เก้าอี้ไม้สีขาวริมแม่น้ำตั้งอยู่ใต้ต้นก้ามปูใหญ่สายน้ำไหลเอื่อย ๆ สะท้อนแสงอาทิตย์ยามเย็นเป็ประกายระยิบระยับ ต้นไม้นั่งเอนหลังอยู่บนเก้าอี้มือข้างหนึ่งถือขวดเบียร์เย็นจัดอีกข้างวางนิ่งอยู่บนพนักเก้าอี้ สายตามองทอดยาวไปตามสายน้ำอย่างคนที่กำลังปล่อยความคิดให้ลอยไปไกล ลมเย็นพัดผ่านเป็ระยะกลิ่นดินกลิ่นน้ำ และกลิ่นหญ้าหลังฝนตกโชยมา เบา ๆ จนกระทั่งมีแขนเล็ก ๆ โอบรอบไหล่จากด้านหลังต้นไม้หันกลับมา รอยยิ้มปรากฏขึ้นทันที เหมือนคนที่รอใครสักคนอยู่ก่อนแล้ว
"เหนื่อยไหมคะ" เสียงใสที่คุ้นเคยถามขึ้น
"นิดหน่อยครับ" เขายิ้มบางๆ ก่อนลุกขึ้นเลื่อนเก้าอี้ให้อีกคน
"นั่งสิ" กานต์แก้วนั่งลงข้างๆ พนักงานเดินเข้ามาถามเื่เครื่องดื่ม
"กานต์ดื่มอะไร"
"น้ำส้มค่ะ"
ต้นไม้หัวเราะเบา ๆ
"โอ้โห นางเอกมาก"
"เมื่อก่อนเห็นเอสเย็นอย่างเดียว"หญิงสาวหัวเราะ
"ก็โตขึ้นแล้วนี่คะ"
คำตอบธรรมดาแต่กลับทำให้ต้นไม้นิ่งไปครู่หนึ่ง
“ใช่ เธอโตขึ้นแล้วจริง ๆ”
ไม่ใช่เด็กสาวที่วิ่งตามความรู้สึกตัวเองเหมือนวันแรกที่พบกัน ไม่ใช่สาวน้อยที่ร้องเพลงเสียงดังบนรถ หรือเต้นอยู่ตามไฟแดงอย่างไม่สนใจใครวันนี้กานต์แก้วยังคงยิ้มเหมือนเดิม ยังมีแววตาอบอุ่นเหมือนเดิม แต่ข้างในนั้นมีความมั่นคงบางอย่างเพิ่มขึ้นความมั่นคงของคนที่เริ่มมีโลกของตัวเอง มีเส้นทางของตัวเองและกำลังเติบโตอย่างงดงาม
"พี่ต้นคิดยังไงคะ" กานต์แก้วถามขึ้น
"เื่อะไร"
"ถึงขับรถมาหากานต์ถึงนี่" ต้นไม้ยกขวดเบียร์ขึ้นดื่มก่อนตอบสั้นๆ
"พี่แค่อยากมาพักผ่อน"
กานต์แก้วยิ้มๆ แบบคนที่รู้คำตอบอยู่แล้วแต่เลือกจะไม่ถามต่อบางครั้งความรักก็เป็แบบนั้น เราไม่ได้้าความจริงทุกเื่เพราะหัวใจรับรู้คำตอบอยู่แล้ว
"ขอบคุณนะคะ" หญิงสาวพูดเบาๆ สำหรับความเป็ห่วง
"กานต์รู้ว่าพี่เป็ห่วงมาก"
ต้นไม้หันมามองก่อนยกมือขึ้นลูบศีรษะเธอเบาๆ เหมือนที่เคยทำเสมอ แต่คราวนี้ความรู้สึกกลับต่างออกไป เหมือนกำลังัั่เวลาที่กำลังจะผ่านพ้นเขาจับมือเธอแล้วพาเดินลงไปยังทางเดินริมแม่น้ำ ลมเย็นพัดชายผมยาวของหญิงสาวปลิวไหวแสงอาทิตย์ยามเย็นกำลังอ่อนตัวลง ทุกอย่างดูนุ่มนวลราวกับโลกทั้งใบกำลังพูดเบาลงเพื่อให้หัวใจสองดวงได้ฟังกันชัดขึ้น
"เราไม่ได้มาเที่ยวด้วยกันนานแล้วนะ"ต้นไม้พูด
"พี่อยากมีเวลาให้เราบ้าง"
"ที่ผ่านมาพี่ไม่มีเวลาให้กานต์เลย"
"พี่ขอโทษ"
กานต์แก้วส่ายหน้า
"กานต์ไม่เคยโกรธพี่เลยนะ"
ต้นไม้ยิ้มแต่กลับรู้สึกเจ็บลึก ๆ เพราะคำว่า“ไม่โกรธ”บางครั้งน้ำหนักมากกว่าคำว่า “รัก” หญิงสาวหยุดยืนอยู่ริมราวไม้มองสายน้ำที่กำลังไหลผ่านต้นไม้โอบเธอไว้จากด้านหลัง ไม่ได้พูดอะไร ไม่ได้ถามอะไรกานต์แก้วก็เงียบ ทั้งสองยืนอยู่อย่างนั้นฟังเสียงน้ำไหล ฟังเสียงลมฟังเสียงหัวใจกันเอง ไม่มีใครรู้ว่าอีกคนกำลังคิดอะไรแต่ทั้งสองรู้ว่านี่คือ่เวลาหนึ่งที่พวกเขาเลือกจะอยู่กับมันโดยไม่ถามว่าจะต้องเดินต่อกันอย่างไรบาง่เวลาก็ไม่จำเป็ต้องมีคำตอบเพียงแค่มีอยู่จริงก็พอแล้ว
กานต์แก้วหลับตาลงรับรู้ถึงเสียงหัวใจของอีกคนรับรู้ถึงความคิดถึงทั้งหมดที่ไม่เคยพูดออกมาเธอคิดถึงอ้อมกอดนี้คิดถึงมากแต่เธอไม่ได้ร้องไห้ไม่ได้เรียกร้อง ไม่ได้ขอให้เวลาเดินช้าลงเพราะเธอเข้าใจแล้วว่าความรักไม่ได้มีไว้เสมอไปบางครั้งความรักคือการได้ยืนอยู่ตรงนี้ใน่เวลาหนึ่งของชีวิตและรู้สึกขอบคุณที่เคยได้รัก
พระอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้าสายน้ำยังคงไหลต่อไปเหมือนกาลเวลาที่ไม่เคยหยุดรอใครกานต์แก้วมองแสงสีทองสุดท้ายบนผิวน้ำก่อนยิ้มบาง ๆ ในใจเธอรู้ดีว่าวันหนึ่งเธอจะต้องเดินต่อและวันนั้นกำลังใกล้เข้ามาแล้ว ไม่ใช่เพราะเธอรักต้นไม้น้อยลงแต่เพราะเธอเริ่มรักตัวเองมากพอที่จะเติบโตบนเส้นทางของตัวเอง
แม้จะไม่มีมือของเขาจับอยู่ตลอดทางก็ตามบางความรักไม่ได้จบลงเพราะหมดรักแต่จบลงเพราะคนสองคนรักกันมากพอที่จะยอมให้กันเติบโต
???? ประกาศจากผู้เขียนค่ะ ขอบคุณทุกคนที่ติดตามอ่านมาถึงตอนนี้นะคะ ????
เื่ราวของกานต์แก้วและต้นไม้ กำลังจะเข้าสู่่เวลาสำคัญที่สุดแล้วค่ะ
หากอยากรู้ว่าเื่จะเป็อย่างไรต่อไป สามารถอ่านต่อได้ที่ E-book"เหงาในเงาจันทร์" บน Meb ค่ะ
ซึ่งใน E-book มีสิ่งพิเศษที่ไม่มีในที่นี่...
✦ เนื้อหาครบสมบูรณ์ทั้ง 35 ตอน
✦ เนื้อหาตอนพิเศษบทสรุปกานต์แก้ว ต้นไม้ ริณรดา
✦ คำนำจากผู้เขียน เล่าเื้ัการเขียน
✦ Quote Card Collection สวยๆ แนบท้ายเล่ม
✦ อ่านได้ทุกที่ ไม่ต้องรอโหลดหน้าเว็บ ????อ่านต่อได้ที่ [https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6ODoiMTYyMDQ4MTQiO3M6NzoiYm9va19pZCI7czo2OiI0NTUwOTkiO30]
ขอบคุณที่ติดตามและสนับสนุนนักเขียนไทย คนหนึ่งด้วยหัวใจนะคะ ????????????