บุรุษมารทมิฬ(泰米尔恶魔)

    ตอนที่87 หน้ากาก

     

    “ข้าได้กลิ่น กลิ่นของสิ่งล้ำค่า!!!”

    เฟี๊ยว!

    เซียวเย่เก็บกวาดของล้ำค่าตามห้องต่างๆไปเรื่อยๆ แต่อยู่ๆอสูรพยัคฆ์แดงก็ทำท่าทางคล้ายว่ากำลังดมกลิ่น มันรีบวิ่งออกไปโดยทิ้งเซียวเย่เอาไว้คนเดียวอยู่อย่างนั้น

     

    “หืม! ทิศทางนั้นมัน…หึหึ…ไม่เลว….จมูกดีเสียยิ่งกว่าสุนัข…นับถือ…นับถือ”

     

    เซียวเย่หวนนึกถึงความทรงจำที่ช่วงชิงมาในหัว  ทำให้ทราบได้กระจ่างทันทีว่า ทิศทางที่อสูรพยัคฆ์แดงวิ่งไปนั้น มันมีสิ่งใดเก็บเอาไว้อยู่…เซียวเย่เก็บกวาดของมีค่าอยู่สักพัก ก่อนที่จะหันหลังเดินตามไป… 

    ตุบ ตุบ ตุบ!

    อสูรพยัคฆ์แดงวิ่งหน้าตั้งออกมาได้เพียงไม่นานก็หยุดลง หันหน้าไปมองชั้นวางของที่มีกล่องไม้สี่เหลี่ยมผืนผ้าวางเอาไว้ ไม่รอช้ามันค่อยๆตวัดขาหน้า ยกกล่องไม้ออกมาด้วยความยากลำบาก คล้ายว่าอาจเป็นเพราะว่ามันไม่มีมือ

    กรึก กรึก

    เมื่อกล่องไม้ถูกวางไว้บนพื้น อสูรพยัคฆ์แดงไม่รอช้า รีบเปิดฝาครอบไม้ออกมาอย่างระมัดระวัง พบเห็นเข้ากับถุงผ้าหนังสัตว์สีน้ำตาลเข้ม มันใช้ปากที่แหลมคมของมัน พยายามงัดเปิดปากถุงออกมาอย่างทุลักทุเล

     

    เป็นจังหวะเดียวกันกับที่เซียวเย่เดินเข้ามาพอดี เซียวเย่เพ่งมองอสูรพยัคฆ์แดงที่พยายามใช้ปากงัดแกะปากถุง อดไม่ได้ที่จะแปลกใจ นั่นมันคือถุงผ้ามิติไม่ใช่เหรอ!

     

    ต้องเล่าย้อนกลับไปในสมัยก่อน ถุงผ้ามิตินั้นถูกสร้างขึ้นมาและใช้กันอย่างแพร่หลายในสมัยนั้น ส่วนแหวนมิติและสร้อยถูกสร้างขึ้นมาแทนที่และถูกใช้มาตั้งแต่หลังจากนั้น…ไม่ต้องสืบเลย…แค่มองก็รู้ว่ามันคงจะมีอายุนับพันปีไปแล้วเป็นแน่

    ปรึก!

    อสูรพยัคฆ์แดงใช้ปากงัดเปิดปากถุงอย่างยากลำบาก แต่ในที่สุดความพยายามของมันก็สัมฤทธิ์ผล เชือกที่รัดแน่นหนาเริ่มที่จะคลายลง มันใช้ปาดงับถุงผ้าหนังสัตว์เอาไว้สบัดไปมาด้วยความรวดเร็ว ของที่ถูกบรรจุเก็บเอาไว้ลอยกระเด็นไปทั่ว 

     

    เซียวเย่ยืนมองพฤติกรรมที่เหมือนสุนัขเฝ้าบ้านของมัน ถึงจะดูน่าสงสารแต่ก็ยังแฝงเอาไว้ด้วยความน่าทึ่งอยู่ ต้องอธิบายก่อนว่า สิ่งของที่อยู่ภายในถุงผ้ามิตินั้น ถึงจะถูกเก็บเอาไว้นานนับพันปี แต่มันก็ยังเป็นถุงผ้ามิติอยู่ดี มิติย่อมถูกแบ่งแยกออกมาจากโลกที่ผู้คนอาศัยเหมือนกับแหวนมิติวงอื่นๆ 

     

    การที่อสูรพยัคฆ์แดงสามารถที่จะได้กลิ่นเล็ดลอดออกมาจากปากถุงได้นั้น ไม่ต้องสงสัยเลยว่าจมูกของมัน ย่อมดีกว่าจมูกของสุนัขเป็นไหนไหน 

     

    เซียวเย่อดไม่ได้ที่จะชื่นชม อย่างน้อยข้อนี้ก็จัดเป็นข้อดีที่มีประโยชน์อย่างมาก 

     

    “ข้ารู้สึกทึ่งในประสาทการรับกลิ่นของเจ้าไม่น้อย แม้แต่ของมีค่าในถุงผ้ามิติก็ยังมิอาจเล็ดลอดจมูกของเจ้า…ถูกต้องแล้ว…ในถุงนั้นมีโลหิตสัตว์อสูรส-…” 

     

    “เนื้อ! เนื้อเต็มไปหมด!! ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! ”

     

    “…..”

     

    เซียวเย่กล่าวชมเชยยังไม่ทันจบ อสูรพยัคฆ์แดงก็วิ่งเข้าไปงับเนื้อที่ด้านข้างเข้ามากินอย่างเอร็ดอร่อย ตะโกนกล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่มีความสุขอย่างมาก 

    งับๆๆ อึก! อึก!

     

    "..อ-แฮ่ม…เอ่อ…ของล้ำค่าที่เจ้าตามหา…เจ้าหมายถึงเนื้อพวกนี้งั้นเหรอ…"

     

    เซียวเย่มองสัตว์อสูรพยัคฆ์แดงกินเนื้อเหมือนไม่เคยกินมาก่อน ไม่รู้ว่าจะหมั่นไส้หรือว่าสงสารมันดี 

    งับๆๆๆ

    อสูรพยัคฆ์แดงกัดกินเนื้อเบื้องหน้า ยัดเข้าปากครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยความพอใจ คล้ายว่าพึ่งเคยได้ลิ้มรสเนื้อพวกนี้เป็นครั้งแรก ต่อให้มันไม่ได้อยู่ที่นี่กับเซียวเย่เพียงลำพัง มันก็ยังจะกินแบบสวาปามแบบนี้อยู่ดี…ดั่งคำที่ว่า ถ้าไม่มีวันจนก็คงจะไม่มีวันอดอยาก มันในตอนนี้เกรงว่าคงจะเห็นเนื้อมีค่ามากกว่าสิ่งใดไปแล้ว….

     

    "ใช่แล้ว!! ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! เจ้าหนู!..ไม่สิ…เซียวเย่! เจ้านับเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตของข้าไปแล้ว อ่อ รองจากเนื้อพวกนี้น่ะนะ!"

     

    เมื่อได้ยินคำพูดของเซียวเย่ เหมือนว่ามันจะลำบากไม่น้อยในการหาช่วงพักในการกิน มันกล่าวออกมาโดยไม่หันกลับมามองหน้าเซียวเย่ด้วยซ้ำ คล้ายว่าเซียวเย่ในตอนนี้ดูเหมือนจะเป็นรองเนื้อในปากของมันจริงๆ

     

    "……เจ้าแน่ใจนะว่าเป็นเนื้อพวกนี้เป็นของมีค่า…เจ้าไม่เข้าใจผิดแน่นะ..!"

     

    เซียวเย่หยิบขวดแก้วใสที่ตกอยู่ที่พื้นขึ้นมา เขย่ามันไปมาเพื่อหวังที่จะเรียกร้องความสนใจอสูรพยัคฆ์แดงได้บ้าง

     

    งับ!ๆๆๆๆ

     

    "….."

     

    อสูรพยัคฆ์แดงเมินเฉยต่อเซียวเย่ไปอย่างสิ้นเชิง ไม่รู้ว่ามันไม่ได้ยินจริงๆหรือว่าตั้งใจเมินใส่กันแน่ มันเอาแต่ก้มหน้าตั้งใจกินเนื้อที่อยู่บนพื้นเบื้องหน้าต่อไปด้วยความเอร็ดอร่อย

     

    “…..พยัคฆ์แดง! ดูนี่สิ! ข้าเจออะไร!”

    งับๆๆๆ

    "……"

     

    “…..หือ! นี่มันคืออะไรกัน ข้ารู้สึกได้ถึงพลังที่รุนแรงกระจายออกมาจากขวดใบนี้ พระเจ้าช่วย! มันต้องเป็นของล้ำค่าแน่ๆเลยเชียว!!”

    งับๆๆ

    “……”

     

    “….เห้ย!! นี่มันโลหิตเลือดอสูรมิใช่เหรอ! แถมยังเป็นสายเลือดศักดิ์สิทธิ์อีกด้วย ถ้าไม่ใช่ของล้ำค่าก็ไม่รู้ว่าจะเรียกมันว่าอะไรแล้ว!!!” 

    งับๆๆ

    “……”

     

    เซียวเย่พยายามเรียกร้องความสนใจอยากสุดฤทธิ์ แต่ไม่ว่าจะพยายามมากเท่าไหร่ อสูรพยัคฆ์แดงก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะสนใจแม้แต่น้อย ไม่รู้ว่ามันในตอนนี้กำลังคิดอะไรอยู่กันแน่

     

    “นี่เจ้า….ไม่เห็นของแบบนี้เป็นของล้ำค่าบ้างเลยหรอ!!"

     

    เซียวเย่คล้ายว่าจะเริ่มรำคาญมันขึ้นมาบ้างแล้ว พูดไปขนาดนี้มันก็ยังมีท่าทีเมินใส่ ภาพแบบนี้หาดูชมได้ยากไม่น้อยเลย เกรงว่าคงจะมีแต่สัตว์อสูรกระมังที่กล้าทำเมินเซียวเย่แบบนี้…

     

    “ง่ำๆๆ…อึก!….ข้าก็รอดูอยู่ว่าเมื่อไหร่เจ้าจะเลิกบ้าเสียที…สิ่งของในมือเจ้ามันก็แค่โลหิตเลือดอสูรมิใช่หรือ? ข้าก็ไม่เข้าใจว่าเจ้าจะทำท่าทางเว่อวังไปทำไม…”

     

    อสูรพยัคฆ์แดงกล่าวออกมาพร้อมกับอาหารที่ยังคงคาอยู่ในปาก 

     

    “เอ้า! ในเมื่อเจ้าก็รู้อยู่แล้วว่ามันคือโลหิตเลือดอสูร แล้วเหตุใดเจ้ายังทำท่าทางใจเย็นอยู่แบบนั้นได้อีกกัน…มันคือโลหิตอสูรสายเลือดศักดิ์สิทธิ์เลยนะ! สายเลือดศักดิ์สิทธิ์! นี่เจ้าเข้าใจที่ข้าหมายความหรือไม่!”

     

    เซียวเย่เมื่อได้ยังก็ยังคงไม่เข้าใจ ของล้ำค่าขนาดนี้กลับถูกเมินเฉยต่อสัตว์อสูรได้อย่างไร ของแบบนี้มิใช่เหรอ! ที่จะทำให้พวกมันแข็งแกร่งขึ้น แล้วทำไมสัตว์อสูรพยัคฆ์แดงถึงได้สบประมาทความหวังดีของมันเล่า…

     

    “แล้วไง? จะให้ข้ากินแทนข้าวหรือไง? กินไปข้าก็มีหวังซี้แหง่ แถมดูแล้ว…มันไม่น่าจะอร่อยอีกต่างหาก…ข้าไม่เข้าใจจริงๆว่าทำไมเจ้าถึงแลดูเห็นคุณค่าของมันนัก แต่สำหรับข้ามันมีค่าน้อยว่าอากาศที่ข้าใช้หายใจด้วยซ้ำ…”

     

    อสูรพยัคฆ์แดงเพ่งมองไปที่ขวดเลือดในมือของเซียวเย่ด้วยแววตาที่ดูถูก ของล้ำค่าอย่างนั้นเหรอ? กินไปแล้วตายจะเป็นของล้ำค่าไปได้อย่างไรกัน

     

    “ข้ายอมรับว่าตอนแรกข้าลังเลสงสัยอยู่บ้าง แต่ตอนนี้ข้าไม่สงสัยอีกต่อไปแล้ว…เจ้ามันเป็นสัตว์อสูรที่โง่เง่าอย่างแท้จริง…”

    เซียวเย่ส่ายหน้ากล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่หมดอารมณ์ แอบมีความรู้สึกคล้ายสงสารมันอยู่ลึกๆ เผลอกล่าวออกมาเสียงเบา

     

    “ห๊ะ! ง่ำๆๆ เจ้าว่าอย่างไรนะ เมื่อกี้ข้าได้ฟังไม่ค่อยถนัด!…..”

     

    อสูรพยัคฆ์แดงหูขยับไปมาเล็กน้อย คล้ายว่าได้ยินเซียวเย่กล่าวถึงตนเองเบาๆ 

     

    "อ่อ! เปล่าเลย ข้าพูดคุยกับตนเองน่ะ…ไม่ต้องสนใจข้าหรอก….กินเลย…กินต่อเลย…"

     

    เซียวเย่รีบโบกมือกล่าวปัดโดยพลัน 

     

    จริงอยู่ที่ว่าโลหิตเลือดอสูรขวดนี้ ถ้าอสูรโดยทั่วไปกินเข้าไป ไม่สิ! ต่อให้เป็นสายเลือดแท้ที่พวกเจ้าอสูรพวกนี้เกรงกลัวนักหนา ถ้าเกิดเผลอดื่มเข้าไปล่ะก็…เกรงว่าผลลัพธ์ก็คงจะไม่ต่างกัน ไม่ต้องสงสัยเลยว่าถ้าอสูรตนใดได้ดื่มเข้าไป…ถ้าโชคไม่หนาจริงเกรงว่าคงจะตายกันเสียหมด…

     

    แต่เซียวเย่ย่อมมีวิธีที่จะทดลองใช้งานมันอยู่แล้ว ของมีค่าแบบนี้จะปล่อยให้มันแห้งตายได้อย่างไรกัน เซียวเย่เขย่าขวดโลหิตเลือดอสูรไปมาด้วยความสุขอยู่สักพัก ก่อนที่จะตัดสินใจเก็บมันเข้าไปเหมือนกับของมีค่าชิ้นอื่นๆ 

     

    “เจ้าจะกินอยู่ที่นี่ หรือจะตามข้าเข้าไปข้างใน…แต่จะรอข้าอยู่ที่นี่ก็ได้นะ เพราะเหลืออีกเพียงแค่อย่างเดียว ของมีค่าที่อยู่ที่นี่ก็คงจะหมดแล้ว” 

     

    เซียวเย่สังเกตโดยรอบอยู่สักพัก ก่อนที่จะพยายามหาภาพทับซ้อนที่มีเต็มอยู่ในหัว เมื่อรับรู้ได้ว่าเหลือของที่ตนต้องการอีกเพียงแค่อย่างเดียวเท่านั้น ก็หันหน้าไปกล่าวถามอสูรพยัคฆ์แดงต่อ

     

    "ไม่ๆๆ ไปพร้อมกันเนี่ยแหละ เจ้าเห็นข้าเป็นพวกเห็นแก่กินหรืออย่างไร? ถ้าคิดแบบนั้นเกรงว่าเจ้าจะเข้าใจข้าผิดเสียแล้ว…"

     

    อสูรพยัคฆ์กล่าวออกมา ด้วยท่าทางที่กำลังดูดนิ้วเท้าของตนเองอยู่ คล้ายว่าขาหน้าของมันยังมีเศษอาหารที่เล็ดลอด ดูอย่างไรมันก็เป็นพวกเห็นกินชัดๆ ไม่ต้องสงสัยเป็นอย่างอื่นเลย…

     

    "…เอ่อ…งั้นเหรอ…"

     

    เซียวเย่พยักหน้ากล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่อ้ำอึ้ง ตัดสินใจเดินต่อไปข้างในโดยไม่รีรอ อย่างไรเสียเดี๋ยวมันก็เดินตามมาอยู่แล้ว

     

    “เดี๋ยวก่อน! เซียวเย่! เจ้าลืมเก็บกวาดอาหารพวกนี้ไปได้อย่างไร…เจ้าอยากให้พวกข้ามองว่าเจ้าไม่เห็นคุณค่าของอาหารงั้นหรอ รีบมาเก็บไปก่อนเร็วเข้า!!” 

     

    อสูรพยัคฆ์แดงรีบตะโกนห้ามเซียวเย่ไม่ให้เดินต่อ ชี้ไปที่อาหารที่ตกลงมาเกลื่อนกลาดอยู่บนพื้น ใครจะมองอย่างไรมันไม่สน มีแค่มันที่มองอาหารเบื้องล่างเปรียบเสมือนของล้ำค่าก็เพียงพอแล้ว

     

    เซียวเย่ยกมือขึ้นมานวดศรีษะอย่างปวดขมับ หันหลังเดินกลับมาเก็บกวาดอาหารพวกนี้เอาไว้ให้ ก่อนที่จะเดินทางต่อไปยังมุมที่ไกลที่สุดของทางเดิน โดยมีสัตว์อสูรที่เห็นแก่กินตามไปด้วย

     

    "หือ! หุ่นไม้? "

     

    เมื่อเซียวเย่เดินเข้ามาถึงทางตัน ปรากฎพบห้องไม่ใหญ่มากอยู่เบื้องหน้า เซียวเย่ตัดสินใจเดินเข้าไปภายในห้องแห่งนั้น พบเจอเข้ากับหุ่นไม้ที่มีรูปร่างคล้ายมนุษย์ แต่ที่เซียวเย่ให้ความสนใจจริงๆกลับเป็นหน้ากากที่มันกำลังสวมใส่อยู่ 

     

     

    คล้ายกับเรื่องบุรุษมารทมิฬ(泰米尔恶魔) ที่คุณอ่าน