“ฉันคือ อุไรค่ะ เป็นผู้ดูแลเรือนหลังนี้ ในเมื่อคุณไม่รู้จักเรือนกาญจนามาก่อน ฉันต้องขออธิบายก่อน เรือนหลังนี้เป็นสถานที่ที่ให้ผู้คนที่มีความปรารถนาอันแรงกล้ามาขอพร แต่พรนั้นจะสมปรารถนาได้ก็ต่อเมื่อผู้ขอพรยินยอมทำตามคำสั่งของพวกเราเป็นเวลาสิบวันค่ะ” อุไรอธิบาย
“งมงาย ผมไม่เชื่อหรอก พวกคุณคงเป็นนักต้มตุ๋นที่มาหลอกลวงผมล่ะสิ” ทรรศนัยไม่เชื่อเรื่องลี้ลับ
“แล้วตัวคุณมาที่นี่ได้ยังไงคะ” อุไรลองถาม
“คุณอาจให้ลูกน้องมาลักพาตัวผมก็ได้” ทรรศนัยคาดการณ์
“งั้นคุณลองส่องกระจกดูสิคะ” อุไรชี้ไปที่กระจกบานใหญ่ความสูงเท่าทรรศนัย
เขาเดินไปที่กระจก เมื่อส่องไปก็เห็นตัวเองสวมชุดนอน ก็เลยว่า “ไม่เห็นมีอะไรเลยนี่ครับ”
“งั้นรอดูต่อไปค่ะ”
สักพักทรรศนัยก็เริ่มเห็นตัวเองค่อยๆกลายร่างเป็นแมวพันธุ์เปอร์เซียเพศผู้สีน้ำตาล ด้วยความตกใจเลยว่า “มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมผมถึงกลายร่างเป็นแมวแบบนี้ แถมเหมือนแมวของผ่องศรีอีก”
“ใช่แล้วค่ะ คุณกับคิริว ซึ่งเป็นแมวของผ่องศรีสลับร่างกัน” อุไรอธิบาย
“คุณเป็นแม่มดหรือยังไง เสกให้ผมคืนร่างเดี๋ยวนี้” ทรรศนัยสั่ง
“เอาเป็นว่าคุณตามฉันเข้าไปในห้องก่อนเถอะค่ะ แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมคุณจะต้องสลับร่างแบบนี้” อุไรกล่าว
ทรรศนัยในร่างคิริวเลยเดินเข้าไปในห้อง ก็พบจอหนังขนาดใหญ่ และตรงกลางห้องก็พบคอนโดแมว
“เอ่อจะให้ผมขึ้นไปนั่งบนนั้นหรอครับ” ทรรศนัยสงสัย
“ใช่แล้วค่ะ”
แมวน้อยเลยค่อยๆปีนป่ายขึ้นไป จนกระทั่งถึงตำแหน่งสูงสุด แมวน้อยก็พบเบาะนุ่มๆสำหรับให้แมวนั่งชมภาพยนตร์ สักพักหนังก็เริ่มฉาย
เรื่องราวที่จะฉายนั้น ย้อนกลับไปในสมัยทรรศนัยยังอยู่ประถมศึกษาปีที่ 6 ในตอนนั้นพ่อรงควัฒน์และแม่พิมพายังมีชีวิตอยู่ ครอบครัวของเขาทำสวนสตรอเบอรี่อยู่ที่เชียงใหม่ ในช่วงชีวิตที่พ่อแม่เขามีชีวิตอยู่ เขารู้สึกมีความสุขมาก แต่อุบัติเหตุในท้องถนนได้พรากชีวิตพ่อแม่เขาไป ทำให้ตัวเขากำพร้า ต้องกลับมากรุงเทพฯและย้ายไปอยู่กับย่าใหญ่ เขาต้องปรับตัวกับญาติผู้ใหญ่ที่ไม่คุ้นเคย จากที่เป็นคนร่าเริงก็กลายเป็นคนเคร่งขรึม และใช้ชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง
ฉากแรกที่เห็นก็คือเขาเห็นแม่ขับรถมาส่งที่โรงเรียน ก่อนลงจากรถ แม่จะลูบศีรษะลูกชายอย่างเอ็นดู
“โถ่ แม่ครับ ผมโตแล้วนะ” เด็กชายวัย 12 ขวบแอบอาย
“โตยังไงก็ยังเด็กสำหรับแม่เสมอนะลูก”
ฉากนั้นยิ่งทำให้ทรรศนัยน้ำตาไหล
อุไรนำกระดาษทิชชูมาซับน้ำตาให้กับแมวน้อย “ฉันเสียใจด้วยค่ะ”
และแล้วก็ถึงวันก่อนที่พ่อแม่จะประสบอุบัติเหตุ ทรรศนัยมองเห็นลูกน้องของพ่อคนหนึ่ง เขามีชื่อว่านายเทิดไท ในค่ำคืนดึกสงัด เขาแอบเดินไปที่รถของพ่อตอนเวลาตีสอง สิ่งที่ทรรศนัยไม่คาดคิดก็คือ นายเทิดได้ดำเนินการตัดสายเบรกรถพ่อเขา
“ที่แท้ น้าเทิดก็เป็นฆาตกรฆ่าพ่อแม่ผม น้าเทิดทำแบบนี้ทำไม” ทรรศนัยรู้ความจริง
เช้าวันรุ่งขึ้นในวันอาทิตย์ พ่อกับแม่ของทรรศนัยออกเดินทางไปที่สวนตามปกติ ตัวเขาเองก็อ่านหนังสือเตรียมสอบอยู่ที่บ้าน
“ไม่นะ พ่อครับ แม่ครับ อย่าใช้รถคันนี้นะ” ทรรศนัยพยายามตะโกนบอกพ่อกับแม่
“เรื่องราวมันเป็นอดีตไปแล้ว แก้ไขไม่ได้อีกแล้วค่ะ คุณทำได้เพียงดูหนังนั่นเท่านั้น” อุไรเตือนสติ
และแล้วพ่อของทรรศนัยก็ขับรถกระบะโดยมีแม่อยู่เคียงข้าง สมัยก่อนถนนเป็นแบบถนนสองเลน พ่อเขายังคงขับรถปกติ จนกระทั่งอยู่ดีๆรถบรรทุกที่ขับสวนมาก็ขับแซงรถแทรกเตอร์ขึ้นมา พ่อเขาก็เลยจะเบรกรถ แต่แล้วเหยียบเบรกยังไง รถก็ไม่ยอมอยู่
“มันเกิดอะไรขึ้นคะคุณ รถบรรทุกแซงสวนขึ้นมาแล้วนะคะ” แม่ทรรศนัยสงสัย
“รถเบรกไม่อยู่จริงๆ ไม่น่าเป็นไปได้ ผมเพิ่งนำรถคันนี้ไปตรวจสภาพรถเมื่อวานเองนะครับ” พ่อทรรศนัยแปลกใจและตกใจที่ไม่อาจหยุดรถได้
“หรือว่ามีคนตัดสายเบรกคะ” แม่ทรรศนัยเริ่มร้องไห้
ไม่ทันเสียแล้วรถกระบะได้ชนประสานงากับรถบรรทุกเข้าอย่างจัง ในตอนนั้น พ่อเขาตายคาที่ ในขณะที่คนขับรถบรรทุกบาดเจ็บสาหัส
ส่วนแม่เขากระเด็นออกจากรถไปไกล ในตอนนี้แม่เขายังไม่ตาย คอยคิดถึงแต่ทรรศนัยลูกรักเท่านั้น กลัวเขาจะมีภัยภายหลัง ดังนั้นแม่ทรรศนัยจึงยกมือไหว้อ้อนวอนขอต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ “ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย โปรดช่วยคุ้มครองทรรศนัยให้มีชีวิตอยู่รอดและพ้นภัยอันตรายทั้งปวงด้วยเทอญ”
น้ำตาแมวน้อยไหลอีกครั้ง และกล่าวว่า “โธ่ แม่ครับ”
“แม่คุณขอพรก่อนตายค่ะ ดังนั้นฉันยอมให้พรโดยการคุ้มครองไม่ให้คุณเกิดอันตรายใดๆ ตามกฎนั้นแม่คุณจะต้องทำอะไรบางอย่างเป็นการตอบแทน แต่ในเมื่อแม่คุณตายไปแล้ว ดังนั้นฉันจำเป็นต้องให้คุณเป็นฝ่ายชดใช้แทนแม่คุณค่ะ” อุไรอธิบาย
“แล้วคุณจะให้ผมทำอะไรครับ” ทรรศนัยสงสัย
“คุณต้องอยู่ในร่างของคิริว แมวของผ่องศรีเป็นเวลา 10 วันค่ะ” อุไรกล่าว
“ทำไมต้องให้อยู่ในร่างของแมวด้วยครับ” ทรรศนัยสงสัย
“ก็คุณเกลียดแมว เลยทำทุกวิถีทางเพื่อไล่แมวออกจากบ้าน ดังนั้นฉันจึงอยากให้คุณเข้าใจความรู้สึกของแมวบ้าง”
“ผมก็แค่”
“เอาเถอะคะ คุณไม่อาจบ่ายเบี่ยงได้ เพราะแม่คุณได้รับพรไปแล้ว”
“ก็ได้ครับ ผมจะทำตามเงื่อนไขแทนแม่เอง”
“เอาล่ะค่ะ คุณกลับไปที่บ้านของผ่องศรีได้แล้วค่ะ” อุไรกล่าว
“แล้วไปยังไงครับ”
“เปิดประตูบานนั้นค่ะ คุณจะไปปรากฏที่บ้านของผ่องศรี”
“ผมเป็นแมวแล้วนะครับ เปิดเองไม่ได้หรอก” ทรรศนัยยกเท้าหน้าข้างหนึ่งให้อุไรดู
“เอ่อ ฉันลืมไปค่ะ เดี๋ยวฉันเปิดให้” อุไรเดินไปเปิดประตู
แมวน้อยค่อยๆเดินเข้าไปในห้องนั้น จนกระทั่งเห็น…