ราชันย์ราชบัลลังก์เลือด

    ตอนที่ 41 ข่าวใหญ่

    เมื่อรถม้าออกเดินทางเข้าสู่อาณาเขตป่าได้สักระยะหนึ่ง ลั่วเทียนสั่งเทียนหลงจัดการสร้างอาณาเขตของตนขึ้นมาในระยะสองลี้รัสมีรอบตัวและเหลือไว้แต่สัตว์ป่าระดับต่ำ เพื่อที่จะเป็นคู่ซ้อมให้กับเว่ยหยวนไว้หาประสบการณ์และฝึกฝนร่างกายไปในตัว
    ลั่วเทียนให้เว่ยหยวนใช้มือเปล่าสู้กับสัตว์ป่าระดับต่ำ เช่น กระต่ายไร้คมเขี้ยว ถึงแม้ว่าจะไม่มีพิษมีภัยอะไร แต่ท่าพุ่งชนของมันก็สามารถที่จะทำให้เด็กอายุสิบปีเกิดผลกระทบต่อร่างกายได้
    เขาอธิบายต่อไปว่า "ระหว่างที่เจ้าเจอสัตว์ป่าระดับต่ำในการต่อสู้ของเจ้าจงโคจรวิชายุทธไปพร้อมกับการต่อสู้ด้วย มันจะเป็นการยกระดับการบ่มเพาะทางด้านร่างกายได้ และจะช่วยให้เจ้าดูดซับพลังงานจากแก่นโอสถที่ข้าให้เจ้ากินเข้าไป"
    "ข้าเข้าใจแล้วนายน้อย" เว่ยหยวนตอบลั่วเทียนเสร็จพร้อมเริ่มต้นที่จะออกไปสำรวจป่าบริเวณโดยรอบด้วยความตื่นเต้น เขาตั้งใจว่าจะต้องยกระดับของตนเองให้ได้
    เมื่อไม่สิ่งใดที่ต้องทำแล้วเกี่ยวกับเว่ยหยวนเพียงแค่รอเวลาอย่างเดียวสำหรับลั่วเทียน เพราะด้านความปลอดภัยเว่ยหยวน เทียนหลงจัดการเรียบร้อยหมดแล้ว
    ขณะนี้ภายในเมืองอาณาจักรทะยานฟ้าซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองหลวงอาณาจักรแห่งนี้ ผู้คนที่มาติดต่อทำการค้าหรือธุระต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับตระกูลหยานเหมือนประจำที่ผ่านมา พวกเขาเหล่านั้นกับพบว่าที่ตั้งของตระกูลหยานกลับเงียบสงบไม่พบผู้คนและมีบรรยากาศที่วังเวงเป็นอย่างมาก
    ข่าวนี้ถูกเล่าต่อ ๆ กันไปจนเป็นข่าวใหญ่ทั่วเมืองหลวง เนื่องจากความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับตระกูลหยานมันพิสดารเกินไป จนไม่พบร่องรอยอะไรเลยแม้แต่น้อย สำนักฝึกยุทธต่าง ๆที่ได้ทราบข่าวต่างพากันมาตรวจสอบหาข้อเท็จจริงกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะพวกเขาต่างรู้ดีว่าถึงแม้ตระกูลหยานจะไม่ได้เป็นตระกูลอันดับหนึ่งภายในเมืองทะยานฟ้าแห่งนี้ แต่อำนาจและฐานะของตระกูลก็ถือว่าเป็นที่รับได้
    เนื่องจากพวกเขามีบรรพบุรุษตระกูลหยานคอยค้ำจุนอำนาจไว้อยู่ จึงทำให้ตระกูลหยานกล้าที่จะทำอะไรเกินตัวได้ ตอนนี้ผู้คนที่มาสำรวจไม่ได้มีแต่บุคลฝึกตนทั่วไป เพราะว่าข่าวนี้ยังไปถึงองค์จักรพรรดิอาณาจักรทะยานฟ้าอย่างรวดเร็ว จึงทำให้มีคำสั่งราชโองการออกมาโดยให้มีขุนนางผู้หนึ่งในวังหลวงที่มีระดับการบ่มเพาะพลังงานขั้นเซียนดาราพร้อมด้วยทหารราชองครักษ์วังหลวงหนึ่งร้อยนายติดตามมาด้วย
    เหตุที่ตระกูลหยานหายไปทั้งตระกูลแบบนี้ ด้วยอำนาจของอาณาจักรจะต้องลดทอนลงอย่างแน่นอน จึงจำเป็นที่จักรพรรดิอาณาจักรทะยานฟ้าจะต้องทำการตรวจสอบหาข้อเท็จจริงให้เจอ
    แม้กระทั่งโรงเตี๊ยมสัมผัสสวรรค์ตอนนี้ เย่หลันที่กำลังใช้ความตั้งใจกับการเพิ่มพลังสมาธิของนางก็ได้รับข่าวแจ้งมาเช่นเดียวกันเกี่ยวกับเรื่องของตระกูลหยานถึงการหายไปของคนตระกูลหยานทั้งตระกูล รวมถึงทรัพย์สมบัติและทรัพยากรต่าง ๆ ที่เก็บสะสมไว้ด้วย
    นางตอนนี้นึกถึงลั่วเทียนเป็นคนแรกเลย เหตุผลก็คือตระกูลหยานดันไปมีเรื่องกับลั่วเทียนไว้ก่อนหน้านี้ เนื่องจากลั่วเทียนมีตัวตนที่ไร้เทียมทานติดตามอยู่ด้วยการจะจัดการตระกูลหยานจึงไม่ใช่เรื่องยากอะไร แต่นางเองก็ยังไม่ตัดสินใจฟันธงเรื่องนี้ เอาไว้รอถามกับเจ้าตัวเองดีกว่า
    ตอนนี้คนที่ต่างพากันมาสืบข่าวต่างไม่ได้รับอะไรกับไปรายงานให้ฝ่ายของตนเองทราบเลย พวกเขาคาดเดากันไม่ได้ว่าฝ่ายไหนเป็นผู้ที่กล้าลงมือกระทำเช่นนี้และการกระทำครั้งนี้บ่งบอกได้ว่าอำนาจที่ถูกใช้ในการลบตระกูลหยาน ให้หายไปได้ มันยากที่จะหยั่งถึงอย่างแน่นอน
    ทางด้านขุนนางที่นำทหารหลวงราชองครักษ์ไปตรวจสอบเรื่องนี้กลับไม่ได้อะไรกลับมารายงานองค์จักรพรรดิเลย ตอนนี้สีหน้าองค์จักรพรรดิบ่งบอกได้ถึงอาการเคร่งเคลียด เขาคิดว่าหากมีอำนาจผู้ฝึกตนลี้ลับเกิดขึ้นในอาณาจักรทะยานฟ้าแบบนี้มันจะไม่เป็นผลดีต่อการปกครองอาณาจักรทะยานฟ้าของเขาอย่างแน่นอน องค์จักรพรรดิสั่งการลงไปกับขันทีส่วนตัวอีกรอบ "เจ้าจงนำคำสั่งของข้าไปบอกให้สายลับสืบเรื่องตระกูลหยานให้จงได้ และให้รายงานความคืบหน้าให้ข้าทันทีหากได้เบาะแสแม้เพียงเล็กน้อยก็ตาม"
    "รับทราบพะยะค่ะ องค์จักรพรรดิ" ขันทีวังหลวงตอบรับด้วยความนอบน้อม
    ตอนนี้ประชานชนเมืองทะยานต่างพากันพูดคุยเรื่องนี้กันไม่หยุดหย่อน และปัญหาที่เกี่ยวกับว่าใครจะได้ครอบครองสถานที่ตระกูลหยานต่อไป
    ทางด้านลั่วเทียนที่ตอนนี้ไม่รู้ว่าตัวเองได้ทำให้เกิดเหตุการณ์กับตระกูลหยานจนเป็นข่าวใหญ่แพร่สะพรัดไปทั่วทั้งอาณาจักร เขากำลังรอให้เว่ยหยวนทะลวงการบ่มเพาะพลังงานก้าวเข้าสู่ขั้นต้นของผู้ฝึกตนซะก่อน จากนั้นจึงค่อยกลับโรงเตี๊ยม
    เว่ยหยวนที่กำลังรับศึกหนักกับกระต่ายไร้คมเขี้ยวจำนวนสามตัวที่ผลัดกันเข้าพุ่งชนเว่ยหยวนจนมีสภาพสะบัดสะบอม ช่วงแรกที่เว่ยหยวนรับมือกับสัตว์ป่าพวกนี้ลำบากเป็นอย่างมาก แต่พอช่วงหลังรับมือไปได้สักพักก็รับรู้ได้ถึงความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นของร่างกาย และพละกำลังพร้อมที่จะต่อสู้เพิ่มมากขึ้น
    จนในที่สุดเว่ยหยวนก็สามารถทะลวงระดับการบ่มเพาะพลังงานได้อย่างสมบูรณ์ และจัดการกับกระต่ายไร้คมเขี้ยวทั้งสามตัวได้สำเร็จในพร้อมกัน เว่ยหวนเริ่มเรียนรู้ที่จะโคจรพลังงานของตัวเองได้อีกทั้งยังได้รับการเสริมพลังช่วยจากชุดเกาะอีก ถึงแม้จะไม่ใช่พลังงานสูงสุดก็ตาม
    ลั่วเทียนเห็นว่าวันนี้เว่ยหยวนประสบความสำเร็จแล้วเขาบอกกับเทียนหลงให้เตรียมพร้อมที่จะเดินทางกลับทันที








    คล้ายกับเรื่องราชันย์ราชบัลลังก์เลือด ที่คุณอ่าน