ภายในป่ามีชายหนุ่มชุดเขียวคนหนึ่งกระโดดไปบนกิ่งไม้ของต้นไม้ทีละต้นด้วยความเร็ว ซึ่งชายหนุ่มคนนี้ก็คือไผ่ที่กำลังมุ่งหน้าไปทำตามข้อตกลงที่ได้ตกลงไว้กับหยวนชิงเทียน
เหตุการณ์ก่อนหน้านี้
“ข้ามีเรื่องอยากให้เจ้าช่วย ถ้าเจ้าทำสำเร็จสิ่งนี้จะเป็นของเจ้าทันที” จากนั้นหยวนชิงเทียนก็หยิบน้ำเต้าใบหนึ่งและขวดหยกขนาดเล็กอีกขวดออกมาจากแหวนมิติของตนแล้ววางลงตรงหน้าไผ่
“ว่ามา”ไผ่เอยขึ้นโดยไม่ต้องถามไผ่ก็รู้ว่าของทั้งสองอย่างนี้คืออะไร มันจะต้องเป็นสุราวานรวิญญาณอย่างแน่นอนและมันจะต้องมีอายุมากกว่าที่เขาพึ่งดื่มไปเพียงแค่ไม่รู้ว่าอายุกี่ปีแค่นั้นเอง
“ข้าคิดว่าเจ้าน่าจะรู้จักเผ่าพยัคฆ์ขาว” หยวนชิงเทียนเอยขึ้นเมื่อเห็นไผ่พยักหน้าตอบหยวนชิงเทียนจึงพูดต่อ “เมื่อร้อยปีที่แล้วในอาณาเขตของเผ่าพยัคฆ์ขาวได้มีต้นท้อวิญญาณสวรรค์ปรากฏขึ้นหนึ่งต้น เจ้าก็รู้สำหรับเผ่าวานรสวรรค์ของข้าชื่นชอบมันแค่ไหนข้าจึงอยากให้เจ้าไปเอามันมา”
“ถ้าเจ้าเอามันมาได้สุราวานรวิญญาณอายุพันปีในน้ำเต้าและสุราวานรวิญญาณอายุหมื่นปีในขวดหยกนี้จะเป็นของเจ้า ว่าไงสนใจไหม”
“เรื่องแค่นี้แค่เจ้าไปแลกเปลี่ยนกับเผ่าพยัคฆ์ขาวตรง ๆ ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรไม่ใช้รึ”ไผ่เอยถามด้วยความสงสัย
“ข้าเคยส่งผู้ติดตามไปแล้วแต่เจ้าไป๋จวินมันไม่เห็นด้วยอีกทั้งยังสังหารผู้ติดตามของข้า แม้จะแค้นใจแต่สถานการณ์ตอนนี้ทำให้ข้าเคลื่อนไหวมากไม่ได้เพราะถ้าเกิดพวกเราบาดเจ็บทั้งคู่ ไอ้พวกเผ่ามังกรกับเผ่าราชสีห์เพลิงสามหัวจะต้องอาศัยจังหวะลงมือกับพวกเราอย่างแน่นอน”หยวนชิงเทียนกัดฟันอธิบายให้ไผ่ฟัง
ไผ่พยักหน้าเข้าใจหลังจากคิดเล็กน้อยไผ่จึงตอบตกลงกับอีกฝ่ายไป “ตกลงเรื่องนี้ข้าจัดการเอง แค่เอาต้นท้อวิญญาณสวรรค์มาก็พอสินะ”
“ถูกต้อง ถ้าเจ้าทำได้ไม่เพียงแค่ของพวกนี้ที่ข้าจะมอบให้เจ้า ข้าจะถือว่าติดหนี้เจ้าด้วยหนึ่งครั้ง”หยวนชิงเทียนพยักหน้าตอบอย่างจริงจัง
ต้นท้อวิญญาณสวรรค์นั้นสำคัญกับเผ่าวานรสวรรค์มากจริง ๆ ไม่เช่นนั้นหยวนชิงเทียนคงไม่ยอมรับปากขนาดนี้
“ได้ เช่นนั้นข้าฝากเจ้าช่วยดูแลเพื่อนของข้าด้วย”ไผ่เผยรอยยิ้มแล้วเอย
“ไม่ต้องกังวลข้าจะดูแลเพื่อนของเจ้าอย่างดี”หยวนชิงเทียนตบหน้าอกของตัวเองรับปากเพื่อให้ไผ่สบายใจ
“ไม่ต้องพูดอะไร ครั้งนี้ผมจะไปคนเดียวด้วยทักษะของผม ผมสามารถเข้าไปแล้วกลับออกมาโดยที่ไม่มีใครรู้ได้อย่างง่ายดาย”ไผ่หันไปพูดกับทั้งสามคนด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ในเมื่อเจ้าพูดแบบนี้พวกเราก็คงจะพูดอะไรไม่ได้ อีกอย่างพวกเราก็รู้ตัวว่าต่อให้ไปด้วยก็คงจะช่วยอะไรเจ้าไม่ได้มีแต่จะเป็นตัวถ่วงเจ้าเปล่า ๆ”หลินเฟยเอยด้วยสีหน้าจนใจ โจวเทียนและราฟาเอลต่างก็เข้าใจจึงไม่ได้พูดอะไรออกมา
“เข้าระวังตัวด้วยแล้วกันชีวิตของเจ้าสำคัญที่สุด”หลินเฟยพูดต่อด้วยน้ำเสียงกังวล
“ไม่ต้องกังวลผมรู้ตัวดีว่ากำลังทำอะไร อีกอย่างพวกนายไม่ต้องเสียใจไปข้าบอกแล้วว่าเมื่อเราไปยังที่แห่งนั้นข้าจะช่วยให้พวกนายแข็งแกร่งขึ้นเองเมื่อถึงตอนนั้นเราจะสร้างความหวาดกลัวไปทุกที่ที่เราผ่าน”ไผ่ตบไหล่ของทั้งสามคนแล้วพูดด้วยสีหน้าจริงจัง
“ดี พวกเราจะต้องแข็งแกร่งขึ้นจะได้คู่ควรยืนเคียงข้างเจ้า”โจวเทียนพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม
ตัดกลับมาที่ปัจจุบัน
หลังจากเดินทางมาครึ่งวันไผ่ก็มองเห็นอาณาเขตของเผ่าพยัคฆ์ขาวอยู่ตรงหน้า เหตุผลที่ไผ่ตัดสินใจทำเรื่องนี้มีสองสาเหตุด้วยกันหนึ่งก็เพื่อสุราวิญญาณหมื่นปีขวดนั้น ไผ่มั่นใจว่าถ้าได้ดื่มมันเข้าไปตัวเขาจะต้องทะลวงระดับได้อย่างแน่นอนไม่เพียงแค่นั้นพลังจิตเองก็จะพัฒนาขึ้นไปอีกขั้นเช่นเดียวกัน
และสาเหตุที่สองก็คือไผ่ต้องการล่าพยัคฆ์ขาวเพื่อแย่งชิงทักษะของพวกมันอยู่แล้วและนี่คือเหตุผลหลักที่ไผ่ตัดสินใจเข้ามายังดินแดนหมื่นอสูรครั้งนี้ ไม่ใช่เพื่อสมบัติหรือสมุนไพร ไม่ใช่เพื่อสุราวานรวิญญาณ แต่เพื่อล่าเผ่าพยัคฆ์ขาวเพื่อแย่งชิงทักษะต่างหาก
เผ่าพยัคฆ์ขาวเป็นเผ่าที่ขึ้นชื่อเรื่องการลอบสังหารที่น่าเกรงขามและสาเหตุที่พวกมันถูกเรียกแบบนั้นเพราะความเร็วของพวกมันที่เป็นจุดเด่น พวกมันเร็วมากจนสามารถสังหารศัตรูของพวกมันได้ก่อนโดยที่ไม่มีโอกาสได้ตอบโต้เลย
ยิ่งถ้าความแข็งแกร่งและความเข้าใจในทักษะของพวกมันสูงมากพอ พวกมันสามารถเดินทางข้ามมิติไปไกลหลายพันหลายหมื่นกิโลเมตรในพริบตา
ตัวของไผ่นั้นเป็นผู้ปลุกพลังที่ชอบต่อสู้ระยะประชิด ไผ่จึงไม่มีทักษะโจมตีระยะไกลเลยแม้แต่ทักษะเดียว ตอนนี้ตัวของไผ่มีทั้งทักษะที่ช่วยเพิ่มพลังโจมตีและพลังป้องกันแล้วแต่ไผ่ยังขาดทักษะที่ช่วยเพิ่มความเร็ว
เพราะเหตุนี้เองที่ทำให้ไผ่สนใจในความสามารถของเผ่าพยัคฆ์ขาว เพราะไม่มีทักษะความเร็วไหนเหมาะกับเขามากไปกว่าทักษะของเผ่าพยัคฆ์ขาวอีกแล้ว ซึ่งถ้าได้มันมามันจะเพิ่มความแข็งแกร่งให้ไผ่เป็นอย่างมาก
ไผ่มองไปที่อาณาเขตของเผ่าพยัคฆ์ขาวก่อนจะถอนหายใจออกมาเล็กน้อยแล้วพึมพำออกมา “ไม่มีทางเลือกแล้วสินะ หวังว่าในอนาคตจะสามารถพัฒนามันให้มีระดับที่สูงขึ้นได้”
ไผ่ก็หยิบหินปลุกพลังสีส้มออกมาหนึ่งก้อนก่อนจะหยดเลือดลงไป ผ่านไปไม่นานหินปลุกพลังระเบิดออกแล้วหลอมรวมเข้ากับร่างกายของไผ่
ไผ่หลับตาทำความเข้าใจทักษะใหม่ที่ได้รับมา หลังจากทำความเข้าใจทักษะแล้วร่างกายก็ค่อย ๆ จางหายไปเหมือนกับไม่เคยอยู่ตรงนี้มาก่อน.