ระบายความอัดอั้นเสร็จรู้สึกว่าอายเหมือนกัน
“เอาเหอะ เก็บแรงเก็บสมองไปทำงาน...ไปทำเครื่องบีบน้ำอ้อยดีกว่า”
เครื่องบีบหรือเครื่องคันน้ำอ้อย
ได้ต้นแบบมาจากการค้นหาใน ซีตาห์ โดยเป็
เครื่องบีบน้ำอ้อยแบบโบราณ การทำงานเป็การหนีบอ้อยด้วยไม้
ตัวเครื่องจะเป็ไม้ทั้งหมดจะมีแค่รางรับน้ำที่ทำด้วยไม้ไผ่
ใช้เวลาในการสร้างสามชั่วยาม
“พรุ่งนี้เช้าพวกเราค่อยมาบีบน้ำอ้อยกัน”
......ก่อนนอน.....
หานอี้ใช้ระบบค้นหาข้อมูลวิธีทำน้ำตาลอ้อย
ได้สูตรการทำน้ำตาลอ้อยแบบบ้านๆ
“สูตรนี้ละ สามารถทำได้ง่ายวัสดุอุปกรณ์สามารถหามาได้”
.....เช้าวันใหม่.....
วันนี้ทุกคนอยู่บ้านพร้อมเพรียงกันแม้จะยังไม่เชื่อว่าทำเงินได้จริง
“ท่านแม่ท่านปอกเปลือกประมาณนี้นะมันช่วยให้เบาแรงเวลาบีบหรือหนีบ”
“ท่านพี่ค่อยๆ ป้อนอ้อยเข้าเครื่องนะทำให้เป็จังหวะกับคนบีบ”
“ระวังมือด้วยนะความปลอดภัยสำคัญที่สุด”
“ท่านพ่อบีบใช้แรงประมาณนี้พอเดียวไม้คันโยกหัก”
“หานถง! เ้าไปล้างหม้อให้สะอาดกว่านี้”
“อย่าให้มีคราบดำๆจุดพวกนี้ จะให้ดีใช้ทรายหยาบขัด”
“ล้างหม้อเสร็จก็เตรียมไฟไว้ได้เลย”
หานซีกับพ่อคั้นน้ำอ้อยจนเสร็จ หานอี้ประมาณการด้วยสายตา
“อืม...น่าจะเกินห้าลิตรได้เยอะกว่าที่คาด”
หลังจากกรองด้วยผ้าสะอาดแล้วจึงน้ำมาต้ม
เร่งไฟให้ร้อนจนน้ำอ้อยเดือดคนตลอดเวลา เพื่อไม่ให้น้ำตาลไหม้
เมื่อน้ำอ้อยเริ่มงวดก็ผ่อนไฟลงแต่ต้องใช้ไม้พายคนให้ทั่วและบ่อย
ใช้ไฟอ่อนจนน้ำอ้อยเริ่มเหนียวเป็สีน้ำตาล
จึงนำไปใส่กระบอกไม้ไผ่ที่ทำการผ่าครึ่งไว้ขนาดเท่ากันหมด
รอให้เย็น แล้วตัดเป็ลูกเต๋าชิ้นเล็กๆห่อด้วยใบตอง
“หานถงเ้าไปเอาชานอ้อยที่เหลือไปตากแดด สามารถนำไปทำเป็ไม้ฝืน”
หานอี้ล้างทำความสะอาดเครื่องบีบ
“พรุ่งนี้พวกเราเข้าเมืองไปเสนอขายน้ำตาลกัน”
เข้าเมืองมาทั้งสี่คนก็ไปตั้งร้านแบบแบ่งขายเพื่อที่จะทำให้สินค้าเป็ที่รู้จัก
โดยให้ หานซีกับหานถง เฝ้าร้าน
ส่วนหานอี้กับแม่ไปเสนอขายตามโรงเตี๊ยมต่างๆ
“ท่านแม่เราเข้าไปหาเถ้าแก่เว๋ยก่อนแล้วกัน” โรงเตี๊ยมที่รับไม้ฝืนประจำ
“ไหนไม้ฝืนของพวกเ้า” ลูกน้องคนสนิทเถ้าแก่เว๋ยยืนอยู่หน้าโรงเตี๊ยมพอดี
“ทางเราต้องขออภัยท่านด้วยที่วันนี้ไม่มีไม้ฝืน” หานอี้กล่าว
“อ่อ...แต่ข้ามีของดีมานำเสนอ”
หานอี้แกะห่อใบตองแล้วยื่นให้คนสนิทเถ้าแก่เว๋ย
“ก้อนขี้ผึ้ง เ้าเอายามาให้ข้าดูทำไม”
“ที่จริงอันนี้คือก้อนน้ำตาลมันให้ความหวานคล้ายน้ำผึ้ง แต่ราคาถูกกว่า
และเก็บได้นานกว่า”
เชิญท่านชิมได้เลยกินให้เค้าดูไปหนึ่งคำ คนสนิทเถ้าแก่เว๋ยชิมแล้วใ
ในความหวาน ที่แตกต่างจากน้ำผึ้ง
“เข้ามานั่งด้านไหนก่อนข้าจะไปตามเถ้าแก่”
.....................ชายอ้วนเตี้ยหน้ากลมเดินมาพร้อมรอยยิ้ม
“เ้ามาเสนอขาย ก้อนน้ำตาล...รึ” แล้วมองไปที่ก้อนสีน้ำตาล
“ใช่ครับ...เชิญเถ้าแก่ลองชิม”
หลังจากได้ลองชิมเถ้าแก่เงียบอยู่ครู่หนึ่ง
“หวานดี กลิ่นก็ไม่แรง ข้าชอบมันนะที่เ้าว่าเก็บได้นาน นานประมาณไหน”
“ถ้าเก็บในที่แห้ง หรือมีฝาปิดจะอยู่ได้เป็ปีน้ำตาลยังคงเดิมไม่เปลี่ยนสี”
เถ้าแก่เว๋ยพอใจเป็อย่างมากจึงซื้อไปครึ่งหนึ่ง
ทั้งสองคนไปเสนอขายที่โรงเตี๊ยมอื่นกว่าจะขายหมดก็เข้าออกหลายที่อยู่
โรงเตี๊ยมอื่นค่อนข้างขายยากเจรจาอยู่นานกว่าจะซื้อ
บ้างที่ก็ไม่รับ ไม่เปิดใจหานอี้ได้เรียนรู้หลายอย่างจากการขายครั้งนี้
เขาตัดสินใจจะเน้นขาย ในตลาดเป็หลัก
และจะส่งขายแค่โรงเตี๊ยมเถ้าแก่เว๋ยที่เดียวพอ
มาถึงแผงขายของในตลาดน้ำตาลยังขายไม่ได้เลย
เค้าเอามือก่ายหน้าผากทันทีสองคนนี้ใช้ให้เฝ้าร้านก็นั่งเฝ้าจริงๆ
คนผ่านไปผ่านมาคงคิดว่าเป็ขี้ผึ้งที่ขายตามร้านยาทั่วไป
ถึงเวลาสวมบทบาทลุงแดงที่ขายแตงโมในตลาดนัดเทศบาลแล้วละ
“น้ำตาลจ้า น้ำตาลหวานๆ น้ำตาลก้อนเก็บได้นานเป็ปีจ้า.....”
“เชิญเข้ามา มาดู มาลองชิมหวานอร่อยถูกใจแน่นอนจ้า”
“น้ำตาลจ้า น้ำตาลหวานๆ น้ำตาลก้อนเก็บได้นานเป็ปีจ้า.....”
“เชิญเข้ามา มาดู มาลองชิมหวานอร่อยถูกใจแน่นอนจ้า”
............................................................................
.............................................
เริ่มมีคนมาฟัง มามุงดู หานอี้เน้นให้ลองชิมเพราะเค้าได้เงินมาเยอะจากการเสนอขายแล้ว แบ่งขายเป็ชิ้นเล็กเพื่อให้ลูกค้าที่มีกำลังซื้อน้อยได้มีโอกาส.............................
ภายในหนึ่งชั่วยามก็ขายหมดเกลี้ยง
“Yes!” (กำลังร้องเพลงแดนซ์ภาษาอังกฤษ)
หานอี้ะโเต้นไปมา ดีใจที่ขายสิ่งค้าหมด
ภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้า การร้องเพลงที่ไม่เป็ภาษากับท่าเต้นแปลกๆ
คนในครอบครัวมองหน้ากันและกัน??...?.....
.....และพยักหน้าให้กัน เห็นด้วยในคำพูดพ่อว่า...
หานอี้มันสืบทอดเชื้อบ้ามาจากท่านทวด