที่พวกเขาจะเงยหน้าขึ้น มองดูชื่อบนหัวของหญิงสาว

                “ราชินีกระบี่บุปผา ไม่ผิดแน่ สวัสดีค่ะจะให้เรียกว่ายังไงดีค่ะ”

                “คุณ..เรียกฉันว่าชีอาก็ได้ค่ะ มันไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ”

                “ค่ะ คุณชีอา ส่วนฉัน..ต้องขอโทษด้วยนะคะที่เปิดเผยชื่อไม่ได้ จะเรียกว่าเมหรือเมดูซ่าก็ได้ค่ะ”

                “ผมก็เหมือนกัน จะเรียกว่าอาชูร่าหรือเรียกสั้นๆ ว่าชูร่าก็ได้นะครับ”

                วินาทีที่ได้ยินยูเมะกับเมโลดี้แนะนำตัว สีหน้าของชีอาก็เปลี่ยนไป ดวงตาของเธอเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเธอมองดูเมโลดี้ในโมเดลสาวน้อย จากนั้นมองดูยูเมะในโมเดลซามูไรหนุ่มก่อนจะนิ่งไปชั่วขณะ

                ‘ตัวจริงงั้นหรือ!!’

    คล้ายกับเรื่องYume ราชันไร้บัลลังก์ ที่คุณอ่าน

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    นิยาย แฟนตาซี
    64K 246
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    เคล็ดกายานวดารา

    เคล็ดกายานวดารา

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    11.12M 7294
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139