เป่ยจิน...ข้าจะย้อนอดีตไปสร้างความร่ำรวย เล่ม 1

    ตอนที่ 55 ตัวนำโชคของข้า

    “เจ้าเป็นเช่นไรบ้าง” เป่ยจินถามออกไป เมื่อหยางคงเดินกลับมา
     

    “ข้ารู้สึกว่าร่างกายสดชื่นมากเลยขอรับ ไม่เหนื่อยง่ายแถมยังเหมือนมีพลังในร่างกายมากกว่าเดิมเสียอีก” หยางคงพยายามตรวจสอบร่างกายตนเองที่เปลี่ยนไปและตอบออกมา
     

    “อืม ดีแล้ว ยินดีกับเจ้าด้วย ตอนนี้ระดับพลังของเจ้าอยู่ที่สีเขียวขั้นสูง หลังจากนี้เจ้าก็จงตั้งใจฝึก ข้าจะให้เจี่ยฉงช่วยอีกแรง หวังว่าเจ้าจะไม่ทำให้ข้าผิดหวังนะ”
     

    “สะ…สีเขียวหรือขอรับคุณหนู ข้าสัญญาขอรับ” เมื่อหยางคงได้ยินว่าตนเองนั้นมีระดับพลังปราณอยู่ในขั้นสีเขียวขั้นสูงถึงกับสะอึกไปชั่วขณะ เพราะไม่คาดว่าเพียงแค่การถอนผนึกพลังจะทำให้ตนเองก้าวมาถึงขั้นนี้ได้ 
     

    น้ำตาที่ไหลรินออกมาจากหางตาของหยางคง ทำให้คนที่มองอย่างเป่ยจินรู้สึกยินดีไปด้วยทีเดียว 
     

    “เช่นนั้นทุกคนแยกย้ายกันฝึกเถิดเจ้าค่ะ อ่อ ทางที่ดีให้ทุกคนเผื่อเวลาพักผ่อนเช่นเดิมนะเจ้าค่ะ ถึงแม้จะมีพลังก็ตาม” เป่ยจินเอ่ยเตือนทุกคนออกไปด้วยความเป็นห่วง เพราะจากที่นางสังเกตดูมาสักพัก ทุกคนเอาแต่ฝึกฝนพลังกัน โดยไม่หยุดพักเลยทีเดียว ทำราวกับว่าอีกไม่กี่วันจะเกิดอันใดขึ้นเสียอย่างนั้น หืม ก็ไม่นะ สงครามยังไม่เริ่มต้นเร็วๆ นี้มิใช่หรือ นางคงต้องออกไปสืบข่าวบ้างแล้วล่ะ
     

    “ขอรับคุณหนู” ทุกคนที่กำลังฝึก เมื่อได้ยินคำสั่งของเป่ยจินจึงพร้อมใจกันเอ่ยออกมาและแยกย้ายกันไปฝึกเช่นเดิม
     

    เห่อ นี่นางต้องคอยเตือนพวกเค้าอีกกี่รอบกัน หืมม ข้าคงมิได้กดดันพวกเขามากไปหรอกมั้งนะ
     

    “เช่นนั้นข้าขออกไปดูสถานการณ์ด้านนอกนะเจ้าค่ะ ฮูหยินซูหยินลี่ที่อยู่ข้างนอกคงเหงาเชียว” เป่ยจินเห็นว่าทุกคนแยกย้ายกันไปแล้วจึง หันไปเอ่ยบอกกล่าวกับครอบครัวตนเองทันที 
     

    “อืมไปเถิด เดี๋ยวพ่อแม่ และท่านตาท่านยายของเจ้าขอฝึกพลังสักหน่อย” ท่านแม่ของเป่ยจินเอ่ยออกมา
     

    “เจ้าค่ะ เช่นนั้นแล้วหากใกล้รุ่ง ข้าจะนำทุกคนออกมาเอง” เป่ยจินเอ่ยย้ำอีกคราก่อนออกไป 
     

    ซูหยินลี่ นั้นไม่สามารถฝึกพลังได้ เนื่องจากร่างกายของนางนั้นไม่เหมาะสมสำหรับการรับพลัง ซึ่งในหมู่มนุษย์นั้นน้อยคนนักที่จะมีร่างกายลักษณะนี้ แต่หากนางต้องการที่จะฝึกพลังจริงๆ ข้าก็มั่นใจว่าในอนาคตข้าจะสามารถช่วยนางได้
     

    “คุณหนูเป็นอย่างไรบ้างเจ้าค่ะ อาหยาง…อาหยางปลอดภัยดีหรือไม่” ซูฮูหยินที่เฝ้ารออยู่ด้านนอกเพียงลำพังนั้น เมื่อเห็นว่าเป่ยจินออกมาแล้ว จึงรีบเข้ามาถามเรื่องของบุตรชายตนเองทันที
     

    “ปลอดภัยดีเจ้าค่ะ ท่านหายกังวลได้เลย” เป่ยจินเอ่ยตอบกลับไปด้วยใบหน้ายิ้มๆ 
     

    “เช่นนั้น…อาหยางสามารถฝึกพลังได้แล้วหรือเจ้าค่ะ” ซูฮูหยินเอ่ยถามประโยคนั้นกลับไปเบาๆ เพราะไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ตนเองถามออกไปนั้น มากเกินไปหรือไม่
     

    “เป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ แถมตอนนี้ระดับพลังจะพุ่งไปถึงระดับสีเขียวขั้นสูงเชียว ข้าละอิจฉาเค้าจริงๆ เจ้าค่ะ อิอิ” เป่ยจินที่รู้ว่าคนตรงหน้านั้นกังวลเพียงใดจึงเอ่ยตอบออกไปขำๆ
     

    “โถ่ คุณหนู ข้าน้อยขอขอบพระคุณคุณหนูมากจริงๆ เจ้าค่ะ” ซูฮูหยินที่ตอนนี้กำลังร้องไห้ดีใจ ที่บุตรชายของตนเองมีวันนี้ได้ ถึงกับก้มลงและคุกเข่าให้กับเป่ยจิน
     

    “ท่านป้า อย่าทำเช่นนี้เถิด หากทุกคนภักดีต่อข้าและครอบครัว ข้าก็สัญญาเจ้าค่ะ ว่าจะดูแลทุกคนแน่นอน ว่าแต่ตอนนี้ข้าหิวมากๆ เลยเจ้าค่ะ มีอันใดให้ข้ากินบ้างเจ้าค่ะ”
     

    “โถ่ คุณหนูของบ่าว ไปเจ้าค่ะ ไปนั่งรอที่โต๊ะเถิด”
     

    “เจ้าค่ะ”
     

    เช้าวันถัดมา เป่ยจินนำทุกคนออกมาจากมิติ และพักผ่อนจนถึงยามเหม่า (เวลา 05.00-06.59 น.) ทุกคนจึงออกด้านนอก เพื่อดูแลกิจการต่าง ๆ ด้านนอก
     

    อืม ข้าคงต้องเร่งหาคนมาจัดการกิจการต่างๆ เสียแล้ว มิเช่นนั้น ครอบครัวข้าคงต้องเหนื่อยไปเช่นนี้เรื่อยๆ 
     

    “อ้าว จะออกไปที่ร้านกันแล้วหรือ” เถ้าแก่ว่าพลางพร้อมกับเดินเข้ามาหาเป่ยจิน
     

    “คารวะเถ้าแก่ซื่อเฉินเจ้าค่ะ”
     

    “เจ้ามีอันใดงั้นหรือตาแก่”
     

    “บ่ะ เจ้านี่ ไม่คิดจะหันมองรอบๆ บ้านหรือไร”
     

    “อืมม มองอันใด ข้าก็ไม่เห็นมีอันใด นอกจากต้นไม้ใบหญ้าที่เติบโต”
     

    “ตาแก่นี่ มันเหลือเกินจริงเชียว จินเออร์ว่างๆ เจ้าช่วยเอายาบำรุงสายตากับสมองให้ตาเจ้าบ้างเถิด หึ”
     

    “อิอิ เถ้าแก่ เช่นนั้นท่านคาดว่าจะสามารถดำเนินการให้สำเร็จภายในกี่วันเจ้าค่ะ”
     

    “อืมม เจ้ามาสร้างเรือนพักนี่เอง ข้าก็หลงๆ ลืมๆ ไปบ้างสิ”
     

    “หึ เป็นเช่นนั้น แหละตาเฒ่า ส่วนงาน ข้าคิดว่า ไม่เกินหนึ่งสัปดาห์นะจินเออร์”
     

    “หืม  ไวมากเลยเจ้าค่ะ แต่เป็นเช่นนั้นก็ดีเจ้าค่ะ หากท่านต้องการอันใดก็บอกพวกข้าได้เลยนะเจ้าค่ะเถ้าแก่”
     

    “อืมๆ งั้นข้าไปทำงานต่อแล้วกัน เจ้าไปเถิด ประเดี๋ยวจะสายเอา”
     

    ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ของโลกภายนอก และเป็นระยะเวลาเกือบหนึ่งปี ของโลกภายในมิติจิตของนาง สำหรับคนที่เข้าไปฝึกพลังด้านใน
     

    “อืม บ้านพักและส่วนต่างๆ ที่เจ้าให้ข้าสร้างเสร็จแล้วนะจินเออร์ ต้องการอันใดเพิ่มอีกหรือไม่”
     

    “อืม ตอนนี้ยังคิดไม่ออกเลยเจ้าค่ะ อิอิ ไว้ข้าขอดูก่อนนะเจ้าค่ะว่าจะทำกิจการอันใดเพิ่มอีกหรือไม่ ที่ดินข้าเหลือเยอะเลยเจ้าค่ะ”
     

    “เจ้าเด็กคนนี้นี่ ฮ่าๆ งั้นข้าไปละ”
     

    “ลานะเจ้าค่ะเถ้าแก่”
     

    หลังจากนั้น เวลาได้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ร้านค้าและกิจการต่างๆ ของจินเออร์ในตอนนี้นั้น ต่างกำลังไปได้ดี มีรายได้เข้ามามากมาย เรียกว่ามหาศาลเลยทีเดียวสำหรับร้านขายโอสถและสมุนไพร อีกทั้งเงินที่มาจากการนำของดีในมิติไปขายนั้นอีก จนตอนนี้
     

    “คุณหนูขอรับ รายได้ของเดือนนี้ขอรับ”
     

    “เกือบหมื่นตำลึงเลยหรือเจ้าค่ะ”
     

    “ขอรับ เดือนนี้รายได้ของร้านขายสมุนไพรและโอสถบูมมากเลยขอรับ”
     

    “หืมมม บูมหรือเจ้าค่ะ”
     

    “ขอรับ บูม ข้าได้ยินอาหยางพูดกับคุณหนูเลยสอบถามมาขอรับ ข้าพูดพูดหรือไม่”
     

    “ถูกต้องแล้วเจ้าค่ะ ท่านลุง”
     

    “ฮ่าๆ เช่นนั้นข้าไปก่อนนะขอรับ”
     

    “เจ้าค่ะ”
     

    ในตอนนี้นั้นหยางคงได้ข้ามไปขั้นของปราณสีน้ำเงินขั้นกลางแล้ว เรียกได้ว่าเด็กคนนี้คือตัวนำโชคที่แท้จริงของนางก็ว่าได้ แตกต่างจากในคราแรกที่เจอหยางคงมีตัวผอมบางและอ่อนแรง หากจินหลงไม่พูดสิ่งใดออกมา นางก็ไม่แน่ใจว่าจะเลือกครอบครัวนี้หรือไม่
     

    นอกจากระดับพลังที่พุ่งจนเกินคนธรรมดาไปแล้วนั้น นางยังได้อาจารย์ปรุงโอสถคนใหม่มาเพิ่มเช่นกัน หยางคงในตอนนี้นั้นนอกจากจะเป็นองครักษ์ส่วนตัวของนางแล้วนั้น ยังมีอีกหน้าที่หนึ่งนั้นคือ การปรุงโอสถ 
     

    เพราะพลังที่ตื่นขึ้นของเด็กคนนี้คือ ธาตุไฟและน้ำ นอกจากนี้ยังมีธาตุในตำนานเช่นเดียวกับนาง เพียงแต่ธาตุพฤกษาจะเกิดได้ก็ต่อเมื่อ ร่างกายนั้นมีความเหมาะสมที่จะรับระดับพลังทั้งสองที่จะผสานกันจากธาตุไฟและธาตุน้ำ 
     

    อีกทั้งจินหลงและเจี่ยฉงยังบอกออีกว่า หยางคงก็คือลูกรักสวรรรค์เช่นเดียวกับนาง จึงทำให้มีธาตุพิเศษนี้เข้ามา สวรรค์ลำเอียงหรือเปล่านะ
     

    “อาหยาง ท่านปรุงโอสถกายาหอมหวนให้ข้าหน่อย” เป่ยจินตะโกนออกมา เมื่อเข้ามาในห้องปรุงโอสถ
     

    “คุณหนู ข้ากำลังปรุงโอสถรัญจวนหมื่นลี้ให้กับแม่หม้ายเศรษฐีนางนึงอยู่ ท่านปรุงเองเถิดขอรับ ข้าไม่ว่าง” หยางคงตอบกลับไปโดยที่สายตาและใบหน้ายังคงจดจ่ออยู่กับโอสถที่ตนเองกำลังปรุงอยู่
     

    “เอ๊ะ เจ้า ๆ นี่ กล้านักนะ” เป่ยจินที่ได้ยินหยางคงเอ่ยเช่นนั้นจึงยกนิ้วขึ้นและชี้ไปทางหยางคงทันที
     

    “ทำไมข้าจะไม่กล้าเล่า” หยางคงตอบกลับน้ำเสียงกลั้นขำ
     

    “ข้าเป็นคุณหนูของเจ้านะ” เป่ยจินยังคงเถียงกลับไป
     

    “ข้าก็ทำงานให้ท่านอยู่นะ” หยางคงก็เถียงกลับไปเช่นกัน
     

    “แต่ข้าสั่งเจ้า”
     

    “แต่ข้าต้องใช้เวลา”
     

    “หึยยยย ข้าไม่เถียงกับเจ้าแล้วว เชอะ” เมื่อเห็นว่าหยางคงไม่มีท่าทีจะยอมยางเลยแม้แต่น้อย เป่ยจินจึงทำท่ากอดออกและเอ่ยแง่งอนออกไป พร้อมกับหันหน้าไปอีกทาง
     

    “ฮ่าๆ ถ้าท่านไม่รีบ ก็วางสมุนไพรไว้ขอรับ ไว้ข้าละมือจากโอสถ เมื่อใดแล้วจะปรุงให้ท่านเอง” หยางคงที่แหย่เด็กน้อยตรงหน้าจนพอใจแล้วจึงยอมละมือและหันกลับมา
     

    “เอ๊ะ เจ้ากวนข้านักนะ ไม่ต้องข้าปรุงเอง ข้ารีบ” เป่ยจินที่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังตั้งใจปรุงโอสถอยู่นั้น เพราะในครั้งนี้อีกฝ่ายตั้งใจจะปรุงให้มีได้ระดับขั้นเทวะเต็มสิบส่วนเสียที 
     

    “ฮ่าๆ ขอรับๆ ว่าแต่ราคาเท่าไหร่หรือ” 
     

    “อืม เม็ดละหมื่นตำลึง หึ” เป่ยจินเอ่ยออกไปโดยในน้ำเสียงแฝงไปด้วยความเอาชนะคนตรงหน้า
     

    “โถ่ ของข้านะเม็ดละ หนึ่งหมื่นห้าพันตำลึงเชียวนะขอรับ” หลังจากเอ่ยจบ หยางคงจึงหันไปดูปฏิกิริยาของเด็กน้อยตรงหน้า ปรากฏว่าในตอนนี้นั้นแววตาได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว กลายเป็นเด็กสาวหิวเงินเสียอย่างนั้น
     

    “ดีๆ เช่นนั้นข้าไม่กวนเจ้าแล้วปรุงไปเถิด เอาหลายๆ เม็ดนะ ข้าจะได้มีเงินเยอะๆ อิอิ” ทำท่าผลักมือมาทางหยางคงกับกับรอยยิ้มแบบยินดีปรีดาเสียเต็มที่ เหมือนมีเงินมากองอยู่ตรงหน้าเสียกระนั้น
     

    “คุณหนู….ดวงตาของท่านจะกลายเป็นสีทองแล้วขอรับ”
     

    ผลจากการที่นางได้ปลดผนึกพลังในกายของหยางคงบวกกับการฝึกฝน และรับโอสถต่างๆ จากนาง หยางคงได้เปลี่ยนไปคล้ายบุคคลที่มีอายุสิบแปดหนาว อีกทั้งยังมีบุคคลิกความเจ้าเล่ห์แบบฉบับคุณชายเจ้าสำราญนั้นอีก เรียกได้ว่าทุกวันนี้ บันไดร้านของนางไม่แห้งเสียที หึ 
     

    “พี่หยางเจ้าค่ะ วันนี้ข้านำผัดแตงกวามาให้เจ้าค่ะ”
     

    “ขอบคุณขอรับ ตอนนี้ข้ากำลังทำงานอยู่ ไม่ว่างรับจริงๆ แม่นางวางไว้ด้านนนั้นก่อนเถิด”
     

    “เจ้าค่ะ เช่นนั้นข้าไปก่อนนะเจ้าค่ะ”
     

    “เดินทางดีๆ ขอรับ”
     

    หลังจากที่ทุกคนได้ฝึกฝนและมีความสามารถในการต่อสู้ที่ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่สามารถทำร้ายได้อีก นางจึงได้ให้ทุกคนเริ่มออกมารับผิดชอบภารกิจด้านนอก โดยเฉพาะหน่วยราตรีกาลนางได้ให้พวกเขาแต่ละคนออกมาสร้างตัวตนด้านนนอก ตามความสามารถที่ทุกคนมี
     

    เริ่มตั้งแต่คนงานในร้านแต่ละชั้น จาากที่ปกติจะเป็นความรับผิดชอบ ของคนในครอบครัวนาง หลงจู้ร้านขายสมุนไพรและโอสถ ไปจนถึงผู้ดูแลร้าน ของนาง
     

    ผู้ดูแลไร่นาและสวนผักของนางที่นางให้รับผิดชอบในเรื่องสัญญาขายผักรวมไปถึงดูแลบัญชีและนำมาให้ท่านแม่ของนาง รวมไปถึงคนงานในไร่ก็ยังมีคนจากหน่วยราตรีกาลด้วยส่วนหนึ่ง นางใช้คนสิ้นเปลืองไปหรือไม่นะ 
     

    อ่อ กิจการการแปรรูปกิมจิของนางนั้น ท่านยายยังเป็นผู้ดูแลเช่นเดิม เพียงแต่ ท่านยายได้ขอคนจากหน่วยราตรีกาลมาเื่อช่วยด้วยเช่นกัน เนื่องจากตอนอยู่ในมิติ ท่านยายได้พูดคุยจนทราบว่าแต่ละคนมีความสามารถในด้านใดบ้าง และเจอคนที่สามารถมาดูแลงานส่วนนี้ได้ 
     

    คาดว่าอีกไม่นานเป่ยจินคงต้องหาคนงานเพิ่มเสียแล้ว นางจะเอาหน่วยราตรีกาลมาใช้งานทั่วไปแบบนี้จะเป็นที่สงสัยเอาได้ เพราะเมื่อคนเหล่านี้ฝึกพลัง หน้าตาของแต่ละคนก็สะอาดสะอ้าน ผิวพรรณเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น จนเกือบจะเทียบเท่าคุณหนูคุณชายเสียแล้ว
     

    “จินเออร์ แม่และยายของเจ้าคิดว่าเราควรหาทาสเพิ่มดีหรือไม่ลูก”
     

    “ทำไมละเจ้าค่ะ”
     

    “ก็…คนงานของลูกแต่ละคนนะ หน้าตาดีกันเหลือเกิน คนภายนอกจะส่งใสเอาได้ ว่าทำไมถึงมีคนเช่นนี้มาเดินเพ่นพ่านในตัวบ้านของเรา”
     

    “ฮ่าๆ เช่นนั้นหรือเจ้าค่ะ ข้าเห็นด้วยเจ้าค่ะ”
     

    “อืมๆ ดีแล้ว เช่นนั้นเจ้าชวนพ่อของเจ้าไปเถิด”
     

    “เจ้าค่ะท่านแม่ ไว้จะรีบจัดการ”
     

    ตอนนี้บ้านพักคนงานของนางก็เสร็จไปเรียบร้อยแล้วเช่นกัน ตอนนี้นางมีบ้านพักไว้รองรับคนงานของนางหลายห้องทีเดียว 
     

    อีกทั้งในตอนนี้นั้นนางได้ส่งหน่วยราตรีกาลโดยมีหยางคงนำกลุ่มเข้าไปสำรวจป่าที่ติดกับที่ดินของนาง ปรากฏว่า ป่าแถวนี้ยังอุดมสมบูรณ์มากมายนัก เพียงแต่คำเล่าลือเล่าอ้างต่างๆ ส่งผลให้ชาวบ้านไม่เคยย่างกลายเข้าไปในเขตป่าหมอกนี้เลย ถือว่าเป็นโชคดีของนางเสียจริง อิอิ
     

    ตอนที่ 55 แล้วครับ ยังอยู่กันมั้ยนะ ฝากติดตามและเป็นกำลังใจให้กับไรด์ตัวใหญ่และน้องนิยายเรื่องนี้กันด้วยนะครับ

     

    คล้ายกับเรื่องเป่ยจิน...ข้าจะย้อนอดีตไปสร้างความร่ำรวย เล่ม 1 ที่คุณอ่าน