“ฮ่าฮ่าฮ่า ข้าเองก็ภาวนาอยากให้มี...” ฮอร์ตันพูด
“...ดูเหมือนว่าที่หมู่บ้านของเราจะขาดคนงานอยู่ไม่น้อย” โคโรแทรกขึ้นมาทันที
“ไม่มีเลย...หรือครับ” ไอเดนยังไม่เชื่อ ทั้งสองคนอาจพูดเพื่อให้ไม่รู้สึกกังวลในเื่นี้
เมื่อเห็นสีหน้าแสดงออกมาบ่งบอกให้รู้ ไอเดนที่นั่งฟังอยู่ไม่เชื่อคำพูดของพวกเขา
“โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว เปลี่ยนไปมาก” โคโรพูดพลางเดินหันมองต้นไม้ทีละต้น ผ่านสายตาในทุกจังหวะที่เขาก้าวเดิน
“ใช่ข้าเห็นด้วย” ฮอร์ตันพยักหน้า
“เปลี่ยนไปเช่นไร ข้าก็เห็นว่าไม่มีอะไรเปลี่ยน” โบเวนอยากรู้เช่นกัน จึงหันไปถามกับโคโร
“ปัจจุบันกลุ่มโจร ถ้าไม่เข้าไปสวามิภักดิ์ต่อผู้มีอำนาจ ส่วนมากก็จะเข้าไปอาศัยอยู่ตามอยู่บ้านต่างๆ ใช้ชีวิตเสียภาษีเฉกเช่นสามัญชนทั่วไป” โคโรอธิบาย
“ก่อนที่พวกเ้าจะเกิด โครงสร้างอำนาจโลกได้เปลี่ยนไป จึงปรับตัวให้ทันตามยุคสมัย คิดจะเป็โจรปล้นข้าวปล้นน้ำ จึงไม่คุ้มค่าที่จะออกแรง” ฮอร์ตันช่วยพูดเสริมให้
โคโรเห็นว่ากำลังจะมีการขยับปากถามขึ้นอีก “ไอเดน หมู่บ้านต้นน้ำกับโลกภายนอกแทบจะตัดขาดกัน” เขายักไหล่ขึ้น “ข้าไม่รู้อะไรไปมากกว่านี้แล้ว”
โบเวนไม่เข้าใจในสิ่งที่ผู้ใหญ่ทั้งสองพูด จึงรีบเปลี่ยนเื่หันมาหาคู่กรณีเดิม “นี่ไอเดน” สายตาเป็ประกาย
“มีอะไรจะพูดรึ”
“เ้าก็อยากเป็พรานป่า เหมือนกันกับข้าอย่างนั้นรึ” โบเวนพูดราวกับว่ากำลังหาแนวร่วม
“ไม่อะ ข้าแค่ออกมาเที่ยวเล่น” ไอเดนตอบกลับในทันที โดยไม่มีความลังเลใจแม้แต่วินาทีเดียว
“เช่นนั้นก็น่าเสียดาย เ้าพลาดโอกาสที่จะได้เป็ผู้ติดตามของข้าผู้นี้แล้ว” โบเวนน้ำเสียงยังยียวนเต็มไปด้วยความมั่นใจ
“ข้าก็หวังว่าเ้า จะไม่เปิดโอกาสนั้นนะ” ไอเดนพูดเหมือนตอบส่งๆ ออกไป
“พูดได้ดี! ข้าพร้อมเปิดรับเ้า ให้มาเป็ผู้ติดตามข้าได้เสมอ” โบเวนสายตากลับมาเป็ประกาย
เพียงชั่วครู่ เสียงพูดคุยดังก้องจนส่งไปถึงหูของขบวนด้านหน้าได้สิ้นสุดลง
ไอเดนเพ่งสายตามองไปยังสิ่งที่กำลังเคลื่อนไหว
มือขาวนวลค่อยๆ ยกขึ้นจับผ้าคลุมศีรษะออกช้าๆ กะพริบตาหรี่ๆ เมื่อแสงแดดแทรกสอดผ่านช่องว่างของใบไม้สาดส่องลงมากระทบ เผยให้เห็นั์ตาแดงก่ำ ใบหน้าสะลึมสะลือ ผสมโรงกับแววตาที่งัวเงีย นึกไม่ถึงหญิงสาวที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามจะหลับลึกได้ถึงเพียงนี้ แม้ในสภาพอากาศร้อนแห้งผ่าว ิัััถึงความชื้นในอากาศไม่ได้เลยเช่นนี้
จีเซลร่างกายส่งสัญญาณเตือนให้เธอได้รู้ กำลังโหยหาความชุ่มชื่นจากน้ำมาหล่อเลี้ยง ให้ผิวพรรณกลับมาเปล่งปลั่งอีกครั้ง นิ้วมีอาการสั่นเครือยกขึ้น ชี้ตรงมายังไอเดนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
“นะ_น้ำ_” ปากอันแห้งผากกับเสียงแหบแห้งเปล่งออกมาจากลำคอ
ไอเดนมองมือตนเอง “อ้อ__ครับ” ลากเสียงยาวเล็กน้อย แปลกใจที่มือกำกระบอกน้ำไว้จนลืมตัว ค่อยๆ โน้มตัวไปด้านหน้ายื่นให้จีเซล เธอรีบคว้าอย่างรวดเร็ว
ไอเดนมองจนแววตาล่องลอย กำลังคาดเดากิจวัตรประจำวัน ปกติเธอว่าทำอะไรบ้างในแต่ละวัน หรือคืนที่ผ่านมาเธอทำอะไรอยู่ ถึงหลับลึกได้ ในวันที่อากาศร้อนจนิัแสบร้อนเช่นนี้
บุคลิกของจีเซลถ้ามองจากภายนอก ให้ความรู้สึกกดดันเหมือนเป็คนที่เข้าถึงยากพอสมควร ราวกับว่ามีกำแพงบางอย่างมากั้นขวางไว้ ดวงตาที่นิ่งของเธอเวลามองสิ่งต่างๆ แม้ว่าจะเป็ตอนสะลึมสะลือหรือกระหายน้ำ ทำให้พอคาดเดาได้ ปกติแล้วเธอจะต้องทำอะไรที่ต้องจดจ่อหรือใช้สมาธิสูง และทำแบบนี้มาเป็เวลานานพอสมควรจนเคยตัว เธอจะรู้หรือไม่สายตาที่แสดงออกมา นี่มันบ่งบอกถึงความกดดันดีๆ นี่เอง
“เ้าจะจ้องมองข้า อะไรนักหนา” น้ำเสียงของจีเซลกลับเป็ปกติ แทนที่สีหน้าจะบานสะพรั่งหลังจากดื่มน้ำ แต่กลับมีท่าทีกระอักกระอ่วนใจ เมื่อถูกจ้องมองแทบไม่กะพริบตา
“ไอเดนเ้าคงจะพึ่งเคยเห็นผู้หญิงสวยๆ เป็ครั้งแรกเช่นนั้นรึ ในหมู่บ้านไม่ค่อยมีให้เห็นเสียด้วย ขนาดเ้าเด็กเืร้อนที่อยู่ใกล้ๆ ข้ายังเผลอแอบมอง” โคโรพูดด้วยสีหน้าดูระรื่น
“ข้ามองเมื่อไหร่เล่า” โบเวนปฏิเสธเสียงแข็งในทันที
“คงงั้นแหละครับ” ไอเดนก้มมองกำไลที่ใส่ไว้ตรงข้อมือข้างซ้าย
“คุณจีเซลเื่นั้นข้าต้องขออภัยด้วย” ไอเดนโค้งศีรษะลงเล็กน้อย “ว่าแต่คุณจีเซล คงไม่เผลอดื่มน้ำของข้าจนหมดหรอกนะ” ไอเดนเผยรอยยิ้มราบเรียบ
จีเซลเขย่ากระบอกน้ำ แล้วแสดงท่าทีลนลาน
“คือว่าขะ ข้า...” คำพูดเธอฟังดูตะกุกตะกัก
“…ไอเดนน้ำนั่น เป็ของเ้าตั้งเมื่อไหร่ หือ_” โคโรพูดแทรก
“ขอโทษครับ พอดีข้าถือไว้นานไปหน่อยจนลืมตัว” ไอเดนยิ้มฝืนๆแสดงสีหน้ารู้สึกผิด
“ถ้ายังคอแห้งอยู่” ฮอร์ตันหยิบกระเป๋าใส่น้ำออกมาจากที่เก็บของใต้ที่นั่ง “ข้าเตรียมสำรองมาเยอะ”
“ขอข้าด้วยคน” โบเวนพูด
ราวกับโรคติดต่อ เมื่อมีคนพูดถึงน้ำบ่อยๆ ก็เริ่มกระหายน้ำตามๆกันไป ไม่เว้นแต่โคโรยังหยิบกระบอกน้ำอีกอันยกขึ้นดื่มด้วย
“ขอบคุณค่ะ” จีเซลโน้มตัวยื่นมือไปหยิบกระบอกน้ำจากฮอร์ตัน แล้วเพ่งสายตามองเด็กที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม กำลังมองเธอด้วยรอยยิ้มดูราบเรียบ
“เหตุใดคุณจีเซล ถึงอยากติดตามไปล่าสัตว์กับพวกเราด้วย” ฮอร์ตันเอ่ยถาม
“คุณจีเซลก็อยากเป็พรานป่า เหมือนกันกับข้าอย่างนั้นรึ” โบเวนหูตาตั้งทันทีเมื่อได้ยินคำว่าล่าสัตว์
“ข้าจะออกไปหาสมุนไพรป่าที่มีเฉพาะฤดูนี้” จีเซลพูด
“เื่แค่นี้ไม่เห็นต้องเหนื่อย บอกพวกข้าเสียก็จบ” โคโรพูดเสียงดังพร้อมกับมีสีหน้าที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ
“สมุนไพรอะไรหรือ ถึงได้ออกมาหาเองเช่นนี้” ฮอร์ตันถามด้วยสีหน้าสงสัย
“ดอกกล้วยไม้ไหมรังผึ้ง หญ้าเกล็ดโลหิต...” จีเซลพูดยังไม่ทันจบ
ไอเดนนั่งเอานิ้วเคาะหน้าขาตนเอง “...อีลิกเซอร์พลังกายบ้าคลั่ง” เผลอพูดออกมาราวกับว่ากำลังพูดพึมพำ
“เ้ารู้ได้เช่นไร” จีเซลตาเบิกกว้างขึ้นมาทันที
“ข้าได้ยินมาจากปู่น่ะ”
ไอเดนยิ้มกลบเกลื่อนให้กับการพลั้งปากของตนเอง คิดว่าโยนทุกอย่างให้วิลเลมคงจะไม่มีข้อกังขาใดๆ แต่ความจริง ความรู้ในส่วนผสมของการสกัดอีลิกเซอร์ รู้มาจากในเกมดินแดนแห่งพฤกษาที่เคยเล่น ก่อนจะมาเกิดใหม่ยังโลกแห่งนี้
“หัวหน้าหมู่บ้านอายุปูนนี้ ยังคิดเื่เช่นนี้อยู่อีก” โคโรพูดพร้อมกับรอยยิ้มแฝงไปด้วยเลศนัย
“ข้ารู้มา ถ้านำอีลิกเซอร์พลังกายบ้าคลั่งเพียงหนึ่งหยดผสมกับน้ำหนึ่งแก้ว ไม่ว่าบุรุษหรือสตรีใด ดื่มเข้าไปคงจะเร่าร้อนเป็ม้าศึก ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ฮอร์ตันเสริมอีกแรง จากนั้นทั้งคู่หัวเราะผสานเสียงก้องกังวาน
ปกติแล้ว อีลิกเซอร์พลังกายบ้าคลั่ง หลังดื่มเข้าไปจะออกฤทธิ์กระตุ้นร่างกาย ให้มีพละกำลังเพิ่มขึ้นกว่ายี่สิบเท่าตัว ต่อหนึ่งหลอด และจะดึงเอาพลังงานในร่างกายที่กักเก็บเอาไว้ทั้งหมดมาใช้ในคราเดียว
ผลทางจิตใจ ทำให้รู้สึกไร้ความกลัว คึกคะนอง คิดไวทำไวยับยั้งชั่งใจลำบาก จนขาดความรอบคอบ
ผลทางร่างกาย ทำให้รู้สึกไร้ความเ็ป เืหยุดไหลในทันที เพราะฤทธิ์ของสมุนไพรหญ้าเกล็ดโลหิต
ผลข้างเคียงทางร่างกาย เมื่อหมดฤทธิ์ร่างกายจะขยับไม่ได้อย่างน้อยครึ่งวันตามขนาดที่ได้รับเข้าไป หลังจากขยับตัวได้แล้วจะมีอาการมือสั่นขาสั่น ตัวผอมลงเนื่องจากไขมันได้ถูกเปลี่ยนเป็พลังงาน
ผลข้างเคียงทางจิตใจ หลังหมดฤทธิ์จะเกิดความคิดฟุ้งซ่าน เห็นภาพหลอนหูแว่ว ส่งผลเพียงแค่ระยะสั้น ถ้าใช้ติดต่อกันนานวัน อาจทำให้เกิดภาวะจิตใจไม่มั่นคงได้
ไอเดนผู้มาจากต่างโลกถึงกับนั่งเอามือกุมขมับ เมื่อได้รู้ว่าอีลีกเซอร์สำหรับเพิ่มพลังโจมตีให้ตัวละครเป็เวลา 15 นาทีในเกมออนไลน์ที่เคยเล่น แต่ผู้คนของโลกนี้กลับมีวิธีใช้ที่คาดไม่ถึงอย่างนั้น
ไอเดนเงยหน้าเหลือบมองหญิงสาวที่หน้าแดงก่ำลนลานอย่างเห็นได้ชัด “คุณจีเซลไม่เห็นต้องเขินอายขนาดนั้น พวกเราทุกคนเข้าใจดี” ไอเดนกอดอกพยักหน้าขึ้นลง พูดกว้างๆ ให้จีเซลจินตนาการไปเอง
“ไม่ใช่ซะหน่อย ข้าจะทำอีลิกเซอร์ิญญาจดจ่อต่างหากล่ะ” จีเซลส่งสายตาอันมีแรงกดดันไปยังทุกคนที่อาจเข้าใจผิดไปไกลจนหลบสายตา แม้แต่โบเวนยังรู้สึกเสียวสันหลัง ได้แต่นั่งดื่มน้ำอยู่เงียบๆ
จีเซลยืนประจันหน้ากับไอเดน ใช้มือจับไปที่ไหล่ทั้งสองข้างของเด็กชายยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้
“ว่าแต่ที่พูดว่าเข้าใจ เ้าเข้าใจอะไรหา” เธอพูดพร้อมกับขบฟันแน่น
ไอเดนกลอกลูกตาไปมา ราวกับว่ากับกำลังคิดหาทางรอดไปจากสถานการณ์ตรงหน้า “เข้าใจว่า...”
สายตาทั้งคู่ได้ปะทะกัน
“...คุณจีเซลเป็นักเล่นแร่แปรธาตุใช่หรือไม่ครับ ถึงได้ตามหาสมุนไพรมาสกัดอีลิกเซอร์” ไอเดนเอียงศีรษะยิ้มให้ราวกับเด็กไร้เดียงสา
“เช่นนั้นเ้าก็อย่าเข้าใจไปมากกว่านี้ เข้าใจหรือไม่” จีเซลถอยหลังกลับไปนั่งที่เดิม แล้วกอดอกแสดงท่าทางป้องกันตนเองเต็มที่
ส่วนสามคนที่อยู่วงนอกถอนหายใจอย่างพร้อมเพรียง เมื่อเหตุการณ์ลงเอยด้วยดี ไอเดนยังอยากคุยกับนักเล่นแร่แปรธาตุที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามอีก แต่ดูจากสีหน้าและท่าทางในตอนนี้คงไม่เหมาะเท่าไหร่ จึงอดใจรอให้เธอลดการป้องกันลงเสียก่อน
โบเวนะโลงไปจากที่นั่ง ลงมาเดินเท้าด้วยกันกับโคโร เพียงไม่นานโบเวนชี้นิ้วไปด้านหน้าด้วยสีหน้าใดวงตาเบิกกว้าง
“นั่น! ข้ามองเห็นหมู่บ้านแล้ว” โบเวนมีสีหน้าตื่นตาตื่นใจ เมื่อเห็นหมู่บ้านอื่นเป็ครั้งแรก
ไอเดนนั่งผงกหัวเหมือนคนครึ่งหลับครึ่งตื่น หันขวับกระโจนลงจากเกวียนม้า แต่ยังไม่ลืมคำของโคโรเคยพูดไว้ ตอนที่ดวงอาทิตย์ตกตรงกับปลายยอดไม้ก็จะถึงอีกหมู่บ้าน เพื่อเป็การยืนยัน ไอเดนใช้มือบังแสงแดดอ่อนๆแหงนมอง เห็นดวงอาทิตย์ลอยตรงกับปลายยอดไม้สูงที่อยู่ห่างไกลพอดี
เมื่อเห็นเค้าโครงหมู่บ้านก็ฉุกคิดขึ้นได้ เหมือนลืมอะไรบางอย่างไป ไอเดนจึงเอ่ยถาม “หมู่บ้านข้างหน้าพวกเรา ชื่อว่าอะไรหรือครับ”
“หมู่บ้านนกกู่ร้อง” โคโรตอบ
“ชื่อฟังดูประหลาดชะมัด” โบเวนเดินแกว่งแขนสบายๆ พูดสิ่งที่ผุดขึ้นมาในหัวทันทีเมื่อได้ยินชื่อหมู่บ้าน
“มันมีที่มาของชื่อนี้ ถึงหมู่บ้านเดี๋ยวจะเข้าใจเอง อีกอย่างเมื่อเข้าไปในหมู่บ้านนกกู่ร้อง เ้าจะเห็นได้ทันทีหมู่บ้านนี้ แตกต่างจากหมู่บ้านของเรามาก เสียจนอยากย้ายข้าวย้ายของเข้ามาอาศัย”
คำบอกเล่าของฮอร์ตัน กระตุ้นต่อมความสงสัยใคร่รู้ รู้สึกมีกำลังวังชาขึ้นมา จนอยากวิ่งนำหน้าขบวนไป เพื่อให้จิตใจอันกระวนกระวายนี้ถูกเติมเต็ม แต่ก็หาได้ทำเช่นนั้นไม่ ่เวลานี้ไอเดนรู้สึกถึงสายตาของใครบางคนกำลังจ้องมอง จนเสียวสันหลังลามไปถึงต้นคอ
จีเซลนึกสงสัย ไอเดนรู้ส่วนผสมของอีลิกเซอร์พลังกายบ้าคลั่งได้อย่างไรทั้งๆ ที่เธอพูดส่วนผสมออกมายังไม่ครบถ้วนเลยด้วยซ้ำ
อย่าว่าแต่คนทั่วไปเลย ส่วนผสมของอีลิกเชอร์พลังกายบ้าคลั่ง มีเพียงนักเล่นแร่แปรธาตุระดับกลางขึ้นไปเท่านั้นที่รู้ ระดับมือใหม่ หรือระดับต้น ไม่มีสิทธิ์แตะต้องหรืออ่านความรู้นี้เสียด้วยซ้ำ คนทั่วไปรู้แค่วิธีใช้ แต่ไม่รู้ส่วนผสมและไม่เข้าใจวิธีสกัด
อีกอย่างเท่าที่รู้ วิลเลมไม่มีความรู้ทางด้านสมุนไพร หรือการเล่นแร่แปรธาตุแม้แต่น้อย จะเป็ไปได้อย่างไรที่ไอเดนจะรู้สมุนไพรส่วนผสมของอีลิกเซอร์ดังกล่าวจากปากของวิลเลม
สิ่งนี้ติดอยู่ในใจจีเซลเป็อย่างมาก และเธออยากหาโอกาสพูดคุยเกี่ยวกับเื่นี้เป็การส่วนตัว คาดคั้นหาคำตอบให้ได้ ดูจากท่าทีของไอเดนปะปนกับที่มีเื่ราวก่อนหน้านี้ คงยากเอาการที่จะทำให้เปิดใจคุยด้วยอย่างตรงไปตรงมา
จีเซลในตอนนี้ปักใจเชื่อ ภายในหมู่บ้านต้นน้ำจะต้องมีนักเล่นแร่แปรธาตุคนอื่นนอกจากเธออย่างแน่นอน