ณ สหพันธ์
โจมุ่งหน้าไปยังเขตอุตสาหกรรมซึ่งเป็นที่ที่พวกคนแคระอยู่ ที่นี่เต็มไปด้วยความร้อนระอุจากเตาเผาแถมยังมีอากาศที่ไม่ดี
บีบี กำลังดูแบบแปลนบางอย่างและครุ่นคิดไปด้วย
ก๊อกๆ!! ขณะนั้นก็มีคนเคาะประตูห้องทำงานส่วนตัวของเขา
“เข้ามา” บีบีตะโกน
ประตูเปิดออกและคนแคระคนหนึ่งก็เดินเข้ามาพร้อมกับรายงานว่า “มีคนมาขอพบน่ะหัวหน้า เห็นว่าเป็นมนุษย์ชื่อโจ”
“ให้เขาเข้ามาเลย” บีบีกล่าวขณะพับแบบแปลนเก็บไว้ในในลิ้นชัก
โจเดินเข้ามาและคนแคระที่เข้ามารายงานก็เดินออกไปพร้อมปิดประตูห้อง
“เป็นยังไงบ้าง ยานลำใหม่ที่ให้ไปเจ๋งดีใช่มะ?” บีบีกล่าวพร้อมกับหัวเราะ
“ใช่มันดีมาก…แต่ผมไม่ได้มาเพราะเรื่องนั้น ผมมีเรื่องให้ช่วยหน่อย” โจกล่าวด้วยความเร่งรีบ
“เรื่องอะไรล่ะ บอกมาได้เลย” บีบีกล่าวพร้อมตบหน้าอกด้วยความมั่นใจ
โจหยิบเครื่องสื่อสารของตัวเองออกมาก่อนจะพูดว่า “ช่วยดูตำแหน่งของใครสักคนให้หน่อยได้ไหม?”
“นี่มัน…ผิดกฏสหพันธ์นะ” บีบีกล่าวด้วยความตกใจ
การเจาะระบบเครื่องมือสื่อสารข้ามระบบดาวเพื่อค้นหาต่ำแหน่งของอีกฝ่ายเป็นเรื่องที่ผิด โดยส่วนใหญ่แล้วไม่ค่อยมีใครอยากทำหากไม่ใช่เรื่องที่หมดสิ้นหนทางจริงๆ
ในความเป็นจริงแล้วโจสามารถส่งเรื่องร้องขอต่อศาลแห่งสหพันธ์เพื่อตรวจสอบตำแหน่งของคายเฟอร์ได้ แต่ว่ามันใช้เวลานานเกินไป และเสียงที่โจได้ยินในตอนท้ายเขาก็รู้ดีว่าเพื่อนของเขากำลังเจอกับอันตราย
“ขอร้องล่ะ ผมยอมทำให้ทุกอย่างเลย” โจอ้อนวอน
บีบีเดินไปมาด้วยความลังเลอยู่สักพักก่อนจะถอนหายใจ “ก็ได้” เขาคว้าเครื่องมือสื่อสารในมือโจก่อนจะดึงโจเข้ามาใกล้ๆแล้วพูดเสียงเบาว่า “เห็นแก่ความสัมพันธ์ของพวกเราสองเผ่าพันธุ์หรอกนะถึงยอมเสี่ยงช่วย แต่จะต้องไม่ให้ใครรู้เรื่องนี้เด็ดขาดเข้าใจไหม?”
โจพยักหน้า “เข้าใจ”
บีบีเดินกลับไปที่โต๊ะเครื่องมือ เขาหยิบอุปกรณ์ในการเจาะระบบออกมาก่อนจะเงยหน้าแล้วพูดกับโจอีกครั้งว่า “จำไว้ นายเป็นหนี้ฉันครั้งหนึ่ง”
โจพยักหน้า
บีบีวางเครื่องมือสื่อสารบนเครื่องอะไรสักอย่างซื่งเป็นทรงกระบอกและตัวฐานด้านในเป็นแผ่นสีเขียวมีตัวหนังสือและตัวเลขดิจิตอลวิ่งผ่านไปมา
บีบีต่ออุปกรณ์นั้นเข้ากับแท็บเล็ตแล้วจัดการเจาะระบบอุปกรณ์สื่อสาร ทันทีที่เริ่มเจาะระบบเครื่องมือทรงกระบอกก็โปร่งแสงและมีข้อมูลดิจิตอลลอยไปมาวนรอบอุปกรณ์สื่อสาร
โจเฝ้ามองอย่างใกล้ชิด แม้ว่าเขาจะไม่เข้าใจเท่าไหร่แต่เขารู้สึกว่ามันดูสุดยอดมาก
นิ้วของบีบีจิ้มแท็บเล็ตด้วยความรวดเร็ว หลังจากผ่านไปราวๆ 15 นาทีเขาก็เรียกโจ “เสร็จแล้ว เข้ามาดู”
โจรีบเดินเข้าไปหาบีบี และบีบีก็ส่งแท็บเล็ตให้โจดู เมื่อโจมองหน้าจอเขาก็เห็นตัวหนังสือและตัวเลขที่บอกพิกัดของอุปกรณ์สื่อสารของคายเฟอร์
“ที่นั่นมัน…เป็นอาณาเขตของพวกกอลเอลนี่” โจกล่าวขึ้นมาและขมวดคิ้ว
บีบียักไหล่ “ฉันไม่รู้หรอกนะว่าคนที่นายให้หาเป็นใครแต่หากเป็นเพื่อนนายละก็บางทีอาจไม่รอดแล้วก็ได้ หรือไม่ก็อาจจะอยู่ได้อีกไม่นาน”
กอลเอลเป็นเผ่าพันธุ์ป่าเถื่อนดุร้ายที่ไม่ได้เข้าร่วมกับสหพันธ์ แม้ว่าทั้งสองจะไม่ได้อยู่ฝ่ายเดียวกันแต่ว่าก็ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกัน
อย่างไรก็ตามทุกคนต่างรู้ดีว่าพวกกอลเอลมีนิสัยดุร้ายและพวกมันจะตามล่าไม่ว่าใครก็ตามที่กล้าเข้าไปบุกรุกดินแดนของพวกมัน
โจยื่นแท็บเล็ตคืนให้บีบีแล้วกล่าวว่า “ขอบคุณ” เขาคว้าอุปกรณ์สื่อสารของตัวเองแล้วออกจากห้องไปด้วยความเร่งรีบ
“บางที นี่อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้เห็นหน้าหมอนี่” บีบีส่ายหัวด้วยความเศร้าใจ
……
โจกลับไปถึงยานบัญชาการ เมื่อเขากลับไปถึงก็เรียกทุกคนมารวมกัน
“ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว ที่ที่ผมจะไปมันอันตรายมาก อันตรายยิ่งกว่าตอนที่พวกคุณสู้กับพวกสเปคซะอีก และนี่เป็นเรื่องส่วนตัวของผม ผมไม่ต้องการให้ใครมาเสียสละและต้องการให้ทุกคนถอนตัว” กล่าวจบเขาก็เตรียมไปขึ้นยานอวกาศลำเล็กเพื่อมุ่งหน้าไปช่วยเพื่อนของเขา
แต่ว่าทุกคนยังคงยืนอยู่ที่เดิมและไม่ได้ขยับไปไหนทำให้เขาไม่สามารถเดินผ่านไปได้
“ทำไมพวกคุณถึงยังไม่แยกย้ายกันไปอีก?” โจขมวดคิ้ว
มายด์เหลือบมองทุกคนที่ยืนด้านหลังก่อนจะก้าวไปหาโจหนึ่งก้าวแล้วพูดว่า “พวกเราตัดสินใจติดตามหัวหน้า หมายความว่าไม่ว่าสถานการณ์จะเลวร้ายแค่ไหนพวเราก็จะยังคงติดตามหัวหน้าไป”
โจได้ยินก็รู้สึกโกรธเล็กน้อยเขาไม่ต้องการให้ใครก็ตามต้องมาตายเพราะเขา “ผมเป็นหัวหน้าของพวกคุณแค่ชั่วคราว ผมไม่ใช่มนุษย์เผ่าพันธุ์เดียวกับพวกคุณ กลับไปซะ ตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไปผมจะไม่ใช่หัวหน้าของพวกคุณอีกต่อไป” โจกล่าวด้วยถ้อยคำรุนแรง เขาอยากให้คนเหล่านี้กลับไป
เมื่อได้ยินคำพูดของโจ พวกเขาต่างก็มองหน้ากัน…ใช่แล้ว หัวหน้าไม่ได้เป็นเผ่าพันธุ์เดียวกันแต่ว่าพวกเขาก็เริ่มไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันเป็นความจริงหรือไม่ ไม่ว่าจะมองยังไงหัวหน้าของพวกเขาก็มีรูปลักษณ์เหมือนมนุษย์ทุกอย่าง หากโจพูดว่าเขาเป็นมนุษย์พวกเขาคงเชื่อง่ายๆ
นอกจากนี้เหตุผลที่โจไม่ต้องการให้คนอื่นไปด้วยเพราะว่าเขากำลังมุ่งหน้าไปยังอาณาเขตของพวกกอลเอลซึ่งหมายความว่าเขากำลังจะไปเคาะประตูบ้านพวกนั้น ตัวเขาที่แข็งแกร่งยังพอมั่นใจที่จะเอาตัวรอดได้แต่ว่าคนอื่นๆไม่ใช่
“บ้าเอ้ย!!” เมื่อเห็นทุกคนยังคงยืนอยู่ที่เดิมโจรู้สึกโกรธและมีความสุขในเวลาเดียวกัน
เมื่อไม่สามารถไล่พวกเขาไปได้โจทำได้แค่ถอนหายใจแล้วกล่าวอย่างจริงจังว่า “พวกคุณต้องฟังคำสั่งของผมอย่างเคร่งครัด หากผมบอกถอยให้ถอยเข้าใจไหม?”
“เข้าใจครับ/ค่ะ!!”
การไปครั้งนี้อาจจะมีการสูญเสียมหาศาล แต่เขาจะไม่ไปก็ไม่ได้เพราะเพื่อนรักของตนกำลังตกอยู่ในอันตรายแต่เขาก็ห้ามคนเหล่านี้ไม่ให้ตามไปก็ไม่ได้อีกเช่นกัน
สุดท้ายเขาคงทำได้เพียงพยายามให้ดีที่สุดเพื่อรักษาชีวิตของคนพวกนี้ไว้ เขาเองก็ไม่รู้ว่าการมุ่งหน้าไปยังอาณาเขตของพวกกอลเอลครั้งนี้จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
ยานบัญชาการของมนุษย์เคลื่อนที่เหนือความเร็วแสงทำให้มันหายวับไปในพริบตาพร้อมกับเสียงทึบ