รุ่งเช้าของวันใหม่ได้มีแสงสาดเข้าไปในห้องนอนของเสี่ยงเหม๋ย ในห้องได้มีเงาร่างของคนสองคนนอนกอดกันอยู่ในสภาพเปื้อยเปล่า มู่หลงชิงได้ลืมตาขึ้นมาก่อนที่เขาจะหันไปมองหน้าเสี่ยวเหม๋ยที่อยู่ในอ้อมกอดของเขา ทำให้เขาอดที่จะยิ้มขึ้นมาไม่ได้ การที่เขาสามารถหญิงสาวที่ผู้ชายทุกคนหมายปองได้นั้นทำให้เขารู้สึกมีความสุขมากๆ
เขาค่อยๆพลิกตัวนางให้นอนหงายปกติก่อนที่เขาจะลุกขึ้นไปล้างเนื้อล้างตัวแล้วกลับมาที่เตียงเช่นเดิม แล้วค่อยๆก้มลงไปจูบที่หน้าผากของนางเสี่ยวเหม๋ยรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่หน้าผากของนางจึงค่อยๆลืมตาขึ้นมาก่อนที่จะเห็นรอยยิ้มที่สดใสของมู่หลงชิงอยู่ตรงหน้านาง ทำให้นางมีความสุขและเขินอายอย่างมากในตอนนี้
เสี่ยวเหม๋ยข้าต้องกลับแล้วในตอนนี้ ท่านพ่อและท่านปู่น่าจะรอข้าอยู่ เอาไว้ข้าจะมาเ้าใหม่ ....
ท่านรับปากแล้วนะว่าท่านจะมาหาข้าอีก ท่านห้ามหายไปไหนเด็ดขาด เข้าใจไหม .....
แน่นอนข้ารับปาก ... เขาตอบกลับไปพร้อมกับก้มลงไปจูบที่หน้าผากของนางอีกครั้งนึง ก่อนที่จะค่อยๆลุกขึ้นและเดินออกจากห้องไป เขาในตอนนี้อารมดีเป็อย่างมาก เดินออกมาได้สักพักนึงเขาก็เห็นศาลากลางน้ำของสวนด้านหลังหอกุหลาบแดง ในศาลาตอนนี้ได้มีคนอยู่ 3 คน คือมู่หลงเปียว มู่หลงเปา และ หยางอู่เหม๋ย
เห็นมู่หลงชิงค่อยๆเดินเข้ามาด้วยสีหน้าที่มีความสุขก็ทำให้ทั้ง 3 คนยิ้มออกมาเล็กน้อย
หลงชิงคาระวะ ท่านปู่ ท่านพ่อ และแม่นางหยาง ... เขาได้กล่าวทักทายออกมาก่อนที่จะไปนั่งตรงเก้าอี้ที่ยังว่างอยู่
เป็เช่นไรบ้างหลงชิง เ้าหลับสบายดีหรือไม่ .... มู่หลงเปียวกล่าวถามออกมาด้วยร้อยยิ้มเล็กน้อย ....
ข้าหลับสบายดี แล้วท่านปู่ละหลับสบายดีหรือไม่ .... เขามองหน้าปู่ของเขาก่อนที่จะแอบหัวเราะออกมาเล็กน้อย ...
แน่นอนเมื่อคืนข้าหลับสบายดีเป็อย่างมาก ตื่นมาแล้วยังรู้สึกกระปี้กระเป่าอยู่เลย เขากล่าวตอบออกมาก่อนที่จะเอื้อมมือไปกอดหยางอู่เหม๋ยเข้ามากอดไว้และหัวเราออกมาเสียงดัง หยางอู่เหม๋ยทำเพียงหน้าแดงและยิ้มออกมาเพียงเท่านั้น
บรรยากาศในศาลาตอนนี้เต็มไปด้วยความสุขเป็อย่างมาก ก่อนที่ทั้ง 3 จะขอตัวกลับตะกลู เพราะพวกเขายังมีงานที่จะต้องไปสะสางอีกจำนวนมาก หยางอู่เหม๋ยเดินมาส่งพวกเขาทั้ง 3 คน ก่อนที่จะกลับเข้าไปที่ห้องของนางเพื่อพักผ่อน
ท่านพ่อ ท่านปู่ ข้ามีที่จะต้องไปก่อนที่นึงจึงจะขอแยกตัวออกไปก่อน ...
เช่นนั้นเ้าก็ไปทำธุระของเ้าเถอะ แต่ก็ระวังตัวด้วยก็แล้วกัน เ้าในตอนนี้โดดเด่นเป็อย่างมาก อาจทำให้โดนหมายตาได้ ยังไงก็ดูแลตัวเองด้วย มู่หลงเปียวกล่าวออกมาด้วยความเป็ห่วงหลายชายของเขาก่อนที่จะค่อยๆแยกออกไป
ท่านพ่อปล่อยหลงชิงออกไปคนเดียวเช่นนี้จะดีหรือ ตอนนี้ตะกลูจ้าวจะต้องจ้องเล่นงานเขาอยู่แน่ๆ ข้าว่าข้าตามไปดูแบบเงียบๆดีหรือไม่ ... มู่หลงเปากล่าวออกมาด้วยความเป็กังวลเล็กน้อย
เื่นั้นไม่ต้องห่วงไปหรอก ระดับพลังของเ้ายังต่ำไปจึงไม่สามารถตรวจจับ คนที่กำลังแอบติดตามเรามาได้ .... เขายิ้มออกมาเล็กน้อย
หมายความว่ายังไงที่มีคนแอบติดตามเรามา ... มู่หลงเปาตกตะลึงกับคำตอบของมู่หลงเปียวเล็กน้อย
มีคนแอบติดตามเรามาั้แ่ออกมาจากหอกุหลาบแดงแล้ว เขาปลดปล่อยพลังออกมาเล็กน้อยทำให้ข้าสามารถตรวจพบได้ ความแข็งแกร่งของเขาด้อยกว่าข้าไม่มาก และคนที่ติดตามมานั้นก็ไม่ได้มีเจตนาที่ไม่ดี ถ้าข้าเดาไม่ผิดคนที่แข็งแกร่งเช่นนี้คงมีแต่คนของท่านเ้าเมืองเท่านั้น ท่านเ้าเมืองคงให้ความสำคัญกับหลงชิงจึงได้ส่งคนมาคอยแอบปกป้องเขาอย่างลับๆ นอกจากจ้าวหลงหรือข้าเท่านั้นถึงจะสามารถต่อสู่กับคนลึกลับนั้นได้ นอกจากนี้คงไม่มีคัยพอที่จะปะมือกับเขาแล้วละ
มู่หลงเปาตกตลึงอีกครั้ง เขาไม่คิดว่าเ้าเมืองจะให้คนที่แข็งแกร่งมาคอยปกป้องลูกชายเขาอย่างลับๆ เห็นอย่างนี้เขาก็โล่งใจขึ้นมาอย่างมาก ลูกชายเขาคงจะไม่มีอัตรายใดทำร้ายเขาได้แล้วละ นอกจากผู้ที่แข็งแกร่งระดับต้นๆของเมืองเยี่ยเท่านั้น แต่บุคคลเ่าั้คงไม่ลดตัวลงมาทำร้ายรุ่นเยาว์เพียงคนเดียวอย่างแน่นอน
มู่หลงชิงที่แยกตัวออกมา เขาก็มุ่งตรงไปที่ร้านขายจิตอสูราในทันที ตอนนี้พลังบ่มเพาะของเขามีความสเถียนมากแล้วเขา้าที่จะเพิ่มพลังบ่มเพาะขึ้นไปอีกเพราะฉะนั้นจิตอสูรจึงมีความสำคัญต่อเขาอย่างมาก เขาจะต้องบ่มเพาะให้ไปถึงเขตแดนเปลี่ยนกระดูกระดับสูงสุดหรือก้าวข้ามไปในเขตแดนผลัดเปลี่ยนกายเนื้อให้ได้ก่อนที่จะถึงการทดสอบของสำนักสายลมในอีก 3 เดือนข้างหน้านี้ เพราะถ้าเขาสามารถทำได้ดีเยี่ยมในการทดสอบนี้จะทำให้เขาเข้าไปในสำนักสายลมด้วยความสามารถของเขายิ่งถ้าเขาสามารถผ่านการทดสอบของศิษย์สานในได้ยิ่งดี ผลประโยชน์ที่เขาจะได้รับย่อมมากมายมหาศาลอย่างแน่นอน เพราะไม่เพียงแต่เขาจะได้รับการดูแลอย่างดีเท่านั้น ตะกลูของเขาก็จะได้รับการคุ้มครองจากสำนักสายลมอีกด้วย ขอเพียงเป็ศิษย์สายในได้เท่านั้น
มู่หลงชิงมาถึงร้านจิตอสูราแล้ว เขาเพียงเปิดประตูเข้าไปในร้านก็พบกับเฒ่าแก่หลี่ที่ยืนยิ้มอยู่
ยินดีต้อนรับนายน้อยมู่ ไม่พบท่านตั้งนานไม่คิดว่าว่าท่านจะบ่มเพาะพลังได้รวดเร็วถึงเพียงนี้ ซื่อเสียงของท่าน่นี้ก็โด่งดังเป็อย่างมาก ... เฒ่าแก่หลี่เพียงมองแวบเดียวก็สามารถมองเห็นพลังบ่มเพาะของเขาได้
ขอบคุณเฒ่าแก่หลี่ ท่านกล่าวชมข้าเกินจริงไปแล้ว ....
มิได้ๆนายน้อยมู่ตอนนี้เป็อัจแริยะอันดับต้นๆของเมืองเยี่ยไปแล้วเขาว่ากันว่าในตอนนี้มีเพียง นายน้อยจ้าวหงเยี่ยนของตะกลูจ้าว และคุณหนูเยี่ยเสี่ยวเอ๋อลูกสาวของท่านเ้าเมืองเท่านั้นที่พอจะปะมือกับนายน้อนมู่ได้ ....
จ้าวหงเยี่ยนข้ายังพอที่จะปะมือด้วยได้อยู่แต่กับแม่นางเยี่ยเสี่ยวเอ๋อข้าว่าข้ายังมีพลังไม่เพียงพอที่จะปะมือกับนางได้ ... มู่หลงชิงกล่าวตอบออกมาด้วยความรู้สึกจริงๆของเขา ถ้าเป็จ้าวหงเยี่ยนที่มีพลังฝีมือพอๆกับมู่ซื่อเยี่ยนเขายังพอที่จะต่อสู้ด้วยได้ แต่กับเยี่ยเสี่ยวเอ๋อนั้นคงเป็ไปไม่ได้ในตอนนี้ไม่เพียงแต่นางอยู่ในเขตแดนพลังที่สูงกว่าตนเท่านั้น เคล็ดวิชาที่นางบ่มเพาะก็อยู่ระดับสูงด้วยเช่นกัน ด้วยพลังของเขาในตอนนี้ไปปะมือกับนางก็ไม่ต่างกับเอากิ่งไม้ไปงัดท่อนซุง มีเพียงต้องเลื่อนไปเขตแดนผลัดเปลี่ยนกายเนื้อเท่านั้นจึงจะสามารถต่อกรกับนางได้
เฒ่าแก่หลี่ที่ข้ามาในวันนี้ข้า้าหาซื้อจิตอสูรระดับปราณฟ้าขั้นกลางขึ้นไปจนถึงขั้นสูง มีมากเท่าไหร่ข้าเอาหมด ... มู่หลงชิงไม่รอช้าเขากล่าวถามเข้าประเด็นหลักที่เขามาในทันที
เช่นนั้นนายน้อยมู่โปรดรอสักครู่ วันนี้ได้มีจิตอสูรเข้ามาใหม่พอดีข้าจะไปจัดเตรียมให้กับท่าน ... กล่าวจบเขาก็หายตัวไปจากตรงหน้ามู่หลงชิงในทันที มู่หลงชิงขมวดคิ้วขึ้นมาเล็กน้อย เพราะเขาไม่สามารถััได้เลยในตอนที่เฒ่าแก่หลี่หายตัวไปต่อหน้าเขา เหมือนอยู่ดีๆเขาก็หายไปซะเฉยๆ เฒ่าแก่หลี่ช่างเป็คนที่ลึกลับอย่างมาก ข้าไม่สามารถคาดเดาความแข็งแกร่งของเขาได้จริงๆ มู่หลงชิงคิดในใจ ....
เ้าหนูเ้ากลับมาแล้ว ข้ารอเ้ามานานแล้วทำไมเ้าถึงเพิ่งมา ตกลงเ้าคิดจะช่วยข้าได้หรือยัง ... เสียงที่ผ่านเข้ามาในหูของมู่หลงชิงทำให้เขาถอนหายใจออกมาเล็กน้อย เขารู้ว่าเสียงนี้เป็ของจิตอสูรพยัคทมิฬที่สื่อสารมาหาเขา ก่อนที่เขาจะขึ้นไปที่ชั้นสองแล้วเดินไปใกล้ๆกับลูกแก้วจิตอสูรสีดำขนาดใหญ่ที่มีการป้องกันเอาไว้อย่างแ่า
ข้าไม่ได้คิดที่จะมาช่วยเ้าซะหน่อยที่ข้ามาก็เพียงแค่หาซื้อจิตอสูรทั่วไปเท่านั้น และข้าก็ไม่ได้คิดว่าจะจำเป็อะไรที่จะต้องช่วยเหลือเ้า ช่วยเ้ามาก็ไม่รู้จะเป็เื่ดีหรือเื่ร้ายกันแน่ ...
นี้เ้าหนูข้าคือเทพอสูรพยัคทมิฬผู้ที่เคยเหยียบย่ำไปทั่วทั้งแดนสุขาวดีแล้ว ความแข็งแกร่งของข้าทำให้ผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหลายต้องยอมศิโรราบให้ แต่เ้ากลับคิดว่าข้าไม่มีประโยชน์อะไรเช่นนั้นหรือ เพียงแค่ข้าถ่ายทอดความรู้เล็กๆน้อยๆให้เ้าก็เพียงพอให้เ้ากลายเป็ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดของเผ่าพันธ์เ้าแล้ว
เช่นนั้นหรือ แต่ข้ากลับไม่เคยได้ยินถึงเื่ราวหรือชื่อเสียงของเ้าเลยแม้แต่น้อย ถ้าจะโม้ก็ให่มันน้อยๆหน่อย ... มู่หลงชิงตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเชิงดูถูกเล็กน้อย เขาคิดว่าต้องทำเช่นนี้เท่านั้นถึงจะสามารถดึงเอาความลับของพยัคทมิฬออกมาได้ เพราะมันเป็สัตว์อสูรที่มีความเย่อหยิ่งในตนเองเป็อย่างมาก การที่โดนมนุษย์ดูถูกเช่นนี้มันจะต้องไม่ยอมอย่างแน่นอน
เ้าหนูเ้าไม่เชื่อข้าเช่นนั้นหรือ .... จิตอสูรเทพพยัคทมิฬโกรธเป็อย่างมากที่โดนดูถูกเช่นนี้
แน่นอนข้าจะเชื่อเ้าได้อย่างไร ข้าไม่รู้ที่มาที่ไปของเ้าด้วยซ้ำและยังไม่รู้ด้วยว่าช่วยเหลือเ้าแล้วข้าจะได้รับอะไรตอยแทนจริงๆหรือเปล่า ... พูดง่ายๆก็คือเ้าในตอนนี้ไม่สามารถเชื่อถือได้เลยแม้แต่น้อย .. มู่หลงชิงกล่าวตอบออกมาด้วยน้ำเสียงที่เฉยชาอย่างมาก
ดีๆดีมากๆเ้าหนู ถ้าเช่นนั้นข้าจะถ่ายทอดเคล็ดวิชานึงให้กับเ้าก่อน เพื่อแสดงออกถึงสิ่งที่ข้าสามารถให้กับเ้าได้ พูดจบก็ได้มีเส้นสายความทรงจำสีดำเส้นนึงลอยออกมาจากลูกแก้วจิตอสูรพยัคทมิฬ มันพุ่งทะลุค่ายกลป้องกันออกมา ก่อนที่จะลอยเขาไปในหัวของมู่หลงชิงอย่างรวดเร็วทำให้เขาตั้งตัวไม่ทัน เคล็ดวิชาที่เข้ามาในหัวเขานั้นกะทันหันอย่างมากทำให้เขาปวดหัวขึ้นมาทันทีก่อนที่จะล้มลงไป แล้วหมดสติทันที
แม้ค่ายกลป้องกันจะสามารถป้องกันไม่ให้ผู้บุกรุกเข้าไปเอาจิตอสูรได้แล้วมันยังป้องกันไม่ให้จิตอสูรตนนี้หนีหลุดออกไปได้อีกด้วย แต่ไม่สามารถป้องกันเส้นสายความทรงจำที่ส่งออกมาจากลูกแก้วจิตอสูรได้
หึหึเ้าหนู .. หลังจากนี้เ้าจะต้องมาปลดปล่อยข้าอย่างแน่นอน จิตอสูรพยัคทมิฬมั่นใจเป็อย่างมากว่ามู่หลงชิงจะต้องมาช่วยเขาออกไป เพราะเคล็ดวิชาที่เขามอบให้ไปนั้นเป็เคล็ดวิชาระดับเซียนอย่างนึง ที่มันยอมมอบให้กับมู่หลงชิงง่ายๆก็เพราะมันหวังผลประโยชน์ที่จะตามมาหลังจากนี้นั้นเอง
เฒ่าหลี่ได้กลับมาแล้วแต่ไม่เห็นมู่หลงชิงที่ชั้นแรกเขาจึงรีบไปที่ชั้นสองในทันทีก่อนที่จะเห็นมู่หลงชิงนอนหมดสติอยู่ เขารีบเขาไปตรวจสอบทันทีก่อนที่จะพ่นลมหายใจที่ตรึงเครียดออกมาได้ มู่หลงชิงเพียงสลบไปเท่านั้น ไม่ได้มีอาการใดอีกเลย เขาอุ้มมู่หลงชิงไปนอนที่เก้าอี้รับรองตัวยาวที่ชั้นสอง ก่อนที่จะมองไปที่ลูกแก้วจิตอสูรด้านในสุดอีกครั้ง
จะต้องมีอะไรเกินขึ้นระหว่างจิตอสูรพยัคทมิฬกันนายน้อยมู่อย่างแน่นอน นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นายน้อยมู่ขึ้นมาที่ชั้นสอง แต่ครั้งนี้เขายังหมดสติตรงหน้าแท่นที่เก็บจิตอสูรพยัคทมิฬไว้อีกด้วย เอาไว้เขาฟื้นขึ้นมาเมือไหร่ข้าค่อยสอบถามเขาอีกที ... เฒ่าหลี่คิดเช่นนั้นก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ
.................................................
ณ ตะกลูมู่
มู่หลงเปียวและมู่หลงเปาได้กลับมาถึงตะกลูแล้วก่อนที่จะแยกย้ายกันออกไปทำธุระของตนเอง ....
ท่านผู้นำขอรับ ได้มีจดหมายจากตำหนักเ้าเมืองมาส่งให้นายท่านขอรับ .... บ่าวรับใช้คนนึงได้เข้ามาหามู่หลงเปียวที่ห้องทำงานก่อนจะนำจดหมายมามอบให้แก่เขา มู่หลงเปียวแปลกใจเล็กน้อยก่อนที่จะนำจดหมายมาเปิดอ่าน
ในจดหมายนั้นได้มีบัตรเชิญงานเลี้ยงที่ท่านเ้าเมืองจะจัดขึ้นในสวนส่วนตัวที่ตำหนักเ้าเมืองและหารือเกี่ยวกับการทดสอบของสำนักสายลมด้วย จึงได้ส่งบัตรเชิญไปให้กับตะกลูต่างๆในเมืองเยี่ยและเน้นน้ำให้แต่ละตะกลูนำอัจฉริยะอันดับหนึ่งของตะกลูมาเข้าร่วมด้วย ... เห็นข้อความในจดหมายมู่หลงเปียวก็ไม่ได้คิดอะไรมาก คงเป็เพราะท่านเ้าเมือง้าที่จะเห็นอัจฉริยะรุ่นเยาว์ที่จะทำการทดสอบของสำนักสายลมด้วยตาของตนเองและดูว่ามีคุณสมบัติเพียงพอหรือไม่
หลงชิงกลับมาหรือยัง ... มู่หลงเปียวกล่าวถามบ่าวรับใช้ของเขา
นายน้อยยังไม่กลับมาขอรับ ....
อืม ... ถ้าเขากลับมาแล้วให้มาพบข้าด้วย .....
ปล...
ต้องขอโทษผู้อ่านด้วยที่หายไปหลายวันเนื่องจากติดภารกิจเื่งานอยู่จึงไม่ได้มีเวลามาลงให้ต้องขอโทษมานะที่นี้ด้วย