เทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสาม ตอนกำเนิดจ้าวสวรรค์

    ตอนที่ 146 ดวงจิตจ้าวอสูร

    รองเจ้าสำนักมาถึงก็ขอพาเทียนเข้าไปในสำนักพร้อมบอกว่าเทียนเป็นศิษย์เอกของท่านหลี่ตงปินเทียนจุน รองแม่ทัพสวรรค์เห็นเทียนเป็นแค่เด็กหนุ่มไม่มีอะไร เลยอนุญาตให้เข้าไปตามที่รองเจ้าสำนัก ออกมาขอ

    “ เซียนน้อย วันนี้เป็นวันที่ยากลำบากของพวกเราจริงๆ แต่จะให้เจ้ามาเสียเที่ยวเปล่าก็ไม่ได้ เดี๋ยวข้าต้องไปประชุมอีก ข้าจะให้ลูกศิษย์พาเจ้าไปเขียนตัวอักษรบนศิลา แล้วให้พาเจ้าไปอาบน้ำพุเซียนที่หลังเขา  จงอี้ ดูแลหลี่เทียนแทนข้าด้วยนะ”  รองเจ้าสำนักสั่ง จงอี้เสร็จ ก็หายวับไปประชุมทันที

    “ ท่านเซียนน้อยเชิญทางนี้” จงอี้พาเทียนมาทีหน้าผากระบี่  มีกระบี่ปักไว้เต็มหน้าผาไปหมด มีศิลาไร้อักษรติดกับหน้าผาอยู่อันหนึ่ง สงสัยเพิ่งนำมาตั้งเอาไว้ให้

    เทียนโดยเฉพาะ  เทียนก็ไม่อยากเสียเวลา เทียนเรียกกระบี่สวรรค์ออกมา แล้วเรียกพลังจักรวาลฟ้าดิน ปรากฏแสงสีทองสาดส่องจากฟากฟ้าเข้ามาที่ร่างกายของเทียน จากนั้น เทียนก็ชี้ปลายกระบี่เขียนอักษรคำว่า กระบี่ทันที  เทียนเขียนไปจนคราเก้าเส้น แต่ละเส้นที่เขียนเปี่ยมด้วยพลังเซียนมหาศาล พอเขียนครบเก้าเส้น ก็ปรากฏเป็นแสงสีทองสว่างจ้าไปทั่วสำนัก  ทุกคนล้วนแตกตื่นยิ่งนัก ต่างแห่กันมาดูกันจนแน่น แต่ละคนต่างจ้องอักษรกระบี่กันทุกคน แม้แต่ทหารสวรรค์ก็เข้ามามุงดูกับเขาด้วย  พอดูได้สักพักบางคนทำท่ารำกระบี่ไปมา แล้วร้องตะโกนออกมาว่า ฝึกสำเร็จแล้ว รู้แจ้งแล้ว  ทำได้แล้ว เลื่อนระดับแล้ว แต่ละคนเริ่มดีใจ ที่สามารถเข้าถึงสำนึกกระบี่ของตัวเองได้ แล้วสามารถฝึกกระบี่ที่เคยติดขัด หรือว่าค้างคาใจอยู่จนสำเร็จแล้วเลื่อนระดับพลังได้ด้วย

    คนที่ตะโกนไม่ใช่แค่ลูกศิษย์สำนักของ เกาจู่เทียนจุนเท่านั้น แต่เป็นทหารสวรรค์หลายคน ก็ส่งเสียงดีใจ บางคนติดอยู่ที่ระดับพลังเดิมหลายปี พอมาเห็นอักษรกระบี่ ระดับพลังก็พุ่งทะลุไม่ติดขัดอีกต่อไป

    หลังจากมีแสงสีทองส่องสว่างออกมาทั่วสำนัก แล้วมีเสียงร้องออกมาอย่างดีใจดังไปทั่วสำนัก เทียนจุนทั้งสองจึงต้องออกมาดู รวมทั้งรองเจ้าสำนักทั้งสี่ กับท่านเจ้าสำนักก็อดไม่ได้ จึงต้องหยุดประชุมแล้วลงมาดู ว่ามันเกิดอะไรขึ้น

    พอทั้งหมดลงมาดูก็ประหลาดใจ ที่ตัวอักษรกระบี่ ที่เขียนไว้ที่ศิลาทำไมถึงมีพลังมากนัก แม้พวกเขาเป็นเทียนจุนเอง ยังไม่สามารถสร้างอักษรกระบี่ได้เช่นนี้

    ยิ่งดูไป กลับเข้าใจถึงสำนึกกระบี่ วิถีฟ้าดินในตัวอักษรมากขึ้น พลังปราณที่เคยติดขัดสามารถผ่านทะลุไปได้อย่างน่าอัศจรรย์ แม้กระทั่งระดับเทียนจุนเอง

    แนวคิดกระบี่ที่ผ่านมาคิดว่าสำนึกกระบี่ของตนถึงจุดสุดยอดแล้ว แต่พอมาดูสำนึกกระบี่ วิถีฟ้าดินของอักษรกระบี่นี้  ต้องยอมรับเลยว่ายังอยู่ห่างไกลกันจริงๆ เทียนจุนทั้งสองเข้ามาหาท่านเกาจู่ เทียนจุนทันที

    “ นี่ท่านเกาจู่ท่านได้ศิลาอักษรกระบี่นี้มาจากที่ใดกัน ช่างมหัศจรรย์ล้ำลึกจริงๆ”

    “ ข้าเชิญศิษย์เอกของท่านหลี่ตงปินมาช่วยเขียนให้” 

    “ คนไหนกัน”

    “ คนที่ใส่ชุดขาว ถือกระบี่คนนั้นขอรับ” รองเจ้าสำนักชี้ไปที่เทียนที่ยังยืนนิ่งไม่ขยับตัวไปไหน 

    ทั้งสองเทียนจุนสอบถามรายละเอียดก็ตกลงกันว่าจะว่าจ้างเทียนไปที่สำนักของตนเช่นกัน ตัวอักษรวิเศษแบบนี้ แดนสวรรค์จะหาได้จากที่ใดได้อีก

    จงอี้ได้พาเทียนเข้าไปในถ้ำแห่งหนึ่ง เพื่อแช่บ่อน้ำเซียนของสำนักเกาจู่ เทียนจิน

    “ ที่นี่คือบ่อน้ำเซียนอสูร ของสำนักเรา ภายในมีพลังเซียนจากกระดูกเซียนอสูรระดับสูงอายุหลายล้านปีปล่อยพลังออกมา  พวกท่านอยู่ที่นี่ได้ สองชั่วยาม

    แล้วข้าจะพาไปห้องพัก”  จงอี้เอ่ยจบก็ออกไปรอด้านนอก เทียนเรียกเสี่ยวหลง

    กับไท่ซีออกมาแช่น้ำในบ่อเซียนอสูรแห่งนี้ คิดว่าน่าจะเหมาะกับเสี่ยวหลงมาก

    แต่สำหรับเทียนแล้ว ไม่สามารถทำให้พลังเพิ่มขึ้นอีกเป็นแน่ เพราะว่า เพิ่งจะเพิ่มพลังเซียนได้ไม่ถึงสองวันเลย ส่วนเฉินคุนก็ลองพยายามดูดซับดูเช่นกันแต่ไม่สามารถดูดซับได้ เพราะเพิ่งจะดูดซับ พลังเซียนจากน้ำพุร้อนกันมา เทียนปล่อยให้เสี่ยวหลงดูดซับ แล้วเทียนก็ดำลงไปดูว่า ส่วนลึกของบ่อน้ำนี้เป็นกระดูกเซียนอสูร พวกไหนกัน    เทียนดำดิ่งสู่ก้นบ่อน้ำที่ลึกเสียจนมองอะไรไม่เห็น  เทียนต้องเปิดเนตรสวรรค์ ถึงได้มองเห็น เทียนดำดึ่งลงไปเรื่อย ๆ ยิ่งลึกเท่าไร พลังเซียนก็หนาแน่นมากขึ้น ในที่สุดเทียนก็มาถึงก้นบ่อน้ำแห่งนี้

    สิ่งที่เทียนเห็นเป็นกระดูกสัตว์ประเภพท่อนบนเป็นมนุษย์ ท่านล่างเป็นงู มีแต่กระดูกซี่โครง แต่ว่ามีพลังเซียนหนาแน่น คาดว่าสัตว์อสูรตนนี้ต้องไม่ใช้เซียนธรรมดา แต่เทียนก็ไม่สามารถรู้ถึงพลังที่แท้จริงของ สัตว์อสูรครึ่งคนครึ่งมนุษย์ตนนี้ได้  เทียนเห็นว่ากระดูกสันหลังข้อที่เก้านั้น มีพลังเซียนมากที่สุด จึงคิดนำออกไปไว้ในเจดีย์ เพื่อทำเป็นบ่อเซียน ให้ไท่ซี กับ เสี่ยวหลง ไว้แช่ตัว

    แต่ทันใดนั้น ก่อนที่เทียนจะไปหยิบ ก็มีเงาร่างมนุษย์ครึ่งงูปรากฏตัวขึ้นมา

    “ เจ้ามนุษย์นี่เจ้าคิดจะทำอะไร”

    เทียนได้ยินเช่นนั้นก็ตกใจ ไม่คิดว่าจิตสัตว์วิญญาณล้านปี จะยังคงมีอยู่

    “ ข้าต้องการกระดูกข้อสันหลังมนุษย์งูตัวนี้”

    “ บังอาจ ข้าอยู่ที่นี่ยังกล้าพูดแบบนี้อีกหรือ” จิตวิญญาณมนุษย์งูโมโหมาก

    ปล่อยพลังจิตเข้ามากดดันที่ หัวของเทียนหวังให้หัวของเทียนต้องระเบิดตายไปในทันที แต่เทียนกลับไม่รู้สึกกดดันใด ๆ จึงยกมือขวาออกไปแล้วปล่อยพลังของตัวเองออกไปบ้าง กลายเป็นเส้นใยบางๆ ที่สามารถยึดจับ จิตวิญญาณไม่ให้เคลื่อนไหวได้ จิตวิญญาณงูเห็นเช่นนั้นก็ตกใจ  แต่เส้นใยบางๆ ก็ไม่สามารถทำอะไรจิตวิญญาณงูตัวนี้ได้ มันกลับหยุดนิ่งไม่เข้าใกล้  เทียนสงสัย ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น

    “ เจ้าเป็นใคร ทำไมถึงมีพลังของสามราชา ต้นกำเนิดโลกได้”

    “ ข้าคือผู้สืบทอดของท่านเทพฝูซู ชื่อว่าหลี่เทียน แล้วท่านเล่า เป็นใคร ทำไมพลังของข้าถึงทำอะไรท่านไม่ได้ ท่านมีส่วนเกี่ยวข้องอันใดกับท่านสามราชาหรือ?”  เทียนหยุดต่อสู้แล้วเอ่ยถามกลับเช่นกัน

    “ ข้าคือบุตรของท่านเทพฝูซือ กับ เจ้าแม่หนี่วา”

    “ ท่านทั้งสองคน ออกลูกเป็นมนุษย์งูเนี่ยนะ”

    “ เจ้าเด็กโง่ ร่างที่แท้จริงของท่านทั้งสองก็เป็นแบบเดียวกันกับข้าเหมือนกัน”

    เทียนตกใจ เพราะไม่เคยเห็นร่างจริงของพวกท่านทั้งสองเลย เคยเห็นแต่ภาพลางๆ หรือว่าจิตวิญญาณงูตัวนี้จะพูดเรื่องจริง

    “ แล้วท่านมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”

    “ ก่อนข้าสิ้นอายุขัยเจ้าแม่หนี่วาสั่งให้ข้าทิ้ง จิตวิญญาณจ้าวอสูรเอาไว้ มอบให้กับคนที่เหมาะสม เจ้าแม่หนี่วาคงส่งเจ้ามาเอาซินะ”

    “ ข้ามาเอง เจ้าแม่ไม่ได้ส่งให้ข้ามาหรอก” เทียนบอกตามตรง แต่จิตวิญญาณอสูรตนนี้ สำรวจร่างของเทียนอีกครั้ง ก็พยักหน้า

    “ ที่แท้เจ้ามีสายเลือดจิ้งจอกต๋าจี คนสนิทเจ้าแม่หนี่วานี่เอง  เจ้าแม่คงวางแผนให้เจ้าทำอะไรบางอย่าง ถ้างั้นเจ้าก็มา รับไปเถอะ”  แล้วจิตวิญญาณมนุษย์งู ก็ยื่นมือ

    ออกมามีดวงแก้วออกมา 1 ดวง ลอยเข้ามาในหัวของเทียนทันที 

    เทียนสัมผัสถึงพลังจิตมหาศาลเข้ามาในร่างกาย เทียนปล่อยพลังจิตเหล่านี้เข้าไปสู่ห้วงจิตสำนึกอย่างรวดเร็ว ในเวลานี้ จิตสำนึกของเทียนกลายเป็นมหาสมุทร

    กว้างใหญ่ไพศาลไปแล้ว พอพลังจิตจ้าวอสูรเข้ามาทำให้เทียนสามารถย่อยพลังจิตจ้าวอสูรแล้วค่อยซึมซับไปอย่างช้า ๆ ไม่นานเทียนก็ลืมตาขึ้น

    พลังจิตเราเวลานี้แค่มองไปที่ใครก็สามารถกดดันให้สมองคนนั้นระเบิดได้อย่างง่ายดาย นี่หรือ พลังจิตจ้าวอสูร เทียนหยิบกระดูกข้อออกมา แล้วทำการลอกเลียนแบบ แล้วนำของแท้ออกไป ส่วนของเลียนแบบก็เอาไว้ที่เดิม ถึงแม้พลังจะไม่เท่าของแท้ แต่ก็พอจะปล่อยพลังออกมาได้เหมือนกัน

    เทียนลอยตัวขึ้นมา พบเสี่ยวหลงรับพลังได้เพิ่มมากขึ้น ส่วนไท่ซี ยังคงเล่นดำน้ำว่ายน้ำ ไม่โดนกดดันใดใด เหมือนเคย เทียนให้ทั้งสองคนกลับไปในเจดีย์ก่อน

    แล้วเทียนกับเฉินคุนก็เดินออกจากบ่อเซียนอสูรแห่งนี้ พอเห็นจงอี้ เทียนก็บอกว่า

    “ พาข้าไปหอกระบี่ “

    “ แต่ว่า มีคนรอท่านอยู่คนหนึ่ง” จงอี้เอ่ยเสร็จก็มองไปที่ชายวัย 30 ปีผู้หนึ่งยืนกอดอกถือกระบี่ ยืนหันหลังให้เทียน

    “ เขาเป็นใคร”

    “ เขาเป็นมือกระบี่อันดับหนึ่งของเรา เซียวซาฉายาผู้งมงายกระบี่ เขาอยากทดสอบฝีมือกับท่านก่อนที่ท่านจะเข้าไปที่หอกระบี่”

    “ ทำแบบนี้ทำไม อีกไม่นานเขาก็สามารถไปทดสอบในหอกระบี่ก็ได้นี่”

    “ ศิษย์พี่เซียวซา เป็นคนงมงายกระบี่ ไม่ว่าจะกิน หรือ นอนเข้าจะต้องพกกระบี่ไว้เคียงข้างกายตลอด  เขายอมที่จะตัดรัก ตัดครอบครัว เมื่อให้กายเขารวมเป็นหนึ่งเดียวกับกระบี่ เพื่อสำนึกกระบี่ ของเขาจะก้าวไปสู่จุดสูงสุด ตั้งแต่เกิดมาเขายังไม่เคยแพ้ใครมาก่อน จนกระทั่งเขาเห็น อักษรกระบี่ของท่าน จึงมาบอกข้าว่า อยากจะประลองกับท่าน แบบตัวเป็นๆ เขาอยากรู้ว่า คนที่เขียนอักษรกระบี่ได้อย่างน่าอัศจรรย์ตัวจริงนั้นเป็นอย่างไร”

    “ ก็ได้ ไม่เสียเวลาเท่าไรหรอก” เทียนเดินออกไปที่ลานประลองด้านหน้าทันที

    เซียวซาเห็นเทียนออกมา ก็กล่าวทันทีว่า

    “ ท่านหลี่เทียน ข้าคือ เซียวซา มือวางอันดับที่ 1 ของสำนักเกาซู่ เทียนจินแห่งนี้

    ข้าอยากทดสอบฝีมือกับตัวจริงของท่าน หวังว่าท่านจะให้ความหวังของข้าเป็นจริง”

    “ ถ้าเช่นนั้น ก็เริ่มกันเถอะ” เทียนเอ่ยจบกระบี่สวรรค์ก็มาปรากฏอยู่ในมือ

    เซียวซา ชักกระบี่สีทองออกมาวาดท่ากระบี่เข้าใส่เทียนทันที มีเงาร่างของเซียวซาโจมตีใส่เทียนทั้งหมด 7 ร่าง แต่ละร่างล้วนใช้ท่ากระบี่คนละท่า ซึ่งเทียนเห็นแล้ว ก็ชื่มชมในใจ ว่าสามารถพลิกแพลงเพลงกระบี่ออกมาได้ดังใจนีกเช่นนี้

    ช่างหายากจริง ๆ แต่ว่าคนที่เซียวซาต่อสู้ด้วยนั้นคือหลี่เทียน ไม่ใช่คนทั่วไป

    สิ่งที่เซียวซาเห็นนั้นก็คือ บรรยากาศโดยรอบเหมือนหยุดการเคลื่อนไหว มีพลังกระบี่แปลกประหลาด ทำลายร่างที่ 1 และร่างที่ 7 อย่างช้าๆ อย่างง่ายดาย

    ทั้งๆ ที่เซียวซาเห็นภาพอย่างแจ่มชัด แต่ไม่สามารถหยุดยั้งได้ จนกระทั่งกระบี่เล่มนั้นเคลื่อนไหวมาพาดคอ เซียวซาเอาไว้

    “ เจ้าแพ้แล้ว”  เทียนเก็บกระบี่แล้วเดินจากไป  เซียวซาได้แต่ยืนนิ่งตะลึงงัน พูดอะไรไม่ออก

    เทียนเข้าประลองในหอกระบี่ สุดท้ายเทียนก็สามารถชนะอันดับที่ 1 ของสี่ระดับขั้นได้อย่างง่ายดาย จงอี้กับท่านรองเจ้าสำนักจึงมอบคะแนนความดี 10 ล้านมาให้ตามสัญญา แล้วเอ่ยว่า

    “ ทางสำนักของเราต้องขอขอบคุณท่านเซียนน้อย ที่ศิลาอักษรกระบี่ช่วยคลี่คลายปัญหาให้กับสำนักของเรา”

    “ หือ หมายความว่ายังไง ”

    “ เมื่อสองวันก่อน ทางสภาสวรรค์ส่งเทียนจุนมาสองท่าน เพื่อมาจับสายเลือดอสูรตีตราสาปอสูร แล้วบังคับให้ไปอยู่แดนสนธยาทั้งหมด ทำให้พวกเราได้แต่ต้องทำการที่พวกเขาสั่ง แต่เพราะว่าหลังจากท่านเขียนอักษรกระบี่นี้เสร็จ เทียนจุนทั้งสองเลยติดต่ออาจารย์ของท่าน เรื่องขอตัวท่านไปเขียนอักษรกระบี่ให้ แต่ว่าท่านหลี่ตงปินรู้ว่าทั้งสอง มาเพื่อตีตราสาปอสูร เลยปฏิเสธ และยังเรียกเทียนจุนอีกสองท่าน มาที่สำนักเกาจู่ พวกเขาทุ่มเถียงกัน จนท่านหลี่ตงปินขู่ว่า

    หากท่านหงอู่ กับ จ้าวกวง เทียนจุน ทำเช่นนี้ทำกับเป็นศัตรูกับอีกสี่เทียนจุนอย่างแน่นอน

    ดังนั้นแนะนำให้ ร่วมมือกันทั้ง 6 เทียนจุนค้านกฏหมายของสภาสวรรค์ข้อนี้ให้ยกเลิกไป เทียนจุนทั้งสอง คิดอยู่นาน ท่านเลยยอมร่วมกันคัดค้านกฏหมายตามสาปอสูร แต่ต้องให้ท่านไปเขียนอักษรกระบี่ ที่สำนักพวกเขาด้วย แต่ว่าเรื่องนี้ท่านเกาจู่วิเคราะห์ว่า พวกเขาเกรงกำลังของพวกเรา หากว่าศิษย์อีกสี่สำนัก ต่างมีสำนึกกระบี่ ตามอักษรกระบี่ของท่าน ศิษย์สำนักของพวกเขาสู้ไม่ได้แน่ เลยต้องยอมถอยไปแบบนี้ แต่ก็น่ากลัวว่าในอนาคต พวกเขาต้องแกร่งขึ้นเมื่อไร ต้องมาแก้แค้นกลับอย่างแน่นอน”  ท่านรองเจ้าสำนักอธิบาย

    “ ข้าเข้าใจแล้ว ถ้าเช่นนั้นข้าขอตัวกลับสำนักก่อน”

    “ เดี๋ยว เวลานี้ท่านหลี่ตงปิน อยู่ที่นี่กับเทียนจุนทั้งห้า พวกเขารอท่านอยู่ที่ศิลาอักษรกระบี่”

    “ อาจารย์ยังอยู่หรือ ดี ข้าจะไปหาท่านเดี๋ยวนี้”

    เทียนมาถึงที่ศิลาอักษรกระบี่เห็นเทียนจุน กับศิษย์จำนวนมาก ยืนมองอักษรกระบี่ที่เทียนเขียนขึ้น และวิเคราะห์กันไปมาอยู่

    “ คำนับท่านอาจารย์ และ คำนับท่านเทียนจุนทุกท่าน” 

    “ เจ้ามาพอดี”  อาจารย์หลี่ตงปิน แนะนำให้เทียนรู้จัก เทียนจุนทั้งห้าเสร็จแล้วก็เอ่ยอีกว่า

    “ เดี๋ยวเจ้าทำธุระที่นี่เสร็จแล้ว เจ้าไปเขียน อักษรกระบี่ที่อารามของท่านหงอู่ ท่านจ้าวกวง และท่านอู่เม่ย เทียนจิน ด้วย”

    “ ขอรับท่านอาจารย์”

    “ ว่าแต่ตัวอักษรกระบี่ครั้งนี้ ทำไมดูเหมือนมีพลังกว่าที่เขียนในสำนักของเราล่ะ หรือเป็นเพราะพลังของเจ้าที่เพิ่มขึ้น” อาจารย์หลี่ตงปินสงสัย

    “ ใช่แล้วศิษย์ได้รับพลังเพิ่มขึ้น การเขียนอักษรกระบี่ก็เลย มีพลังมากขึ้นไปด้วย”

    เทียนตอบไปตามความเป็นจริง

    “ ถ้าเช่นนั้นวันนี้ข้าขอลาทุกท่านก่อน อาเทียนพวกเราไปกันเถิด”  จ้าวกวงจับแขนเทียนแล้วหายไปจากที่นี่ทันที

    “ ท่านจ้าวกวงนี่ใจร้อนจริง ๆเลย” อาจารย์หลี่ตงปินเอ่ย

    เทียนถูกพามาที่สำนักอารามจ้าวกวงเทียนจุน พอมาถึงท่านจ้าวกวงก็เอ่ยว่า

    “ อาเทียนวันนี้เจ้าเข้าไปดูดซับสระ โลหิตเซียนก่อนเลย โดยที่ไม่ต้องรอให้ถึงหนึ่งเดือนเพราะโลหิตเซียนสามารถซึมเข้าร่างกายและเพิ่มพลังให้เจ้าได้ทันที คนทั่วไปที่เข้าครั้งแรกอาจเพิ่งพลังได้ถึงสองระดับ แต่ว่าเจ้าไม่เหมือนคนทั่วไป

    หวงต้า เจ้าพาอาเทียนไปสระโลหิตเซียน แล้วห้ามใครเข้าไปรบกวนเขาจนกว่าเขาจะออกมา”

    “ ขอรับท่านเจ้าอาราม” หวงต้าได้พาเทียนเข้ามาที่ถ้ำแห่งหนึ่งเขียนป้ายว่า สระโลหิตเซียน

    “ ท่านหลี่เชิญท่านเข้าไปได้เลย”

    เทียนเดินเข้าไปพบเห็นสระขนาดใหญ่ เห็นมีน้ำสีแดงคล้ายโลหิตจริง ๆ เทียนใช้เนตรสวรรค์มองไปถึงรายละเอียดก็ตกใจ นี่มันไม่ใช่น้ำนี่ เป็นโลหิตเซียน จริงๆ

    เทียนลงไปแช่ในสระโลหิตทันที...

    คล้ายกับเรื่องเทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสาม ตอนกำเนิดจ้าวสวรรค์ ที่คุณอ่าน