ภาคที่ 3 Yan Festival ตอนที่ 3 กลลวง
พวกเขาจะตัดสินกันแล้วสินะหลังจากประลองกันมาเป็นชั่วโมง
มานาจำนวนมหาศาลกำลังก่อรวมกันเป็นดาบขนาดใหญ่อยู่เหนือหัวของเดมอสเช่นเดียวกับโกโด้ที่มีหินรูปร่างแหลมคมขนาดเท่า ๆ ตัวตึกหันปลายแหลมเข้าหาตัวเดมอส
" ท่านั้นของจอมพลโกโด้มักใช้ในสนามรบด้วยข้อดีที่เขาสามารถควบคุมมันได้ง่ายแถมพลังทำลายสูงมากใช้ถล่มป้อมปราการของศัตรูได้อย่างง่ายดาย แต่เดมอสเองก็ไม่น้อยหน้าแม้เขาจะไม่เคยฉายแววให้ผู้คนทั่วไปเห็นแต่ใครก็ตามที่เคยได้ร่วมต่อสู้กับชายผู้นี้ต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าแข็งแกร่งทั้งร่างกาย เวทมนตร์รวมถึงจิตใจ วินาทีที่จะตัดสินผู้ชนะกำลังจะมาถึงแล้วครับคุณผู้ชม "
เพียงชั่วพริบตาของการปะทะกันของเวทมนตร์ทั้งสองแรงลมที่หมุนวนดั่งพายุท่ามกลางสายฝนที่ระเหยเป็นไอ แรงดันกระแทกเข้าที่หน้าของผู้ชมจนไม่อาจจะต้านไว้ได้จำต้องหลบหน้าหนีหรือหาอะไรขึ้นมากันไว้ไม่ว่าจะมือ ร่ม กระดาษหรือจะใช้เวทมนตร์ของตัวเองในช่วงเวลาที่เงียบสงัดผู้ชมค่อย ๆ ลืมตาขึ้นจ้องลงไปในสนามประลองที่มีควันและไอปกคลุมจนมองอะไรไม่เห็น
" เป็นยังไงใครชนะ ? " เสียงซุบซิบคุยกันด้วยความสงสัยจนควันพวกนั้นเริ่มจางลง
" ฉันเห็นเดมอสยังยืนอยู่ "
" จอมพลก็ยังยืนอยู่เหมือนกัน " กองเชียร์ทั้งสองฝ่ายต่างก็ตกตะลึงที่ทั้งคู่ยังยืนอยู่ไม่รู้ว่าใครกันแน่ที่จะเป็นผู้ชนะ
" ฉันแพ้แล้ว " โกโด้พูดด้วยเสียงที่เคร่งขรึมเขาจ้องมองเดมอสด้วยความพึงพอใจยิ้มอ่อนดูแล้วให้ความรู้สึกอบอุ่น ถึงแม้พวกเขาจะบาดเจ็บทั้งคู่แต่บาดแผลพวกนั้นก็ไม่ได้ทำให้ถึงตายได้
" ทำไมถึงยอมแพ้แล้วล่ะครับ " เดมอสเช็ดเลือดที่ปากเหม่อมองดูมันขณะที่ความสงสัยวนอยู่ในหัวตลอด
" เดี๋ยวนายก็จะรู้ตัวเองถ้าอายุเท่าฉันน่ะนะ " โกโด้เดินออกจากสนามเองท่ามกลางสายตาของผู้ชมที่กำลังตกตะลึง
" ด-ได้แล้วครับ ! ผู้ชนะของเราก็คือเดมอสนักล่าแห่งเซีย ! "
" เย้ ! " เสียงตะโกนร้องลั่นจากผู้ชมบนอัฒจันทร์ ตะโกนร้องเรียกชื่อของเดมอสอย่างต่อเนื่องพร้อมกับเสียงปรบมือให้กับผู้ชนะการประลองที่ไม่มีแม้แต่รางวัลแต่กลับมีผู้คนมากมายเช่นนี้ให้ความสนใจ พวกเขาไม่ได้ทำเพื่อรางวัล ไม่ได้ทำเพื่อยกระดับของตนเอง ไม่ได้ทำเพื่ออำนาจเป็นเพียงแค่การทำเพื่อพิสูจน์ตนเองและในที่สุดเดมอสก็ทำได้ เขาแสดงให้เห็นศักยภาพของตัวเองจนชื่อเสียงรวมไปถึงข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วเมืองด้วยความรวดเร็ว
" คุณโกโด้ยอมแพ้สินะคะ " ลักซ์เอ่ยปากถามด้วยสีหน้าที่รู้คำตอบอยู่แล้ว โกโด้พยักหน้าเป็นการตอบกลับรอยยิ้มอันแสนอ่อนโยนทำให้สลัดภาพลักษณ์ของจอมพลผู้ยิ่งใหญ่ออกไปอย่างสิ้นเชิง
" ถ้าฉันไม่ยอมพวกเราคงสู้ต่อกันได้อีกสักสามสิบนาที ถึงแม้ฉันจะเคยแข็งแกร่งก็ตามแต่เมื่อเวลาผ่านไปวัยชราก็เริ่มกัดกินร่างกาย ถ้าขืนสู้ต่อจนถึงตอนนั้นฉันก็อาจจะหมดสติหรือไม่ก็เจ็บหนักเลยก็ได้ ตำแหน่งจอมพลอีกไม่นานก็ต้องเกษียณแถมยังไม่มีผู้สืบทอดอีก " เขาเหลือบตามองหน้าลักซ์ทำเธอตกใจไปครู่หนึ่งแต่ด้วยแววตาอันอ่อนโยนนั้นทำให้เธอกล้ามองตรง ๆ
" พวกเราคิดเรื่องนี้ไว้นานแล้วล่ะ " โกโด้ชายตามองเคลและดอนน่า พวกเขาเหมือนมีอะไรอยากจะพูดกับลักซ์มากมายแต่กลับไม่มีเวลา
" หลังจากเธอขึ้นเป็นพลเอกแล้วฉันก็จะเกษียณและภายในปีหน้าเคลและดอนน่าจะดันเธอขึ้นเป็นจอมพลแทนฉัน ด้วยตำแหน่งพลเอกที่มีแค่นี้ยังไงก็ไม่มีใครกล้าปฏิเสธได้แน่นอน " ประโยคที่โกโด้เอ่ยออกมาทำเอาลักซ์ช็อกนั่งนิ่งไปทันที
" ต-แต่ว่า "
" ไม่มีแต่ พวกเราคิดกันอย่างถี่ถ้วนแล้วไม่มีใครเหมาะกับตำแหน่งนี้เท่าเธออีก " ดอนน่าลูบหัวของเธอขณะที่ลักซ์กำลังสับสนจนทำตัวไม่ถูก
" พวกเราเห็นความสามารถของเธอตั้งแต่อยู่โรงเรียนเตรียมทหาร ตั้งแต่ตอนนั้นเราก็เฝ้าดูเธอมาตลอดความสามารถอันน่าทึ่งความเข้าใจและความตั้งใจของเธอนั้นคือของจริง...เธอคู่ควรแล้ว " เคลพูดต่อทันทีขณะที่โกโด้นั่งกอดอกมองออกไปนอกหน้าต่าง
" ข-ขอบคุณค่ะ ดิฉันจะทำให้เต็มที่สมกับที่ทุกคนคาดหวัง " เธอก้มหน้าก้มตาข่มน้ำตาไว้ไม่ให้ไหลออกมาภายในรถม้าที่กำลังเดินทางกลับกรมทหาร
ตลาด กิลด์ โรงเรียนหลวง พื้นที่อยู่อาศัย ไร่นาหรือแม้แต่ในราชวังไม่ว่าที่ไหนก็มีแต่คนพูดถึงการประลองของจอมพลโกโด้กับเดมอสนักล่าแห่งเซีย
" ท่านประธานกำลังคิดเรื่องอะไรอยู่เหรอคะ ? " หญิงสาวสวมชุดรัดรูปยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานสีขาวดูสะอาดสะอ้านหรูหราน่านั่ง
" ไม่มีอะไร...ก็แค่ ฉันกำลังคิดเรื่องท่านผู้กล้าอยู่น่ะ พวกเขาพึ่งกลับจากการทำภารกิจของกิลด์อยู่ในช่วงพักผ่อนแต่ดูท่าคงได้พักยาวเพราะพวกเขาได้เลื่อนขั้นแรงค์นักผจญภัยแล้วเพียงพอต่อการเข้าแข่งขันในงานที่กำลังจะมาถึง " ใบหน้าที่คุ้นเคยของใครหลายคนเขาเดินตรงมาหาหญิงสาวคนนั้นวางมือบนไหล่เหลือบมองตาของเธอครู่หนึ่งก่อนจะเดินออกไป
" ยังงั้นเหรอคะท่านประธานวิน "
" เธอลืมอะไรไปหรือเปล่า ? " วินหันหน้ากลับมาจ้องมองเธอ
" ไม่ลืมแน่นอน...วิน " พวกเขาเปิดประตูเดินออกไปสู่แสงสว่างผู้คนมากมายที่เดินไปทั่ว คนขาวคนดำสูงใหญ่ปะปนกันไปหมดมีทั้งการจับกลุ่ม จับคู่หรือแม้แต่คนที่เดินอย่างโดดเดี่ยว
" วันนี้ก็เป็นอีกวันที่สดใสเนอะเมล "
" ทำไมหน้าเหมือนกำลังรออะไรสักอย่างอยู่ล่ะคะ ? "
" เธอก็นะรู้ไปซะหมดเลย อีกไม่นานรถไฟก็จะสร้างเสร็จคมนาคมจะถูกยกระดับไปอีกขั้น ฉันในฐานะที่เป็นผู้นำของเขตเวทมนตร์จะต้องนำพาชื่อเสียงและเกียรติยศมาสู่พวกเรา " เขาร่ายเวทรวมมานาก่อเป็นรูปร่างดั่งใจนึกยิ้มออกมาอย่างภาคภูมิใจ
" วิน ! ที่ห้องโถงมีคนทะเลาะกันอีกแล้ว " พ่อหนุ่มคนหนึ่งวิ่งมาอย่างลนลานตะโกนส่งเสียงเรียกวินที่อยู่ชั้นสอง
" สถานการณ์เป็นยังไงบ้าง ? " พวกเขารีบเร่งฝีเท้าไปยังห้องโถงแห่งนั้นทันที
" ขณะที่นักเรียนคนอื่น ๆ กำลังรออาจารย์มาสอนจู่ ๆ พวกไดเลนก็เริ่มหาเรื่องคนไปทั่วแถมยังทำร้ายร่างกายนักเรียนคนอื่นอีก พวกมันแข็งแกร่งเป็นอันดับต้น ๆ ของเขตเราทำให้ไม่มีใครหยุดมันได้พอไปที่ห้องของอาจารย์ก็ไม่มีคนอยู่ฉันเลยต้องมาเรียกนาย " ไม่นานพวกเขาก็ถึงห้องโถงสำหรับเรียนรวมที่นั่นมีคนร่างใหญ่กำลังโยนนักเรียนคนอื่น ๆ กระแทกพื้นเจ็บไปหลายราย เวทไฟและดินของพวกมันกำลังโจมตีใส่กลุ่มนักเรียนที่ช่วยกันสร้างโล่ขึ้นป้องกันไว้แม้บางคนจะหนีออกมาด้านนอกแล้วแต่ก็ยังมีคนที่เจ็บหนักจนขยับไปไหนไม่ได้ ขณะที่ชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังจะช่วยคนเจ็บก็ถูกมันเห็นเข้าและรุมทำร้าย
" พวกนายบังอาจมาสร้างความเดือดร้อนแถมยังทำร้ายเพื่อนร่วมสถาบันแบบนี้คงต้องลงโทษให้หนัก " เวทลมพุ่งกระแทกตัวพวกมันกระเด็นไปติดกับกำแพงแถมยังติดค้างอยู่อย่างงั้นเหมือนกับถูกมัดไว้
" อ๊าก ! แน่จริงก็ปล่อยดิวะเดี๋ยวจะซัดให้ลุกไม่ขึ้นเลย " เสียงตะโกนด่าทอของชายฉกรรจ์ที่ถูกจับไว้ ไม่นานก็เริ่มมีคนมามุงดูกันมากขึ้น
" งั้นก็ลองดูสิ " วินคลายเวทให้กับคนคนนั้น ทันทีที่ลงมาถึงพื้นเขาก็ปล่อยหมัดขวาพร้อม ๆ กับเวทไฟพุ่งใส่วิน
" กรี๊ด ! " กลุ่มคนที่อยู่ใกล้ ๆ ต่างก็ตกใจวิ่งหนีถอยห่างออกไปแต่ก็ยังมีคนที่ยืนดูไม่ไปไหน วินโบกมือหนึ่งครั้งก็ทำให้ไฟดับไปเขาใช้มือขวาปัดหมัดนั่นและทุ่มชายคนนั้นลงกับพื้นก่อนจะบิดแขนมาด้านหลังสร้างความทรมานให้เขาเป็นอย่างมาก
" พอเห็นฝ่ายปกครองไม่อยู่ทีไรก็สร้างเรื่องตลอดเลยนะพวกแกเนี่ย " ทันใดนั้นก็มีเสียงเปิดประตูกระแทกดังขึ้นมา
" วิน ! สถานการณ์เป็นยังไงบ้าง จับคนร้ายแล้วหรือยัง ? " หญิงสาวผมดำสนิทพร้อมกับพรรคพวกอีกหลายคนก้าวเท้าเดินเข้ามาภายในห้องโถง พวกเขารีบตรงเข้ามาหาวินทันที
" สบาย ๆ น่า พวกไดเลนไม่คณามือฉันอยู่แล้ว " วินปล่อยให้พรรคพวกของเธอที่ตามมาทีหลังจัดการจับต่อ เขาลุกขึ้นยืนตรงไปหาหญิงสาวคนนั้นยิ้มอย่างมีเลศนัยกวาดสายตามองเหล่านักเรียนที่มุงดูอยู่
" กลับไปที่ที่ของเราดีกว่าให้พวกนักเรียนหน้าใหม่ได้มีสมาธิเรียนไป ฝากพวกนายจัดการด้วยล่ะ "
" ทราบ ! " กลุ่มคนเหล่านั้นพยักหน้าตอบกลับ
" ที่เขตอื่นมีปัญหาอะไรบ้างไหม ? " วินถามหญิงสาวผมดำสนิทคนนั้นขณะที่เมลก็ยังคงเดินตามหลังอยู่
" โดยรวมแล้วไม่ใช่ปัญหาใหญ่นักฉันกระจายงานกันไปจัดการเรียบร้อยแล้ว แต่ที่หนักที่สุดก็คือมีคนพยายามล้วงข้อมูลในเขตแปด สิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆ กำลังดึงความสนใจของคู่แข่งไม่ว่าจะภายในหรือภายนอก พวกเขาต่างก็ต้องการพิมพ์เขียวเหล่านั้นเขตของเราก็มีความเสี่ยงเพราะเวทมนตร์หลายอย่างที่ถูกคิดค้นขึ้นมาแต่ก็คงไม่มีใครเสี่ยงมาขโมยมันเพราะอีกไม่นานเวทมนตร์เหล่านั้นก็จะถูกเผยแพร่สู่สาธารณชน มีการขายหนังสือสำหรับสอนเวทมนตร์หรือถ้าพวกลูกคนมีเงินก็จะส่งมาเรียนโรงเรียนหลวง " ขณะที่เธอกำลังพูดวินก็จ้องหน้าเธอไม่พักเลยจนเมลที่แอบมองอยู่ข้างหลังรู้สึกน้อยใจแสดงออกมาด้วยสีหน้าชัดเจน
" หยุดจ้องแบบนั้นได้แล้วฉันก็เขินเป็นนะ " เธอใช้นิ้วชี้ดันหน้าของวินออกไป
" แค่อยากจะจ้องมองคนสวย ๆ ไม่ได้เหรอ ? " เขายิ้มพร้อมกับกะพริบตาข้างหนึ่งพยายามจะกวนประสาท
" เป็นแฟนแล้วอย่านึกว่าจะพูดอะไรก็ได้นะ เดี๋ยวจับไปขังเดี่ยวซะเลย " เธอหัวเราะคิกคักหยิกแก้มของวินหยอกกลับ
เชอะสวีทหวานกันเข้าไปทำเป็นไม่เห็นหัวเรา ทำไมวินถึงไม่มองมาที่เราบ้างเลยนะ เมลก้มหน้าก้มตาเดินตามไม่อยากมองพวกเขาสองคนคุยกันมันทำให้รู้สึกบาดตาบาดใจ
" ไปที่ห้องเรียนของเรากันดีกว่า ทำงานของสภามานานจนแทบจะไม่ได้เรียนแล้ว พวกเพื่อน ๆ ในห้องคงตกใจแน่ ๆ ถ้าเราเข้าไปในห้อง "
ไม่นานนักพวกเขาก็มาหยุดอยู่ที่หน้าห้องห้องหนึ่ง รวบรวมความกล้าหายใจเข้าออกเต็มปอดก่อนจะเปิดประตูเข้าไป ด้วยบรรยากาศความเงียบสงบภายในห้องทำให้แค่เสียงเปิดประตูก็ดังมากแล้วส่งผลให้พวกนักเรียนต่างก็หันมามองเป็นตาเดียวกัน
" วิชานี้เธอผ่านแล้วไม่ต้องเข้าก็ได้ " เสียงของชายวัยกลางคนจากหน้าห้องเรียนพูดขึ้น เขากำลังกวาดสายตามองเหล่านักเรียนที่กำลังก้มหน้าก้มตาทำอะไรสักอย่างบนโต๊ะเรียนของตัวเองโดยมีแผ่นกระจกกั้นระหว่างพวกเขาทุกคน
" นาน ๆ ทีจะได้เห็นท่านประธานสภานักเรียนนะเนี่ย งานยุ่งอยู่ไม่ใช่เหรอแล้วไหงถึงมาโผล่ที่นี่ได้ล่ะ " เสียงอันเย่อหยิ่งประชดประชันจากชายหนุ่มคนหนึ่งที่นั่งเท้าคางชายตามองพวกวิน
" เดี๋ยวเถอะโทนี่ " หญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างกันเขกหัวของเขาจนร้องโอ๊ยออกมา
" ก็แค่แซวเล่นนิดหน่อยเอง "
" ฉันไม่ถือสาหรอกนะ " วินเดินเข้าประชิดก้มลงมองพวกเขาท่ามกลางสายตาของเหล่าเพื่อนร่วมชั้น
" ถึงอาจารย์จะบอกแบบนั้นแต่ผมก็อยากจะมาเข้าเรียนบ้างเดี๋ยวรุ่นน้องจะใช้เป็นข้ออ้างว่าผมไม่ค่อยเข้าเรียนก็ยังได้ดีเลย แต่ถ้าอาจารย์ไม่ต้อนรับจริง ๆ ผมก็จะไปนะครับ " วินจ้องตาของอาจารย์ท่านนั้นยิ้มอย่างเป็นมิตรจนเขาไม่กล้าจะไล่หรือทำอะไรได้ทำได้เพียงแค่ปล่อยให้พวกวินหาที่นั่งกันเอาเอง
" ว่าแต่กำลังเรียนอะไรกันอยู่เหรอครับ ? " ดูจากมานาที่คลุ้งไปทั่วกับการกระทำแล้วคงจะฝึกควบคุมมานานั่นแหละแต่อยากจะฟังจากปากของอาจารย์สักหน่อย
เล่นยิ้มแปลก ๆ แบบนั้นอีกแล้วนะวิน หญิงสาวผมดำที่นั่งอยู่ข้าง ๆ มองเห็นรอยยิ้มเลศนัยของวินมันดูแปลกและน่ากลัวยังไงชอบกล
" เราพึ่งเรียนทฤษฎีจบไปหมาด ๆ ตอนนี้กำลังฝึกภาคปฏิบัติในการสร้างรูปแบบมานาให้เป็นรูปร่างที่ละเอียดอ่อนมากขึ้นมิใช่การทำเพียงแค่วงกลมหรือเป็นก้อน ๆ " อาจารย์ท่านนี้อธิบายได้อย่างฉะฉานไม่มีการกระตุกแต่อย่างใดทำให้วินรู้สึกพอใจเป็นอย่างมาก
" แล้วทำไมอาจารย์ถึงให้ผมผ่านเลยล่ะครับ ทั้ง ๆ ที่ผมก็ยังไม่เคยเข้ามาเรียนด้วยซ้ำไป "
" เฮ้อ...เพราะอาจารย์เคยเห็นเธอก่อรูปมานามาก่อนแล้ว มานารูปแมวตัวนั้นที่ทำขึ้นมาเหมือนกับของจริงมากยกเว้นเสียแต่มันไม่สามารถลงสีหรือสร้างมิติให้ออกมาจริง ๆ ได้ แค่นั้นมันก็เกินพอสำหรับรายวิชานี้แล้ว งั้นไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้วเธอลองสร้างมานารูปอะไรก็ได้ให้เพื่อน ๆ ได้เห็นสักหน่อย "
โฮ เขาจะลองเชิงกับเราแฮะหรือถ้าทำไม่ได้ก็กะจะให้หน้าแตกสินะ วินยิ้มอย่างเป็นมิตรดูไม่มีพิษสงเขาลุกขึ้นยืนเดินไปหน้าห้องโดยที่มีสายตาของเพื่อน ๆ กำลังจับจ้องมาที่เขาอยู่
" อะแฮ่ม เพื่อน ๆ ที่เคารพรักโปรดจับตาดูให้ดีนะครับ "
เอาอีกแล้วเขาจะเล่นอะไรอีกล่ะเนี่ย แฟนสาวของเขาถึงกับกุมขมับไม่อยากจะมอง
" มีอะไรก็รีบโชว์ออกมาเร็ว ๆ สิ "
" ใช่ ๆ พวกเรากำลังตั้งใจฝึกอยู่นะไม่มีเวลามากนักหรอก " เหล่าเพื่อน ๆ ภายในห้องดูจะไม่ชอบใจวินสักเท่าไหร่ดูจากน้ำเสียงของพวกเขาแล้ว
" ทำเป็นพูดดีไป ตัวเองก็แค่ทำเป็นฝึกไม่ใช่หรือไงฉันเห็นบอกตั้งใจฝึกมาตั้งกี่วันแล้วก็ไม่เห็นพัฒนาเลย " เสียงพูดเบา ๆ เหมือนบ่นกับตัวเอง
" เลิกปากดีสักวันไม่ได้หรือไงโทนี่ " หญิงสาวข้าง ๆ พูดแทรกคอยเตือน
" โอรีเวีย ! เธอจะยุ่งกับฉันไปซะทุกเรื่องเลยหรือไงแค่อยู่บ้านเดียวกันฉันก็ปวดหัวจะแย่อยู่แล้ว " เขาสะบัดหน้าหนีไปทางอื่นด้วยท่าทางไม่พอใจสั่นขาอยู่ใต้โต๊ะโดยไม่มีใครเห็น
" เอาล่ะจับตาดูให้ดีล่ะ " วินผายมือไปมาโบกสะบัดเหมือนกับการร่ายรำ กำไลข้อมือที่มีเครื่องประดับห้อยโตงเตงวิบวับไปมาเหมือนกับจะสะกดจิตผู้ที่มองมันอย่างไงอย่างงั้นเลย
" ปับ ! " วินเลียปากตัวเองให้เปียกเม้มปากเข้าด้วยกันแล้วปล่อยส่งเสียงแปลก ๆ ออกมาพร้อมกับมานารูปทรงที่คุ้นตา แท่งยาว ๆ เป็นเส้นตรงแถมยังมีลูกกลม ๆ อยู่ทั้งสองข้างอีก แม้บางคนจะไม่เข้าใจมันแต่ก็ยังมีคนที่เห็นแล้วรู้ได้ทันทีว่ามันคืออะไร
" นี่เธอทำรูปบ้าอะไรเนี่ย ! " อาจารย์ตะโกนลั่นทันทีที่สังเกตเห็นและรู้ว่ามันคืออะไร เขาพยายามจะลบมันออกไปแต่วินก็วิ่งหนีไปที่อื่นแถมยังควบคุมให้มันกระดิกไปมาได้อีก
ว่าแล้วไง แฟนสาวของวินนอนก้มหน้าลงไปบนโต๊ะปิดหูปิดตาไม่อยากรู้เรื่องต่อจากนี้อีก
" ฮ่าฮ่าฮ่า ดูสิดูสิฉันควบคุมเก่งไหมล่ะ " เขาวิ่งกระโดดข้ามหัวข้ามโต๊ะไปรอบ ๆ ห้องบางคนก็หัวเราะขบขันที่เห็นอาจารย์วิ่งวุ่นไปทั่ว ผู้หญิงบางคนก็ไม่กล้ามองเพราะเขินอายจนหน้าแดง
" สมแล้วแหละที่เป็นเจ้าวิน ตัวป่วนประจำโรงเรียนหลวงแต่ก็ต้องยอมรับเรื่องความสามารถของมันล่ะนะ " โทนี่นั่งเท้าคางยิ้มมุมปากมองดูพวกเขา
" ฮ่าฮ่าฮ่า " ใบหน้าอันแสนจะมีความสุขของเขาแพร่ออร่าความสนุกไปให้เพื่อน ๆ ภายในห้องที่กำลังเคร่งเครียดกับการฝึกอยู่ให้รู้สึกผ่อนคลายได้ในทันที
เสียงอะไรบางอย่างตกกระทบกับพื้นดังสนั่นไปยันโถงทางเดินภายในตัวอาคารแห่งหนึ่ง นักเรียนที่เดินผ่านไปมาต่างก็ให้ความสนใจที่มาของเสียงนั่น
" ข-ขอโทษค่ะ " สาวน้อยผมสั้นคนหนึ่งเผลอทำอาวุธของตัวเองหล่นพื้นฟังจากเสียงมันคงหนักไม่ต่ำกว่าสิบกิโลกรัมเป็นแน่ ไฉนผู้หญิงตัวเล็ก ๆ เช่นนี้ถึงถือมันได้เหมือนกับถือสมุดเล่มหนึ่งแบบนี้ เธอตรงดิ่งไปยังห้องเรียนของตัวเองด้วยตัวคนเดียวไม่มีเพื่อนสักคน
อาจารย์เขาส่งจดหมายเรียกตัวด่วนมาทำไมกันนะ ? หรือว่าจะสอนอะไรสักอย่างแต่พวกเรากำลังทำภารกิจของกิลด์อยู่ไม่สิจะเรียกว่าพวกเราไม่ได้ ไอ้เราก็ดันอยู่คนเดียวหาเพื่อนไม่ได้เลยสักคนภารกิจที่ทำได้เลยมีไม่มากจะไปลงดันเจี้ยนก็อันตรายเกินไป เธอเข้าไปนั่งเก้าอี้แอบ ๆ อยู่มุมห้องคนเดียว บรรยากาศเงียบฉี่ภายในห้องที่ไม่มีใครสักคนเธอรออยู่อย่างงั้นเป็นชั่วโมง
" เฮ้อ... " เขาคงไม่มาแล้วล่ะมั้ง เสียเวลาทำงานจริง ๆ เลย เธอลุกขึ้นด้วยใบหน้าที่เศร้าหมองเดินคอตกกำลังจะออกจากห้องไปแค่ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงเปิดประตูจากด้านหน้าห้อง อาจารย์ประจำห้องพ่อหนุ่มรูปหล่อร่างสูงใหญ่เดินเข้ามาพอดี
" นั่นเธอจะไปไหนอาจารย์ยังไม่ทันได้คุยเลย " เขาตะโกนมาจากหน้าห้องทำให้เธอกลับไปนั่งที่เดิมที่อยู่มุมห้อง
" มาใกล้ ๆ สิ มีกันแค่สองคนจะหนีไปไกลทำไม ? "
" ค่ะ " เมื่อตอบรับเธอก็เก็บของเดินไปนั่งแถวหน้าที่ที่เคยเป็นที่นั่งของพวกฟราน
" เข้าเรื่องเลยดีกว่าอาจารย์ต้องการความสามารถของเธอ เพื่อช่วยในการทำงานหลาย ๆ อย่าง "
" ทำไมถึงต้องเป็นฉันล่ะ แถมแค่ทำภารกิจของกิลด์เพื่อเลื่อนแรงค์ก็ลำบากอยู่แล้วกว่าจะทำเสร็จแต่ละอย่าง " เธอดูโมโหเล็กน้อยดูจากการพูดที่ร้อนรนแบบนั้น
" มาทำงานกับอาจารย์ไม่ต้องกลัวเรื่องแรงค์นักผจญภัย อาจารย์สามารถทำใบรับรองเพื่อเลื่อนแรงค์ให้เธอได้เลยโดยไม่ต้องไปรับภารกิจถ้าเป็นแบบนั้นล่ะดีไหม ? " เขาจ้องตาของเธอค่อย ๆ ขยับตัวเข้าประชิดคอยกดดันให้รีบตัดสินใจ
" ถ้าเป็นแบบนั้นก็พอจะคุยกันได้...แต่ว่านะอาจารย์รู้เวทมนตร์ของฉันด้วยยังงั้นเหรอคะ ? จำได้ว่าไม่เคยบอกใครในโรงเรียนนี้เลย " เธอพูดออกมาเสียงแข็งจ้องมองอาจารย์ของตัวเองกลับโดยไม่กลัวเหมือนอย่างที่ผ่าน ๆ มา
" ก็พ่อแม่เธอเป็นคนบอกเองตอนประชุมผู้ปกครอง พวกเขาโม้ยกยอลูกสาวตัวเองใหญ่เลยซึ่งก็ไม่แปลก พ่อแม่ที่ไหนก็อยากให้ลูกตัวเองได้ดีกันทั้งนั้นการที่จะบอกความรู้ความสามารถเพื่อให้เป็นที่น่าจับตามองก็เป็นเรื่องปกติ พลังของเดอะดิมินนิช ( The Diminish ) ของเธอมีประโยชน์มากในการทำงานสามารถประยุกต์ใช้ได้หลากหลาย "
พ่อแม่ล่ะก็เล่นเอาเรื่องเราไปเล่าให้คนอื่นฟังแบบนี้เลยเหรอ
" แล้วก็ต่อให้พ่อแม่เธอไม่บอกเหล่าอาจารย์ก็รู้ได้อยู่ดีด้วยการใช้สกิลตรวจสอบ ถึงแม้มันจะไม่สามารถรู้ความสามารถได้แต่ก็จะรู้ว่าเธอเป็นผู้ถือครองพลังเดอะ ใครก็ตามที่มีมันต่างก็ถูกจับตามองกันทั้งนั้นเพราะคนเหล่านั้นคือผู้ที่มีพรสวรรค์ที่แม้คนทั่วไปจะพยายามมากแค่ไหนก็ไม่อาจคว้ามันไว้ได้ เธอต้องดีใจและภูมิใจเข้าไปไว้เพราะชีวิตอีกหลายปีภายในรั้วโรงเรียนแห่งนี้จะเจอกับอะไรบ้างก็ไม่รู้ ถ้าเธอมีไพ่ที่เหนือกว่าคนอื่นก็แสดงมันและทำให้เห็นถึงสถานะที่แตกต่างมันจะทำให้คนทั่วไปเกรงใจไปเอง "
จะเป็นแบบที่อาจารย์พูดเหรอไม่ใช่ว่ายิ่งเผยตัวก็ยิ่งถูกขัดแข้งขัดขาได้ง่ายแถมอาจจะถูกเพ่งเล็งจากคนหวังร้ายก็ได้
" สวัสดีครับ " จู่ ๆ ประตูห้องเรียนก็เปิดออกพร้อมเสียงทักทายจากชายหนุ่มคนหนึ่ง เขาก็เป็นหนึ่งนักเรียนห้องเรียนแห่งนี้
" เธอเองก็มาพอดีเลย " ชายหนุ่มสวมแว่นคนนั้นเดินตรงมาหาพวกเขาที่กำลังคุยกันอยู่นั่งลงตรงที่นั่งข้าง ๆ
" ตกลงอาจารย์มีเรื่องอะไรเหรอครับ ? "
" ฟังให้ดีล่ะความสามารถของพวกเธอสองคนมีความคล้ายคลึงกันแต่เป็นในขั้วตรงข้าม ริสุสามารถทำให้วัตถุเบาลงได้ส่วนเธอเรนทำให้วัตถุหนักขึ้นได้ เมื่อมาทำงานร่วมกันพวกเธอก็จะใช้ประโยชน์ของพลังได้ดียิ่งขึ้นใช่ไหมล่ะ "
" ทำให้เบาลง ! "
" ทำให้หนักขึ้นเหรอ ! "
เสียงพูดอันพร้อมเพรียงเหมือนนัดกันมาของพวกเขาแถมยังแสดงท่าทางตกใจออกมาอีกไม่เหมือนกับก่อนหน้านี้ที่เอาแต่นั่งนิ่งอยู่ภายในห้องเป็นเหมือนอากาศธาตุไม่กล้าจะคุยหรือมีปฏิสัมพันธ์กับพวกฟรานเลยสักนิด
" ตกใจไหมล่ะตอนแรกอาจารย์เองก็ไม่รู้หรอกแต่พอได้อ่านบันทึกกับข้อมูลหลาย ๆ อย่างก็เลยคิดว่าที่คณะอาจารย์เลือกพวกเธอมาอยู่ห้องเดียวกันน่าจะเป็นความตั้งใจแน่ ๆ ทุกคนภายในห้องเรียนพิเศษแห่งนี้ต่างก็คุณสมบัติ ความสามารถหรือไม่ก็ความสัมพันธ์บางอย่างที่เกี่ยวข้องกัน "
สายตาของทั้งสองคนที่ฟังอาจารย์พูดแล้วคล้อยตามรู้สึกเหมือนมีพลังมีแรงใจจะทำอะไรสักอย่าง แววตามุ่งมั่นที่แสดงออกมาให้เห็นมันทำให้ผู้ซึ่งเป็นอาจารย์ยิ้มออกมาได้
" พวกเธอต้องจับคู่กันหลังจากนี้เป็นต้นไปและสักวันหนึ่งพวกเธอก็จะสามารถใช้พลังของตัวเองได้จนคล่องแคล่ว มีเวลาอีกไม่นานนักก่อนจะถึงเวลาการแข่งขันเมื่อถึงเวลานั้นถ้าพวกเธอแสดงพลังที่แท้จริงให้คณะกรรมการ ผู้ชมและผู้หลักผู้ใหญ่ที่จะมาชมในวันนั้นได้เห็นเป็นที่ประจักษ์เมื่อถึงเวลานั้นพวกเธอก็จะมีหน้ามีตาใคร ๆ ก็อยากจะสนับสนุน ลุกขึ้นมาแล้วชูมือขึ้น ! " พวกเขาทุกคนลุกขึ้นยืนตัวตรงทำตามอาจารย์หนุ่มคนนี้ทุกอย่างเหมือนถูกมนตร์สะกดเลยก็ว่าได้
" พูดตาม ! เราจะแสดงให้พวกเขาเห็น "
" เราจะแสดงให้พวกเขาเห็น " พวกเธอสองคนพูดเสียงดังฟังชัดออกมาอย่างมั่นใจยืดอกตัวตรง
" เราจะแสดงให้พวกเขาเห็น "
" เราจะแสดงให้พวกเขาเห็น "
" ดี ! งานที่จะให้พวกเธอทำงานแรกก็คือ... "