ตอนที่4:ากระเพาะอาหาร
_______________________________________________
จ๊อกกก...
เสียงท้องร้องโครกครากดังสนั่นท่ามกลางความเงียบเชียบของห้องทำงานผู้บริหารข้าวเ้ารีบตะครุบท้องตัวเองด้วยใบหน้าแดงซ่านแต่เมื่อเหลือบตามองไปที่โต๊ะทำงานตัวใหญ่ ก็เห็น คาร์เตอร์ ยังคงนั่งพิมพ์งานหน้านิ่งไม่มีความรู้สึกรู้สาอะไรทั้งสิ้น
นาฬิกาบนผนังบอกเวลา 12.15น. แล้ว... เลยเวลาพักเที่ยงมาสิบห้านาทีแต่กองเอกสารตรงหน้าข้าวเ้าเพิ่งจะยุบไปได้ครึ่งเดียว!
“ทำงานช้า” เสียงเรียบๆดังลอยมาจากโต๊ะประธาน
“ก็มันเยอะนี่ครับ!”ข้าวเ้าเถียงกลับทันควัน มือก็ยังเรียงเอกสารเป็ระวิง “ปี 2020...2021... โอ๊ย ตาลายไปหมดแล้ว”
ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตู์ดังขึ้นพร้อมกับเลขาฯ หน้าห้องที่เข็นรถเข็นอาหารเข้ามากลิ่นหอมฉุยของสเต๊กเนื้อวากิวราดซอสพริกไทยดำลอยฟุ้งไปทั่วห้องทำเอาน้ำย่อยในกระเพาะข้าวเ้าเต้นระบำอย่างบ้าคลั่ง
“อาหารเที่ยงที่สั่งไว้ได้แล้วค่ะท่านประธาน”
“ขอบใจวางไว้ตรงนั้นแหละ” คาร์เตอร์พยักหน้า
ข้าวเ้ามองตามจานสเต๊กตาละห้อยกลืนน้ำลายอึกใหญ่ หวังลึกๆ ว่าเ้านายจอมโหดจะมีน้ำใจสั่งเผื่อลูกน้องตาดำๆ บ้าง
แต่ทว่า...
คาร์เตอร์ลุกขึ้นเดินไปนั่งที่โซฟารับแขกหยิบมีดกับส้อมขึ้นมาหั่นเนื้อชิ้นหนาอย่างใจเย็นเขาจิ้มเนื้อชิ้นพอดีคำที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำซอสเข้าปาก เคี้ยวตุ้ยๆ อย่างมีความสุขโดยไม่สนใจสายตาละห้อยของข้าวเ้าเลยสักนิด
“อืม...เนื้อนุ่มกำลังดี” คาร์เตอร์พึมพำกับตัวเอง (แต่จงใจให้ได้ยิน) “ซอสก็เข้มข้น... เสียดายจังถ้ามีไวน์แดงสักแก้วคงเยี่ยม”
ข้าวเ้ากำหมัดแน่น ‘ไอ้บอสขี้งก! กินคนเดียวไม่แบ่ง ขอให้ติดคอตาย!’
“มองอะไร?” จู่ๆ คาร์เตอร์ก็หันมาถาม พร้อมเลิกคิ้วกวนๆ “อยากกินเหรอ?”
ข้าวเ้าสะดุ้ง “ปะ... เปล่าครับ!ผมไม่หิว!”
จ๊อกกกกกกก!
เสียงท้องเ้ากรรมดันทรยศร้องดังกว่าเดิมราวกับประท้วงคาร์เตอร์ หลุดหัวเราะออกมาในลำคอ หึ หึ... เสียงหัวเราะที่ฟังดูเหมือนปีศาจชัดๆ
“ปากบอกไม่แต่ท้องร้องดังไปถึงหน้าลิฟต์แล้วมั้ง”ชายหนุ่มจิ้มเนื้ออีกชิ้นขึ้นมาแกว่งไปมาตรงหน้า “น่าสงสารจัง...เด็กดื้อที่ทำงานไม่เสร็จ ก็ต้องอดทนต่อไปนะ”
ความอดทนของข้าวเ้าขาดผึงเขาวางแฟ้มเอกสารลงกระแทกโต๊ะ แล้วลุกขึ้นยืน
“ผมจะรีบทำให้เสร็จเดี๋ยวนี้แหละ!”
ด้วยพลังแห่งความหิวและความหมั่นไส้ข้าวเ้าเร่งสปีดการทำงานขึ้นอีกสามเท่าตัวตาหวานกวาดมองตัวเลขปีและตัวอักษรอย่างรวดเร็วมือเรียวคัดแยกแฟ้มโยนซ้ายโยนขวาอย่างแม่นยำ
ผ่านไป 20 นาที
“เสร็จแล้วครับ!”ข้าวเ้าะโลั่น พร้อมปาดเหงื่อที่หน้าผาก “ครบทุกแฟ้มเรียงตามปีและตัวอักษรเป๊ะๆ! ตรวจสอบได้เลย!”
คาร์เตอร์วางส้อมลงเขาเช็ดปากอย่างผู้ดี แล้วเดินกลับมาที่โต๊ะทำงานหยิบแฟ้มสุ่มขึ้นมาเปิดดูสองสามเล่ม สายตาคมกริบกวาดมองผ่านๆ ก่อนจะปิดแฟ้มลง
“อืม... ก็พอใช้ได้”
“งั้นผมไปกินข้าวได้แล้วใช่ไหมครับ?”ข้าวเ้าถามด้วยดวงตาเป็ประกาย
คาร์เตอร์แสยะยิ้มมุมปากเขายกข้อมือดูนาฬิกา “12.45น. ... โรงอาหารพนักงานปิดตอนบ่ายโมง นายเหลือเวลาวิ่งลงไป 15นาที... ถ้าคิดว่าทันก็เชิญ”
“โห่บอส!ลิฟต์ตึกนี้รอนานจะตาย กว่าจะลงไปถึงของก็หมดแล้ว!” ข้าวเ้าโอดครวญหน้ามุ่ยเหมือนเด็กโดนขัดใจ
“งั้น...”คาร์เตอร์เว้นจังหวะ เขาเลื่อนจานสเต๊กที่ยังเหลืออยู่อีกครึ่งจาน(และยังดูน่ากินมาก) มาตรงหน้า “จะกินของเหลือเดนฉันไหมล่ะ? ถ้านายไม่ถือศักดิ์ศรีนะ”
ข้าวเ้ามองจานสเต๊กสลับกับหน้ากวนประสาทของเ้านายศักดิ์ศรีมันกินไม่ได้ แต่เนื้อวากิวนั่นกินได้!
“กินครับ!”ข้าวเ้าตอบทันทีไร้ความลังเล
“หึ... ว่าง่ายดีนี่”คาร์เตอร์หัวเราะเบาๆ แต่ก่อนที่ข้าวเ้าจะทันได้คว้าส้อม คาร์เตอร์กลับดึงจานหลบ
“เดี๋ยว...ใครบอกว่าจะให้กินฟรีๆ” ั์ตาสีสนิมเหล็กพราวระยับอย่างเ้าเล่ห์ “อยากกิน...ก็ต้องป้อนฉันก่อน”
“ห๊ะ!?”
“มีผลไม้อยู่ในตู้เย็นไปปอกมา แล้วป้อนฉัน... ถ้าฉันพอใจ ฉันจะยกสเต๊กจานนี้ให้นาย”
ข้าวเ้ามองหน้าเ้านายอย่างไม่อยากเชื่อหู‘นี่มันโรคจิตชัดๆ! จอมเผด็จการ! จอมวางแผน!’
แต่กลิ่นสเต๊กมันหอมยั่วน้ำลายเหลือเกิน...
“ก็ได้ครับ!”ข้าวเ้ากระแทกเสียง เดินปึงปังไปที่ตู้เย็น
คอยดูเถอะ... จะยัดให้ติดคอเลย!
_______________________________________________