ความเงียบงันราวกับเงาที่ซุกซ่อนอยู่เื้ับานประตู จะเผยรูปร่างก็ต่อเมื่อมีใครบางคนหันมาสนใจ ทำให้ฝู่ซินอยู่รอดปลอดภัยในวังหลวงแห่งนี้มาอย่างยาวนาน ทั้งที่เป็สนมคนโปรดของฮ่องเต้ มอบโอรสให้แก่เขา แล้วองค์ชายน้อยก็กลายเป็ที่โปรดปรานสูงสุดเช่นกัน ทุกย่างก้าวที่นางเดินไปไม่เพียงปูด้วยหนามกุหลาบ แต่มีคมหอกคมดาบจ่ออยู่ตรงคอหอย การผ่าน่เวลาของความเป็ความตาย เรียนรู้ความโเี้ของมนุษย์มามากมาย ทำให้นางรู้ว่าจะเอาตัวรอดอย่างไร
ก็ด้วยการเป็เพียงเงาที่ไม่เปิดเผยตัวตน
ไม่มีผู้ใดรู้ว่าแท้จริงแล้วนางคือใครกันแน่ ฝู่ซินปรากฏกายขึ้นมาท่ามกลางหญิงสาวนับพันที่เฝ้ารอการคัดเลือกให้ได้เข้าไปรับใช้ถวายตัวต่อฮ่องเต้ แต่นางดันโผล่มาเสียดื้อ ๆ แล้วได้ตำหนักเล็กไปครอง ไม่มีตระกูลใหญ่หนุนหลัง ไร้ผู้สนับสนุน ไร้เื่ราวให้บอกเล่า
ทว่าตอนนี้ เงากำลังจะถูกพบเจอเพราะอดีตที่ไล่มาตามหลัง นางรีบร้อนไปยังพระตำหนักทางทิศเหนือ ซึ่งเป็ตำหนักที่ใหญ่ที่สุดและฮ่องเต้มักจะประทับที่นั่น ไม่เคยมีครั้งใดที่เขาปฏิเสธการเข้าพบของนาง แม้ว่าจะวุ่นวายอยู่กับงานราชการและพวกขุนนางที่บีบคั้นเอาแต่ผลประโยชน์ส่วนตน
“พระสนมเสด็จมาให้ข้าได้ชุ่มชื่นหัวใจแล้ว พวกเ้าออกไปเสียที” เสียงทรงอำนาจสั่งการแล้วโบกมือไล่บรรดาขุนนางด้วยความรำคาญใจ
พวกเขาซ่อนเก็บสีหน้าไม่พอใจ แทบไม่มีใครในที่นี้ได้ประโยชน์จากฝู่ซิน แต่ก็ขัดพระบัญชาฮ่องเต้ไม่ได้ ทุกคนถอยกรูดแล้วเดินคอตกออกจากท้องพระโรง
“เข้าไปในที่ประทับเถอะเพคะ ตรงนี้ไม่ปลอดภัย”
ทั้งสองเดินเข้าไปในห้องมิดชิดด้านหลัง นางบิดมือไปมาด้วยความกลัดกลุ้ม ทั้งที่เคยสุขุมเยือกเย็นคล้ายสายน้ำอันสงบนิ่ง
“ข้าเห็นสีหน้าของเ้าก็รู้แล้วว่าจะมาคุยเื่ใด”
“เช่นนั้นท่านมีคำตอบให้ข้าแล้วหรือยัง”
ฮ่องเต้ก้มมองนางคล้ายกับวันแรกที่ได้เจอ ซึ่งนั่นก็ผ่านมานานหลายสิบปีแล้ว ยามนั้นนางทั้งงดงามและรื่นเริงไปกับการใช้ชีวิต ราวกับนางได้รับพรจาก์ให้มีชีวิตในแต่ละวัน เป็คนละคนกับหญิงสาวที่ฉายแววทุกข์โศกผ่านทางดวงตาเช่นนี้ หลายครั้งที่เขารู้สึกผิดที่ลากนางเข้าสู่วังวนของการเมือง แต่นางก็คอยบอกเสมอว่าหากเขาไม่ลากนางออกมา นางคงกลายเป็เพียงร่างไร้ิญญา สูญเสียแม้กระทั่งเซียวซี ลูกที่นางรักสุดดวงใจ
“ข้าขอโทษ แต่ข้ายังไม่มีคำตอบให้เ้า เพราะแคว้นหยวนเพียงแค่จัดไพร่พล ยังไม่เคลื่อนทัพไปไหนสักทาง ทีแรกข้าคิดว่าเขาก็แค่ส่งสัญญาณข่มขู่เท่านั้น ข้าจึงต้องรอดูไปก่อนว่าเขาจะทำอย่างไรต่อไป”
คำว่า ‘เขา’ สื่อถึงคนที่ทั้งสองรู้ดีว่าหมายถึงผู้ใด นานมาแล้ว ฝู่ซินชิงชังเขาผู้นี้ แต่ตอนนี้ นางหวาดกลัวเขาจับขั้วหัวใจ
“บางทีเขาอาจจะไม่ได้ข่มขู่ แต่กำลังเตือนเราอยู่”
“เตือนหรือ”
“เตือนว่าเราไม่มีทางหนีอดีตอันนองเืพ้น เตือนว่าในที่สุดแล้ว ความลับก็จะต้องถูกเปิดเผย และหากเขาชิงเปิดเผยมันก่อนเรา เซียวซีจะเป็อย่างไร ลูกของข้าจะต้องเจ็บช้ำอย่างแน่นอน”
“ลูกของเรา” ฮ่องเต้โพล่งขึ้นเสียงดัง
“ลูกของเรา” นางพูดตาม “เซียวซียังไม่พร้อมสำหรับเื่นี้”
“เหตุใดเ้าจึงไม่บอกเขาไปเสีย เขาเป็คนมีเหตุผล เขาจะต้องเข้าใจว่าเหตุใด ข้ากับเ้าถึงต้องทำสิ่งต่าง ๆ ลงไป”
“ข้าจะบอก” นางละล่ำละลัก ดวงตาเบิกโพลงด้วยความหวาดหวั่น “ข้าจะบอก เพียงแต่ยังหา่เวลาเหมาะ ๆ ไม่ได้ ท่านก็รู้ว่าเซียวซีอยู่ในสนามรบเกือบจะตลอดเวลา หากมีสิ่งใดรบกวนเขา…”
เสียงของนางขาดหายไป นางไม่กล้าพูดคำว่าตายเมื่อมีชื่อของโอรสรวมอยู่ด้วย เพราะนางเชื่อว่ามันจะเป็ลางร้าย
“ข้าเข้าใจ ฝู่ซิน ใจเย็นลงสักหน่อยเถอะ” มือหนาลูบไหล่ของนางอย่างอ่อนโยน ไม่ว่าหญิงคนใดในวังหลังก็ไม่มีวันได้รับความรักความห่วงหาเช่นนี้
“ฝ่าา ข้ามาไกลถึงเพียงนี้ ไม่ใช่เพื่อจะเห็นการล่มสลายของพวกเราทุกคน ได้โปรดเถิด”
“เ้าก็รู้ว่าข้าจะทำทุกอย่างแม้ต้องแลกด้วยชีวิต เพื่อให้เ้ากับเซียวซีได้มีลมหายใจต่อไป”