ปลาที่ซื้อมานั้นเยอะพอสมควร ถึงขนาดต้องใช้แรงชายฉกรรจ์ถึงสามคนยกทีเดียวพอดูๆแล้วมันก็ไม่ได้แพงเลยนะถ้าเทียบกับปริมาณขนาดนี้ เพียงแต่ว่าพ่อค้าที่มาต่อซื้อหน้าเลือดไปหน่อยก็เท่านั้นทั้งๆที่ซื้อไปในราคาที่เป็นธรรมตัวเองก็เอาไปขายต่อได้กำไรอยู่แล้วแท้ๆ
“พี่รองจะทำอาหารแบบไหรหรือขอรับปลาแบบนี้ย่างอร่อยหรือไม่” หมิงลู่รีบเข้ามาวนเวียบนรอบๆชิงเถา
“วันนี้เจ้าได้กินปลาย่างแน่อยู่แล้ว”ชิงเถาพูดเอาใจน้องชาย ตั้งแต่เช้าพวกนางเพียงแวะชิมขนมเท่านั้นไม่ได้กินเป็นชิ้นเป็นอันอะไร แต่ว่าขนมที่นางกินก็อิ่มมากอยู่นะ เพียงแต่มาเห็นวัตถุดิบทำอาหารดีๆแล้วก็เกิดหิวขึ้นมาเสียงั้น
“มีอะไรให้ข้าช่วยไหม”มี่หนิงหยางที่ถูกสองแฝดทิ้งเมื่อพวกเขาพบกับของกินเขาจึงเดินเข้ามาถามชิงเถาเผื่อว่าตัวเองจะได้มีประโยชน์บ้าง
“ไม่มีอ้อ ใช่ๆ ท่านช่วยเอาสิ่งนี้ไปกางให้หน่อยเจ้าค่ะ เดี๋ยวแดดคงแรง”ชิงเถาที่กำลังจะตอบไม่ ก็เปลี่ยนความคิดนางนำร่มขนาดใหญ่ออกมาจากในถุงผ้าห้อยข้างเอวนางร่มของนางมีนาดใหญ่เหมือนร่มที่กางริมทะลในโลกก่อนของนางปกติที่โลกนี้ร่มจะทำด้วยกระดาษและที่จับหรือตัวยึดจะเป็นไม้ แต่ของชิงเถานางสั่งให้ช่างทำพิเศษเป็นโลหะขึ้นมาให้ใช้ได้ดีกับริมทะเลที่มีลมแรงๆ แบบนี้เชียวละนี่เป็นครั้งแรกเลยนะเนี่ยที่นางได้ใช้มัน คุ้มแล้วๆ
“นี่คือ”มี่หนิงหยางที่ไม่เคยเห็นมัน จะบอกว่าไม่เคยเห็นเลยก็คงไมใช่ต้องบอกว่าไม่เคยเห็นอันใหญ่แบบนี้ จึงได้เอ่ยถามชิงเถากลับไปอีกรอบ
“ร่มไงเจ้าคะหรือท่านไม่รู้จัก”
“อืม”เข้าใจตรงกัน มี่หนิงหยางไม่กล้าเอ่ยถามนางอีกรอบ เพียงก้าวถอยจากนางไปอีกสองสามก้าวเพื่อตรวจสอบและใช้งานมันให้ถูกต้องจะไม่ได้ถูกใครหาว่าไม่รู้จักเอาได้อีก
“คุณชายมี่มันก็เหมือนร่มทั่วไปนั่นแหละเจ้าค่ะ เพียงแต่ขนาดอาจจะใหญ่กว่าเท่านั้นและตรงฐานมันก็ใช้เหล็กอีกตัวยืดไว้”ลี่ถิงเดินเข้ามาบอกกับมี่หนิงหยางก่อนจะไปช่วยน้องสาวทำอาหารต่อ
“ร่มใหญ่ขนาดนี้จะถือเดินอย่างไรเนี่ย” มี่หนิงหยางเอ่ยบ่นออกมาแต่ก็เริ่มกางมันตามคำสั่งชิงเถานางให้มาตั้งสี่อันเช่นนั้นทั้งพวกเอ้อฉงและคนติดตามของเขาต้องรีบเข้ามาช่วยกางมันถ้ากางออกหมดพวกเขาทั้งหมดก็คงไม่มีใครถูกแดดเลยหละ
“ถ้าเรามีร่มแบบนี้ไว้ใช้ก็คงดีนะขอรับคุณชาย”ผู้ติดตามของมี่หนิงหยางเอ่ยขึ้นเมื่อกางร่มเสร็จ ถึงแม้มันจะหนักไปเสียหน่อย แต่เมื่อกางเสร็จมันก็บรรจุจนได้สี่ถึงห้าคนเลยทีเดียวแถมยังใช้งานง่ายกว่ากระโจมพักทั่วไปอีกด้วยถ้าอยากให้เป็นส่วนตัวหน่อยก็หาผ้ามาแขวนรอบๆก็พอแล้ว
“นั่นสิสงสัยต้องขอซื้อจากนางเสียแล้ว”มี่หนิงหยางก็พอใจกับสิ่งประดิษฐ์ชิ้นนี้ของชิงเถาเช่นกัน ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้มีความพิเศษหรือต้องลงอักขระอะไรแต่เรื่องการใช้งานของมันก็ดีทีเดียว
“คุณหนูนี่มีหัวคิดดีจริงๆ”ด้านเอ้อฉงก็เอ่ยชมชิงเถากับพี่น้องของเขาเช่นกันซึ่งทุกคนก็พยักๆเห็นด้วยกันทุกคน
หลังจากชิงเถาลงมือทำอาหารเกือบๆจะชั่วยามอาหารก็ถูกนำมาจัดวางไว้ตรงหน้าให้ทุกคนได้ลิ้มรสอาหารทะเลสดๆปรุงออกมาให้ได้รับรสชาติของธรรมชาติมากที่สุด ใครได้กินก็ลืมไม่ลงเลยทีเดียวไหนจะได้ยินเสียงคลื่นซัดเข้าฝั่งเป็นระยะ แม้แต่ร้านอาหารหรูๆยังเทียบไม่ได้เลย คุ้มค่าจริงๆชิงเถานางพอใจกับอาหารมื้อนี้มากๆ ไว้โอกาสหน้านางจะพาพ่อกับแม่มาด้วยดีกว่าสถานที่ดีๆแบบนี้ พวกเขาต้องได้เห็น
“ว่าแต่ปลาที่เหลือเจ้าจะทำอย่างไรกับมันหรืออากาศแบบนี้อีกไม่นานต้องเน่าเสียเป็นแน่”มี่หนิงหยางถามชิงเถาหลังจากกินข้าวร่วมกันเสร็จไปแล้วตอนนี้รอให้อาหารย่อยอีกสักหน่อยก็จะเดินทางต่อแล้วอีกไม่ไกลจากตรงนี้มีหมู่บ้านชาวประมงอยู่ชิงเถาจึงอยากไปดูเผื่อว่าจะได้อาหารทะเลทั้งสดและแห้งกลับไปด้วย
“ข้ามีวิธีเก็บก็แล้วกันเจ้าค่ะ”ชิงเถาตอบปัดไป ความสามารถของนางไม่ได้มีเพียงถุงเพิ่มพื้นที่เท่านั้นนะนางยังสามารถลงอักขระบทใหม่ได้แล้ว มันเป็นบทที่ทำให้พื้นที่นั้นๆคงสภาพดังเช่นตอนเก็บเข้าไปมันสามารถคงทนให้สภาพเดิมได้ถึงหนึ่งปีเลยทีเดียว ชิงเถาเรียกมันว่าถุงคงสภาพนางจะเก็บของในถุงคงสภาพแล้วค่อยนำมันไปเก็บไว้ในถุงเพิ่มพื้นที่อีกทีเพราตอนนี้นางยังทดลองใช้บทเวทอักขระทั้งสองบทลงในของชิ้นเดียวไม่สำเร็จ
“วิธีใดกันบอกไม่ได้หรือ” มี่หนิงหยางยังคงถามนางอย่างเซ้าซี้ นางไม่ยอมบอกดีๆเขาคิดว่านางต้องเก็บความลับอะไรดีๆไว้เป็นแน่
“ไม่ได้เจ้าค่ะมันเป็นความลับทางการค้าของข้า บอกออกไปถูกเลียนแบบแย่ตอนนี้ยังอยู่ในช่วทดลองสินค้า จึงยังให้คนอื่นรู้ไม่ได้”คำตอบของชิงเถาดังชัดเจนถึงเหตุผลของนางแต่เขาไม่ชอบเท่าไหร่กับคำที่นางบอกว่าคนอื่นรู้ไม่ได้ เขาเป็นคนอื่นขนาดนั้นเลยรึ
“ก็ได้ข้าจะรอให้เจ้าทดลองสำเร็จก็แล้วกัน” มี่หนิงหยางบอกกับนางเสียงเบาแล้วเดินหนีนางออกไปอีกทางแทนชิงเถาไม่ได้ตามเขาไปแต่อย่างใดสงสัยเขาจะไปเล่นกับสองแฝดต่อเพราะเด็กทั้งสองก็เดินตามติดเขาไม่ห่าง
วันเดียวกันกับชิงเถากำลังเที่ยวอย่างสนุกสนานข่าวเรื่องของประมุขพรรคเหนือเมฆามาถึงเมืองหลวงตั้งแต่กลางดึกเมื่อคืนโดยนกสื่อสารใครที่พอมีเส้นสายก็รู้เรื่องนี้ก่อนเป็นอันดับแรก พอตอนเข้ามาข่าวนี้จึงแพร่ไปถึงชาวบ้านจากการได้ยินและบอกเล่าต่อๆกันไป
“เป็นไปได้อย่างไรเรียกหนิงหยางมาพบเราเดี๋ยวนี้” ฮ่องเต้ที่อยู่ในห้องทรงอักษรสั่งการไปเขาเป็นอีกคนที่พึ่งรู้เรื่องนี้เมื่อตอนเช้าจนตอนนี้ร้อนรนอยากรู้เรื่องจริงจนนั่งไม่ติดแล้วถ้าไม่ติดว่าก่อนหน้านี้ต้องทรงงานหารือกับเหล่าขุนนางตามปกติเขาคงให้คนไปตามตัวมี่หนิงหยางมาตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว
“เกรงว่า”เฉินกงกงขันทีข้างกายอึกอักไม่รู้จะบอกย่างไร ตามข่าวมี่หนิงหยางอยู่ต่างเมืองคงจะตามกลับมาเจอพระองค์ได้ไม่ง่าย
“ว่าอะไร”
“เอ่อคุณชายมี่ อ่ะเอ่อ องค์ชายใหญ่ไม่ได้อยู่เมืองหลวงพะยะค่ะ” เฉินกงกงยังคงเรียกตำแหน่งของมี่หนิงหยางผิดๆถูกๆด้วยฮ่องเต้ต้องการให้คนเรียกมี่หนิงหยางเช่นนั้น ไม่เช่นนั้นพระองค์อาจพิโรธตอนนี้ยิ่งอารมณ์ไม่คงที่อยู่
“ข้าบอกให้ไปตามเขาจะกลับมาตอนไหนก็ตอนนั้นแหละ” เขาไม่ยอมสั่งการออกไปเช่นเดิมเพียงแต่ไม่ได้กำหนดว่าต้องเจอตอนนี้แต่อย่างไร
“พะยะค่ะ”เฉินกงกเรีบออกไปสั่งการตามที่พระองค์สั่งทันที
“หนิงหยางลูกจะทำอะไรกันนะเฮ่อะ” หลังจากที่ขันทีสูงวัยออกมาไปแล้วพระองค์จึงเอ่ยออกมาเมื่อนึกถึงบุตรชายอีกคนที่พึ่งสั่งให้คนไปตามถึงแม้ว่าเขาจะให้ความรักอีกคนอยู่ไม่ขาดแต่นั่นคนรับก็อาจไม่เข้าใจถึงสิ่งที่เขาสื่อให้มี่หนิงหยางยังมีความดื้นรั้นเหมือนเขาตอนสมัยก่อนไม่มีผิด หรือมีมากกว่าด้วยซ้ำเมื่อเขาตัดสินใจจะทำอะไรก็จะทำไปเลยอย่างไม่ลังเลต่างจากพระองค์ทียังลังเลเรื่องนั้นเรื่องนี้อย่างคิดไม่ตกจนสุดท้ายก็ต้องปล่อยบุตรชายจากอ้อมอกไป
“ฮ่าๆๆๆดี เรื่องดีจริงๆ” ฮองเฮาเมื่อได้ทราบข่าวของมี่หนิงหยางแล้วนางอารมณ์ดีที่สุดในรอบหลายวันนี้เลยทีเดียวหรืออาจจะบอกว่านางดีใจที่สุดยิ่งกว่าตอนที่มี่หนิงหยางถูกส่งไปอยู่นอกวังเมื่อตอนเป็นทารกก็ว่าได้มี่หนิงหยางที่ฮ่องเต้บอกผู้คนว่าเป็นโอรส ตอนนี้เขากลับเป็นประมุขพรรคไปเสียแล้วนางอยู่ในวังหลวงเพียงรับรู้ถึงอำนาจของคนในยุทธภพเท่านั้น จะร้ายดีอย่างไรนางที่อยู่ในวังก็ไม่ได้เดือดร้อนเท่าไหร่แล้วเรื่องที่ทำให้นางดีใจจนเสียงหัวเราะลั่นตำหนักนั้นนะหรือคนในราชวงศ์ไม่อาจยุ่งเกี่ยวเรื่องในยุทธภพอย่างออกนอกหน้าได้อย่างไรล่ะเพียงแค่รู้จักคนพวกนั้นก็ถูกเพ่งเล็งแล้ว นี่เขากลับตั้งตัวเองเป็นถึงประมุข อย่างนี้แล้วเรื่องของวังหลวงเขาไม่อาจมีสิทธิอะไรได้
“ท่านแม่หยุดก่อนเถิดพะยะค่ะ” องค์ชายใหญ่ที่พึ่งถูกเลื่อนเป็นองค์ชายรองได้ไม่นานเอ่ยห้ามผู้เป็นมารดานางอารมณ์ดีก็เป็นเรื่องดีอยู่หรอกแต่เขาฟังเสียงนางแล้วดูน่ากลัวๆอย่างไรก็ไม่รู้
“ข้าจะหัวเราะมันทำไมเจ้านั่นแหละมัวแต่นิ่งเฉย นี่เป็นโอกาสของเราแล้วมี่หนิงหยางมันไม่มีสิทธิใดๆแล้วอย่างไรเสียขุนนางก็ต้องคัดค้านอยู่ดีถ้าหากพ่อเจ้ายังคงยืนยันจะแต่งตั้งมันเป็นรัชทายาทอยู่”ฮ่องเฮาดุบุตรชายในตอนแรกนิดหน่อย แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ยังมีความสุขกับเรื่องของมี่หนิงหยางที่ได้ยินอยู่ดี
“ท่านแม่”เขาได้แต่เอ่ยออกมาอย่างปลงๆ มารดาของเขาหมกหมุ่นกับตำแหน่งนี้ตั้งแต่ยังไม่มีบุตรด้วยซ้ำความใฝ่ฝันของนางไม่ได้หยุดลงแค่เป็นฮองเฮาแต่หากนางจะต้องได้เป็นพระมารดาของรัชทายาทและจะต้องได้เป็นไทเฮาในเวลาต่อไปด้วยนั่นเอง
การท่องเที่ยวเพียงวันเดียวสำหรับพวกชิงเถาคงไม่พอวันต่อมาพวกนางก็ยังคงอยู่เที่ยวต่อทางใต้ของเมืองยังมีที่อีกมากให้พวกเขาได้เที่ยวกันมีหาดทรายอีกหลายที่ที่ว่าสวยงาม พวกเขาต้องลองไปดูอยู่แล้ว
“อยากลองไปเที่ยวเมืองฝั่งตรงข้างทะเลนี้ไหมข้าพาไปได้นะ” มี่หนิงหยางเสนออกมา เมืองอีกฝั่งของอีกแคว้นนั้นพวกเขาพรรคเหนือเมฆาเดินทางไปมาอยู่บ่อยครั้งจึงได้ลองชักชวนออกไปถ้าไม่ใช่ว่ามีเขานั้นการจะเดินทางเข้าไปแคว้นอื่นนั้นต้องใช้เวลาตรวจสอบตัวตนหลายวันทีเดียว
“ไม่หละเจ้าค่ะเที่ยวในแคว้นนี้ก็พอแล้ว ตรงนี้ก็ถือว่าเป็นเขตชายแดนใช่หรือไม่”ชิงเถาส่ายหัวปฏิเสธ
“ใช่แล้วเพียงแต่ว่าห่างจากแผ่นดินนี้ออกไปถ้านั่งเรือก็ประมาณห้าชั่วยามจะมีอยู่เกาะหนึ่งที่เป็นเขตแบ่งของสองแคว้นที่นั่นจะมีคนของจากทั้งสองแคว้นอยู่อาศัยร่วมกันรวมถึงทหารจากทั้งสองแคว้นก็ด้วย” มี่หนิงหยางเล่าให้ฟัง
“นี่นั่นก็คงน่าสนใจมากสินะเจ้าคะพวกเขาสื่อสารกันรู้เรื่องได้เช่นไร” ชิวเถาถามอย่างสนใจ
“ก็พูดเหมือนๆกันนี่หละ”มี่หนิงหยางตอบนาง
“อืมข้าก็ว่าพูดคนละภาษาเสียอีก แล้วที่นั่นเราก็ไปเที่ยวได้สินะเจ้าคะ” ชิงเถาสอบถาม
“ก็ได้อยู่นี่นั่นมีที่พักไว้ให้คนต้องการเดินทางไปมาระหว่างแคว้น ส่วนที่สวยๆไม่ค่อยมีหรอกไม่เป็นป่าทึบก็ถูกแผ้วถางทำการเกษตรจนหมด”
“อืมเป็นเช่นนี้เอง” ชิงเถาตอบรับและเก็บข้อมูลที่ได้ไว้ในหัว
วันต่อมาชิงเถาได้ปรึกษาพี่สาวแล้วสรุปคือจะพากันไปเที่ยวที่เกาะที่ได้พูดคุยกับมี่หนิงหยางมาพวกนางจะไปเที่ยวที่เกาะนั้นเป็นที่สุดท้ายก่อนที่จะเดินทางกลับเมืองหลวงเพราะมาหลายวันแล้วคนที่รออยู่คงเป็นห่วงแย่
“แล้วเราไปที่นั่นเราจะพักที่เกาะกี่วันขอรับ” หมิงลู่เอ่ยถามอย่างตื่นเต้นตอนนี้พวกเขาอยู่ในรถม้ากำลังเดินทางไปยังท่าเรือหลังออกมาจากโรงเตี๊ยมตั้งแต่ตอนเช้า