ตอนที่ 37
ช่วยเหลือหญิงสาวลึกลับ
ไป๋เหอมองดูพวกเขาที่กำลังถกเถียงกันและมองดูสตรีที่กำลังจะหลบหนีแม้จะบาดเจ็บอยู่ไม่น้อยแต่นางยังคงคิดจะหนีให้ได้ ชายหนุ่มเห็นเช่นนั้นก็อดสงสารไม่ได้
“พวกเรารีบจับนางกลับไปดีกว่า”
พอพูดเสร็จก็พากันบินลงมายังแม่น้ำเบื้องล่างมายังร่างสตรีกำลังพยุงร่างอันบาดเจ็บพาตนเองหลบหนี
“เจ้าอย่าคิดหนีเลยตอนนี้เจ้าเสียเปรียบพวกข้านักกลับไปกับพวกข้าดีดีเถิดอย่าให้ต้องใช้กำลังมากกว่านี้เลย” ชายที่ชื่อซูเหินวิ่งไปดักหน้าหญิงสาวกล่าวขึ้นด้วยสีหน้าเยาะเย้ยมีแววตาเหี้ยมเกรียมจ้องมองร่างอ่อนแรงนั้นที่ช่างอดทนเสียจริง
“ต่อให้ข้าตายอยู่ที่นี่ข้าก็ไม่กลับไปกับพวกเจ้าอย่าได้คิดว่าจะจับตัวข้าไปได้คนอย่างพวกเจ้าไม่ตายดีแน่” นางที่ใบหน้าขาวซีดร่างกายได้รับบาดเจ็บยังคงกัดฟันตอบแม้จะชิงชังเคียดแค้นพวกนี้แค่ไหนนางไม่มีวันยอมแพ้จ้องเขม็งไปยังพวกนั้นหมายจะเอาชีวิตพวกมันให้ได้ถ้ามีโอกาส
“โธ่คุณหนูอี้เฟยท่านอย่าได้คิดจะหนีอีกเลยตอนนี้พลังของท่านไม่อาจจะหนีได้กลับไปกับพวกเราเถอะอย่าให้ต้องใช้กำลังบังคับขู่เข็ญกันเลย”
ชายอีกคนที่ชื่อสวีจั้งใบหน้าอยู่ในช่วงวัยกลางคนกล่าวขึ้น เขาเป็นลูกน้องบิดาของนางแต่เพราะผลประโยชน์ที่ได้จากอีกฝ่ายมากกว่าทำให้เขาคิดแปรพักตร์แม้จะอยู่กับบิดาของนางมาเนิ่นนานแต่เมื่อมีคนเสนอทางที่ดีกว่าย่อมที่จะเปลี่ยนไปใครจะหาว่าเขาเป็นคนเนรคุณคนเขาหาได้สนเพื่อความยิ่งใหญ่ของเขาย่อมที่จะทำอะไรก็ได้เพื่ออนาคตของตนเอง
“คนอย่างเจ้าคิดทรยศหักหลังกล้าทำได้กับผู้มีพระคุณที่ปลุกปั้นเจ้ามาเจ้ามันสมควรตายอย่างยิ่ง หากข้าหนีออกไปได้ข้าจะฆ่าเจ้าด้วยมือของข้าเอง” นางกัดฟันกล่าวออกมาอย่างแค้นเคืองเพราะพวกมันถึงทำให้นางต้องเป็นเช่นนี้อยู่ในสภาพที่ไม่ต่างอะไรกับมดตัวหนึ่ง
“โธ่คุณหนูอี้เฟยท่านอย่าพูดจาเช่นนั้นเลย ข้าก็เป็นคนเช่นนี้มาตั้งนานแล้วเพียงแต่ท่านไม่เคยได้เห็นมุมหนึ่งที่ข้าเป็นแค่เท่านั้นอย่าได้มาโทษข้าเลยแล้วอีกอย่างท่านคิดเหรอว่าท่านจะสามารถหนีจากที่ตรงนี้ได้ใครจะช่วยท่าน”
สวี่จั้งกล่าวขึ้นมาอีกแม้นางจะงดงามเพียงใดและเขารับใช้บิดาของนางมานานแค่ไหนก็ไม่อาจจะเมตตาปล่อยนางไปได้เพราะหากเขาสามารถจับตัวนางไปให้นายท่านได้เขาก็จะมีผลประโยชน์เพิ่มขึ้นอีก มีสิ่งหอมหวานรออยู่เช่นนี้เขาจะไม่ทำเชียวเหรอ
“ข้าจะฆ่าเจ้า”
สตรีใบหน้าซีดเผือดดูไร้เรี่ยวแรงแววตากำลังบ่งบอกถึงความโกรธแค้นอย่างมาก แม้จะเป็นเช่นนั้นแต่ความงดงามของนางไม่ได้ลดละเลยแม้แต่น้อยนางเกิดเป็นบุตรสาวตระกูลใหญ่สูงส่งแห่งหนึ่งมีน้องชายคนหนึ่งเหตุที่นางโดนไล่ล่าเช่นนี้ก็เพราะมีคนต้องการอำนาจของนางที่ถืออยู่และต้องการครอบครองนางจึงคิดใช้วิธีสกปรกในขณะที่นางกำลังไร้ที่พึ่งพิง นางพลาดท่าให้กับคนสนิทของบิดาที่นางเชื่อใจที่สุดไม่คิดว่าเขาจะทรยศครอบครัวของนางไปเข้าร่วมกับศัตรูจึงทำให้นางต้องเป็นเช่นนี้
หากนางฉุกคิดว่าจะมีอันตรายสักนิดนางก็คงไม่เป็นเช่นนี้ทั้งที่ชั้นพลังของนางสูงกว่าพวกนี้แต่กลับพ่ายแพ้เพราะเชื่อใจ นางเสียใจยิ่งนักที่ต้องมาจบชีวิตลงนางยอมตายดีกว่าต้องไปตกอยู่กับศัตรูให้มันข่มเหงนางไม่อาจยอมรับได้
“พวกเราจับนางกลับไปเร็วเถอะอย่าเสียเวลากว่านี้เลย” หลิงเฮ่อกล่าวขึ้นอย่างนึกเสียดายหากกลับไปแล้ว ตัวเขาจะจ้องมองนางเช่นนี้ไม่ได้อีก หากเขาแข็งแกร่งกว่าที่เป็นอยู่ใครหน้าไหนก็ไม่อาจพานางจากเขาไปได้แต่ตอนนี้ความแข็งแกร่งของเขามีไม่มากพอจึงเลือกทรยศบิดาของนางหากเขาไม่ทำเช่นนี้ชีวิตก็คงไม่แข็งแกร่ง
ในขณะที่พวกมันกำลังจะเข้าไปจับตัวนาง หญิงสาวที่ไม่มีทางจะหนีรอดแล้วไหน ๆก็มาถึงขั้นนี้แล้วนางไม่ยอมถูกจับไปแน่นางจึงคิดใช้วิชาอัสนีเพลิงที่พอจะเค้นพลังออกมาได้ในส่วนหนึ่งด้วยกระบี่เดียวดายที่อยู่ในมือเพียงยื่นกระบี่ชี้ขึ้นไปบนฟ้าก็เกิดแสงวาบคล้ายกับฟ้าผ่าเสียงดังสนั่นทั่วผืนฟ้าราวกับว่าที่นางยืนอยู่ฟ้าจะถล่มลงมาทำลายทุกสิ่งให้ราบคาบ
พวกนั้นตกตะลึงไม่คิดเลยว่าหญิงสาวจะเค้นพลังเฮือกสุดท้ายออกมาหากนางทำเช่นนี้ก็จะส่งผลกระทบกับอวัยวะภายในได้นี่นางช่างใจกล้าเสียจริง ๆ ที่จะยอมทำลายตนเองไปด้วย
เปรี้ยง!!
เสียงฟ้าผ่าดังสนั่นเกิดแสงสว่างจ้าทั่วบริเวณนั้นพลังอัสนีเพลิงพวยพุ่งไปยังร่างบุรุษทั้งสามที่ยืนอ้าปากค้างตกตะลึงพวกเขาต้องรีบหลบกันไปคนละทิศคนละทางด้วยพลังที่นางใช้คู่กับกระบี่นั้นมันทรงพลังถึงกับตายได้หากโดนมันเข้าพวกเขาไม่คิดว่านางจะกล้าใช้นั่นหมายถึงชีวิต
ไป๋เหอใช้จังหวะนี้ที่ต่างคนต่างไม่สนใจเหาะเข้าไปหาร่างสตรีนางนั้นที่กำลังเซล้มหมดแรงเมื่อใช้พลังเฮือกสุดท้ายออกมาแล้ว ด้วยความเร็วบวกกับชุดคลุมที่เขาสวมใส่ทำให้เข้าประชิดร่างนางมาคว้าไว้ทันและพาเหาะหลบหนีให้เร็วที่สุด
“เฮ้ยนั่นใครกันกำลังพานางหนี ตามไปเร็วเข้า” สวี่จั้งคำรามออกมาอย่างไม่พอใจราวกับว่ามันกำลังถูกแย่งเหยื่อไปต่อหน้าตอนทีเผลอทำให้มันโกรธอย่างมากมีจิตคิดสังหารชายผู้นี้ที่บังอาจทำเช่นนี้กับพวกตนช่างหาที่ตายนัก
ดวงตาที่อ่อนล้าของอี้เฟยจ้องมองบุรุษแปลกหน้าที่เข้ามาช่วยเหลือนางถึงกับรู้สึกดีใจแต่พอสัมผัสได้ถึงพลังของเขาเท่านั้นนางถึงกับหน้าเสียเพราะเขาอยู่แค่ชั้นพลังรวมลมปราณขั้นที่5 เท่านั้น พลังอันต่ำต้อยแค่นี้เหตุใดถึงต้องยื่นมือเข้าช่วยเหลือนั่นมันอันตรายถึงชีวิตเชียวนะ
“เจ้าทิ้งข้าไว้ที่นี่เถอะด้วยพลังของเจ้าอันน้อยนิดไม่สามารถพาข้าหลบหนีไปได้จะเป็นตัวถ่วงของเจ้าที่จะเอาชีวิตมาทิ้งพร้อมกับข้ารีบหนีไปคนเดียวอย่าให้ข้าเป็นตัวถ่วงเลยและขอบใจเจ้ามากที่กล้ายื่นมือเข้ามาอย่างไม่คิดกลัว”
นางเค้นเสียงออกมาอย่างยากลำบากไม่ต้องการให้ชายผู้นี้มีจุดจบเช่นเดียวกับตนเพราะเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเขาแม้จะรู้สึกตื้นตันใจที่เขาได้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือแต่มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ มันหมายถึงชีวิตที่จะเอามาทิ้งเสียเปล่า
“หุบปากไปซะถ้าหากอยากเอาชีวิตรอดกลับไปแก้แค้น”
ไป๋เหอไม่ต้องการให้นางขัดสมาธิจึงได้กล่าววาจารุนแรงเช่นนั้น
นางถึงกับหน้าถอดสีไม่เคยมีใครกล่าววาจาเช่นนี้กับนางมีแต่คนก้มหัวให้เกียรตินางอย่างคิดกลัวแต่บุรุษที่กำลังอุ้มนางอยู่กลับกล่าววาจาเช่นนี้หากนางยังปกติชายผู้นี้คงโดนนางซัดทำลายไปแล้ว แม้จะรู้สึกขุ่นเคืองนิด ๆแต่ด้วยความเหนื่อยล้าร่างกายที่บอบช้ำพิษที่กำเริบหนักทำให้นางไม่มีแม้แต่คำใดหลุดออกมาจากปาก
ไป๋เหอเอี้ยวตัวไปมองคนที่กำลังตามเขามาติดๆ ดูท่าแล้วคงจะหลบไม่พ้น ชายหนุ่มหยุดอยู่กลางอากาศเรียกกระบี่โหยหาออกมาจากนั้นเค้นพลังลมปราณในจุดตันเถียนออกมาเป็นจำนวนมากถ่ายโอนพลังไปยังกระบี่ก่อนจะวาดแขนปล่อยพลังไปยังร่างชาย3 คนทันที
พลังของกระบี่อันคมกริบแหวกว่ายกลางอากาศพุ่งโจมตีด้วยความรุนแรงไปยังร่างชาย3 คนที่ตามมาติด ๆ ด้วยความรวดเร็ว พลังที่ถูกปล่อยออกมารุนแรงมากมวลอากาศเกิดเป็นระลอกคลื่นขนาดยักษ์เข้าหมายฟาดฟันชายทั้ง3 ให้ถึงแก่ความตาย
ชายทั้ง3 คนถึงกับหยุดชะงักเบิกตากว้างถึงภัยอันตรายมาเยือนอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว พวกเขามองหน้ากันก่อนจะร่วมมือช่วยกันประสานพลังนั้นไว้โดยการสร้างพลังเกราะกำบังเค้นพลังลมปราณทั้งหมดที่มีต้านไว้ พลังที่วิ่งเข้ามาด้วยความเร็วนั้นทรงพลังนักพวกเขาถึงกับอึดอัดแทบหายใจไม่ออก
“พวกเราต้องช่วยกันตั้งรับมันไว้ให้ได้” สวีจั้งกล่าวออกมาด้วยใบหน้าขาวซีดพลังที่ถูกปล่อยออกมานั้นรุนแรงทรงพลังที่น่ากลัวทำให้พวกเขาเหมือนโดนพลังนั้นกดทับลงไปใบหน้าบิดเบี้ยวยามปะทะเข้ากับพลังรุนแรงนั้น
“ข้ารู้สึกรับพลังไม่ไหวทำไมมันรุนแรงเช่นนี้” หลิงเฮ่อกล่าวออกมารับรู้ถึงอวัยวะภายในได้รับความเสียหายอย่างหนัก
เมื่อพลังที่มีอนุภาพทำล้ายล้างรุนแรงโจมตีชายทั้งสามด้วยเกราะกำแพงอาวุธอยู่ในระดับต่ำกว่าทำให้เกราะที่สร้างกั้นพลังไว้เกิดปริแตกและเข้าปะทะร่างทั้งสามพร้อมกันถึงกับทำให้พวกเขากระเด็นตกไปนอนลงที่พื้นได้รับบาดเจ็บสาหัสกันถ้วนหน้า
“อะไรกันชายผู้นั้นเห็นชัดๆ ว่าอยู่ในชั้นรวมลมปราณขั้นที่ 5เหตุใดมีกระบี่ระดับจุติใช้แถมพลังที่โจมตีพวกเราก็รุนแรงเหลือเกิน”
หลิงเฮ่อกล่าวขึ้นขณะประคองร่างขึ้นมายืนได้มองดูชายลึกลับพาอี้เฟยหลบหนี พวกเขาไม่อาจจะตามไปด้วยได้ว่าคนที่มาช่วยแม้ชั้นพลังต่ำต้อยแต่กลับมีอาวุธระดับที่พวกเขาคาดไม่ถึงและไม่ค่อยได้มีใครเคยใช้ทำให้พวกเขาเสียเปรียบ
“เราจะตามไปกันดีไหมเพื่อแย่งนางมา”สวีจั้งกล่าวอย่างเจ็บใจเกือบจะทำสำเร็จแล้วหากชายผู้นี้ไม่ปรากฏตัว เรื่องที่เขาหวังไว้กลับพังครืนในชั่วพริบตา
“เราคงไม่อาจทำเช่นนั้นได้แม้ว่าชายผู้นั้นจะมีชั้นพลังที่ต่ำแต่พลังลมปราณนั้นที่ข้าสัมผัสได้ดูจะรุนแรงยิ่งนักพร้อมกับกระบี่ระดับจุติอีกพวกเราก็เห็นแล้วไม่ใช่เหรอว่าเราทั้ง3 ยังตั้งรับกันไม่ได้ถ้าหากขืนตามไปมีหวังต้องตายกันหมดและข้าคิดว่าชายผู้นั้นต้องซ่อนพลังที่แท้จริงเอาไว้แน่ไม่งั้นพวกเราไม่มีสภาพเช่นนี้หรอก”หลิงเฮ่อกล่าวขึ้นมาอีกครั้งด้วยสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีนัก
“แล้วเราจะทำอย่างไรดีจะไปรายงานให้ท่านจางฟังเช่นไร”ซูเหินกล่าวอย่างรู้สึกกลัวและผิดหวังงานที่ได้รับมอบหมายพวกเขาทำไม่สำเร็จย่อมที่จะมีผลตามมา
“ก็บอกอย่างที่เราเจอนี่แหละท่านจางคงไม่โกรธพวกเราหรอก”สวี่จั้งไม่รู้ว่าจะโดนทำโทษอะไรบ้างแต่เกิดเหตุเช่นนี้ท่านจางคงอาจจะเข้าใจก็เป็นได้เขาคิดในทางที่ดีไว้ก่อนแม้จะรู้ว่าอารมณ์ของท่านจางเป็นเช่นไร
ทั้งสามคนถอนหายใจออกมาด้วยความเสียดายที่ไม่สามารถพานางกลับไปได้แถมพวกเขายังได้รับบาดเจ็บกันถ้วนหน้าเช่นนี้อีกทั้งรู้สึกผิดหวังและเป็นกังวล
ไป๋เหอพาสตรีที่ตอนนี้สลบไปแล้วเหาะหนีมายังถ้ำแห่งหนึ่งเขาคิดว่าไกลมากและไม่มีวี่แววว่าพวกนั้นตามมา ตอนนี้ดูจากสีหน้าของนางแล้วต้องได้รับการรักษาโดยด่วนไม่งั้นจะช่วยนางไม่ทัน
ไป๋เหอที่ไม่มีสมุนไพรรักษาอยู่ในมือจะออกไปหาก็ไม่ทันการณ์แล้วการรักษานั้นมีอยู่ด้วยกัน3 วิธีก็คือหาสมุนไพรมาให้ครบแล้วสกัดเป็นยา วิธีที่ 2ถ่ายพลังลมปราณขับพิษออกมาแต่คนผู้นั้นต้องมีพลังลมปราณมากพอแล้วไม่ใช่ว่าจะทำครั้งเดียวเสร็จจำเป็นจะต้องถ่ายลมปราณไล่พิษจนกว่าจะออกหมดวิธีนี้ดูเหมือนง่ายแต่พลังลมปราณที่เสียไปกว่าจะฟื้นตัวต้องใช้เวลาถึงครึ่งเดือนกว่าจะกลับมา วิธีที่ 2 ไม่ค่อยมีใครทำเพราะมันส่งผลกระทบกับผู้เป็นนักเล่นแร่แปรธาตุที่ต้องหยุดชะงักการรักษาคนอื่นถึงครึ่งเดือนจึงไม่มีใครคิดทำ วิธีที่ 3 คือ ฆ่าอสูรระดับ 4 ให้ได้ 10ตัวและระดับ 5 2ตัว เพื่อเอาแกนอสูรและเลือดของมันมารักษาอันนี้ก็ยากเช่นกันแต่คนที่มีพลังเหนือกว่าอสูรย่อมเห็นเป็นเรื่องง่าย
ไป๋เหอตัดสินใจทันทีเพราะไม่มีเวลาแล้ว เขาจึงเริ่มจับนางถอดเสื้อผ้าออกทีละชิ้น ตอนนี้เขาไม่มีเวลามาสนใจสิ่งที่อยู่ภายใต้เสื้อผ้าสิ่งที่เขาสนใจก็คือรีบเร่งรักษานางโดยไวไม่เช่นนั้นเรื่องที่เขาช่วยนางครั้งนี้คงจะสูญเปล่า
ตั้งแต่ตอนที่ 1 ตอนที่ 2 และ 3 และ4 ได้เปลี่ยนฉากนิดหน่อยของพระเอกที่ไปที่มาของเขาให้ดูสอดคล้องกัน
ต้องกราบขออภัยครับผม