35.ความท้าทายของอี้หลัน
เมื่อมาถึงลานเก็บวัสดุ เขาเอากรรไกรตัดเหล็กออกมาจัดการกับมีดเล่มสุดท้าย โดยใช้กรรไกรตัดเหล็กแบบคานโยก ตัดคมมีดเป็นฟันเลื่อยตามวิธีที่อยู่ในความทรงจำของเขา เพียงไม่ถึง เค่อ วัตถุที่เคยเป็นมีด ถูกจัดการจนกลายเป็นเลื่อยปังตอเรียบร้อย คมเลื่อยเป็นซี่ๆ คล้ายฟันฉลามถูกดัด ไปด้านซ้าย ด้านขวา สลับกันไปทำให้เกิดคลองเลื่อยตบท้ายด้วยการตกแต่งคมของฟันเลื่อยด้วยตะไบแบน ที่ทำจากเหล็กเกรดพิเศษของลุงเจ้าของโรงหลอม ผ่านการชุบแข็งมา ทำให้คมของมันมีความแข็งจนสามารถกินเนื้อเหล็กที่อ่อนกว่าได้สบายๆอี้หลัน เดินมาถึงลานเก็บวัสดุ พอดีกับที่เขาทำเลื่อยปังตอด้ามแรกของโลกเสร็จ เธอยืนดูเขาใช้ตะไบตัดแต่งคมเลื่อยอยู่เงียบๆ จนเมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้น เด็กหนุ่มผู้มหัศจรรย์ จึงละสายตาออกจากสิ่งที่ทำ เงยหน้าขึ้นมองผู้ที่ยืนรออยู่“อ่าวมาถึงแล้วหรือ” เขาพูดขึ้นน้ำเสียงเหมือนแปลกใจอยู่เล็กน้อย“มาได้สักพักแล้วเจ้าค่ะนายน้อย” เธอตอบคำออกมาด้วยรอยยิ้ม“เป็นอย่างไรบ้าง! ” เขาถามแบบไม่เจาะจง และไม่ได้ถามว่าเธอไปไหนมาถึงไม่เห็นอยู่ที่โรงครัว“ที่โรงงานทำเนื้อรมควัน เกิดปัญหานิดหน่อยเจ้าคะ คนงานควบคุมไฟไม่ค่อยดี ไฟเลยลุกติดเปลวขึ้นมา หลายครั้ง ทำให้เนื้อเกรด 2 และ 3 สุกหลายชิ้นเจ้าคะ” เธอรายงานสิ่งที่พบ แน่นอนว่าเธอก็ฉลาดพอ ที่จะบอกกล่าวในสิ่งที่ ซานหลงต้องการจะรู้ เช่นกัน“อย่างนั้นหรือ ไม่เป็นไรหรอก ถึงเนื้อจะสุกไปบ้าง แต่ก็สามารถเก็บไว้กินได้ รสชาติของมันยังไงก็ดีกว่าเนื้อแห้งแน่นอน ระวังก็แต่ อย่าเอาไม้ที่มีนำมันมาทำฟืน เช่น ตันรัง ต้นจิก ตนยางนา ต้นไม้พวกมีน้ำมัน ติดไฟง่าย ควันและกลิ่นของมันก็ไม่ค่อยจะดีนัก” เด็กหนุ่มเอ่ยแนะนำ ขณะที่สายตาของเขายังพิจารณาหาสิ่งผิดปกติของฟันเลื่อนไปด้วย“ข้าจะจำเอาไว้เจ้าคะ” เธอพยักหน้ารับ และพยายามจดจำในสิ่งที่สำคัญ“ข้าเห็นว่าคนงานของเราเริ่มจะไม่พอแล้ว ดูเหมือนงานจะตึงมือพวกเราเลยทีเดียว เจ้าว่าไหม” เด็กหนุ่มเปรยขึ้นมา เปิดประเด็น“ข้าก็เห็นเช่นนั้นเจ้าคะ นายน้อยใช้คนได้คุ้มค่ามาก ไม่มีใครได้ว่างงานเลยสักคน” น้ำเสียงของนางจริงจังมากนี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่นางได้เห็น คนที่สร้างงานขึ้นมาจากความว่างเปล่า ให้คนได้ทำมากมายขนาดนี้ และดูเหมือน งานในหัวของนายน้อยจะผุดออกมาเรื่อยๆ ไม่หยุดหย่อน หากเป็นงานไร้สาระไม่มีแก่นสารอะไร เธอคงจะไม่อัศจรรย์ใจขนาดนี้ แต่นี่ทุกๆ งานที่เขาให้ทำ ล้วนต่อยอดได้ จนนำไปสู่การสร้างรายได้มหาศาลในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นเนื้อบาร์บีคิวย่าง เนื้อรมควัน หรือไม้แผ่นเรียบที่กองอยู่ตรงนี้ หรือแม้กระทั่งเครื่องมือที่เขาสร้างขึ้นมาทุกอัน หากทำขาย ต้องสร้างกำไรให้เขามากมายเป็นแน่“ข้ามีแผนที่จะรับคนเข้ามาเพิ่ม เจ้าเห็นว่าอย่างไร! ” เด็กหนุ่มถามขึ้น ที่เขาเลือกถามอี้หลันก่อน ก็เพราะว่าเธอเป็นเลขาของเขา และเขาก็วางใจให้เธอจัดการดูแลภาพรวมของที่นี่ เธอจำเป็นที่จะต้องรู้ข้อมูลทุกอย่างของครอบครัวใหญ่“ขอทานหรือเจ้าค่ะ” เธอถามขึ้น น้ำเสียงปนความแปลกใจเล็กน้อย“มีขอทานอีกอย่างนั้นหรือ! ” ซานหลงก็แปลกใจเช่นกัน เขาจำได้ว่าเมื่อคราวก่อน ตัวเขาเหมาขอทานทั้งเมืองมาอยู่ที่นี่จนหมดแล้ว และ ครั้งนี้เขาวางแผนว่าจะซื้อทาสเข้ามาแทน“เมื่อสองวันก่อนมีคนหนีสงคราม เร่ร่อนเข้ามาที่เมืองนี้กว่าร้อยคน ตอนนี้พวกเขารวมตัวกันอยู่ที่ลานกว้าง ที่เดิมที่ท่านรับข้ามาเจ้าคะ” เธอรายงาน“เป็นร้อยเลยหรือ! ” เด็กหนุ่มอุทานออกมา แล้วก้มหน้าครุ่นคิดสักพัก แน่นอนว่าที่นี่ไม่สามารถรับคนเป็นร้อย เข้ามาได้ในคราวเดียว เรื่องอาหารไม่เท่าไร แต่เรื่องที่อยู่อาศัยนี้สำคัญ ดังนั้นที่ดินแถบนี้ที่เป็นของเขา ต้องถูกพัฒนาขึ้นมาเป็นที่อยู่อาศัยเสียก่อน“เดี๋ยวเรื่องนี้ค่อยเอาไปปรึกษากันในที่ประชุมพรุ่งนี้เช้าก็แล้วกัน” หลังจากครุ่นคิดเสร็จ เขาก็เสนอความคิดของเขาขึ้นมา“ยังไงทุกคนก็ทำตามคำสั่งของนายน้อยอยู่แล้ว ทำไมต้องเอาเข้าที่ประชุมอีกละค่ะ” อี้หลันถามขึ้น“คน คนเดียว จะตัดสินใจอะไรได้! อย่างน้อยให้มีคนช่วยคิด ช่วยออกความเห็นหลายๆ หัว เราก็จะค้นพบหนทางที่ดีที่สุดที่จะก้าวเดินต่อไป เจ้าไม่คิดเช่นนั้นหรือ” เขาถามกลับ“เจ้าคะ ในความคิดของข้า ความคิดของนายน้อยดีที่สุดเจ้าคะ” เธอพูดออกมาตามความเป็นจริงที่เธอคิด“แล้วถ้าสักวันที่นี่ไม่มีข้าอยู่ละ พวกเจ้าจะทำอย่างไร ยังไงเสียฝึกเอาไว้ก็ไม่เสียหาย” เขาให้เหตุผล อันที่จริงเขาพยายามผลักดันทุกคน ให้เก่งและมีความสามารถมากขึ้น เพื่อตัวเองจะได้สบาย ไม่ต้องคอยวิ่งหัวหมุนอยู่คนเดียวแบบนี้ เอาเวลาไปนอนตีพุงสบายใจจะไม่ดีกว่าเหรอ เขาคิด แต่เขาก็รู้ดีว่าหนทางที่จะสบายของเขานั้น มันชั่งห่างไกลนัก อันที่จริง ขนาดตายไปแล้วก็ยังต้องมาลำบากอยู่ที่นี้เสียอีก"เฮ้อ! หวังว่าสงครามจะมาไม่ถึงที่นี่ ในเร็ววันนี้นะ” เขารำพันออกมา“ข้าก็หวังเช่นนั้นเจ้าค่ะ” อี้หลันเอ่ยออกมาเบาหวิว เธอเองก็หวังให้เป็นเช่นนั้นเหมือนกัน“เจ้าไปจัดการรับคนเพิ่มก็แล้วกัน รับมาเท่าที่จำเป็นก่อน แล้วก็อย่าลืม แบ่งคนของเราส่วนหนึ่ง ทำอาหารไปแจกพวกเขาด้วยก็แล้วกัน ให้ลุงหม่าช่วยเจ้าเรื่องนี้ ส่วนเจ้าดูแลอยู่ห่างๆ ก็พอ ตอนนี้พวกนั้นกำลังตามหาตัวเจ้าให้วุ่นวาย มันคงไม่ดีนักหากตัวเจ้าปรากฏขึ้น ในที่สาธารณะ"เด็กหนุ่มถอนหายใจยาวออกมา สงครามเป็นเรื่องที่โหดร้าย แต่บางครั้ง คนธรรมดาก็ไม่อาจเลี่ยงมันได้ ภัยสงคราม ส่งผลกระทบต่อทุกๆอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ สังคม หรือวัฒนธรรม หากหลีกเลี่ยงได้เขาก็อยากจะเลี่ยง ไม่ขอเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสงครามพวกนั้นส่วนคนที่เดือดร้อนเพราะสงคราม ช่วยได้เขาก็อยากจะช่วย แต่มันก็มีข้อจำกัดเช่นกัน เขาไม่อยากทำตัวเป็นจุดเด่น และเขาก็ไม่ใช่พ่อพระนักบุญอะไร ที่จะช่วยคนอื่นจนไม่ลืมหูลืมตา คนที่มีประโยชน์ เขาก็ช่วย พวกไร้ประโยชน์ เขาก็ไม่เอามาเป็นภาระเด็ดขาด"เจ้าคะ แล้วครั้งแรกควรจะรับมาสักกี่คนเจ้าค่ะ"อี้หลันเอ่ยถาม"แล้วเจ้าคิดว่า ตอนนี้ที่นี่ต้องการคนเพิ่มอีกสักกี่คนละ"เขาถามกลับไปแทนคำตอบ เพื่อกระตุ้นให้เธอคิด วิเคราะห์ และประเมินสถานการณ์"50 คนเจ้าคะ เพราะนายท่านต้องสร้าง จุดพักเนื้อสัตว์และสร้างท่าเรือเล็กๆ ตามริมน้ำ ทั้งหมด 4 จุด เราเหลือเวลาไม่ถึงสองเดือนในการล่าสัตว์ ข้าจึงต้องการสร้างจุดพักเนื้อ ทั้ง 4 จุดให้เสร็จพร้อมกัน จึงกำหนดคนลงไปจุดละ 10 คน รวมทั้งหมดเป็น 40 คน ส่วนที่เหลืออีก 10 คนเอามาทดแทนแรงงานที่นายน้อยดึงออกมาจากระบบเจ้าคะ"เธอตอบออกมาในทันที"เข้าดึงคนออกมาแค่ 5 คนไม่ใช่หรือ"เขาเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ"เจ้าคะ แต่อีก 5 คนต้องทำอาหารไปแจกผู้คนตามคำสั่งนายน้อยเมื่อสักครู่เจ้าคะ"เธอแจงเหตุผล"อ่า!! เอาตามนั้น แล้วเรื่องที่พัก...ล่ะ""ใช้ที่พักชั่วคราวหลังเดิมไปก่อนเจ้าคะ...""อืม..อย่าลืมเรื่องบ้านของพวกเขาด้วยล่ะจะต้องสร้างเพิ่ม เจ้าจัดการบริหารคนให้ดีๆ ก็แล้วกัน เราเหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว หากหน้าหนาวนี้ พวกเขาไม่มีบ้านอยู่ มันจะลำบาก""50 คนที่จะรับมาเพิ่มคงไม่ใช่ปัญหาเจ้าคะ แต่..ถ้า 100 คนที่ยังเร่ร่อนอยู่ คงไม่ไหว"เธอพูดขึ้น"เราคงไม่รับมามากขนาดนั้นหรอก อย่าลืมเรื่องอาหารที่ต้องกักตุน สำหรับคน 100 คนที่มีอยู่ตอนนี้ละ มันมากโขอยู่นะ หากเรารับคนเข้ามามากเกินไป ภาระในการจัดหาและสะสมอาหาร มันจะเกินกำลังของพวกเรา เจ้ามีหนทางในการแก้ไขปัญหานี้หรือไม่ละ"เขาไม่ได้ปฏิเสธความเอื้ออารีของเธอตรงๆ หากเธอสามารถจัดการกับปัญหาเรื่องอาหารได้ โดยไม่ให้ส่งผลกระทบต่อแผนการเดิม เรื่องที่อยู่อาศัยเขาก็หาให้คนเหล่านั้นอยู่ได้เช่นกันอี้หลันได้ยินแบบนั้น เธอก็นิ่งคิด ตีความความหมาย ของคำพูดนายน้อยอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยถามออกมาเพื่อความแน่ใจ“นายน้อยบอกว่าถ้าข้าแก้ไขปัญหาเรื่องอาหารได้เรื่องที่อยู่อาศัย นายน้อยก็มีวิธีจัดการใช่ไหมเจ้าคะ” เธอถามขึ้น เด็กหนุ่มยิ้มออกมาที่มุมปาก เขาพึงพอใจในความฉลาดของนางอยู่ไม่น้อย“ฉลาดนี่ แน่นอน แล้วเจ้าละ จัดการกับเรื่องอาหารได้หรือไม่” เขาตอบคำ นี้เป็นความท้ายทางแรกที่เขามอบให้นาง ปัญหานี้เขาแก้ได้สบายอยู่แล้ว แต่ทำไมตัวเขาต้องทำทุกอย่างเองด้วยละบางครั้งการทำงานมันก็ต้องมีสิ่งที่ท้าทาย ให้ผู้คนได้แก้ไขเพื่อพิสูจน์ความสามารถของพวกเขาบ้าง พวกเขาจะได้แข็งแกร่งขึ้น เพื่อก้าวเดินออกไปเผชิญกับปัญหาที่ยิ่งใหญ่ขึ้นไปอีกในอนาคต และนี้ก็คือการฝึกคนของเขาอีกอย่างหนึ่งการเป็นสมาชิกของครอบครัวซาน มันไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบหรอกนะ พวกเขาจะต้องฝ่าฟันและเติบโตขึ้น จะอยู่ภายใต้ปีกของผู้นำอย่างเดียวไม่ได้ เพราะซานหลง ต้องการ การพัฒนา ไม่ได้ต้องการอำนาจเบ็ดเสร็จอะไร คนของเขาต้องเก่งให้รอบด้าน เก่งยิ่งกว่าชายแก่วัย 60 อย่างเขาก็ยิ่งดี