[จบ]1-1 ย้อนเวลามากับระบบใส่เดี่ยว

    56 คอนโทรลเลอร์

    “วิ่ง~!”


    เสียงร้องตะโกนสั่งให้วิ่งดังขึ้นเป็นทอดๆ คอนโทรลเลอร์ที่แอชเชอร์พูดถึงพวกมันถูกรู้จักในอีกชื่อหนึ่งนั่นก็คือผู้คุมควบคุมมอนสเตอร์ เป็นสิ่งมีชีวิตที่สามารถควบคุมมอนสเตอร์ได้ตามที่มันต้องการ ไม่ว่าจะเป็นหนึ่งตัว ร้อยตัว พันตัว หรือว่าหมื่นตัวพวกมันสามารถควบคุมได้หากมอนสเตอร์อยู่ในขอบเขตพลัง


    ทันทีที่ทุกคนได้รับรู้ถึงตัวตนของมันต่างพากันตกใจ กลุ่มคนที่ตัวเปล่าหลังจากถูกสั่งให้สวมชุดเกราะก็รีบทำตามด้วยความเร็วไว ด้วยชื่อที่แอชเชอร์เอ่ยออกมานั้นเองทำเอาพวกเขาสั่นกลัว  ทุกคนรู้ตัวว่าต้องรีบหนีจึงพากันพุ่งกลับไปยังทิศทางค่าย การกระจายตัวกันเป็นสิ่งที่สมควรทำที่สุดในเวลานี้


    ครูฝึกทั้ง 100 คนที่อยู่ในเขตการทดสอบ หลังจากรู้ว่ามีบางอย่างเกิดขึ้นก็ได้ออกมาจากหลุมที่พวกเขาซ่อนตัว ด้วยชุดเกราะที่สวมใส่สามารถป้องกันเหตุร้ายได้ในระดับหนึ่งเพราะเป็นชุดเกราะมาร์คเซเว่น ทันทีที่พวกเขาออกมาเห็นรูบนเพดานต่างก็ทำหน้าตกใจตื่นเพราะในรูปแบบการสอบที่ตกลงกันกับกองทัพ ไม่มีสิ่งนี้


    กร๊าซ~!


    มอนสเตอร์เริ่มไหลทะลักเข้ามาในรูที่ยานรบหัวสว่านเจาะเข้ามา ด้วยระดับและจำนวนของพวกมันทำเอาครูฝึกหายใจไม่ทั่วท้องเพราะพวกมันมีตั้งแต่ 4 ดาว ไปจนถึง 6 ดาว   พวกเขาที่มีเพียง 100 คนเป็นเรื่องยากที่จะสู้กับมอนสเตอร์ไปพร้อมๆกับดูแลนักเรียน 

    “ระบบสื่อสารใช้การไม่ได้ เปลี่ยนไปใช้งานการป้องกันค่ายฝึกที่ตัวเองได้รับผิดชอบ”


    “ทราบ~!”


    ครูฝึกที่กระจายตัวกันอยู่รอบๆเขตต่างกระจายตัวกัน แม้พวกเขาจะอยู่คนละตำแหน่ง อยู่ห่างไกลกัน การทำงานของพวกเขากลับเป็นไปได้อย่างรวดเร็วและมีระเบียบตามรูปแบบแผนที่วางเอาไว้ หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นพวกเขาจะต้องเดินทางไปยังค่ายที่ต้องดูแล ด้วยชุดเกราะมาร์คเซเว่นมีพลังมากพอที่จะป้องกันค่ายจนกว่ากองทัพจะส่งกำลังเสริมมาช่วย


    “เกิดอะไรขึ้น พวกนายไปเห็นอะไรเอ่ยออกมาให้หมด”


    ครูฝึกที่วิ่งมาเจอเข้ากับนักเรียนกลุ่มใหญ่กำลังหอบข้าวของพะรุงพะรังจึงร้องตะโกนสั่งให้บอกเหตุการณ์ที่ได้เห็นมา ทันใดนั้นครูฝึกก็เกิดอาการตากระตุกเมื่อได้ยินชื่อของคอนโทรลเลอร์ที่ปรากฎใจกลางเมืองร้าง


    “วิ่ง~!”


    คำสั่งเดียวกันไม่ต่างจากแอชเชอร์ดังออกมาจากครูฝึกทั้ง 10 คนที่เข้ามาช่วยอพยพนักเรียนค่ายฝึกที่ 7 กลับไปยังค่ายของพวกเขา แต่แล้วยานหัวสว่านที่กำลังปลดปล่อยสัญญาณรบกวนใจกลางเมืองร้างก็ได้ระเบิดพลังงานบางอย่างจนเกิดเป็นม่านพลังสีฟ้ากางอาณาเขตปิดเขตแห่งนี้เอาไว้ ทำให้ไม่มีใครสามารถหนีไปได้ 

    แอชเชอร์ยืนตะลึงงัน เหตุการณ์นี้ในชีวิตก่อนของเขาไม่เกิดขึ้น การทดสอบราบเรียบและจบลงด้วยดี แต่ครั้งนี้กลับมีคอนโทรลเลอร์ปรากฎตัวออกมา ไม่เพียงเท่านั้นมันยังทำการเรียกฝูงมอนสเตอร์มาด้วย นับได้ว่าแย่ยิ่งกว่าแย่เพราะคอนโทรลเลอร์เป็นสิ่งที่ฆ่าไม่ตาย แม้พวกมันส่วนใหญ่ที่ปรากฎจะเป็น 6 ดาวก็ตามยังคงเป็นเรื่องยากที่จะฆ่า ยิ่งเป็นตัวที่มีพลัง 7 ดาวยิ่งน่ากลัวมากเพราะนอกจากพลังจะเยอะแล้ว มันยังฆ่าไม่ตายอีกด้วย


    แต่การเป็นอมตะของพวกมันก็ไม่ได้คงอยู่เสมอไป วิธีการจะฆ่าคอนโทรลเลอร์ยังมีอยู่ ซึ่งวิธีนั้นก็คือการทำลายยานของพวกมันที่เป็นตัวส่งพลังงานให้กับคอนโทรลเลอร์ หากยานถูกทำลายพลังงานทุกๆอย่างที่ส่งออกมาให้คอนโทรลเลอร์ใช้จะหายไป หลังจากนี้การจะฆ่าก็เหมือนฆ่ามอนสเตอร์ทั่วไป เพียงแค่โจมตีจนมันบาดเจ็บมนุษย์ก็สามารถเอาชนะคอนโทรลเลอร์ได้แล้ว


     “เร็ว เร็วเร็วเร็ว~!”


    เสียงของครูฝึกร้องตะโกนดังมาแต่ไกล สร้างความสงสัยให้กับคนที่กำลังสอดส่องบนหอสังเกตการณ์กระทั่งเขามองเห็นคนจำนวนมากกำลังสวมชุดเกราะวิ่งกลับค่ายด้วยความเร็วไวต่างก็รีบรายงานหัวหน้าค่ายทันที ตอนนี้ดูเหมือนจะมีบางอย่างเกิดขึ้นจนทำให้พวกเขาใช้งานระบบสื่อสารไม่ได้


    “แถวตอนเรียงห้าทั้งหมดจัดแถว~!”


    เสียงอันคุ้นหูที่ไม่ได้ยินมาเป็นเวลานานดังขึ้นจากครูฝึก เหล่านักเรียนที่ยังงุนงงว่าเกิดอะไรขึ้นกับการทดสอบต่างวิ่งไปเข้าแถว กระทั่งครูฝึกเห็นจำนวนนักเรียนมาพร้อมหน้ากันแล้วจึงรีบบอกสิ่งที่กำลังจะทำต่อจากนี้ไป


    “ต่อจากนี้ไป การฝึกจะถูกระงับชั่วคราว ต่อจากนี้ไปจะเป็นการเอาชีวิตรอดของจริง”


    “เกิดอะไรขึ้น~!” บนใบหน้าของนักเรียนแสดงความสงสัยแต่ก็ไม่มีใครกล้าถาม ครูฝึกที่อยากได้รับความร่วมมือจากนักเรียนจึงบอกทุกๆอย่างที่เกิดขึ้น


    “ตอนนี้การทดสอบของเราถูกแทรกแซงด้วยคอนโทรลเลอร์ มันได้เจาะเข้ามาในเขตที่เราทำการทดสอบ ขอให้ทุกคนที่มีความสามารถในการซิงโครไนซ์ที่สูงสวมใส่ชุดเกราะเตรียมป้องกันค่าย ส่วนคนที่ไม่มีชุดเกราะให้หลบไปอยู่ในหลุมหลบภัย ต่อจากนี้ไปจะเป็นสงครามของจริงระหว่างพวกเรากับมัน”


    ทุกคนตื่นกลัวเมื่อได้ยินชื่อของคอนโทรลเลอร์ แอชเชอร์ไม่ค่อยหวั่นไหวเท่าไหร่ด้วยพละกำลังของร่างกาย  เขาพอจะฆ่ามอนสเตอร์ 6 ดาวได้ เพียงแต่อาวุธของเขาไม่พร้อมจึงมีเพียงแค่กำปั้น อาจจะทำให้การฆ่ากินเวลานาน อย่างไรก็ตามเขายังไม่สามารถแสดงฝีมือได้ หากทุกคนรู้ว่าเขาใช้ร่างกายสู้กับมอนสเตอร์ 6 ดาวจะต้องถูกสงสัยแน่นอน สิ่งที่เขาต้องทำในตอนนี้คือ หาทางออกเพื่อที่เขาจะใช้พลังได้เต็มที่พร้อมกับหาทางเอาชีวิตรอดจากสถานการณ์ในตอนนี้ให้ได้


    “เร็วเข้า นี่ไม่ใช่การซ้อมนี่เป็นการต่อสู้ของจริง!”


    ครูฝึกกระตุ้นให้นักเรียนทำตามคำสั่ง เหล่าผู้ที่มีความสามารถในการซิงโครไนซ์ระดับ B C D ล้วนแล้วสวมใส่ชุดเกราะเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ เหล่าคนที่ไม่มีชุดสวมใส่ต่างวิ่งกรู่กันเข้าไปหลบใต้ดิน การจะหนีออกจากเขตนี้ไม่ใช่เรื่องที่พวกเขาจะทำได้อีกต่อไปเพราะคอลโทรลเลอร์ได้ทำการกางบาเรียครอบคลุมเขตนี้เอาไว้แล้ว หากไม่ฆ่ามันให้ตายก็ไม่สามารถออกไปได้


    ตึง~!


    ปืนใหญ่ที่ได้มาจากกล่องอุปกรณ์นำออกไปติดตั้งเอาไว้บนหอสังเกตการณ์ แม้มันจะฆ่ามอนสเตอร์ไม่ได้ หากใช้เป็นสามารถดึงความสนใจของมอนสเตอร์ได้เช่นกัน ภายใต้ความชุลมุนวุ่นวายที่เกิดขึ้นใน 1 ชั่วโมงที่ผ่านมานั้น เหล่านักเรียนต่างก็เข้าประจำตำแหน่งของพวกเขาทั้งหมด คนที่รอเปลี่ยนแกนพลังงานอยู่ในตำแหน่งปลอดภัย คนที่ไม่มีหน้าที่ล้วนหลบอยู่ในหลุม ส่วนคนที่สวมชุดเกราะอยู่ด้านหลังรั้วไม้ที่พวกเขาสร้างเอาไว้ป้องกันค่ายแห่งนี้


    แอชเชอร์มองสำรวจทุกๆอย่าง พลางสำรวจครูฝึกที่พยายามติดต่อกับทางกองทัพ เขาต้องการรู้ขอบเขตที่ตัวเองสามารถเคลื่อนไหวได้ การถูกจับตามองไม่ใช่เรื่องดีสำหรับเขา แอชเชอร์จึงจำเป็นต้องรู้ให้ได้ก่อนว่าตอนนี้ระบบของทางกองทัพที่ติดตั้งเอาไว้ในที่แห่งนี้ใช้การได้หรือเปล่า


    ตุบ~!


    ชุดเกราะมาร์คเซเว่นของครูฝึกที่ฉีกตัวออกไปจากกลุ่มเมื่อ 1 ชั่วโมงก่อนเหยียบลงไปบนก้อนหินหลังจากเขาพุ่งตัวกลับเข้ามา ดูเหมือนว่า 1 ชั่วโมงที่เขาเดินทางออกจากค่ายระหว่างนักเรียนเตรียมการจะออกไปเพื่อสำรวจ แอชเชอร์จึงเดินเข้าไปหา


    “ครูฝึกครับ มีชุดเกราะมาร์คเซเว่นเหลืออีกไหมครับ”


    “ไม่ พวกเราไม่ได้เตรียมเอาไว้สำรอง เอาล่ะกลับไปรอในตำแหน่งของนายซะ”


    “ครูฝึกครับ แล้วคอนโทรลเลอร์พวกมันมีกี่ตัว”


    “ 6 ตัว เอาล่ะนายกลับไปได้แล้ว จำเอาไว้ว่าหน้าที่ของนายคืออยู่ให้ห่างจากการต่อสู้ที่กำลังจะเกิดขึ้น”


    ด้วยชุดเกราะมาร์คทูของแอชเชอร์อ่อนแอมาก ต่อให้เขาเป็นระดับ S ก็ตาม เหล่าครูฝึกกลับไม่มีใครให้เขาออกไปต่อสู้ ทุกคนล้วนแล้วมีความเชื่อมั่นในฝีมือว่าจะป้องกันได้ เขาจึงถอยกลับเข้ามาในกลุ่มหลังจากรู้ว่ามีคอนโทรลเลอร์ 6 ตัว หมายความว่าการบุกของพวกมันที่มักแยกกันออกไปจะต้องมีค่าย 6 แห่งถูกโจมตีเป็นกลุ่มแรก ระหว่างที่แอชเชอร์กำลังเฝ้าระวังนี้เอง ครูฝึกก็ได้แยกตัวออกไปอีกหนึ่ง โดยทิศทางที่เขาไปเป็นทางออกของอุโมง ดูเหมือนจะไปส่งข่าวให้กับกองทัพที่น่าจะกำลังทะลวงบาเรียเข้ามาช่วยพวกเขา


    —--------------------------------


    “มีข่าวหรือยัง ฉันต้องการข่าวเดี๋ยวนี้” ภายในห้องควบคุมเริ่มเต็มไปด้วยความตรึงเครียด หากการทดสอบครั้งนี้นักเรียนตายหมด ผลกระทบร้ายแรงจะพุ่งเข้ามาโจมตีเขาผู้ซึ่งเป็นผู้บัญชาการกองทัพที่ 1 เนื่องจากการทดสอบครั้งนี้อยู่ภายใต้การดูแลของเขา


    “เราได้รับข่าวมาจากครูฝึกข้างในแล้วครับ จากข้อความที่เขียนบอกเอาไว้ว่ามีคอนโทรลเลอร์ทั้งหมด 6 ตัว หนึ่งในนั้นเป็นระดับ S ที่เหลือเป็นระดับ A ครับ”


    “หกตัว แบบนี้ไม่ดีแน่ ขอกำลังเสริมจากกองทัพที่ 2 และ 3 ”


    “ครับ!”


    ความวุ่นวายเกิดขึ้นทั้งด้านในเขตทดสอบและด้านนอกเขตทดสอบ หน่วยพิเศษที่ได้รับคำสั่งให้เข้าช่วยเหลือต่างยืนรออยู่หน้าบาเรียที่ปิดอุโมงไม่ให้พวกเขาเข้าไปข้างใน ถึงอย่างนั้นพวกเขากลับไม่ได้รอเฉยเพราะมีทหารหลายนายกำลังสวมใส่ชุดเกราะและเครื่องเจาะทะลวงพยายามทำลายบาเรีย 


    —----------------------------


    “ซวย”


    เพียงคำพูดสั้นๆสามารถสรุปความรุนแรงของเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้ได้ดีที่สุด เนื่องจากว่าแอชเชอร์มองเห็นต้นไม้หลายต้นกำลังถูกโค่นเป็นทางยาวมาแต่ไกล มันบอกกับเขาได้เป็นอย่างดีว่าตอนนี้คอนโทรลเลอร์กำลังพามอนสเตอร์ที่มันควบคุมมุ่งหน้ามายังค่ายของพวกเขา  เดิมทีเขาคิดว่าตัวเองพอจะมีโชคอยู่บ้าง ไม่แน่ค่ายฝึกของพวกเขาอาจจะเป็น 1 ใน 4 ค่ายที่คอนโทรลเลอร์จะไม่บุกไปหา กลับกลายเป็นว่าความโชคดีนั้นไม่อยู่กับตัวของเขา


    “ซื้อชุดเกราะก็ไม่ได้สินะ”


    แอชเชอร์ถอนหายใจ การทำงานกับคนหมู่มากพร้อมกับมีระบบที่เป็นความลับ เขาจะต้องถูกสงสัยหากใช้งานโจ่งแจ้งเกินไป ถ้าหากเขาใช้พลังออกไป ทุกคนจะต้องสงสัยในตัวของเขาแน่นอนว่ายังเป็นมนุษย์อยู่หรือเปล่า แต่หากเขาซื้อชุดเกราะมาร์คไฟฟ์ที่เป็นระดับสูงสุดในระบบมาใช้งาน มันก็จะมีคำถามตามมาอีกว่าเขานำชุดเกราะนี้มาจากไหน แอชเชอร์จึงเท้าคางคิดต่อไป เพื่อหาวิธีรอดจากสถานการณ์ในตอนนี้


    “พวกมันมาแล้ว~!”


    เสียงร้องตะโกนเตือนให้ครูฝึกได้รับทราบ นักเรียนที่สวมใส่ชุดเกราะมาร์คทูต่างสั่นกลัวเพราะประสิทธิภาพชุดเกราะของพวกเขาต่ำเกินไปที่จะสู้  อย่างไรก็ตามต่อให้มอนสเตอร์จะบุกมากเท่าไหร่ก็ตามด้วยชุดเกราะของครูฝึกสามารถฆ่าพวกมันได้ ทว่าคอนโทรลเลอร์ที่มาด้วยกันกับมอนสเตอร์แข็งแกร่งมากไป ทำให้แอชเชอร์เริ่มคิดแผนสำหรับตัวของเขาขึ้นมา เขาจะต้องเอาชีวิตรอดไปพร้อมๆกับได้ประโยชน์จากแผนนี้ด้วยเช่นกัน


    “ใช่สิ เราก็แค่เดินทางไปใจกลางเมืองที่ไม่มีใครก็พอแล้วหนิ ”


    แอชเชอร์ฉีกยิ้มกว้างการลงมือของเขาหากเกิดขึ้นที่ใจกลางเมืองร้าง เขาเชื่อว่าจะต้องไม่มีคนเห็นอย่างแน่นอน ทันใดนั้นเขาก็รีบปีนลงมาจากหอสังเกตการณ์เพื่อหาทางหลบหนีออกไป


    “ยิง~!”

     







    คล้ายกับเรื่อง[จบ]1-1 ย้อนเวลามากับระบบใส่เดี่ยว ที่คุณอ่าน