[จบ] ย้อนเวลากลับมาป่วนหัวใจนายทหารใหญ่ในยุค 80

    บทที่ 36 โอกาสทางธุรกิจ

    บทที่ 36 โอกาสทางธุรกิจ


    หนิงเฉิงฮุยโทษตัวเองมาตลอดเรื่องที่ทำให้สวีอวี้จูมีปัญหากับครอบครัว


    เขามักจะคิดว่าถ้าไม่ใช่เพราะเขา สวีอวี้จูคงไม่ทะเลาะกับทางบ้านรุนแรงขนาดนั้น จนเกือบจะไม่ได้ติดต่อกันอีก


    เขารู้สึกผิดต่อสวีอวี้จูมาตลอด


    เพราะแบบนั้น หลายปีมานี้หนิงเฉิงฮุยจึงดูแลสวีอวี้จูอย่างดี ทั้งคู่ไม่เคยทะเลาะกันรุนแรงเลย หนิงเฉิงฮุยก็ไม่เคยดุสวีอวี้จู


    หนิงหรานฟังแล้วก็ตกตะลึง


    เธอไม่เคยคิดเลยว่าตากับยายจะมีเรื่องราวแบบนี้ด่วย


    เมื่อรู้ว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับตัวเองบ้าง หนิงหรานก็รู้สึกจุกในอก ทั้งสงสารและซาบซึ้งใจ


    เธอไม่รู้มาก่อนเลยว่า ที่ตากับยายปกป้องแม่และเธอ ต้องแลกมาด้วยอะไรมากมายขนาดนี้


    หนิงหรานหันไปมองประตูที่ปิดอยู่ แววตาเศร้าลงเล็กน้อย


    หนิงเฉิงฮุยเห็นหนิงหรานดูเศร้า จึงตบบ่าเธอเบาๆ แล้วปลอบว่า


     "ไม่เป็นไรหรอก เรื่องพวกนั้นผ่านไปแล้ว ตอนนี้หลานชายยังมาเยี่ยมยาย แสดงว่าทางบ้านก็ยังนึกถึงความสัมพันธ์ในอดีตอยู่บ้าง"


    หนิงหรานพยักหน้าแรงๆ


    แค่ยังนึกถึงความสัมพันธ์ในอดีตเหรอ?


    ชาติที่แล้ว หลังจากสวีอวี้จูเสียชีวิต ครอบครัวของสวีหลินถึงกับยอมทะเลาะกับคนทั้งหมู่บ้านหนิงสุ่ย เพื่อที่จะได้มาเคารพศพตากับยายเป็นครั้งสุดท้าย


    ตอนนั้นหนิงหรานไม่รู้เรื่องราวเบื้องหลัง จึงรู้สึกซาบซึ้งที่ยังมีคนนึกถึงตากับยาย


    ตอนนี้เมื่อรู้ความจริงแล้ว เธอก็ยิ่งรู้สึกสะเทือนใจ


    ครอบครัวของสวีหลินเป็นญาติที่พึ่งพาได้จริงๆ


    ถ้าอย่างนั้น...


    หนิงหรานถามว่า "คุณตา แล้ว...คุณทวดล่ะคะ? สุขภาพท่านยังไม่ดีอยู่ไม่ใช่เหรอคะ?"


    หนิงเฉิงฮุยพยักหน้า "ตาเคยแอบพายายไปเยี่ยมอยู่ครั้งหนึ่ง สุขภาพทวดของหนูน่ะแย่ลงเรื่อยๆ เดินเหินก็ไม่ค่อยสะดวก"

    หนิงหรานครุ่นคิด แล้วพูดขึ้นมาทันทีว่า "ตาคะ วันหลังเราหาโอกาสไปเยี่ยมท่านกันเถอะ เผื่อสุขภาพท่านจะดีขึ้น"


    ในเมื่อครอบครัวนี้มีน้ำใจ ขนาดตอนนั้นไม่ได้ตั้งใจตัดขาดกับยายของเธอจริงๆ ถ้าอย่างนั้นหนี้ที่ยายติดค้าง หนี้ที่แม่ติดค้าง เธอยินดีจะใช้คืนให้ทั้งหมด


    ถึงคุณทวดที่เธอไม่เคยเจอจะอาการหนักจริงๆ เธอก็จะพยายามรักษาท่าน


    หนิงหรานเชื่อว่า ถ้าเธอตั้งใจ คงไม่มีโรคไหนที่เธอรักษาไม่ได้


    ยิ่งไปกว่านั้น เธอยังมีกำไลเงินอยู่ด้วย


    หนิงเฉิงฮุยยิ้มแห้งๆ แล้วพูดว่า "ไว้ค่อยว่ากัน"


    เขาพูดพลางเด็ดผักในมือใส่ตะกร้า


    หนิงหรานก็ไม่ได้คะยั้นคะยอ


    ยังไงเธอก็เป็นแค่เด็ก พูดไปผู้ใหญ่ก็ไม่เชื่ออยู่ดี


    เอาไว้ค่อยหาวิธีก็ได้ พยายามทำให้ความเสียใจของยายหมดไป


    คิดได้ดังนั้น หนิงหรานจึงนวดขมับ แล้วเบนสายตาไปมองรอบๆ ทันใดนั้นเธอก็อึ้งไป


    "เดี๋ยวก่อนค่ะ! ตาคะ ผักในมือนี่ตาเก็บมาจากไหนคะ?"


    หนิงเฉิงฮุยหยุดชะงัก ก้มลงมอง "หมายถึงอันนี้เหรอ?"


    เขายื่นมือที่ถือผักมาให้หนิงหรานดู


    หนิงหรานมองดูอย่างละเอียด ตาเป็นประกายทันทีเมื่อจำได้ว่ามันคือหัวไชเท้า ที่แตกหน่ออ่อนและสดใหม่


    ไชเท้าเป็นหนึ่งในผักป่าที่คนชนบทนิยม


    ใบอ่อน รากสด มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว รสชาติอร่อยมาก สามารถนำไปผัดหรือทำเป็นเครื่องเคียงก็ได้


    มันมักจะขึ้นตามเนินเขาเตี้ยๆ ในป่า จริงๆ แล้วตามคันนาในหมู่บ้านก็มีบ้าง แต่ชาวบ้านรู้ว่ามันกินได้ มักจะเก็บไปหมดแล้ว ไม่ใช่ว่าใครๆ ก็หาเจอได้ง่ายๆ


    ยิ่งไปกว่านั้น หัวไชเท้ายังมีคุณค่าทางโภชนาการสูง อุดมไปด้วยวิตามิน กรดอะมิโนหลายชนิด มีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน


    ที่สำคัญที่สุดคือ หนิงหรานรู้ว่าอีกไม่กี่ปี จะมีคนปลูกขายเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด แต่ตอนนี้ยังไม่มีใครเห็นโอกาสทางธุรกิจนี้


    "นี่... ตาไม่เห็นจำได้ว่าเก็บมาเลย... หรือว่ายายจะเป็นคนเก็บมานะ?" หนิงเฉิงฮุยพูดอย่างงุนงง


    "อาจจะเป็นคุณยายก็ได้ค่ะ" หนิงหรานเสริม


    หนิงเฉิงฮุยคิดตามแล้วก็เห็นด้วย


    ปกติเวลาเขาออกไปข้างนอกกับสวีอวี้จู เขามีหน้าที่เก็บผลไม้ป่าที่อยู่สูง ส่วนสวีอวี้จูจะหาผักป่า พอเขาเก็บผลไม้เสร็จก็มักจะไปช่วยสวีอวี้จู


    แต่โดยทั่วไป เขาไม่ค่อยได้สังเกตว่าเก็บอะไรมาบ้าง สวีอวี้จูบอกให้เขาเก็บอะไรตรงไหน เขาก็เก็บผักตรงนั้น


    "คุณตา เดี๋ยวเราถามคุณยายกันนะคะว่าเก็บมาจากไหน แล้วเราเอาตะกร้าไปเก็บมาเยอะๆ เลยดีไหมคะ?" หนิงหรานถามด้วยตาเป็นประกาย


    หนิงเฉิงฮุยมองแล้วถามอย่างสงสัย "แต่ผักแบบนี้มันไม่อิ่มท้องนะ ผักแบบที่ตาถืออยู่เนี่ยถึงจะอิ่ม"


    พูดจบเขาก็หยิบผักอีกกำมือหนึ่งให้หนิงหรานดู


    หนิงหรานหัวเราะออกมาทันที กะพริบตาแล้วพูดว่า "ใครบอกว่าต้องอิ่มล่ะคะ? แค่อยากได้ของสดใหม่เฉยๆ"


    เธอเรียนแพทย์ ความรู้ทางการแพทย์แทบไม่มีใครเทียบได้ แน่นอนว่าเธอย่อมรู้ว่าผักชนิดนี้ถึงจะดี แต่ก็ไม่ควรกินมากเกินไปในหนึ่งวัน


    แต่เธอก็ไม่ได้บอกว่าจะกินมันทุกวันนี่นา!


    เธอต้องการคว้าโอกาสทางธุรกิจนี้ นำหัวไชเท้ากับผักพวกนี้ไปขายที่ตัวเมือง วันละเที่ยว คนเมืองซื้อครั้งหนึ่งก็แค่อยากลองของแปลกใหม่ คงไม่ซื้อเยอะหรอก


    แต่เธอสามารถใช้โอกาสนี้หาเงินได้

    ตอนนี้สิ่งที่หนิงหรานกังวลที่สุดคือ จะทำยังไงให้หาเงินได้อย่างแนบเนียน หารายได้ให้หนิงเฉิงฮุยและสวีอวี้จูโดยที่พวกเขาไม่สงสัยที่มาของเงิน


    ถึงการขายผักสดใหม่จะทำได้ไม่นาน แต่มันก็เป็นงานที่ทำเงินได้


    หนิงหรานจึงอธิบายว่า "คุณตา เราหาที่ที่มันขึ้นเยอะๆ แล้วเก็บไปขายที่ตลาด ไม่จำเป็นต้องกินเองก็ได้ค่ะ"


    "ผักแบบนี้หมู่บ้านไหนๆ ก็มี จะเอาไปขายได้เหรอ?..." หนิงเฉิงฮุยมองหนิงหรานอย่างลังเล


    ตอนนี้นโยบายปฏิรูปเปิดประเทศเพิ่งเริ่มต้นได้ไม่นาน ชาวบ้านในหมู่บ้านที่ห่างไกลยังไม่มีความคิดทางธุรกิจเท่าไหร่


    ผักแบบนี้หาได้ทั่วไปตามชนบท ใครๆ ก็เก็บมากินเอง ไม่เคยคิดว่าจะเอาไปขายได้


    หนิงหรานหยิบยอดอ่อนยาวประมาณสิบเซนติเมตรมายื่นให้หนิงเฉิงฮุยดู


     "ขายได้สิคะ ในหมู่บ้านมี แต่ก็ไม่เยอะ ไม่ใช่ว่าทุกบ้านจะหาได้ และเราจะเอาไปขายที่เมือง ในเมืองไม่มีผักแบบนี้หรอกค่ะ เขาคงไม่มาเก็บผักในหมู่บ้านหรอก ตาดูสิ เราเด็ดยอดให้ยาวเท่าๆ กัน แล้วมัดรวมกันด้วยเชือกฟาง มัดละหนึ่งจิน ขายสามเหมา คุณตาว่าจะขายได้ไหมคะ?"


    ตอนนี้ผักที่คนในเมืองหาซื้อได้มีไม่กี่ชนิด ผักป่าแบบที่หนิงหรานถืออยู่นี่แทบจะไม่มีเลย


    หนิงหรานมั่นใจมาก


    ผักหนึ่งจินสามเหมา หนิงเฉิงฮุยคิดว่าแพง ถ้าเป็นเขา เขาคงไม่ซื้อ


    เห็นเขาไม่เชื่อ หนิงหรานจึงลงมือเก็บผักยอดอ่อน เด็ดยาวเท่าๆ กัน แล้วจัดให้เป็นระเบียบ

    หนิงเฉิงฮุยเห็นแล้วก็รู้สึกว่าดูดีทีเดียว


    ผักสดๆ สีเขียวสวย แค่มองก็รู้สึกสดชื่น


    หนิงเฉิงฮุยที่ไม่ได้กินผักแบบนี้มานานถึงกับอดกลืนน้ำลายไม่ได้


    "หรือว่าเราขายมัดละหนึ่งเหมาดี?"


    หนิงหรานหัวเราะออกมา หนึ่งเหมาเนี่ยนะคะ?


    "คุณตาคิดว่านี่เป็นการค้าที่ไม่มีต้นทุนหรือไงคะ?"


    หนิงเฉิงฮุยมองเธอ "ไม่ใช่เหรอ? เราก็ไม่ได้ปลูกเองนี่"


    หนิงหรานถอนหายใจแล้วส่ายหัว "มีต้นทุนสิคะ! เราต้องไปเก็บ ต้องมัด ต้องเดินขึ้นลงเขา ต้องแบกไปขายที่เมือง ทั้งหมดนี่ล้วนเป็นต้นทุนค่ะ มัดละสามเหมา ไม่แพงหรอกค่ะ คุณตาเชื่อหนูเถอะ"


    หนิงเฉิงฮุยมองตาโตๆ ของหนิงหรานอย่างจนใจ แล้วพยักหน้า


    "ก็ได้"


    เขารู้ว่าหลานสาวตัวน้อยตอนนี้มีความคิดเป็นของตัวเองแล้ว


    แบบนี้ดูมีชีวิตชีวากว่าเมื่อก่อน หนิงเฉิงฮุยก็ดีใจที่ได้เห็น


    ยังไงงานนี้ก็ไม่หนักหนาอะไร ถ้าหลานสาวชอบเขาก็พอใจแล้ว


    หนิงหรานยิ้มออกมาทันที


    แต่เธอก็รู้ว่าหนิงเฉิงฮุยคงยังไม่เชื่อ


    ไม่เป็นไร พอทำจริงๆ แล้ว เธอจะพิสูจน์ให้เขาดูเอง


    คล้ายกับเรื่อง[จบ] ย้อนเวลากลับมาป่วนหัวใจนายทหารใหญ่ในยุค 80 ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808