เสียงกริ่งให้สัญญาณเลิกเรียนดังขึ้นความรู้สึกเหมือนได้รับการปลดปล่อยหลังเลิกเรียนยังคงมีอยู่ในใจทุกคนเสมอไม่เปลี่ยนแปลง
วันนี้ภายในโรงเรียนจ้อกแจ้กจอแจเป็พิเศษซึ่งก็ไม่แปลก เพราะวันนี้วันที่ 25 ธันวาคม ค.ส. 2024 เป็วันคริสต์มาสและยังเป็วันจบภาคเรียนที่ 2 ของปีการศึกษา 2024
ที่แตกต่างจากปกติก็คือคาบเรียนจบลงใน่บ่ายไม่มีพิธีจบภาคการศึกษาหรืออะไรทำนองนั้น และไม่มีการแจกผลการสอบด้วยผลการสอบนั้นอยู่ในความรับผิดชอบของเ้าตัวอย่างเต็มที่นักเรียนเสี่ยงที่จะเรียนไม่จบเท่านั้น ที่จะมีการเรียกผู้ปกครองมาพบ
แต่กระนั้นเมื่อนักเรียนแอคเซสด้วยตัวเองเข้าไปดูผลรวมของการเรียนที่รวมเอาคะแนนวิชาทั่วไปที่ไม่มีการสอบประจำภาคในโรงเรียนก็เห็นสีหน้านักเรียนได้สองแบบ ก็คือนักเรียนที่ร่าเริงอารมณ์ดีกับนักเรียนที่คอตกหดหู่
พอใกล้เวลาจะปิดประตูโรงเรียนในสภานักเรียนก็เริ่มเตรียมตัวเก็บของและแยกย้ายกันกลับบ้าน ภายในอาคารเรียนเสียงก้าวเท้าของนักเรียนที่เร่งรีบและสนทนากันเต็มไปหมดทางเดินยาวเหยียดไปจนสุดลูกหูลูกตา แสงแดดอ่อน ๆยามบ่ายส่องผ่านหน้าต่างบานใหญ่ทั้งสองด้านของทางเดินเงาสะท้อนจากแสงแดดทำให้พื้นไม้ที่เงาวับดูอบอุ่นขึ้น แม้ว่าจะเป็ฤดูหนาวแต่ความอ่อนโยนของแสงก็ทำให้บรรยากาศภายในโรงเรียนดูไม่เย็นชืดเกินไป
เรย์เดินเคียงข้างกับชิโฮะผ่านทางเดินยาวนี้เสียงรองเท้าของทั้งคู่กระทบพื้นไม้เป็จังหวะที่เบาและเป็จังหวะเดียวกัน
“ชิโฮะหายอารมณ์เสียสักทีเถอะ”
เขาพูดไปพร้อมกับยกขวดน้ำที่ถือแตะไปยังแก้มของเพื่อนสาวซึ่งกำลังหน้ามุ่ยไม่สบอารมณ์สุดขีดระหว่างเดินเคียงคู่กันบริเวณทางเดินยาวของอาคารโดยมีจุดหมายปลายทางคือห้องชมรมวรรณกรรม ซึ่งเป็สถานที่นัดหมายกับคนอื่น ๆ
“เย็น!?”
ชิโฮะสะดุ้งโหยงเหมือนนกที่ถูกไล่ต้อนจนต้องบินหนี
“ทำอะไรของนายน่ะ!?”
“เอ้า”
ชิโฮะเหวเสียงแหลมดุเดือดยิ่งกว่าปกติประมาณครึ่งหนึ่ง และถูกโยนโกโก้เย็นเข้ามาในมือโดยเรย์
“เขาว่าถ้ากินของหวานๆ แล้ว จะช่วยให้สงบสติอารมณ์ง่ายขึ้น”
ความเห็นที่ค่อนข้างจะขัดหูทำเอาชิโฮะตีหน้าระอาใจ
“เฮอะของแค่นี้เอามาใช้กลบเกลื่อนความผิดของหมอนั่นไม่ได้หรอกนะ”
อารมณ์ของชิโฮะขนาดพูดและบิดฝาเปิดขวดดูอ่อนลงบ้าง เมื่อดื่มคำแรกความเย็นของโกโก้ช่วยลดอุณหภูมิในใจเธอลงบ้างเล็กน้อย ขณะทั้งคู่เดินไปเรื่อย ๆผ่านห้องเรียนต่าง ๆ ที่เริ่มว่างเปล่า เสียงของนักเรียนที่รีบกลับบ้านค่อย ๆห่างหายไป เหลือเพียงเสียงพูดคุยเบา ๆ ของพวกเขา
“เฮ้อช่างมันเถอะ...นี่เรย์คิดออกยังว่าจะไปเรียนต่อที่ไหนน่ะ—ฉันเดาว่าผลการเรียนดีเยี่ยมอย่างนายคงไม่กังวลอะไรพวกนี้แล้วล่ะมั้ง”
เขายิ้มเล็กน้อยให้กับคำพูดของอีกฝ่าย
“ใครว่าล่ะฉันก็กังวลเหมือนทุกคนนั่นแหละ ชีวิตฉันมันไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้นสักหน่อย”
“การทุ่มเทให้กับการเรียนนี่เป็เื่ที่ลำบากจริงๆ นะ”
ชิโฮะรู้ว่าปกติก็ไม่มีใครเก่งกาจไปเสียทุกเื่อยู่แล้วแม้แต่เรย์เองก็คงไม่ต่างจากคนอื่นคนอย่างเขาย่อมต้องมีสิ่งที่ทำให้กังวลและขาดความมั่นใจอยู่บ้างเป็ธรรมดา
“เรย์...นายมีความฝันอะไรบ้างไหมเพราะดูเหมือนนายจะไม่ได้พูดถึงเื่อนาคตสักเท่าไหร่เลยนี่นา— ฉันน่ะนะมีเยอะแยะไปหมดเลยล่ะ ทั้งอยากเรียนไวโอลิน เปียโน บัลเลต์อะไรพวกนั้นแล้วก็ได้ออกไปท่องเที่ยวรอบโลก เดินทางไปหลาย ๆประเทศสักครั้งในชีวิตก็ถือว่าเป็ความฝันแล้วล่ะ”
ชิโฮะกล่าวด้วยรอยยิ้มฝันรู้สึกสนุกกับการคิดถึงเส้นทางในอนาคต แม้ว่ามันจะเป็จริงยากก็ตาม
“บัลเลต์?เธอเนี่ยนะ”
“เอ่อ ช่างเถอะ ไม่เรียนก็ได้ฮ่าฮ่าฮ่า...”
ทั้งคู่ต่างหัวเราะออกมาพร้อมกัน
“เธอเองก็มีความเป็ผู้ใหญ่อยู่ในตัวนะ”
“หา?ฉันเนี่ยนะมีความเป็ผู้ใหญ่ คราวหน้าจะพาไปหาแม่ฉันแล้วนายช่วยพูดแบบนี้ต่อหน้าเขาทีนะ”
เรย์ผุดรอยยิ้มบาง ก่อนจะทำหน้าครุ่นคิด
“ความฝันงั้นเหรอ...อันที่จริง ฉันไม่เคยคิดเื่นี้จริงจังสักเท่าไหร่เลยจนเธอถามขึ้นมาท่าทางฉันจะไม่มีความฝันอะไรจริง ๆ นั่นแหละ”
คนเราคงเกิดมาเพื่ออะไรบางอย่างเหมือนกันแต่จนถึงตอนนี้ เขายังไม่รู้เลยว่าตัวเองเกิดมาเพื่ออะไร ไม่มีความฝันชัดเจนไม่มีสิ่งที่อยากได้จริงจังเลยสักอย่างแล้วก็ไม่เคยคิดตะเกียกตะกายไขว่คว้าหาอะไรทั้งนั้นแค่ดำเนินชีวิตตามขั้นตอนเรื่อยมาอย่างระมัดระวังเพียงเท่านั้น
“มีคนคนหนึ่งเคยบอกฉันว่าถึงตอนนี้จะไม่มีเป้าหมายก็ไม่เป็ไร ขอแค่มีความพยายามวันหนึ่งก็จะพบสิ่งที่ตัวเองอยากทำเองนั่นแหละ”
ชิโฮะเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นเรย์ทำท่าครุ่นคิดนิ่งเงียบไปนานเพราะเขาแทบไม่เคยแสดงความสนใจหรือยึดติดต่อสิ่งใดเลย
“เอาเป็ว่า... อย่าสนใจที่ฉันพูดนักเลยถึงยังไงก็ไม่จำเป็ต้องรีบคิดตอนนี้สักหน่อย ถ้าตอนนี้ยังไม่มี...สักวันต้องมีแน่ เราอายุยังน้อยอยู่นี่นา”
เพื่อนสาวยิ้มระรื่นขยิบตาให้เขาหนึ่งครั้งอย่างน่ารัก
ที่สุดคือภาพลักษณ์ของชิโฮะที่ดูเด็กกว่าเพื่อนร่วมรุ่นอย่างรอยยิ้มในตอนนี้ถ้าจะให้มีเสียงประกอบด้วยคงไม่ใช่ ‘วิ้ง’ แต่เป็ ‘แฮ่’ ที่แฝงความไร้เดียงสาไว้แบบเด็ก
“อืม...ถูกของเธอ”
“จะว่าไป...ฉันได้ยินว่าเคนจิเองก็ยังติดสินใจไม่ได้เหมือนกันหมอนั่นน่ะอยากเดินตามความฝันเอาดีทางด้านกีฬาแต่ครอบครัวก็้าให้รับ่ต่อกิจการของที่บ้าน”
ชิโฮะกล่าวพร้อมถอนหายใจเบา ๆ อย่างเข้าใจเพราะครอบครัวของเธอก็ขีดเส้นให้ไม่ต่างกัน
แม้ในมุมมองของเธอมันอาจจะดูไร้สาระก็เถอะแต่เธออยากที่จะคอยสนับสนุนเขาอยู่เงียบ ๆ จนกว่าจะถึงวันที่ความฝันของเขาเป็จริงจนกว่าจะถึงวันที่เธอพบความฝันใหม่
“ดูเหมือนหมอนั่นเองก็มีเวลาที่ยากลำบากเหมือนกันสินะ”
เรย์เอ่ยเขารู้สึกได้ว่าเคนจิพยายามไม่แสดงอาการตึงเครียดออกมามันถูกสวมทับด้วยหน้ากากที่ยิ้มแย้มตลอดเวลานั่น
บทสนทนาสัพเพเหระของเรย์กับชิโฮะยังคงดำเนินต่อไปจนกระทั่งทั้งคู่เดินมาถึงห้องของชมรมวรรณกรรม
เรย์เคาะประตูสองครั้งก่อนเปิดประตูก้าวเข้าไปยังห้องชมรมอันคุ้นเคยภายในห้องชมรมยังคงบรรยากาศคุ้นเคยเช่นเดิมโต๊ะไม้ยาวตั้งอยู่กลางห้อง รายล้อมด้วยเก้าอี้สำหรับสมาชิกชมรมทุกคนชั้นหนังสือที่เต็มไปด้วยเล่มวรรณกรรมและนวนิยายต่าง ๆตั้งเรียงรายอยู่เต็มกำแพงทั้งสองด้านของห้องทำให้บรรยากาศภายในดูคล้ายห้องสมุดเล็ก ๆ ที่เงียบสงบและอบอุ่น แสงแดดอ่อน ๆส่องผ่านหน้าต่างบานใหญ่ทางด้านหลังส่องลงมากระทบพื้นไม้ที่เงาวับสะท้อนแสงเป็ลำเล็กไปทั่วห้องทว่าเขากลับได้ยินเสียง ตุ้บ!เหมือนของหล่นมาจากทางด้านหลังสุดของชั้นหนังสือที่ตั้งเรียงรายอยู่ภายใน

“อะแฮ่มพวกนายมากันแล้วเหรอ ปล่อยให้รออยู่ได้ตั้งนาน”
เคนจิเดินออกมาจากหลังชั้นหนังสือในสภาพเสื้อเชิ้ตตัวบนยับย่นเล็กน้อยเนคไทหลุดลุ่ย
“สภาพนายไปโดนอะไรมาน่ะแล้วไปทำอะไรตรง... นั้น”
ขณะที่ชิโฮะกำลังถามอยู่นั้นเสียงของเธอก็ขาดหายใน่ท้ายประโยคเมื่อเห็นหัวของหญิงสาวคนหนึ่งโผล่ออกมายิ้มโบกมือทักทาย
“ไฮ— ทุกคน”
“รุ่นพี่นาคาจิม่า...เอ่อ ไฮ ว่าแต่เข้ามาในโรงเรียนได้ยังไงคะเนี่ย”
หญิงสาวที่ถูกทักค่อย ๆเดินตามหลังเคนจิออกมา
นาคาจิม่า โยซึรุเธอมีขนตายาวและดวงตากลมโตรูปเม็ดอัลมอนด์ที่เย้ายวน ด้วยรูปร่างที่โค้งเว้า ผิวสีขาวเนียนละเอียดผุดผ่องจมูกโด่งรับกับปากอิ่มที่เล็กชุ่มฉ่ำ เค้าหน้าคมสันอย่างเด่นชัดมันเป็ไปไม่ได้ที่จะพบข้อบกพร่องใดๆ จากความงามบนใบหน้าของเธอ
ผมบลอนด์ยาวบ่งบอกความเป็ลูกครึ่ง และสัดส่วนอันโค้งเว้าที่ดันเครื่องแบบนักเรียนออกมานั้นมันน่ารักพอที่จะกระตุ้นความปรารถราให้ชายหนุ่มทุกคนที่ได้พบเห็น

“แหมฉันก็เคยเป็นักเรียนของที่นี่เหมือนกันนะ แค่เอาชุดตัวเก่ามาปัดฝุ่นนิดหน่อยก็เดินเข้ามาได้ง่าย ๆ แล้วล่ะ”
เสียงสูงกังวานใสและน่าเอ็นดูปานลูกนกเอ่ยขึ้น
เธอยิ้มให้กับชิโฮะพร้อมกับหมุนตัวหนึ่งรอบให้อีกฝ่ายเห็นเครื่องแต่งกายชายกระโปรงสะบัดตัวลอยขึ้นมา แม้ชายสั้นแต่ยังพลิ้วไหวรับกับการสะบัดของเส้นผมงดงามจนไม่อาจเปรียบเป็คำพูดออกมา
“มันก็ใช่... แต่เอ่อเห็นเคนจิว่าวันนี้รุ่นพี่มีถ่ายรายการไม่ใช่เหรอคะ?"
ชิโฮะหรี่ตามองอย่างคลางแคลงใจ
“เธอจะซักไซ้อะไรนักหนาเื่แฟนฉันกันฮะ”
เคนจิบ่นด้วยยังตกอยู่ในอาการหัวเสียเล็กน้อยที่มีคนเข้ามาขัดจังหวะ
ชิโฮะได้ยินเช่นนั้น จึงทำหน้ามุ่ยใส่
“พอดีวันนี้ที่กองเขาแคนเซิลไปแล้วน่ะแถมได้ข่าวว่าพวกเธอจะมีปาร์ตี้กันคืนนี้ไม่ใช่หรือไง—”
นาคาจิม่าเดินเข้ามาเกาะแขนของแฟนหนุ่มช้อนสายตาจ้องมองไปยังอีกฝ่ายแล้วกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงอันเข้มขึ้น
“หากไม่ตามมาคุมสักหน่อยเดียวจะหาว่าไม่สนใจกัน... จริงไหม?”
“อุ๊... แน่นอนสิครับคืนคริสต์มาสทั้งที ยังไงก็อยากอยู่กับรุ่นพี่อยู่แล้ว ฮะฮ้า”
โยซึรุได้ยินเช่นนั้นหรี่ตามองอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มเย็นเพราะรู้นิสัยเ้าชู้ของอีกฝ่ายดี
“แล้วฮารุโตะล่ะหมอนั่นไปไหนกัน”
เรย์เอ่ยแทรกขึ้นเมื่อรู้สึกว่าเพื่อนตกอยู่ในสภานการณ์ที่ชักไม่ปลอดภัย
“เอ้อ... หมอนั่นบอกเบื่อๆ เลยไปรออยู่ที่สนามด้านล่างก่อนน่ะ”
เคนจิขยิบตาให้กับเขาเล็กน้อยอย่างขอบคุณที่ช่วยขัดขัดจังหวะก่อนจะถูกต้อนจนมุมได้
“งั้นก็ไปกันเลยไหมเดียวหมอนั่นจะรอนาน”
เรย์ตัดบทเอ่ยชวนทุกคนไปสมทบกับฮารุโตะที่รออยู่ด้านล่าง
ระหว่างทางลงบันไดขณะกำลังเดินคุยกันไปอยู่นั้นเสียงฝีเท้าวิ่งเร่งรีบดังมาจากอีกฟากของบันไดเรย์หันไปเห็นฮารุโตะที่กำลังวิ่งมาอย่างลนลาน หอบจนตัวโยน
“พวกนาย! แฮ่ก ๆ—”
“เกิดอะไรขึ้นนายจะรีบไปไหนน่ะฮารุโตะ”
เคนจิถามอย่างสงสัย ขณะจับบ่าของอีกฝ่ายที่กำลังหอบจนตัวโยน
“น้ำดื่มหน่อยไหมทาเคอุจิคุง”
โยซึรุเลิกคิ้วคู่งามยื่นขวดน้ำให้อีกฝ่าย
“ขอบคุณครับ— อะ...ไม่เดี๋ยวก่อนสิ! ทุกคนหยุดถามแล้วรีบตามฉันมาดูอะไรเร็วเข้า”
ฮารุโตะนำทางทุกคนไปยังห้องเรียนซีกตะวันออกห้องหนึ่งภายในชั้นเขาเห็นนักเรียนหลายคนกำลังยืนออบริเวณริมหน้าต่างดูเหมือนทุกคนกำลังยกสมาร์ทโฟนของตัวเองขึ้นเพื่อบันทึกเหตุการณ์อะไรบางอย่าง
“พวกนั้นมุงอะไรกัน?”
เสียงใครในกลุ่มเอ่ยถามขึ้น
ฮารุโตะดึงตัวทุกคนแทรกมายังบริเวณหน้าต่างมุมหนึ่งเข้าไปอยู่ในกลุ่มคนมุงดูก่อนจะชี้ไปยังบางสิ่งบางอย่างที่พอมองเห็นได้ด้วยระยะสายตาอยู่ไกลๆ
“พวกนายลองดูตรงนั้นก่อนสิ!”
เรย์พยายามเพ่งมองดูมันมีรูปร่างลักษณะเป็ทรงกลมสีดำมีเส้นผ่านศูนย์กลางใหญ่กว่าขนาดของบอลลูนเพียงเล็กน้อย กำลังส่องประกายแสงเรืองรองประหลาด ขณะลอยอยู่เหนืออาคารแห่งหนึ่ง
“ไม่รู้ว่ามันปราฏั้แ่เมื่อไหร่ฉันเห็นมันลอยอยู่เฉย ๆ ตรงนั้นมาได้สักพักแล้วล่ะ”
“นั่นมันอะไรน่ะบอลลูนงั้นเหรอ? ตรงนั้นดูเหมือนจะเป็โรงเรียนโฮเซ็นใช่ไหมก็ไม่เห็นมีอะไรแปลกนี่นา แถวนั้นมีพวกกองถ่ายมาถ่ายละครหรือเปล่า”
เคนจิเอ่ยขณะพยายามหรี่ตาเพ่งดูแบบเดียวกัน
“หวังว่าไม่ใช่การโปรโมทหนังสักเื่หรอกนะเพราะนี่มันเป็อะไรที่งี่เง่าสุด ๆ”
รุ่นพี่สาวแสดงความเห็นบ้าง
“มันไม่ใช่เื่พวกนั้นแน่นอนตอนแรกฉันก็คิดแบบพวกนายเหมือนกัน แต่ที่มันน่าแปลกกว่านั้น... ทุกคนดูนี่”
ฮารุโตะแย้งขึ้นด้วยสีหน้าจริงจังซึ่งแม้แต่เรย์เองยังไม่เคยเห็นเพื่อนของตนเป็แบบนี้มาก่อนพร้อมกับยื่นสมาร์ทโฟนของตนเองให้ทุกคนเห็นมีคลิปภาพปราฏเป็ก้อนสีดำทรงกลมปริศนาที่เหมือนกับสิ่งที่พวกเขาเห็นเกิดขึ้นเหมือนกันแต่ต่างกันตรงสถานที่และภูมิประเทศ
“ดูเหมือนมันกำลังเป็คลิปไวรัลที่กำลังถูกพูดถึงอยู่เป็วงกว้างบนอินเตอร์เน็ตฉันลองเข้าไปเช็คดูตอนนี้ เ้าพวกนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่เพียงประเทศเราเท่านั้นนะทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมากทั่วทุกมุมโลกต่างกำลังทยอยอัพเดทภาพพวกนี้เข้ามาเรื่อย ๆ พวกนายว่ามันแปลกไหมล่ะ!?”
“เื่ปาหี่ทั้งนั้นนายเชื่อซีจีไอพวกนี้ด้วยรึไง เดียวฉันเปิดคลิปไคจูกิ้งก่าั์บุกนางาซากิให้ดูเอาไหมล่ะ”
ถึงเคนจิจะกล่าวออกไปเช่นนั้นเพื่อทำให้บรรยากาศผ่อนคลายลงแต่เขาก็ไม่อาจหาคำตอบให้ตัวเองได้จนคิ้วขมวดเป็ปมกลบเกลื่อนความวิตกกังวลในใจตนเองมิด
“เอ่อ...คงไม่มีอะไรหรอกมั้ง อาจเป็ปรากฏการของแสงอะไรสักอย่างก็ได้นี่ใช่ไหมล่ะ...เนอะเรย์”
ชิโฮะหันมาเอ่ยถามกับเขาด้วยน้ำเสียงซึ่งเริ่มไม่มั่นคง
“ฉัน...”
ยังไม่ทันที่เรย์จะได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใดกลับไปทุกคนล้วนััได้ถึงแรงสั่นะเื มันไม่ใช่แผ่นดินไหวหรืออะไรทั้งนั้นแต่ทุกคนััได้ถึงแรงกระเพื่อมที่ถูกส่งออกมาจากก้อนกลมสีดำที่ลอยอยู่บนฟ้านั่น
“อะไรกันเนี่ยแผ่นดินไหวงั้นเหรอ!? ทำไมไม่เห็นได้รับสัญญาณเตือนเลยล่ะ?”
รุ่นพี่สาวเอ่ยขึ้นอย่างใ
เสียงคนกรีดร้องวุ่นวายและเสียงการสั่นไหวอย่างรุนแรงยิ่งดังขึ้น นักเรียนหลายคนเริ่มแสดงความตระหนกบางคนรีบหนีออกจากห้องเรียนขณะที่พื้นห้องยังคงสั่นไหว
เรย์มองเห็นภาพทุกอย่างตรงหน้าเป็สีขาวดำ
จู่ ๆเขารู้สึกเหมือนได้ยินภาษาที่ฟังไม่รู้เื่ดังขึ้นมาในหัวแต่กลับสามารถเข้าใจความหมายมันได้อย่างชัดเจน
“■■■■— ■■■ ■■ ■■■ ■”
“อะไรน่ะเธอได้ยินเสียงนั่นไหม… อึก!”
เรย์เอ่ยขึ้น้ายืนยันว่าคนอื่นต่างได้ยินเช่นกันหรือไม่
เขาได้ยินคำศัพท์เ่าั้เหมือนกับกำลังอยู่ในฝันเหมือนได้ยินคำพูดเ่าั้มาจากที่อันห่างไกล แต่ดังเข้าไปมาจิตใจในขณะที่กำลังถูกพลังแห่งนิทราสีดำสนิทสูบเข้าไปในนั้น
เรย์เริ่มมาถึงขีดจำกัดคนรอบตัวเริ่มฟุบล้มลงทีละคน เขารู้สึกร่างกายและสติกำลังไปคนละทิศคนละทางจนสติสัมปชัญญะทั้งหมดถูกปิดกั้นโดยสัมบูรณ์