ลึกซ่อนราชันย์

    ตอนที่ 31 มิติอากาศธาตุ

    ตอนที่31 มิติอากาศธาตุ

              เสียงระเบิดตูมตามดังสนั่นในแต่ละจุดบ่งบอกว่าอสูรบรรพกาลทั้งสองตัวกำลังรุมโทรมคิวบิลัสอยู่เนืองๆส่วนคิวบ์คงไม่พ้นการถูกตบและคลื่นพลังอัดจนย่อยยับ

              โฮวก!!!

              เสียงอสูรขนาดตัวใหญ่เยี่ยงภูเขารูปร่างของมันทั้งสองนั้นต่างกันตัวหนึ่งเสมือนดั่งสิงโตขาวที่มีเขี้ยวสีทองอันแหลมคม อัญมณีสีดำประทับตรงหน้าผากเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายแสงสีดำเปล่งออกมาจากอัญมณีขนาดใหญ่นั้นเป็นระยะพลันพลังของมันก็ฟื้นฟูขึ้นเรื่อยๆลูกไฟลูกแล้วลูกเล่าถูกปล่อยไปยังคิวบิลัสดั่งพายุฝนหางของมันนั้นเหมือนหางสิงโตธรรมดาแต่ส่วนปลายนั้นเป็นขนดาบที่มีมากกว่าพันเล่มทั้งนี้ขนดาบเหล่านี้ยังใช้โจมตีได้ตลอด และทุกๆ 2 นาทีมันก็จะงอกเงยขึ้นมาใหม่กรงเล็บอันยาวเฟี้ยวที่แข็งแกร่งทั้งยังมีความเร็วดุจสายฟ้า

              อีกตัวหนึ่งลักษณะคล้ายเสือโคร่งลำตัวเป็นสีทองแพรวพราวมีอัญมณีสีม่วงติดตรงหน้าผากพร้อมกับส่งไอสีม่วงจางๆออกมาตลอดเวลา หางที่เปรียบเสมือนหอกนั้นสามารถยืด หดได้ตามใจชอบและมีความยาวอย่างอย่างไม่น่าเป็นไปได้ ขนาดที่ว่าเหยื่ออยู่ห่างมันนับกิโลเมตรก็ไม่เป็นปัญหาอันไดกรงเล็บสีดำกระหน่ำตบคิวบิลัสทุกครั้งที่มีโอกาสแถมการโจมตียังสอดประสานกับเจ้าสิงโตขาวอีก

              ส่วนคิวบิลัสนั้นไม่สามารถใช้พลังเวทภายนอกร่างได้พอจะจุดบอลไฟมันก็สลายหายไปด้วยอำนาจบางอย่างแต่พลังเวทที่ไหลเวียนภายในร่างก็ยังคงอยู่เช่นเดิม

              “ทำไมไอ้อสูรเชี่ยสองตัวนี้สามารถใช้พลังภายนอกได้วะหรือว่ามันสองตัวเป็นข้อยกเว้น การโจมตีของมันแรงมาก ตัวใหญ่เท่าภูเขาแต่ความเร็วดุจดั่งสายฟ้า” คิวบิลัสเอ่ย เขาได้แต่อาศัยการเดินพลังเวทมนตร์ภายในหลบหนีการโจมตีเหล่านั้นพ้นบ้างไม่พ้นบ้าง

     

              เสื้อผ้าของคิวบิลัสไม่มีหลงเหลืออยู่ให้ปกปิดร่างกายใดๆรูปร่างสมส่วนมีซิกแพคตรงท้องสามารถมองเห็นได้ชัดเจนใบหน้าคมเข้มดั่งเทพบุตรจุติแต่ตอนนี้เต็มไปด้วยเขม่าไฟมืออันแข็งแกร่งต่อยไปที่สิงโตเต็มๆ แต่ก็โดนสวนด้วยอุ้งเท้าเต็มเบ้าหน้า

              “หนอย!! ไอ้หมาสองตัวนี้มันจะเร็วไปไหนฟร๊ะอย่าให้พลังพ่อเหมือนแต่ก่อนนะเอ็ง ไม่งั้นจบเห่ในดอกแรกแน่” คิวบิลัสหลบไปบ่นไปและโดนลูกตบกระเด็นกระดอนแล้วลุกขึ้นมาใหม่โดนลูกไฟสาดเต็มร่างกายแต่ก็มิวายยืนหยัดขึ้นมาแล้วเข้าต่อสู้ การโจมตีต่างๆทำพื้นที่ซึ่งเต็มไปด้วยโครงกระดูกของมนุษย์ มอนสเตอร์แลรวมถึงอุปกรณ์ทั้งหลายต่างถูกทำลาย และมีไฟเผาไหม้กระจัดกระจายทั้งนี้แม้ไฟที่อสูรทั้งสองพ่นออกมาทำลายพื้นที่ลึกกว่า 500เมตรก็ยังไม่เห็นวี่แววของผืนดินข้างล่างเลยจะมีก็แต่โครงกระดูกและส่วนที่สลายจนเกือบกลายเป็นดินทับถมกันเพียงเท่านั้น

              อาวุธ อุปกรณ์ที่หักบ้าง แตกบ้างต่างๆนานาถูกคิวบิลัสหยิบมาใช้เท่าที่จะคว้าได้ แต่มันก็ถูกทำลายไปในเวลาไม่นานอย่าว่าแต่อาวุธเลย ขนาดหมัดที่อัดพลังของเจ้าคิวบ์ต่อยไปเต็มๆยังเจาะผิวมันไม่ได้

              คิวบิลัสนั้นแม้ถูกรุมแต่ผิวหนังตอนอยู่ในร่างมนุษย์นั้นเหนียวมากโดนไปตั้งมากมายยังคงไร้ซึ่งบาดแผล พลังการฟื้นฟูภายในยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆและแข็งแกร่งขึ้นไม่อีก แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ยังสู้กับอสูรสองตัวนี้ไม่ได้

              “ไอ้ไผ่จะให้ข้ารับมือไปถึงไหนฟร๊ะทำไมมันไม่รีบมาช่วย!! บ้าจริง!! ฝากไว้ก่อนเถอะ” คิวบิลัสพูดด้วยน้ำเสียงที่ขุ่นเคืองแต่ก็ไม่ววายต้องหลบลูกไฟอีกหลายตลบ

     

    .......................

     

    ทางด้านของไผ่

              ตอนนี้เขาเดินเตร่หาของท่ามกลางกองกระดูกแถวๆนั้น ไม่ว่าจะเป็นเขี้ยวของมอนสเตอร์บางชนิด กระดูกบางส่วนทั้งนี้ยังไปปลอกเอาเปลือกต้นม้าทุบๆ ๆ แล้วนำมาทำเป็นเชือกเส้นเล็ก ด้วยความเหนียวของเยื่อไม้เชื่อกที่ได้จึงมีความทนทานเป็นพิเศษ

     

              กระดูก+เขี้ยวและตามด้วยเชือกถูกนำมาประดิษฐ์เป็นอุปกรณ์ใช้งานแบบลวกๆ ซึ่งอุปกรณ์ดังกล่าวก็คือที่ขุดซึ่งมีลักษณะคล้ายๆอีต้อ เพียงแต่มีหัวเพียงด้านเดียวโดยใช้เขี้ยวอันใหญ่โตของมอนสเตอร์ในการสร้างอุปกรณ์จำนวน6-7 ชิ้นล้วนแต่เป็นที่ขุดทั้งสิ้นถูกทำลวกๆ โดยฝีมือของไผ่ และเมื่อชิ้นที่ 8 เสร็จสิ้นชายหนุ่มก็หยุดการกระทำทั้งปวงแล้วลุกขึ้นยืนยืดเส้นยืดสายจากนั้นก็โยนที่ขุด ให้แพตตี้คู่หนึ่ง แล้วตนก็หยิบใช้เองอีกคู่ ส่วนอีก 2 คู่ก็ทิ้งไว้อย่างนั้น

              ไผ่กวาดตามองดูทิวทัศน์รอบภูเขาที่ตนกำลังยืนอยู่อีกครั้ง

              “ตามข่อยมา” พูดเพียงไม่กี่คำก็เดินนำไปโดยไม่รีรอสักพักเขาก็ลงมือขุดดินตรงหน้าด้วยความรวดเร็วทันที

              ปึก! ปึก! ปึก!

              เสียงอุปกรณ์เขี้ยวสัตว์กระทบกับผืนดินดังสนั่นไผ่ใช้แรงอันมหาศาลขุดเปิดเปลือกดินอย่างง่ายดายเสมือนดินอันแข็งแกร่งตรงหน้าเขาคือดินทราย

              หลุมที่มีความกว้าง 2 เมตรถูกขุดและเริ่มลึกลงเรื่อยๆ ในแนวเฉียง 45 องศาและมีบ้างที่ขุดราบกับพื้นเพื่อสร้างเป็นทางเดิน

    1 เมตร

    2 เมตร

    3 เมตร

    .

    .

    ขุดคดเคี้ยวลึกลงไปเรื่อยๆเป็นรูปเกลียวสว่านลงไปข้างล่าง ลึกลงจนกระทั่งตัวของไผ่จมลงไปในดินที่ตนขุดจนมิดส่วนดินที่ถูกทำให้อ่อนนุ่มก็ทับถมตัวของไผ่เรื่อยๆสักพักดินเหล่านั้นก็ถูกดันออกมากองข้างนอก และคำสั่งก็ได้เอ่ยออกจากปากในที่สุด

     

              “แพตตี้เธอช่วยนำดินเหล่านี้ออกไปกองข้างนอกที” ไผ่พูดแล้วสอนวิธีการให้แก่เธอจากนั้นก็ช่วยกันกับแพตตี้นำดินที่ขุดแล้วซึ่งยังอยู่ในหลุมออกมากองข้างนอก

              เมื่อกองเสร็จก็เข้าไปขุดต่อเรื่อยๆ แพตตี้ช่วยนำดินออกไปกองข้างนอกต่อ

              เมื่อขุดยาวร่วม 200 เมตร ไผ่ก็ขุดหลุมเลี้ยวซ้ายไปอีก 10 กว่าเมตรจากนั้นก็ใช้หมัดต่อยอัดดินเข้าไป จนมันแน่นกว่าเดิมและขุดขยายให้กว้างเป็นห้องขนาด 10* 10 เมตร 1 ห้อง

              ดินที่เหลือนำออกไปข้างนอกโดยมีแพตตี้เป็นลูกมือ ทั้งนี้ด้วยสภาพของเธอที่ไม่สามารถดูดซึมพลังเวทภายนอกมาสร้างเป็นพลังงานหล่อเลี้ยงชีวิตได้ไผ่จึงใช้วิธีการส่งพลังเวทเข้าสู่ร่างกายเธอเป็นระยะ

              2 วันผ่านไปไผ่สามารถขุดหลุมได้ยาวกว่า 3 กิโลเมตร ลึกร่วม 1 กิโล แต่ทั้งนี้ก็ยังไม่เจอแร่โลหะที่เขาต้องการ แม้มีบ้างที่เจอแร่เหล็กที่มีคุณภาพหลายสิบก้อนส่วนโลหะที่ไม่มีคุณภาพก็ทิ้งไปเสีย ทั้งนี้ระยะทางร่วม 3 กิโลเมตรนี้ยังไม่เจอโลหะชนิดอื่นๆแต่ไม่ว่าจะอย่างไรไผ่ก็ยังขุดต่อไปเรื่อยๆ ไม่มีท่าทีว่าจะหยุดจนกระทั่งนานะน้อยที่เกาะอยู่ตรงหลังมานานได้ตื่นขึ้นเป็นการลืมตาของเธอในรอบแรกนับจากช่วงหลายวันที่ผ่านมา

              จู่ๆ บรรยากาศเปลี่ยนไปไอพลังแปลกประหลาดถูกปล่อยออกมาจากตัวของนานนะดวงตากลมใสน่ารักของเธอเมื่อเห็นสภาพข้างในหลุมแล้วถึงกับยกมือขึ้นมาสะบัด และด้วยเหตุนี้เองจู่ๆก็เกิดรอยแยกแปลกประหลาดขึ้นมา พื้นที่รัศมี 10เมตรรอบตัวนานะถูกดันเอาอากาศและมวลธาตุทั้งหลายออก แสงสีขาวนวลค่อยๆก่อร่างเป็นบาเรียสีขาวล้อมรอบพลังเวทไหลสู่ร่างของแพตตี้เพื่อเสริมสร้างเป็นพลังงาน

              “มิติอากาศธาตุพี่ชายมาอยู่ในมิติแบบนี้ได้ยังไง” จู่ๆนานะก็พูดขึ้นมาทำเอาไผ่ถึงกับงง

              “หือ นี่มันเกิดอะไรขึ้นบาเรียสีขาวนวลที่ห้อมล้อมนี้คืออะไร แล้วมิติอากาศธาตุมันคืออะไรล่ะ”ไผ่เอ่ยถามนานะ

     

    ........................

    คล้ายกับเรื่องลึกซ่อนราชันย์ ที่คุณอ่าน