อาวุธมนุษย์เกิดใหม่เป็นเจ้าชายขยะ ในโลกที่ตัดสินว่าเวทมนต์คือทุกสิ่ง

    บทที่ 169 ว่าแล้วเชียว

            คาทาริน่าถลึงตามองอีกฝ่ายอย่างเคืองๆ ซึ่งเออร์วินก็ยิ้มโดยที่ยังแบมือยื่นลูกเต๋าให้เธอ สุดท้ายเธอก็คว้าลูกเต๋าไป แต่เธอยังคงจ้องมองเขาอยู่ เออร์วินก็ยังคงยิ้มก่อนจะกลับมานั่งที่ คาทาริน่าใช้สายตามองตามอีกเขาก่อนจะนั่งลงแล้วเริ่มทอยลูกเต๋า

            คาทาริน่าไม่รู้ตัวเลยว่าแบรดได้ใช้สายตาแปลกๆ มองเธอ ซึ่งสาเหตุนั้นก็เป็นเพราะว่าท่าทีของเธอเมื่อกี้ดูเป็นผู้หญิงมากกว่าปกติ

            แบรดตัดสินใจทำเป็นลืมเรื่องที่เห็นเพราะคิดว่ามันคงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรนัก เพราะถึงยังไงเธอก็เป็นผู้หญิงจะแสดงท่าทีเช่นนั้นก็คงไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แต่เขาก็คิดว่าถ้าคนที่มหานครมินาเคนัสได้มาเห็นท่าทีของเธอเมื่อกี้คงจะพากันตกใจไม่น้อย

            คาทาริน่าหลังจากที่ถอดลูกเต๋าก็หยิบตัวใหม่ของเธอเดินตามช่องพี่ทอยได้ เสร็จแล้วเธอก็เงยหน้าจ้องมองเด็กผู้ชายที่มีนัยน์ตาสีแดงเพลิง

            เออร์วินที่รับรู้ได้ถึงสายตาของเธอก็ละสายตาจากบอร์ดเกมบันไดงูขึ้นมามองทั้งที่ยิ้มให้ ก่อนจะรู้สึกได้ถึงสายตาที่มองมาจากอีกคนหนึ่ง พอหันไปมองก็พบเข้ากับสายตาที่เย็นชาของเด็กสาวเผ่ามารหูสัตว์คนนั้น เออร์วินยิ้มให้เธอแล้วถามว่า

            “มีอะไรหรอครับคุณเดซี่”

            เดซี่ไม่ตอบอะไรเขาแต่กลับก้มหน้าให้ความสนใจกับกระดานเกมบันไดงูแทน และไม่รู้ทำไมเออร์วินกลับรู้สึกว่าแบบนี้มันยังน่ากลัวและรู้สึกสยองยิ่งกว่าอีก ถ้าเรเวนอยู่ด้วยก็คงเดาได้ไม่ยากว่าชะตากรรมที่รอเออร์วินอยู่คืออะไร

             

            ภายในค่ายทหารบริเวณที่ฝึกฝนสำหรับอัศวินฝึกหัด

            มีเรียตอนนี้จ้องมองหุ่นฟางตัวที่อยู่ในระยะก็เป็นระยะเท่าเดิม แม้ว่าในใจของเธอจะไม่เชื่อถือในสิ่งที่เจ้าชายบอกเท่าไรนัก และแน่นอนว่าวันนี้ตั้งแต่เช้าเธอก็ฝึกแบบเดิมจนมานาของเธอหมดไป 2 รอบ ตอนนี้เธอกำลังจ้องมองหุ่นฟางตัวนั้นพร้อมกับนึกถึงคำพูดของเจ้าชาย

            ‘ปรับขนาดพายุที่หมุนรอบตัวดาบให้เล็กลงแต่ทำให้มันเร็วขึ้น’

            มีเรียนึกภาพตามก่อนจะพึมพำว่า

            “เฮอะไร้สาระพายุลูกใหญ่ที่พัดไปไม่ถึงแล้วลูกเล็กจะไปพัดถึงได้ยังไง สมแล้วที่ใครต่อใครก็พากันเรียกว่าเจ้าชายขยะ” แม้มีเรียจะพูดอย่างนั้นแต่เธอก็อดมองดาบในมือไม่ได้ ก่อนจะเริ่มสร้างพายุให้ทำการหมุนรอบตัวดาบ เธอมองมันอยู่อย่างนั้นพร้อมกับนึกถึงคำพูดของเจ้าชาย ปัญหาก็เกิดทันทีเมื่อเธอพบว่าเธอไม่รู้วิธีทำให้มันเล็กลง

            ทันทีที่เธอคิดได้เช่นนี้พายุที่หมุนรอบตัวดาบก็สลายหายไป มาลีมองภาพเหล่านั้นแล้วก็ส่ายหน้าพร้อมกับสรุป

            “สุดท้ายก็เป็นแค่เรื่องเหลวไหล” ก่อนจะกลับมาฝึกแบบเดิมต่อซึ่งแน่นอนว่าผลลัพธ์ก็ย่อมต้องเป็นแบบเดิม แต่เมื่อเธอฝึกต่อไปได้อีก 2-3 ครั้งเธอก็กลับมายืนนิ่งจ้องมองดาบในมือเธออีกครั้ง

            พฤติกรรมที่แปลกใหม่ของเธอทำให้อัศวินที่มาดูแลอดมองเธอด้วยความสงสัยไม่ได้

            “มีอะไรหรือเปล่าครับคุณหนูมีเรีย” เขาถามขึ้นแต่กลับได้ยินคำตอบด้วยความไม่พอใจของมีเรียกลับมาว่า

            “ไม่ใช่คุณหนูซะหน่อย”

            อัศวินคนนั้นไม่แปลกใจที่เธอมีท่าทีเช่นนี้ เพราะมีเรียจะไม่พอใจเป็นอย่างมากเมื่อมีคนเรียกเธอเช่นนี้ เธอมักจะพูดอยู่เสมอว่าเธอไม่ใช่คนหนูและเธอเป็นอัศวิน แต่ในสายตาของคนทั่วไปเธอก็ยังคงเป็นคุณหนูอยู่ดี เป็นถึงบุตรีของดยุคกาเลออนที่ควบตำแหน่งอัครเสนาบดีจะไม่ให้เรียกว่าคุณหนูแล้วจะให้เรียกว่าอะไร ซึ่งอัศวินคนนั้นก็ตัดสินใจคล้อยตามเธอโดยการถามว่า

            “แล้วอาจจะไปฝึกหัดมีเรียมีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ”

            แม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่เรียกเธอว่าคุณหนูแล้วแต่ก็ยังสุภาพของเธอ ในใจลึกๆ มีเรียก็ยังรู้สึกไม่พอใจอยู่บ้างแต่ก็ยังถามเขาไปว่า

            “มีวิธีทำให้ลมพายุที่หมุนรอบตัวดาบเล็กลงแต่เร็วขึ้นไหม”

            ทันทีที่ได้ยินคำถามอัศวินคนนั้นก็นิ่งไปทันทีก่อนจะทวนคำถามว่า

            “คุณหนู… เอ่ออัศวินฝึกหัดมีเรียถามว่าอะไรครับสงสัยว่าผมจะฟังผิด”

            มีเรียหน้าแดงเธอรู้ดีว่าเป็นใครที่ได้ยินคนมาถามถามเรื่องแบบนี้ก็เป็นต้องทำหน้างงไปทุกราย แต่เธอก็ยังตัดสินใจถามไปว่า

            “มีวิธีทำให้พายุที่หมุนรอบตัวดาบมีขนาดเล็กลงแต่เร็วขึ้นบ้างไหม”

            อัศวินคนนั้นมองหน้าเธอพร้อมกับทำสายตาพิลึกเขามั่นใจแล้วว่าเขาฟังไม่ผิดจึงทวนคำถาม

            “คุณหนู…” เขารีบยั้งคำพูดเมื่อเห็นสายตาไม่พอใจของมีเรีย “ก่อนจะรีบเปลี่ยนไปอีกว่า “อัศวินฝึกหัดมีเรียอยากจะทำให้พายุหมุนเร็วขึ้นแต่มีขนาดเล็กลง” เขาไม่เข้าใจว่าเด็กคนนี้กำลังทำอะไรทั้งที่ปกติก็เห็นขยันฝึกฝนดี แต่มาวันนี้กลับถามคำถามพิลึกจากเขา ในความคิดของเขาพายุที่หมุนรอบตัวดาบยิ่งใหญ่ก็ยิ่งดีเพราะยิ่งกวาดศัตรูไปได้มาก แต่ถ้าถามว่าเขาเข้าใจเกี่ยวกับเวทย์ลมมากน้อยแค่ไหนคำตอบก็คือเขาไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ เพราะเขาเป็นผู้ใช้เวทย์มนต์ธาตุไฟแม้ว่าจะมีไม่น้อยที่เวทย์ธาตุลมมีคุณสมบัติในการสนับสนุนเวทย์ธาตุไฟ และบารอนเอเดรียนก็เป็นผู้ใช้เวทย์ธาตุลมตัวเขานั้นก็ไม่ค่อยรู้อะไรเกี่ยวกับแวดล้อมเท่าไหร่นัก

            มีเรียที่เห็นอีกฝ่ายนิ่งไปก็คิดว่าคงไม่ได้คำตอบ ขณะที่เธอกำลังตัดสินกลับไปฝึกต่อ ก็ได้ยินเขาร้องเรียกเธอ

            “นี่คุณหนู…” เป็นไอ้ครั้งที่วันนี้เข้าเผลอหลุดปากเรียกอีกฝ่ายว่าคุณหนูและต้องมีกลุ่มปากเมื่อเจอกับสายตาที่ไม่พอใจของเธอ แต่ก็รีบบอกว่า “ทำไมไม่ลองไปปรึกษาท่านแม่ทัพล่ะ”

            มีเรียที่ได้ฟังก็ทำหน้าครุ่นคิดแม้ว่าคำแนะนำของอีกฝ่ายจะสมเหตุสมผล แต่ถ้าเธอทำแบบนั้นก็อาจจะหมายความว่าเธอใช้บารมีของบิดาไปขอคำแนะนำจากอีกฝ่ายซึ่งเธอไม่ชอบที่เป็นแบบนั้น และที่สำคัญมันก็ไม่ได้หมายความว่าคำแนะนำของเจ้าชายจะได้ผลเสียหน่อย แต่เหมือนว่าอัศวินคนนั้นจะรับรู้ถึงเรื่องกุ้มใจของเด็กคนนี้จึงแนะนำเธออีกว่า

            “ว่างๆก็ลองไปช่วยท่านบารอนที่โรงพยาบาลดูสิ”

            มีเรียเงยหน้ามองอีกฝ่ายพร้อมกับทำหน้างุนงง แค่นั้นย่อมรู้จักโรงพยาบาลนั้นดีเพราะเคยได้ยินหลายคนพูดถึงแม้แต่พ่อของเธอเองแล้วด้วย แต่เธอไม่เข้าใจว่าคนอย่างแม่ทัพใหญ่ไปทำอะไรที่นั่น

            “ท่านแม่ทัพใหญ่ไปทำอะไรที่โรงพยาบาลคะ”

            อัศวินคนนั้นก็เกาหัวก่อนจะตอบว่า

            “เรื่องนี้ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันถามใครก็มีแต่คนสงสัย แถมก็ไม่รู้ว่าพักนี้ออกัสกับคุณหนูไลลา…” เขาพูดยังไม่ทันจบมีเรียก็พูดขัด

            “คุณไลลาไม่ใช่คุณหนูซะหน่อยแต่เป็นอัศวินต่างหาก”

            อัศวินคนนั้นก้มหน้ามองเธอก่อนจะพูดสั้นๆ ว่า

            “ครับ”

            แล้วมีเรียก็กลับไปฝึกแบบเดิมเหมือนทุกวันแต่สิ่งที่เออร์วินพูดกลับยังคงวนเวียนอยู่ในหัวเธอ

            ในขณะที่มีเลียก็ยังฝึกต่อไปนั้นลิลลี่ก็ฝึกฝนตามคำแนะนำของเบลน ขณะที่เธอหวดดาบอยู่นั้นก็พูดขึ้นว่า

            “นี่ตาเฒ่าเหมือนว่าเทศกาลอะไรนั่นจะมีของน่าอร่อยๆ ขายด้วยแหละ”

            เบลนที่ได้ฟังก็ยิ้มถ้าพูดถึงเรื่องนิสัยตะกละเขาแทบจะมั่นใจเลยว่าไม่มีใครเกินเด็กคนนี้ แต่ว่านั่นก็เหมือนจะกลายเป็นเสน่ห์และจุดขายของเธอไปซะแล้ว ตั้งแต่พวกทหารหรืออัศวินทั้งหลายต่างก็เหมือนจะหลงเสน่ห์เธอกันหมด ทุกๆ วันจะต้องมีคนไม่น้อยนำขนมหรือของกินมาฝากเธอ และทุกครั้งเธอก็จะกินมันจนหมด

            “หนูนี้ชอบของกินจังเลยนะ”

            ลิลลี่ตอบขณะที่กำลังหวดดาบว่า

            “อื้อ! ชอบมากแต่ไม่เข้าใจว่าทำไมทั้งแม่และลูซี่แล้วก็เดซี่มักจะแอบเอาของกินไปซ่อนไม่ให้หนูรู้ตลอดก็ไม่รู้”

            เบลนก็สามารถเดาได้ทันทีว่าเพราะอะไร ถ้าหากไม่ดูคนนี้ได้รู้เข้าว่าของกินซ่อนอยู่ที่ไหนคงถูกสวาปามจนหมดในพริบตาแน่ หลายครั้งที่เขาเห็นเธอกำลังกินขนมที่คนนำมาให้ซึ่งยังไม่วายยื่นขนมให้ให้เขาด้วยว่าพร้อมกับถามว่า ‘กินไหมตาเฒ่า’ แน่นอนว่าเขาต้องปฏิเสธ แล้วหลังจากนั้นเขาก็จะเห็นเธอสวาปามขนมเหล่านั้นจนหมด ซึ่งเขาก็ได้แต่สงสัยว่าร่างเล็กๆ แบบนั้นเอาไปยัดไว้ตรงไหน

            แต่เรื่องที่ลิลลี่ได้พูดถึงแม่ก็ทำเอาเขารู้สึกสงสัย แม้ว่าเขาจะพอรู้คร่าวๆ ถึงสาเหตุที่พวกเธอได้มาอยู่กับเจ้าชายจากบารอนเอเดรียน แต่ในฐานะที่เด็กผู้หญิงอายุประมาณ 10 ขวบต้องมาห่างอกแม่นั้นจึงอดไม่ได้ที่จะถามว่า

            “แล้วว่าแต่หนูเคยคิดอยากจะกลับบ้านไปหาแม่ไหม”

            ลิลลี่พยักหน้า

            “อื้ออยากกลับไปสิจะไปอวดให้แม่ได้เห็นว่าหนูได้เป็นอัศวินฝึกหัดแล้ว แต่หนูว่ารอให้ได้เป็นอัศวินเต็มตัวค่อยกลับไปอวดจะดีกว่ารับรองได้เลยว่าแม่จะต้องตกใจแน่ แถมก็สัญญากับมีเรียแล้วด้วยว่าหนูจะพาเธอกลับบ้านไปด้วย”

            เบลนที่ได้ฟังก็หันไปมองมีเรียพบว่าเธอกำลังฝึกแบบเดิมเช่นทุกวัน เขาย่อมรู้ว่าเธอเป็นลูกสาวของดยุคกาเลออน เดิมทีเขาก็ไม่ค่อยได้ใส่ใจเธอมากนักจนกระทั่งเขาได้เห็นว่า เด็กผู้หญิงคนนี้มีพรสวรรค์ที่ใช้ได้คนหนึ่ง และที่สำคัญเลยก็คือมีความมุมานะเกินเด็ก

            เช่นเดียวกับคนทั่วไปที่แม้ว่ามีเรียแต่ยังไม่พอใจในสิ่งที่เธอทำได้ในตอนนี้ แต่ในสายตาของเขาด้วยวัยเพียงเท่านี้กลับทำได้ขนาดนี้ก็ชวนให้ตกตะลึงแล้วและโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องความมุ่งมานะที่ไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาล้มเหลวยังไงเด็กผู้หญิงคนนี้ก็ยังฝึกต่อไปทุกวันทุกวันอย่างไม่รู้จักย่อท้อ และเขายังสังเกตได้ว่าเด็กคนนี้มีนิสัยที่เป็นเอกลักษณ์อีกอย่างหนึ่งนั่นก็คือ เกลียดการถูกเรียกว่าคุณหนูหรือก็คือเกลียดการถูกมองว่าใช้บารมีพ่อ

            เบลนหันกลับมาสนใจลิลลี่ซึ่งตอนนี้เขาก็ยิ่งรู้สึกทึ่งในความสามารถของลิลลี่ เพราะยิ่งเขาฝึกเธอเท่าไหร่เขาก็ยิ่งค้นพบว่าร่างกายของเผ่ามารหูสัตว์นั้นเรียกได้ว่าเป็นอะไรที่เหมาะกับดาบใหญ่เป็นอย่างมาก ไม่สิไม่ใช่แค่ดาบใหญ่

            บรรยากาศเป็นเช่นนี้ต่อไปจนกระทั่งคล้อยบ่าย มีเรียที่ตอนนี้ผลาญมานาจนหมดเกลี้ยงกำลังนั่งพักอยู่ ขณะที่เธอกำลังนั่งอยู่นั้นก็หันไปมองการฝึกของลิลลี่ ซึ่งจนตอนนี้เธอก็ยังหาความแตกต่างระหว่างก่อนและหลังที่ใช้แก่คนนั้นจะโผล่มาไม่ได้สักที สำหรับเธอแล้วไม่ว่าจะยังไงมันก็เหมือนเดิมลิลลี่ก็แค่เหวี่ยงดาบไปมาอยู่อย่างนั้น สายตาของเธอก็มองไปที่ชายแก่ที่อยู่ๆ ก็โผล่มาคนนั้น แน่นอนว่าเธอย่อมต้องเคยถามเรื่องของชายแก่คนนี้จากเพื่อนสนิทของเธอ และคำตอบที่ได้กลับเอาทำเอาเธอไปไม่เป็นเมื่อลิลลี่ตอบว่า ไม่รู้เพราะเอาแต่เรียกอีกฝ่ายว่าตาเฒ่า

            ลิลลี่นึกถึงเรื่องนี้แล้วก็ส่ายหน้าช้าๆ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเด็กบ้านนอกไว้ใจคนง่ายหรือเป็นคนไม่ใส่ใจกันแน่ถึงได้ไปเชื่อคำแนะนำจากคนแปลกๆ คนนั้น แน่นอนว่ามีเรียย่อมสังเกตเห็นว่าไลลานั้นดูจะให้เกียรติคนๆ นี้เป็นอย่างมาก เธอจึงได้ลองทำเรื่องของเขาไปถามพ่อและก็ได้คำตอบมาว่า คนๆ นี้มีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นพัสดีเบลน ตอนที่ได้ยินชื่อนี้มีเรียก็สงสัยเพราะเธอก็เหมือนคนอื่นๆ ที่รับรู้ถึงการมีอยู่ของสิ่งที่เรียกว่าคุก แต่เธอไม่รู้ว่าใครกันแน่ที่เป็นผู้ดูแลคุก แต่พ่อเธอถามว่าคนคนนี้มีความสามารถระดับไหน พ่อของเธอก็ตอบมาแค่ว่า ‘น่ากลัวมาก’ เท่านั้น ก่อนจะเปลี่ยนเป็นคะยั้นคะยอให้เธอพาลิลลี่มาเที่ยวบ้าน ซึ่งตั้งแต่ที่พ่อของเธอได้รู้เรื่องที่เธอมีเพื่อนสนิทคือลิลลี่ หลังจากนั้นเขามักจะพูดเรื่องให้พาเธอคนนี้มาเที่ยวบ้านอยู่เสมอ และทุกครั้งเธอก็มักจะบ่ายเบี่ยงทว่าใจจริงแล้วเธอก็อยากจะพาลิลลี่ไปเที่ยวบ้านเหมือนกัน เพียงแต่เธอคนนี้ไม่ได้อยู่ที่บ้านเหมือนคนอื่นน่ะสิแต่กลับอยู่ในปราสาทพระราชวัง แต่เธอก็ไม่รู้ว่าจะต้องไปขอใครถึงจะให้พาลิลลี่มาเที่ยวบ้านเธอได้

            ขณะที่กำลังคิดถึงเรื่องเหล่านี้ก็ได้ยินเสียงเด็กผู้ชายดังขึ้นจากด้านหลัง

            “คุณมีเรียครับผลการฝึกฝนเป็นยังไงบ้างครับ”

            มีเรียหันกลับไปมองก็พบเข้ากับเด็กผู้ชายที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเธอ ผมสีดำครับใบหน้างดงามราวกับงานศิลปะชั้นยอด นัยน์ตาสีแดงเพลิงที่น่าดึงดูด

            ทันทีที่มีเรียเห็นอีกฝ่ายก็รีบลุกขึ้นยืนทาบฝ่ามือกลับอกซ้ายแล้วก็ค้อมกายทำความเคารพ แม้ว่าในใจเธอจะไม่นับถืออีกฝ่ายว่าเป็นเจ้าชายก็ตาม แต่ฐานะเจ้าชายของอีกฝ่ายนั้นก็ไม่ใช่สิ่งที่จะเมินเฉยได้ หลังจากที่ทำความเคารพเสร็จเธอก็เห็นด้านหลังของเขามีสาวใช้ส่วนตัว 3 คนที่แต่งกายทะมัดทะแมงยืนอยู่ด้วย ซึ่งตอนนี้ก็ถือเป็นเรื่องปกติแล้วที่เวลาเขาไปไหนมาไหนมักจะมีพวกเธอ

            เออร์วินยิ้มให้มีเรียก่อนจะถามว่า

            “ผมทำธุระเสร็จพอดีแล้วกำลังจะกลับครับแต่นึกขึ้นได้ว่าเมื่อวานนี้คุณมีเรียได้มาขอคำแนะนำผม ผมกลัวว่าคุณอาจจะติดขัดอะไรหรือเปล่าก็เลยแวะมาดูน่ะครับ”

            มีเรียที่ได้ฟังก็นิ่งทันทีเพราะเธอไม่นึกเลยว่าอีกฝ่ายจะเดาออกว่าเธอติดขัดจริงๆ จนสุดท้ายเธอก็ล้มเลิกไปและกลับมาฝึกแบบเดิม แน่นอนว่าเธอย่อมตอบไปตามมารยาทว่า

            “ก็กำลังฝึกอยู่เพคะ”

            “ถ้าอย่างนั้นผมขอดูหน่อยได้ไหมครับ”

            “คะ?”

            “ผมอยากดูน่ะครับคำแนะนำของผมจะช่วยคุณได้มากแค่ไหน”

            มีเรียนึกด่าในใจว่า ‘ว่างมากนักหรือไงถึงได้มีเวลาขนาดนี้’ แต่ปากกลับตอบว่า

            “คือว่าตอนนี้หม่อมฉันกำลังพักฟื้นจากการใช้มานาจนหมดไหมคะ”

            เออร์วินที่ได้ฟังก็ทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นพร้อมกับตอบว่า

            “ถ้าอย่างนั้นก็ไม่เป็นไรครับผมรอได้”

            “ฮะ?” มีเรียอุทานออกมา แม้เธอจะไม่เคารพเขาในฐานะเจ้าชายแต่เธอก็ไม่นึกเลยว่าเขาจะเป็นคนไม่ถือตัวขนาดนี้ เกี่ยวกับเจ้าชายคนนี้เธอเองก็รู้เรื่องราวเกี่ยวกับเขาน้อยมาก ส่วนใหญ่ก็จะเป็นคำนินทาที่พวกทหารหรืออัศวินพูดกัน ซึ่งก็จะมีแค่สองคนเท่านั้นที่ไม่เคยพูดจาเสียๆ หายๆ หรือนินทาเจ้าชายลับหลังนั่นก็คือออกัสกับไลลา เธอเคยถามเรื่องของเขากับพ่อซึ่งก็ได้คำตอบมาว่าเจ้าชายนั้นเป็นคนที่ใฝ่รู้มากซึ่งมักจะเก็บตัวอยู่ในห้องสมุดเสมอ เพียงแต่พักนี้เหมือนจะชอบออกมาเล่นกับเพื่อน แต่พอเธอถามว่าเป็นเพื่อนแบบไหนเรื่องนี้พ่อเธอเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ซึ่งเธอก็เองก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรนักเพราะในสายตาเธอนั้นมีแค่เจ้าหญิงลิลิธเท่านั้นที่คู่ควรกับการเป็นราชนิกุล

            มีเรียที่กำลังคิดเรื่องเหล่านี้ในหัวก็ได้ยินอีกฝ่ายพูดว่า

            “ว่าแต่คุณมีเรียครับไหนๆ ก็พอจะบอกผมได้ไหมครับว่าผลลัพธ์จากการฝึกฝนตามคำแนะนำของผมเป็นยังไงบ้างครับ”

            มีเรียก้มหน้ามองอีกฝ่ายใจจริงเธออยากจะตอบว่าผลลัพธ์ยอดเยี่ยมให้มันจบๆ ไป แต่ถ้าอีกฝ่ายขอให้เธอทำให้ดูก็จะรู้ทันทีว่าเธอโกหก เธอจึงลังเลก่อนจะตัดสินใจตอบว่า

            “คือว่าหม่อมฉันยังทำไม่ได้เพคะเพราะแค่ลดขนาดพายุที่หมุนรอบตัวดาบมันก็จะอ่อนแรงและสลายไปทันทียิ่งไม่ต้องพูดถึงทำให้มันหมุนเร็วขึ้น”

            เมื่อพูดจบเธอก็รอดูว่าอีกฝ่ายจะพูดว่าอะไร เขาจะด่าทอเธอว่าโง่เง่าหรือไม่ ซึ่งเขากลับเพียงแค่ก้มหน้าและคำพูดที่พูดออกมาก็คือคำว่า

            “เป็นอย่างนั้นเหรอครับว่าแล้วเชียว”

            “คะ?” มีเรียงุนงงไม่เข้าใจว่าเขาพูดเรื่องอะไร


    คล้ายกับเรื่องอาวุธมนุษย์เกิดใหม่เป็นเจ้าชายขยะ ในโลกที่ตัดสินว่าเวทมนต์คือทุกสิ่ง ที่คุณอ่าน

    ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    2.35M 999
    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    5K 89
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    หมื่นภพสยบใต้หล้า 【จบแล้ว】

    หมื่นภพสยบใต้หล้า 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.21M 3107
    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    นิยาย แฟนตาซี
    3.26M 1036
    เทพกระบี่เงาสังหาร

    เทพกระบี่เงาสังหาร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    717K 554
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258