ในวันนี้นักเรียนชมรมนักสืบได้เตรียมใจว่าจะกลับบ้านค่ำ ดังนั้นแต่ละคนจึงได้ขอผู้ปกครองว่าขอทำรายงานต่อจากเมื่อวาน ซึ่งคนอื่นในชมรมถือว่าเป็เื่ปกติที่บางครั้งพวกเขาก็ขอไปค้างบ้านเพื่อนบ่อยๆ แต่สำหรับสายฝนถือว่าเป็เื่ที่แปลกมาก ยังดีที่เมื่อเช้าพ่อของแพรซึ่งเป็ตำรวจเป็คนมาส่งสายฝนถึงบ้าน ทำให้พ่อสามีเชื่อใจและยอมอนุญาตให้สายฝนนอนค้างที่บ้านเพื่อนอีกวัน
เมื่อถึงเวลานัดหมาย คือ 17.00 น. ทุกคนนัดกันที่ห้องชมรม เพื่อรอฟังการสนทนา โดยมีต้นคอยแอบซุ่มอยู่แถวๆห้องพักอาจารย์พล พอเห็นพวกหัวโจกเดินเข้าไปในห้องของอาจารย์พลก็รีบติดต่อกึ้งเพื่อเตรียมฟังเสียง และให้สายฝนใช้มือถืออัดเสียงไว้ด้วย ความว่า
“เป็ไงบ้างวันนี้”
“ขายหมดแล้วครับ อาจารย์พล”
“ไม่ใช่พวกแกเอายาไปเสพเองล่ะ”
“พวกผมไม่กล้าหรอกครับ นี่ครับเงิน”
“่นี้อย่าเพิ่งมาพบกันถี่มากนัก รู้สึกเหมือนมีคนคอยติดตามฉันอยู่”
“ตำรวจหรอครับ”
“ไม่แน่ใจเหมือนกัน รู้สึกเหมือนอาจารย์กว้านจะคอยจับผิดฉันอยู่ ยังไงก็ไม่รู้”
“หรืออาจารย์เขาจะรู้เื่พวกเราค้ายาครับ”
“อย่าเพิ่งตีตนไปก่อนไข้ อาจจะจับผิดเื่อื่นก็ได้ เพราะฉันกับอาจารย์กว้านกำลังแข่งกันทำผลงานวิชาการเพื่อเลื่อนขั้นอยู่” “อ้าวนี่ ของล็อตใหม่นำไปขายซะ เก็บดีๆล่ะ”
“ไว้ใจผมได้เลยครับ ลาก่อนอาจารย์”
**********************************************
“เอาไงดีพวกเรา หลักฐานเสียงมันก็ชัดแล้วนะว่าอาจารย์พลมีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ายาจริงๆ” กึ้งสรุปจากที่ฟัง
“แต่ตำรวจจะเชื่อนักเรียนอย่างเรางั้นหรอ ดีไม่ดีบอกว่าหลักฐานเราไม่พอจะว่ายังไง นอกจากจะจับคนร้ายไม่ได้แล้ว ยังทำให้พวกนั้นกลับมาแก้แค้นพวกเราอีก เราไม่ควรออกหน้าโดยตรงนะ” สายฝนพูดเพราะห่วงความปลอดภัยของเพื่อนนักเรียนในชมรม
“แล้วพวกเราจะทำอย่างไรกันดีล่ะฝน” แพรถามอย่างกังวล
“ฝนว่าจะลองติดต่ออาจารย์กว้านดู”
“ทำไมถึงคิดว่าอาจารย์จะช่วยจับพวกวายร้ายเ่าั้ได้ล่ะ” เลียนถามอย่างสงสัย
“จากที่ฟังจากพวกมันคุยกันว่าอาจารย์กว้านคอยติดตามอาจารย์พล อาจเป็ไปได้ว่าอาจารย์กว้านอาจจะสืบได้หลักฐานมาบ้างแล้ว ถ้ามารวมกับที่พวกเรามีอยู่ก็จะสามารถเอาผิดกับพวกมันได้ทั้งหมดไง” ฝนสันนิษฐาน
“เราจะเชื่ออาจารย์เขาได้ยังไงล่ะ” นายอาจถามบ้าง
“ขอฝนลองคุยกับอาจารย์เขาก่อนนะ ถึงจะรู้”
ตกดึกคนในชมรมนักสืบก็พากันลอบเข้าไปในห้องของอาจารย์พลเพื่อเก็บเครื่องดักเสียงและพยายามหายาเสพติด ทุกคนพยายามหายาแล้ว หายังไงก็หาไม่เจอ ทุกคนจึงกลับมาที่ห้องชมรมเพื่อนอนค้าง เช้ามาถึงแยกย้ายกันกลับบ้าน สายฝนกลับบ้านโดยมีพ่อของแพรพาไปส่งเหมือนเดิม
**********************************************
เมื่อสายฝนกลับมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ รับประทานอาหารเช้า หลังจากนั้นณัฒวัฒน์ก็อาสาไปส่งสายฝนไปโรงเรียนเองเพราะตนแปลกใจที่ฝนไปค้างบ้านเพื่อนติดต่อกันสองคืน
ระหว่างที่นั่งด้วยกันบนรถนั้น ณัฒวัฒน์เอ่ยว่า “ทำไมต้องทำรายงานบ้านเพื่อนติดกันถึงสองคืน ไม่ใช่ว่าเธอไปติดผู้ชายล่ะ”
ในใจสายฝนคิดประชดว่า “ช่างเป็ผู้ชายมองโลกในแง่ดีจริง จริ๊งง คำพูดแต่ละคำดีงามสุดๆ” แต่ปากตอบไปว่า “ฝนทำรายงานจริงๆค่ะ หากคุณไม่เชื่อจะตรวจดูก็ได้นะคะ ว่าแต่ที่คุณถามอยู่นี่แสดงว่าคุณหึงฝนหรอคะ”
“เปล่า ฉันจะไปหึงเธอทำไมไม่ทราบ เอาเถอะ ฉันจะลองเชื่อเธอดู ยังไงก็ตามอย่าไปติดผู้ชายอื่นล่ะ ฉันก็แค่ไม่อยากเป็ข่าวหน้าหนึ่งอีก”
ฝนแอบโล่งอกในใจ เพราะเล่มรายงานจะมีได้ไงล่ะ และคิดอีกว่า “ที่แท้เขาก็ห่วงแต่ชื่อเสียงสินะ”
เนื่องจากณัฒวัฒน์จะขับรถมาส่งในตอนเช้าเท่านั้นและหน้าที่ที่มารับยังคงเป็คนขับรถประจำตัวเหมือนเดิม ดังนั้นเมื่อมาถึงโรงเรียน สายฝนได้โทรไปบอกคนขับรถว่าให้มารับตอนหกโมงเย็น เพราะมีงานที่ชมรม
**********************************************
ฝนไปเรียนจนกระทั่งพักเที่ยง และขอเข้าพบอาจารย์กว้านเป็การส่วนตัว
“เธอมีเื่อะไรจะคุยกับอาจารย์”
“เอ่อ คือว่า อาจารย์เป็ตำรวจลับหรือเปล่าคะ” ฝนพูดแบบอ้ำอึ้ง
“ทำไมเธอถามอาจารย์แบบนั้นล่ะ”
“ฝนเห็นอาจารย์คอยติดตามอาจารย์พลตลอดค่ะ”
“อาจารย์ทำเพราะมีเหตุผลอื่น แต่การติดตามอาจารย์พลมันก็ไม่ได้หมายความว่าอาจารย์เป็ตำรวจนี่”
“หากอาจารย์ไม่ใช่ตำรวจก็แล้วไปค่ะ ฝนแค่จะบอกว่า ฝนมีสิ่งที่อาจารย์้า ถ้าอาจารย์อยากได้ หลังเลิกเรียนให้ไปที่ชมรมนักสืบและเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงออกมา ฝนมีเื่แค่นี้ค่ะ ลาล่ะนะคะอาจารย์ สวัสดีค่ะ”
สายฝนมั่นใจอย่างมากว่าอาจารย์กว้านเป็ตำรวจแน่ๆ แต่ต้องให้ตัวอาจารย์ยอมรับด้วยตนเอง เลยเลือกที่จะไม่ถามต่อ
ทางด้านอาจารย์กว้านกลับสับสนและสงสัยว่าสายฝนรู้ตัวจริงของตนได้อย่างไร
**********************************************
ณ ห้องชมรมนักสืบ
“เขาจะมาแน่หรอฝน” แพรสงสัย
“รอดูไปก่อนนะแพร” ฝนยังคงรออาจารย์กว้านอย่างมีความหวัง
และแล้วตัวอาจารย์กว้านก็เข้ามาในห้องชมรมจริงๆ ท่ามกลางความแปลกใจของนักเรียนชมรมนี้ อาจารย์กว้านมานั่งเก้าอี้ตรงโต๊ะประชุมชมรม แล้วอาจารย์ก็พูดว่า “ใช่ อาจารย์เป็ตำรวจลับ แล้วยังไง อะไรคือสิ่งที่อาจารย์้า”
“งั้นฝนขอถามอาจารย์ก่อนค่ะ อาจารย์กำลังสืบคดีอะไรอยู่คะ”
“ค้ายาในโรงเรียน”
“อาจารย์ได้หลักฐานหรือยังคะ” ฝนถามอย่างกับสอบปากคำ
“ได้พอสมควรแล้ว กำลังหาตัวอาจารย์ที่มีส่วนร่วมในขบวนการค้ายา”
พอทุกคนในชมรมได้ฟังต่างพร้อมใจกันมอบหลักฐานคลิปเสียงบทสนทนาระหว่างอาจารย์พลกับนักเรียนหัวโจก เมื่อมารวมกับหลักฐานที่อาจารย์กว้านมีอยู่ก็เพียงพอที่จะจับกลุ่มเครือข่ายค้ายาในโรงเรียนได้
“ส่วนเื่ที่ซ่อนยา หรือของกลาง ปล่อยให้เป็หน้าที่ของเ้าหน้าที่ตำรวจ พวกเธอห้ามยุ่งเกี่ยว ไม่เช่นนั้นอาจเกิดอันตรายกับตัวเธอและครอบครัวของเธอได้” อาจารย์บอกเพราะเป็ห่วงนักเรียน
ผ่านไปสามวันก็ได้ยินข่าวว่าตำรวจเข้าจับกุมอาจารย์พลและบรรดานักเรียนที่ร่วมกันค้ายาเสพติดในโรงเรียนได้ทั้งหมด ซึ่งวันนั้นมีนักเรียนบางคนแตกตื่นและใที่เห็นกลุ่มตำรวจวิ่งไล่ตามนักเรียนที่เป็ผู้ต้องหาในคดีค้ายา ดังนั้นผอ.โรงเรียนจึงจัดงานเลี้ยงในโรงเรียนเพื่อปลอบขวัญและเชิญตำรวจมาเป็วิทยากรบรรยายเื่เกี่ยวกับยาเสพติดและวิธีแจ้งเบาะแสกับตำรวจ เป็ไปตามคาดก็คืองานเป็วิทยากรนี้ถูกโยนมาให้หน่วยลาร์ซาร์เป็ผู้ดำเนินการ