บทที่ 27 เยินยอก่อนผ่าตัด
หลังจากฟังคำพูดของหลี่หยาง หานชิงอวี่ก็หันกลับมามอง
ตอนแรกนึกว่ามันน่าจะเป็ปัญหาในการทำงานอะไร แต่เมื่อหานชิงอวี่หันกลับมา เขาก็เห็นหน้าจอโทรศัพท์ของหลี่หยางที่ยืนอยู่ข้างเขา
ซึ่งบนหน้าจอโทรศัพท์เวลานี้มีรูปถ่ายของสาวสวยอยู่หลายภาพ
ทันทีที่เห็นสีหน้าสงสัยของเพื่อนรุ่นพี่ หลี่หยางก็เกาหัวอย่างไม่พอใจ
“แหะ ๆ พอดี่นี้แม่ให้ผมไปนัดบอดบ่อยมาก ผมปฏิเสธไปตั้งหลายรอบแล้ว แต่แม่ก็ยังส่งมาให้เยอะเลย”
“ผมคิดว่าพี่อวี่เป็ที่ชอบของสาว ๆ มาก งั้นช่วยผมเลือกหน่อยสิ สาว ๆ เยอะขนาดนี้ พี่คิดว่ามีใครที่ดูดีบ้าง?”
เมื่อได้ยินคำพูดของเ้ารุ่นน้องตัวแสบแล้ว หานชิงอวี่ก็พูดไม่ออกทันที
เขาไม่เข้าใจว่าทำไมผู้ชายคนนี้คิดอะไรแบบนี้ได้ คนอื่นมาหาเขาก็ต่างขอให้ช่วยเื่งาน แต่สำหรับเ้าตัวแล้ว ขอให้เขาช่วยเลือกเมียเนี่ยนะ? ยิ่งไปกว่านั้น ยังขอให้เขามาช่วยดูโหงวเฮ้งให้อีก ทั้งที่ฝ่ายหญิงยังไม่ได้พูดอะไรสักคำ โชคดีแค่ไหนที่หลี่หยางได้เป็ฝ่ายเลือกก่อน
ทว่าเมื่อเห็นแววตาของเพื่อนสนิทตนเปล่งประกายตั้งตารอที่อยู่ตรงหน้า หานชิงอวี่ก็ถอนหายใจยาวก่อนจะเปิดปากพูด
“รูปแรกผู้หญิงคนนี้คางกลม ได้ยินมาว่าผู้หญิงแบบนี้มักจะเข้าใจคนอื่น ส่วนผู้หญิงรูปที่สอง...”
หมอกับหมอผีมีต้นกำเนิดเดียวกันแหละ หานชิงอวี่เคยอ่านหนังสือเกี่ยวกับโหงวเฮ้งอยู่บ้าง แม้ว่าเขาจะไม่ค่อยเชื่อเื่เท่าไหร่ แต่ตอนนี้ก็ถึงเวลาที่จะเอามันออกมาหลอกหลี่หยางตรงหน้า ถึงยังไงเขารู้จักนิสัยของอีกฝ่ายดี ถ้าไม่สามารถบอกความจริงต่อหน้าเขาได้ วันนี้ก็กลัวว่าจะถูกรบเร้าขอคำแนะนำเื่สาว ๆ เหล่านี้ทั้งวันแน่
“อะแฮ่ม!”
ขณะที่หานชิงอวี่กำลังพูด ส่วนหลี่หยางก็กำลังฟังด้วยความสนใจ จู่ ๆ ก็มีเสียงกระแอมไออย่างไม่พอใจดังขึ้นข้างหลังของทั้งสอง เมื่อได้ยินเสียงกระแอมนี้ ในใจของหานชิงอวี่ก็รู้สึกถึงลางสังหรณ์ที่ไม่ดีทันที
อย่างที่คิดไว้เลย เมื่อหันกลับไปมอง ก็เห็นไป๋ปิงยืนอยู่ข้างหลังทั้งสองคน พร้อมกับสายตาที่มองพวกเขาอย่างดูถูก
แค่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผู้หญิงนิดหน่อย ก็พอเพียงสำหรับเธอที่จะขึ้นบัญชีดำให้กับคนทั้งสองที่อยู่ตรงหน้าแล้ว
ปึง!
เอกสารปึกหนึ่งถูกโยนลงตรงหน้าของคนทั้งสอง มันเป็รายงานการผ่าตัด รายละเอียดข้างในได้แก่ แผนการผ่าตัด บุคลากรผ่าตัด และประเด็นต่าง ๆ ที่ควรคำนึงถึงระหว่างการผ่าตัด
หลังจากไป๋ปิงโยนเอกสารลงบนโต๊ะก็ไม่สนใจพวกเขาทั้งสองคนอีก เธอหมุนตัวกลับแล้วเดินไปที่นั่งของตัวเอง
“ผู้อำนวยการไป๋สมกับชื่อจริงๆ...”
แม้แต่หลี่หยางที่ชอบก่อกวนอยู่เสมอ ก็ยังทำได้เพียงอยู่ห่าง ๆ เมื่อเห็นอารมณ์เยือกเย็นของไป๋ปิงที่อบอวลไปทั้งตัว
เขาหยิบรายงานการผ่าตัดบนโต๊ะขึ้นมา ก่อนจะแลบลิ้นออกมา
“แม่เอ๊ย! ผมเคยได้ยินคนอื่นพูดถึงการผ่าตัดนี้ ดูเหมือนว่าหัวหน้าเฉินและผู้เชี่ยวชาญจากแผนกอื่นตัดสินใจร่วมกันอยู่นานเลยนะ ถึงจะสรุปแผนการรักษาได้ สำหรับบุคลากร ก็คัดเลือกคนที่ดีที่สุด...”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ ดวงตาของหลี่หยางก็เบิกกว้างทันที
“พี่อวี่ ทำไม...พี่ก็อยู่ในรายชื่อบุคลากรผ่าตัดด้วยล่ะ!”
หลี่หยางอุทานด้วยความประหลาดใจ หานชิงอวี่จึงลากสายตาไปมอง คิ้วเลิกขึ้นขณะมองดูรายงานการผ่าตัดตรงหน้า เป็อย่างที่คิดไว้เลยว่าในคอลัมน์บุคลากร มีชื่อของเขาเขียนด้วยหมึกดำ
“บางทีมันอาจจะผิดพลาด ฉันจะไปหาหัวหน้าเฉิน...”
หานชิงอวี่เงยหน้าขึ้นมอง้าหาตำแหน่งของเฉินกั๋วกวงในออฟฟิศ แต่ตรงที่นั่งของนายแพทย์าุโนั้นยังคงว่างเปล่า
ในฐานะหัวหน้าแพทย์ประจำแผนกฉุกเฉิน หลังจากที่เหล่าเหลียวออกไป เฉินกั๋วกวงแทบจะกลายเป็กระดูกสันหลังของแผนก เดิมทีในฐานะหัวหน้าแพทย์เขาก็ยุ่งมากอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ดูเหมือนเขาจะยุ่งมากขึ้นไปอีก ถ้าไม่ได้ประชุม ก็ทำการผ่าตัด หายากที่จะเห็นเขาในออฟฟิศ
“พี่ดูสิ มีเฉินฟาด้วย!”
หลี่หยางราวกับว่าได้ค้นพบโลกใหม่ เขาชี้ไปที่ชื่อในรายชื่อบุคลากรผ่าตัดแล้วพูดขึ้น
หานชิงอวี่ขมวดคิ้วยุ่ง ในเวลานี้เขาได้ตัดสินบางอย่างเกี่ยวกับเื่นี้ในใจแล้ว ไม่ว่าหัวหน้าเฉินจะเชื่อมั่นในตัวเขามากแค่ไหน ชายชราจะไม่ยอมให้เขาเข้าร่วมการผ่าตัดร่วมกับแผนกต่าง ๆ โดยไม่ไตร่ตรองแบบนี้แน่นอน ส่วนเฉินฟายิ่งไม่มีทาง
ตอนนี้มีการเตรียมการที่ดูไม่สมเหตุสมผลอยู่สองรายการ และมีความเป็ไปได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น นั่นคือ เฉินฟาคือคนที่สร้างเื่!
ท้ายที่สุดแล้ว หากเขามีปัญหาเกิดขึ้นระหว่างการผ่าตัด เฉินฟาก็น่าจะเป็คนเดียวที่มีความสุขที่สุด แต่การล้อเล่นกับชีวิตคนไข้แบบนี้ทำให้หานชิงอวี่รู้สึกทุเรศ
“ทำยังไงดี เดี๋ยวการผ่าตัดก็จะเริ่มขึ้นแล้ว!”
ในเวลานี้หลี่หยางเองก็ตระหนักได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ ถ้าหมอเฉินไม่อยู่ อย่างนั้นหานชิงอวี่ก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องกัดฟันทำ
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น จากนั้นตามมาด้วยเสียงการแจ้งให้ทราบเกี่ยวกับเื่นี้
“หานชิงอวี่และเฉินฟาจากแผนกฉุกเฉิน อย่าลืมเตรียมตัวเร็วหน่อยนะคะ และไปที่ห้องประชุมกลางเพื่อประชุม ผู้อำนวยการหวังจากแผนกอายุรศาสตร์จะชี้แจงภาพรวมของสถานการณ์ให้ทุกคนทราบกันก่อนค่ะ”
พูดจบ เสียงนอกประตูก็เงียบลง เดินไปแผนกถัดไปเพื่อแจ้งให้แพทย์คนต่อไปทราบ ถึงยังไงนี่คือการผ่าตัดใหญ่ มีการส่งแพทย์ผู้ชำนาญจากหลายแผนกร่วมทำการผ่าตัด หากเกิดข้อผิดพลาดในจุดใด ๆ อาจทำให้การผ่าตัดล้มเหลวได้
หานชิงอวี่เหลือบมองที่นั่งของเฉินฟา ที่ตรงนั้นว่างเปล่าเรียบร้อยแล้ว คิดว่าเขาคงได้รับข่าวนานแล้ว ตอนนี้น่าจะถึงห้องประชุมแล้ว
ในเมื่อเป็เช่นนี้แล้วก็ทำได้เพียงปฏิบัติตามเท่านั้น
หานชิงอวี่จึงรีบเก็บของบนโต๊ะแล้วเดินไปยังห้องประชุมกลาง
...
ณ ห้องประชุมกลาง
“ไอ้หยา นี่ปรมาจารย์แผนกเราไม่ใช่เหรอ รีบมา ๆ”
อย่างที่คาดไว้ ทันทีที่หานชิงอวี่มาถึงห้องประชุม เสียงของเฉินฟาก็ดังขึ้น แต่ครั้งนี้ แทนที่อีกฝ่ายจะแดกดันถากถางเขา แต่กลับพูดอย่างกระตือรือร้นมาก
เมื่อหานชิงอวี่ได้ยินก็รู้สึกคลื่นไส้ครู่หนึ่ง วิธีเยินยอแบบนี้ ตัวเขาใช่ว่าจะมองไม่ออก หลังจากที่เฉินฟาพูดอย่างนั้น แพทย์ที่นั่งประจำที่อยู่รอบ ๆ ก็มองมาทางหานชิงอวี่อย่างสงสัยทันที
เมื่อเห็นคนที่ถูกส่งมาจากแผนกฉุกเฉินเป็หานชิงอวี่และเฉินฟา เด็กสองคนที่มีใบหน้าอ่อนเยาว์เช่นนี้ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกอยากรู้อยากเห็น
เฉินฟาเห็นว่าผู้คนรอบตัวดูเหมือนจะสนใจเล็กน้อย เขาจึงคุยอวดเกี่ยวกับประสบการณ์ก่อนหน้านี้ของหานชิงอวี่
แน่นอนว่าเขาไม่ได้ทำแบบนี้เพราะกลายเป็แฟนคลับของหานชิงอวี่ แต่เพราะเขา้าให้เหล่าแพทย์ที่อยู่ตรงหน้าเขาจำชื่ออีกฝ่ายได้
ระหว่างการผ่าตัด หากเห็นเขามือไม้อ่อนจนทำอะไรไม่ได้ ชื่อเสียงของหานชิงอวี่ก็จะถูกทำลายอย่างสิ้นเชิง!
“เอาละ ตอนนี้ทุกคนก็มากันแล้ว”
หวังเสี่ยวจวิน หัวหน้าแผนกอายุรศาสตร์และยังเป็อีกหนึ่งบุคคลที่มีอำนาจมากที่สุดในโรงพยาบาล หย่อนกายนั่งเก้าอี้ตำแหน่งประธานในการประชุม ก่อนจะพูดขึ้น
การผ่าตัดนี้ในวันนี้มีคนมาเยอะมาก ความยากของการผ่าตัดอยู่ที่นี่แหละ นอกจากนี้ยังมีแผนกอื่น ๆ มาเข้าฟังอยู่ด้วย ทำให้ห้องประชุมแห่งนี้มีคนหนาแน่นมากขึ้น
นอกจากหวังเสี่ยวจวินที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์อธิบายอาการของผู้ป่วย คนอื่น ๆ ในห้องประชุมก็ยืนฟังคำอธิบายของหวังเสี่ยวจวิน
เมื่อมองดูฝูงชนที่หนาแน่นขนาดนี้ เห็นได้ชัดว่าเฉินฟาไม่ฟังสิ่งที่นายแพทย์หัวหน้าแผนกพูดเลย
ตรงกันข้าม ในเวลานี้ เขากลับมีความคิดที่จะสร้างปัญหาบางอย่าง