ตอนที่ 44
ห้องรับรองที่ตกแต่งด้วยพรม เฟอร์นิเจอร์ และของตกแต่งราคาแพง ถูกใช้เป็นที่ประชุม โดยมีชิงเทียน จิ่วเฟย จิ่วหยวนปิง และ 3 ผู้ฝึกสอนนั่งหารือกันอยู่ ชิงเทียนถามถึงรายละเอียด และระดับพลังของคนที่เคยเข้าไปกับจิ่วหยวนปิง
“คนที่แข็งแกร่งที่สุด อยู่ในขอบเขตก่อตั้งร่างกายค่ะ" จิ่วหยวนปิงตอบ เธออยากจะเข้าไปกับชิงเทียนแต่ก็ถูกเขาปฏิเสธ
ดูเหมือว่าชิงเทียน จะไม่ได้ข้อมูลเกี่ยวกับภายในประตูมากนัก รู้เพียงแค่ว่าด้านในเป็นเขาวงกตขนาดมโหฬาร
“บอสใหญ่ ฉันไม่เข้าใจ ทำไมคุณถึงไม่ยอมให้ฉันเข้าไปด้วย" จิ่วหยวนปิง ทำหน้าเคร่งเครียด การที่ชิงเทียนปฏิเสธความช่วยเหลือของเธอ ทำให้เธอคิดว่า เขาเห็นเธอไม่มีประโยชน์
“หยวนปิง เธอยังไม่ได้เรียนรู้การใช้รูปแบบ"
เป็นตามที่จิ่วหยวนปิงคิด ใบหน้างดงามของเธอเริ่มเศร้าหมอง
แต่ชิงเทียนยังคงพูดต่อ "และที่สำคัญ ฉันกลัวว่าเธอจะได้รับอันตราย"
เขาไม่สามารถรับประกันความปลอดภัยของเธอได้ จริงอยู่ที่ว่าจิ่วหยวนปิงแข็งแก่งกว่าเขา แต่เธอก็ยังขาดความรู้อีกหลายด้าน
หลังจากที่เธอรู้ว่าชิงเทียนเป็นห่วงก็แอบดีใจ ชิงเทียนขอแยกตัวออกไป เพื่อเรียนรู้เคล็ดวิชาผนึกเทพ ชิงเทียนมีกระบี่แล้วก็จริง แต่แก่นโหะเป็นอาวุธชั้นต่ำสุดในแดนเซียน มันไม่อาจแสดงผลลัพธ์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
เขาจึงต้องเลือกดัชนีพิฆาตเทพ พลังทำลายสูงสุดคือสิบดัชนี ธาตุทั้ง 5 จะรวมพลังไว้ที่นิ้วแต่ละนิ้ว และในขั้นแรกสามารถใช้ได้เพียงนิ้วเดียว อย่างน้อยมันก็ใช้ในสถานการณ์จวนตัวได้
ชิงเทียนเรียนรู้เคล็ดวิชา เมฆครึ้มรวมตัวกันอยู่ด้านบน สายฟ้าขนาดใหญ่กระหน่ำผ่าลงบนหัวเขา ชิงเทียนยกมือขึ้นมารับทัณฑ์อัศนี มังกรอัสนีขนาดใหญ่ ปรากฏรอบตัวเขา มันแทรกซึมไปในนิ้วชี้ของชิงเทียน และเกิดประกายสายฟ้าเล็ดลอดออกมา
จิ่วหยวนปิง จิ่วเฟย รวมถึง 3 ผู้ฝึกสอน วิ่งเข้ามาดูอาการของเขา ลูกค้าและชาวเมืองต่างขวัญผวากับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะอยู่ๆก็มีสายฟ้าผ่ากระหน่ำลงมาที่จุดๆเดียว
ชิงเทียนนั่งฟื้นฟูร่างกาย ในที่พักที่พังเสียหาย พวกจิ่วหยวนปิงเห็นเช่นนั้นจึงค่อยคลายกังวล พวกเขาเผลอคิดว่า บอสใหญ่ไหม้เป็นตอตะโกไปเสียแล้ว หลังจากที่ฟื้นฟูร่างกายเสร็จ เขาก็ขอให้นำทางไปยังห้องลับ
“นายท่าน..." ร่างวิญญานของจิ่วเหม่ย ลอยมาหาพวกเขา จิ่วหยวนปิงและจิ่วเฟย คุกเข่าทำความเคารพจิ่วเหม่ย ในขณะที่จิ่วเหม่ยคุกเข่าต่อหน้าชิงเทียน ข่างเป็นภาพที่แปลกพิลึก
พวกเธอลุกขึ้นพร้อมกัน จิ่วเฟยไม่เคยเห็นอาจารย์ คุกเข่าต่อหน้าใครมาก่อน แม้ว่าศิษพี่ของเธอจะเคยบอกว่า อาจารย์เคารพเขามาก แต่ก็ไม่คิดว่าจะถึงขั้นนี้
การลงไปยังประตูชิงหลง ชิงเทียนต้องผ่านที่นี่ก่อน เพราะมันเชื่อมต่อกับทางเดิน ที่ทอดตัวลงไปด้านล่าง “จิ่วเหม่ย หากฉันไม่กลับออกมา ฝากดูแลคนรอบตัวฉันด้วย" เขาไม่รู้ว่าด้านในมีขนาดใหญ่แค่ไหน คงจะต้องใช้เวลาสำรวจไม่น้อย และเขามีโอกาส ที่จะไม่ได้กลับออกมา
จิ่วเหม่ยโผเข้ากอดชิงเทียน “นายท่าน... ได้โปรดอย่าพูดเหมือนท่าน กำลังจะจากโลกนี้ไป จิ่วเหม่ยไม่สามารถยอมรับได้..."
ใบหน้าของชิงเทียน จมลึกลงไปในร่องอกคู่มหึมา แม้จะเป็นร่างวิณณานแต่ก็ยังคงสัมผัสได้ ชิงเทียนดิ้นทุรนทุราย พยายามหาทางหลุดพ้น จากหน้าอกเพชฌฆาตคู่นี้
“ห....หายใจไม่ออก"
จิ่วเหม่ยรีบผลักชิงเทียนออก เขาอยู่ในสภาพที่กำลังจะหมดสติ พร้อมเลือดกำเดาที่ไหลออกมาเล็กน้อย “นายท่านนนน!!"
จิ่วหยวนปิง เอายาหอมให้ชิงเทียนดม โดยให้เขาหนุนตักเธอ “อาจารย์ ท่านจะฆ่าเขาหรือไงกันค่ะ ลืมไปแล้วหรือว่าแม้จะอยู่ในร่างวิญญาน แต่ความแข็งแกร่งของท่านก็ยังมหาศาลอยู่ดี"
จิ่วเหม่ยทำหน้ารู้สึกผิดเธอลืมไปว่า ชิงเทียนในตอนนี้ อ่อนแอกว่าเธอมาก แต่เธอก็เริ่มรู้สึกตะขิดตะขวงใจ ว่าทำไมเธอถึงต้องมาถูกลูกศิษของตนเองต่อว่าด้วย
ชิงเทียนที่เริ่มได้สติลุกขึ้นยืน เขาพยายามรักษาความเคร่งขรึมไว้ แม้ภายในใจจะรู้สึกอับอายมากก็ตาม “ลงไปด้านล่างกันเถอะ" จิ่วเหม่ยไม่สามารถออกห่างจากร่างได้ เธอจึงได้แต่โบกมือลา มีเพียงจิ่วหยวนปิง และจิ่วเฟยที่มาส่งถึงหน้าประตู
ประตูขนาดมหึมา ปรากฏอยู่ตรงหน้าชิงเทียน บนประตูมีรูปมังกรกำลังเหยียบย่างไปบนก้อนเมฆ เขาสัมผัสได้ถึงพลังปราณธาตุลม ที่กระจายตัวอยู่รอบๆประตูขนาดยักษ์
ชิงเทียนใช้มือสัมผัสเบาๆ ประตูก็แง้มเปิดออก สายลมรุนแรงพัดผ่านหน้าเขาไป เขารู้สึกถึงปราณธาตุลมปริมาณมหาศาล และกลิ่นคาวเลือดที่เข้มข้น “แล้วฉันจะกลับมาพร้อมยุทธภัณฑ์เทวะ ไม่ต้องเป็นห่วง" เขาหันมากล่าวกับหญิงสาวทั้งสองคน พวกเธอมองดูแผ่นหลังของชิงเทียน เดินลับหายเข้าไปภายใน
จิ่วหยวนปิงมีสีหน้ากังวนอย่างเห็นได้ชัด เธอต้องการให้เขากลับมาอย่างปลอดภัย จิ่วเฟยไม่เคยเห็นศิษพี่ของเธอ มีท่าทีเช่นนี้มาก่อน “ศิษพี่แอบชอบเขาหรือเจ้าค่ะ?"
“ย...อย่าพูดจาเหลวไหล" จิ่วหยวนปิงหน้าแดง
จิ่วเฟยไม่เคยคิดเลยว่า จิตใจที่เย็นเยียบเหมือนน้ำแข็งของศิษพี่เธอ จะถูกสั่นคลอน ในเมื่อจิ่วหวนปิงไม่ยอมบอก เธอต้องไปถามถึงตัวจริงของบอสใหญ่ จากอาจารย์ของเธอให้ได้
ชิงเทียนเดินเข้ามาในความมืด เขาจุดไฟขึ้นมาบนฝ่ามือ เพื่อสร้างแสงสว่าง เขาเดินสำรวจภายในเขาวงกตที่คดเคี้ยวอยู่นาน จนกระทั่งไปเหยียบเข้ากับกลไกบางอย่าง
เพดานของเขาวงกต เรืองแสงสว่างขึ้นมา จากนั้นชิงเทียน ก็ได้ยินเสียงลมที่พัดพัดผ่านซอกผนัง เขาลองเงี่ยหูฟัง ก่อนที่จะรีบหลบคมมีดสายลมที่ไม่ทราบที่มา มันพุ่งผ่านหน้าเขาไป
พายุก่อตัวขึ้นด้านหน้า คมมีดสายลมนับร้อย พุ่งออกมาจากพายุ ชิงเทียนหลบและใช้กระบี่ป้องกันอย่างยากลำบาก ผ่านไปสักพัก พายุก็สลายหายไป
“อันตรายจริงๆ" เขาถอนหายใจออกมา กับดักแบบเดียวกันเล่นงานเขาอีกหลายครั้ง แต่ชิงเทียนก็สามารถรับมือ ได้อย่างงายดาย หลังจากผ่านเขาวงกตมาได้ ก็พบโถงขนาดใหญ่ ภายในมีหุ่นเหล็กอยู่หนึ่งตัว มันมีรูปร่างเหมือนมนุษย์
หุ่นเหล็กเริ่มเคลื่อนไหว มันสร้างสายลมขึ้นมารอบตัว และมีแส้สายลมที่คมกริบหลายเส้น โบกสะบัดไปทั่ว ร่างของตุ๊กตาลอยขึ้นไปในอากาศ แขนของมันเปลี่ยนเป็นใบมีด เขาต้องหลบแส้สายลมหลายเส้น และการโจมของหุ่นเหล็กในเวลาเดียวกัน ดาบที่แหลมคมของมันสร้างคมมีดสายลมขึ้นมา แล้วกระหน่ำซัดเข้าหาชิงเทียน
ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยบาดแผล ชิงเทียนไม่สามารถใช้เนตรสะกดเทพได้ เพราะมันใช้ได้กับสิ่งมีชีวิตเท่านั้น ที่สำคัญหุ่นเหล็กตัวนั้น มันไม่มีดวงตา
พลังปราณถูกรวบรวมไปที่นิ้วชี้ ประกายสายฟ้าแล่นวนรอบตัว ไล่จากฝ่าเท้ามาที่ปลายนิ้ว
‘ดัชนีพิฆาตเทพ 1 ดัชนี อัศนีทัณฑ์สวรรค์'
ลำแสงสีฟ้าถูกยิงไปด้านหน้า ด้วยความเร็วเสียง มันมีขนาดเท่าท่อนแขนเพียงเท่านั้น ลำแสงทะลวงอกของหุ่นเหล็กจนเป็นรู มันร่วงหล่นลงสู่พื้น แตกกระจายเป็นชิ้นเล็กขิ้นน้อย
กระบวนท่านี้ กินพลังปราณของเขาไปมากทีเดียว พอๆกับ ‘เทพมังกรกลืนกินสวรรค์ แต่พลังในการทะลุทะลวงเหนือชั้นกว่ามาก ในขณะที่เทพมังกรกลืนสวรรค์ มีรัศมีการทำลายที่กว้างกว่า แต่ดัชนีพิฆาตเทพ เน้นการทำลายไปที่จุดๆเดียว
ชิงเทียนเดินเข้าไปในห้องต่อไป ภายในมีรูปแบบกับดัก วางไว้เต็มไปหมด แต่ความซับซ้อนและความทรงพลัง ยังไม่อาจเทียบเท่ารูปแบบม่านพลัง ที่เขาพบในเทือกเขาหมอกปีศาจ แม้ว่าเขาจะปลดรูปแบบกับดักนี้ไม่ได้ แต่เขาก็เห็นรายละเอียดและการทำงานของมัน ได้อย่างชัดเจน
ชิงเทียนก้าวเท้า หลบเลี่ยง เกลือกกลิ้ง กระโดดตีลังกา เสมือนว่าเขาเป็นหัวขโมย ที่กำลังจะเข้าไปโจรกรรมอัญมณี และเมื่อเข้ามาถึงด้านในสุด ก็พบกับรูปแบบค่ายกลชนิดสังหาร ส่วนประกอบของค่ายกล คือหุ่นเหล็กที่เขาพบก่อนหน้านี้ บนพื้นมีรูปดาวหกแฉกขนาดใหญ่ และแต่ละแฉกมีหุ่นเหล็กยืนประจำตำแหน่ง รวมเป็นหกตัว
มันเป็นไปไม่ได้เลย ที่ชิงเทียนจะผ่านรูปแบบค่ายกลนี้ไป โดยที่ไม่ถูกโจมตี เขาเลือกที่จะฟื้นฟูพลังให้เต็มก่อนที่จะก้าวเข้าไป จากการใช้ยาฟื้นฟูปราณ พลังปราณของเขาก็กลับมาเต็มเปี่ยม บาดแผลถูกฟื้นฟูจนหายดี ปกติแล้วต้องใช้เวลาหลายชั่วโมง แต่เขากลับฟื้นฟูภายในไม่กี่นาที
ชิงเทียนก้าวเท้าเข้าไป ในรูปแบบค่ายกล หุ่นทุกตัวพลันสัมผัสได้ถึงการมาของเขา และลอยขึ้นกลางอากาศโดยมีพายุล้อมรอบตัวไว้ พวกมันลุมโจมตีเขาอย่างเป็นรูปแบบ กระบี่มารฟ้าสามารถเฉือนพวกมันได้ แต่ไม่สามารถฟันให้ขาดภายในการโจมตีเดียว
ชิงเทียนรับมือกับการโจมตีทุกทิศทาง อย่างทุลักทุเล และในที่สุดเขาก็มองเห็นช่องว่างของการโจมตี
‘เฉือนจันทร์ ดับดารา'
คลื่นใบมีดเปลวเพลิงสีฟ้า สะบั้นหัวของหุ่นเหล็กตัวหนึ่งไป มันปิดการทำงานทันที หลังจากที่ค่ายกลเสียหุ่นไปหนึ่งตัว ก็มีช่องโหว่เกิดขึ้น พวกมันไม่มีปัญญา หรือความคิดเป็นระบบ มันจึงไม่สนใจที่จะปิดช่องโหว่ แต่เลือกโจมตีเขาต่อไป
บนฝ่ามือของชิงเทียนปรากฎ บอลเพลิงขนาดใหญ่ มันพุ่งเข้าใส่ใจกลางค่ายกล พายุที่หมุนรอบตัว กับแส้สายลม ไม่สามารถป้องกันไว้ได้ เสียงระเบิดดังสนั่นสะท้อนไปทั่วห้อง หุ่นอีกตัวถูกเผาทำลายท่อนบนจนเป็นเถ้า และมีบางตัวที่มีเพลิงสีฟ้าลุกไหม้ ตามร่างกาย
หุ่นเหล็กทั้ง 4 ตัวปลดปล่อยคลื่นดาบสายลมออกมาพร้อมกัน ชิงเทียนพยายามปกป้องแต่จุดสำคัญบนร่างกาย แขนและขาของเขามีรอยเฉือนลึกจนเห็นกระดูก
“ย้ากกกกกก!!"
ชิงเทียนใช้มืออีกข้างที่ไม่ได้ถือกระบี่ ชี้ไปข้างหน้าสายฟ้าแล่นผ่านขึ้นมาที่ปลายนิ้ว เกิดเป็นประจุพลังที่พร้อมจะปลดปล่อยออกมา
‘ดัชนีพิฆาตเทพ 1 ดัชนี อัศนีทัณฑ์สวรรค์'
เขาใช้กระบวนท่านี้อีกครั้ง ศรีษะของหุ่นเหล็กตัวหนึ่งทะลุเป็นรู ยังคงเหลือหุ่นเหล็กอีก 3 ตัว มันผสานพลังกัน ก่อเกิดเป็นคลื่นพายุทอนาโดขนาดยักษ์ ผลักชิงเทียนเข้าปะทะกับผนังที่ทำจากศิลาที่แข็งแกร่ง เขาจึงรับแรงกระแทกเข้าไปเต็มๆ
ชิงเทียนกระอักเลือดออกมา เลือดไหลออกมาจากหลังศรีษะและหน้าผาก แต่เขายังไม่ล้มลง พลังส่วนสุดท้าย ที่กักเก็บไว้ในแก่นปราณถูกดึงออกมาใช้ นี่คือครั้งแรก ที่เขาต้องใช้พลังจากแก่นปราณ ที่เปรียบเสมือนแหล่งพลังงานสำรอง
เปลวเพลิงควบแน่นกลายเป็นคันศร และใช้กระบี่แทนลูกศร ชิงเทียนง้างสายด้วยร่างกายที่สั่นเทา เขาบาดเจ็บสาหัส แต่ก็ยังกัดฟันอดกลั้นความเจ็บปวด ‘เทพมังกร กลืนกินสวรรค์' กระบี่มารฟ้าถูกปล่อยออกจากแหล่ง มังกรสีฟ้าคราม เลื้อยวนกระบี่แล้วพุ่งเข้าหาหุ่นเหล็ก แต่มีเพียงสองตัวเท่านั้น ที่ถูกหลอมละลาย จากการกลืนกินของมังกรเพลิง
ชิงเทียนไม่สามารถยัดยืนได้อีกต่อไป ร่างของเขาล้มหงายลงบนพื้น เลือดไหลอาบทั่วใบหน้า เขาไม่มีแรงแม้แต่จะขยับตัว
หุ่นเหล็กเดินเข้ามาหาเขาอย่างเชื่องช้า มันรู้ว่าพลังปราณของเขาหมดลงแล้ว หุ่นเหล็กคล้ายกำลังยืนจ้องมองชิงเทียน ทั้งๆที่มันไม่มีดวงตา มันง้างแขนที่ทำจากใบมีด เตรียมปลิดชีพชิงเทียน นิ้วของชิ่งเทียนขยับเล็กน้อย
‘ฉึก!!!' ที่กลางหน้าผากของหุ่นเหล็ก มีกระบี่เล่มหนึ่งพุ่งแทงมาจากด้านหลัง ชิงเทียนแสยะยิ้ม แล้วยกมือขึ้นมาชูนิ้วกลางให้มัน อย่างยากลำบาก ก่อนที่หุ่นเหล็กจะล้มตึงลงไป
ชิงเทียนไม่มีแรงที่จะยกแขนอีกต่อไป เขาปล่อยแขนกระแทกลงพื้น ตามแรงโน้มถ่วง และหมดสติไปทั้งอย่างนั้น
---------------------------------------
Facebook Fanpage : มารฟ้าพิชิตสวรรค์
https://www.facebook.com/มารฟ้าพิชิตสวรรค์-105158271890771