ฉันเป็นป้าของนางเอก

    40. เหนื่อย

    หญิงสาวร่างเล็ก กำลังวิ่งไปตามซอกซอย นางวิ่งหลบกิ่งกีดขวางอย่างคล่องแคล่ว เพราะความสงสัยอันแรงกล้าของนาง ทำให้ไม่นึกเหนื่อยหรือหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย


    หลินลี่ยังสงสัยทุกอย่างเกี่ยวกับป้ารอง สงสัยในที่นี้ไม่ได้หมายความว่า ระแวงหรือไม่ไว้วางใจ แต่นางไม่เข้าใจอันใดตั้งหาก เมื่อพบว่าปริศนานี้ได้ถูกไขออกแล้ว แต่มันกลับเป็นมีความซับซ้อนเพิ่มมาแทน และในบางครั้งนางก็รู้สึกว่าป้ารองเก็บเรื่องเงียบไว้ดีเกินไป หรือตัวป้ารองเองก็ไม่ได้รู้เรื่องของตัวเองดีนัก


    และบุรุษผู้นี้ก็ถือว่าเป็นหนึ่งในส่วนที่น่าจะคลายความสงสัยนางได้ระดับหนึ่ง ไม่ก็แค่หัวขโมยที่ตั้งใจจะขโมยของล้ำค่าไปก็เท่านั้น


    หลินลี่นับว่าด้อยกว่าบุรุษข้างหน้าทุกทางไม่ว่าจะเป็นร่างกาย พละกำลัง หรือเส้นทาง เขาวิ่งไปตามซอกซอยต่าง ๆ หลินลี่ก็วิ่งตามมาอย่างไม่ลดละ และก็พบว่าทางตัน แต่บุรุษผู้นั้นก็หายไปแล้ว


    หญิงสาวนั่งหอบอย่างหมดแรง นอกจากจะตามไม่ทัน นางยังอยู่ห่างจากร้านที่ท่านตากัวบอกไว้ อีกฝั่งหนึ่งของเมือง หลินลี่ไม่รู้ตัวว่าตัวเองอยู่ในที่ห่างไกลจากผู้คน อาจเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นได้ ทั้งพวกอันธพาล นายหน้าค้าทาส นางตีขาตนเองระบายอารมณ์ด้วยความโมโห


    พูดถึงโจโฉ โจโฉก็มา ชายวัยกลางคนหนวดเครารุงรังผู้หนึ่งกำลังตรงมาเข้ามาในซอกที่หญิงสาวอยู่ หลินลี่หัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก นางอยากจะตีตนเองให้สาแก่ใจหลังจากรอดเรื่องนี้ไปได้


    “แม่นางน้อย เหตุใดมาอยู่ที่นี่ผู้เดียว แถวนี้มีแต่อันธพาล รีบกลับบ้านไปเสีย” ชายวัยกลางคนพูดอย่างเป็นห่วง


    “เอ่อ ท่านลุงข้าวิ่งตามหัวขโมยมาเจ้าค่ะ” หลินลี่ตอบอย่างอึ้ง ๆ คนเราตัดสินกันที่ภายนอกไม่ได้จริง ๆ


    “เฮ้ย มันอยู่นั่น” แต่ไม่ทันไรก็มีเสียงดังมาจากข้างหลัง


    เป็นกลุ่มชายฉกรรจ์หน้าตาเหี้ยมโหด หนึ่งในลูกน้องเข้ามาจับชายกลางคนผู้นั้นไว้ “ต้าหวัง แกบังอาจพาพวกมันหนี วันนี้แกก็ต้องตาย”


    “ลูกพี่ ตรงนั้นมีสตรีอยู่ด้วยขอรับ” หลินลี่สะดุ้ง นางอุตส่าห์พยายามทำตัวราวกับอากาศธาตุ


    พวกมันมองมายังนางด้วยสายตาโลมเลีย หญิงสาวอยากจะร้องไห้ นางไม่มีทางสู้พวกมันได้เลย “พี่ชาย ข้าหลงทางน่ะ ข้าขอไม่รบกวนพวกท่าน”


    แต่พวกนั้นกลับขยับปิดทางออกจนหมดสิ้น มันมองหญิงสาวอย่างครุ่นคิดและพูดออกไป “เจ้าเข้ามาในถิ่นของข้าเอง ทั้งหน้าตายังงดงาม คงขายได้ราคาดี”


    หลินลี่พลันส่ายหน้าน้ำตาไหลพราก แผลที่คอนางเพิ่งตกสะเก็ด คราวนี้นางยังจะถูกจับไปขายอีก หญิงสาวพยายามหาทางรอด


    พวกมันตรงเข้ามาจับร่างเล็ก แต่นางยังคงไม่ยอม จึงพยายามต่อสู้แต่พวกมันก็ไม่ได้สะทกสะท้าน จับตัวนางได้อย่างง่ายดาย หญิงสาวพยายามดิ้นอย่างสุดแรง แต่ก็ไม่เป็นผล


    “ปล่อยข้าไปเถอะ เดี๋ยวข้าไปขายของและจะมอบเงินทั้งหมดในท่านเลยปล่อยข้าไปเถอะ” หลินลี่พยายามขอร้องอ้อนวอน


    แต่พวกนั้นกลับได้ใจ หัวเราะดังลั่น “ของในตะกร้าเจ้าจะขายได้เท่าไรกันเชียว แต่ค่าตัวเจ้าราคาดีเชียวละ เจ้าต้องได้เป็นดาวเด่นของหอนางโลมเป็นแน่”


    หลินลี่ไม่คิดขอความเมตตาแล้ว “เหอะ ไอ้หมูสกปรก เจ้าไม่เกรงกลัวกฎหมายเลยรึ มาเที่ยวจับคนกลางวันแสก ๆ เลิกพูดมากเสียที ปากเจ้ามันเหม็นชวนอ้วก แม้แต่ลูกน้องของเจ้า ก็ยังเบือนหน้าหนี ทุกคนต่างคิดเหมือนข้าแต่ไม่มีใครกล้าพูดออกมาให้เจ้าได้ยิน”


    “หุบปาก” ชายหัวหน้ากลุ่มตวาดเสียงดัง เขาโมโหจนหน้าดำคล้ำเครียด “กฎหมายอันใดของเจ้า ในเมื่อนายท่านของข้าใหญ่ที่สุดในเมืองนี้”


    “เจ้านั่นแหละต้องหุบปาก รู้ไหมข้าเป็นใคร ป้าของข้ามีสามีเป็นถึงขุนนางในเมืองหลวง เจ้าเป็นคนพูดออกมาเองว่านายท่านของเจ้าใหญ่ที่สุดในเมืองนี้ ข้าจะให้ลุงเขยมาจัดการพวกเจ้า และตอนนั้นก็ยังไม่สายที่จะพูดเรื่องนี้อีกครั้ง” หลินลี่ยอมทุ่มสุดตัว ไม่ว่าจะอดีตลุงเขย หรือลุงเขยในอนาคตก็ล้วนเป็นขุนนางในเมือง นางแอบขอโทษป้ารองในใจ แต่ตอนนี้นางต้องพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองรอด


    พวกมันตกใจเล็กน้อย เพราะหญิงสาวก็หน้าตางดงาม จิ้มลิ้ม ผิวขาวไม่เหมือนสาวชาวบ้าน แม้ไม่ได้แต่งตัวดั่งคุณหนูในห้องหอ แต่ก็เป็นผ้าเนื้อดี


    พวกเขาไม่ปักใจเชื่อสักทีเดียว ยอมปล่อยตัวหลินลี่ แต่ยังปิดทางออกไว้


    ไม่ไกลนักมีบุรุษสองคนกำลังนั่งดูเหตุการณ์นี้อยู่ด้านบน ชายอีกคนสวมชุดสีดำทั้งตัว ปิดบังใบหน้าไว้เห็นเพียงดวงตาเท่านั้น ส่วนอีกคนเป็นคนที่หลินลี่เรียกเขาว่าเจ้าหัวขโมย


    “นางอ้างว่ามีลุงเขยเป็นขุนนางในเมืองขอรับ” จินเค่อรายงานบุรุษที่นั่งข้าง ๆ ไป


    “ข้าก็ได้ยินแล้ว เหตุใดถึงพานางมาที่นี่” ผู้เป็นนายเอ่ยถาม เขาไม่ได้มีท่าทีไม่พอใจเพียงแต่ต้องการถามเท่านั้น


    จินเค่อต้องการสั่งสอนหัวขโมยนางนี้ ที่กล้าขโมยหยกสำคัญของนายท่าน นางเกือบทำให้เขาต้องถูกลงโทษแล้ว


    “ข้าไม่ได้ตั้งใจให้นางเจอกับพวกอันธพาลขอรับ เพียงแค่ต้องการให้นางรู้สึกกลัวเท่านั้น” จินเค่อตอบ


    “ข้าไม่ชอบวิธีของเจ้า และไม่ต้องการเห็นวิธีนี้อีก หยกข้าไม่ได้ถูกขโมย มันอาจตกในป่าและนางเพียงเก็บมันได้” จินเค่อแปลกใจที่เห็นนายท่านพูดยืดยาวในเรื่องคนอื่น ยกเว้นนายหญิง ครั้งนี้เขารู้ตัวว่าตนเองผิดแล้ว


    ขณะที่กำลังลงไปช่วยหญิงสาวก็มีเสียงดังขึ้นมาก่อน “ปู่ข้าเป็นสหายของอดีตนายอำเภอนะ ไม่ว่าใครก็รู้จัก ตระกูลหลินของเราต้องตามมาจัดการเจ้าแน่”


    พวกมันกลับหัวเราะขึ้นอีก “ตอนแรกข้าก็นึกว่าเผลอไปลูบคมขุนน้ำขุนนางเข้าเสียแล้ว หึ อดีตนายอำเภอ ต่อให้บิดานายอำเภอข้าก็ไม่กลัว ตระกูลหลินของเจ้าข้าก็ไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน”


    จินเค่อกระโดดลงไปช่วยหลินลี่ทันที เขาใช้เวลาไม่ถึงก้านธูปในการจัดการพวกมัน หลินลี่มองชายตรงหน้าอย่างแปลกใจ นางไม่ได้รู้สึกยินดีที่เขามาช่วย แต่นางกลับคิดว่าเขาจงใจมากกว่า ที่จะทำตัวเป็นวีรบุรุษ


    นางไม่เอ่ยอะไรอีก รีบสะพายตะกร้าวิ่งออกไปสุดแรงเกิด นางไม่รู้สึกผิดที่ไม่ได้ขอบคุณเขา แต่รู้สึกผิดที่ไม่ได้ซัดหน้าเจ้าหัวขโมยมากกว่า


    หญิงสาวลับสายตาไปแล้ว แต่ชายชุดดำยังคงไม่ขยับไปไหน ถ้านางเป็นคนตระกูลหลิน นางก็เป็นหลานสาวของหลินเว่ยเว่ยน่ะสิ เพราะไม่มีตระกูลหลินไหนที่ปู่เป็นสหายของอดีตนายอำเภอในเมืองนี้อีกแล้ว ทั้งยังมีลุงเขยเป็นขุนนางในเมืองหลวงด้วย


    ช่างน่าสนใจ…



    หลินลี่กำก้อนตำลึงในมือไว้แน่น นางเดินตัวสั่นเทิ้มมาขึ้นเกวียนวัว นางกลับมาพร้อมตะกร้าเปล่า นั่นหมายความว่านางขายของไปทั้งหมด


    สตรีที่จับกลุ่มคุยกันบนเกวียนเหลือบตามองหญิงสาวที่พึ่งพ้นวัยปักปิ่นนางนี้ ขามาก็ยังปีกกล้าขาแข็ง ขากลับสั่นเป็นลูกนกเชียว พวกนางหัวเราะเยาะหลินลี่อย่างจงใจ


    “เหตุใดถึงตัวสั่นเช่นนี้ล่ะ หลินลี่ขามาเจ้าดูดีกว่านี้นิ หรือว่าได้ยินข่าวลือมาล่ะ” หลินลี่เงยหน้ามองตาขวาง


    พวกนางสะดุ้งเล็กน้อย และพูดขึ้นมาอีก “วันนี้คนในหมู่บ้านต้าสิงที่อยู่หลังภูเขาอีกลูกของหมู่บ้านเรา ไปพบศพคนน่ะสิ”


    “ตายแล้ว เกิดอันใดขึ้น”


    “ชาวบ้านคาดว่าเป็นสัตว์ป่าน่ะ แต่ว่าหลินลี่บ้านพวกเจ้าอยู่ตีนภูเขา ไม่กลัวบ้างรึ ถ้ามันลงมาจัดการพวกเจ้าล่ะ อีกทั้งบ้านเจ้าก็มีแต่สาวเทื้อ กับเด็กขี้โรค” พวกนางถามราวกับเป็นห่วง แต่แค่ต้องการเหน็บแนมเท่านั้น


    หลินลี่กำลังอารมณ์ไม่ดี นางไม่ได้นึกกลัวสัตว์ป่า คนยังน่ากลัวกว่าอีก “สัตว์ป่ามันมักอยู่ร่วมกันได้ ระวังมันจะมารวมตัวในปากเจ้าล่ะ”


    “นี่เจ้า!! ข้าเตือนด้วยความหวังดี” สตรีนางนั้นยังคงไม่ยอม หลินลี่ต้องการความสงบจึงไม่ต่อล้อต่อเถียงกับนางอีก


    หลินลี่ได้แต่กอดตัวเองเงียบ ๆ นางอยากได้อ้อมกอดจากทุกคนที่บ้าน ตอนนี้นางรู้สึกเหนื่อยเหลือเกิน เหนื่อยที่ขยันสร้างปัญหา นางเป็นคนวิ่งเข้าไปหามันเองด้วยซ้ำ

    คล้ายกับเรื่องฉันเป็นป้าของนางเอก ที่คุณอ่าน

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    หมื่นจักรภพสยบราชันย์

    หมื่นจักรภพสยบราชันย์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.77M 4643
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    เจ้าสำราญจอมป่วน [จบ]

    เจ้าสำราญจอมป่วน [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    195K 399
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    มหาพิภพ เทพมังกรสยบราชัน

    มหาพิภพ เทพมังกรสยบราชัน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.40M 2022
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912