ตอนที่ 16 วิธีนวด (2)
กู้เชียนเสวี่ยทนทิ้งมารดาจำเป็นในชาตินี้อย่างเจ้าซื่อไม่ได้จริงๆ น่ะหรือ เรื่องนี้ก็บอกไม่ได้เหมือนกัน
กู้เชียนเสวี่ยเองก็กำลังเดิมพันกับสัญชาตญาณของผู้หญิง เดิมพันกับความรักของมารดา และเห็นได้ชัดว่านางชนะแล้ว
ส่วนตัวตนของคนที่วางยาพระสนมฉินเฟย ไม่ต้องคิดก็พอจะเดาออกได้ คงเป็นบรรดาคนที่อยู่วังหลัง แต่สุดท้ายแล้วจะเป็นใคร นางไม่ได้อยากรู้ เพียงแค่อยากรักษาชีวิตเอาไว้ใช้ชีวิตต่อไปอย่างสงบสุขเพียงเท่านั้น
มื่อได้รับการอนุญาตแล้ว กู้เชียนเสวี่ยก็นำอุปกรณ์ตรวจที่ทำขึ้นเองก่อนหน้านี้ขึ้นมา แล้ววินิจฉัยโรคใหม่อีกครั้ง
กระบอกไม้ไผ่นั่นก็เป็นเหมือนหูฟังทางการแพทย์อย่างง่ายๆ ไว้ใช้ฟังเสียงของหัวใจ
เพราะกู้เชียนเสวี่ยเป็นสตรี ทำให้มีข้อได้เปรียบในการตรวจวินิจฉัยให้กับพระสนมฉินเฟย...นางสามารถเข้าใกล้ได้ ไม่ต้องพะว้าพะวังเวลาที่ตรวจร่างกายของพระสนมฉินเฟย หลังจากที่ได้ตรวจผ่านทางการหายใจ เสียงหัวใจ การเต้นของหัวใจ จนไปถึงสภาพผิวภายนอกแล้ว แม้จะไม่รู้ชื่อของโรค แต่ก็สามารถประเมินทิศทางในการรักได้
“คุณหนูกู้ ให้ข้าน้อยเรียกเหล่าสาวใช้เข้ามาหรือไม่” เซินหมอมอเอ่ยถาม
“ไม่ต้อง พวกนางเข้ามามีแต่จะเกะกะเปล่าๆ” สีหน้าของกู้เชียนเสวี่ยไม่เปลี่ยน ดวงตายังคงจับจ้องอยู่ที่พระสนมฉินเฟย แล้วเอ่ยออกมาอย่างราบเรียบ
เซินหมอมอไม่เอ่ยอะไร ที่จริงแล้วกำลังสงสัยในตัวกู้เชียนเสวี่ยอย่างมาก
แม้กู้เชียนเสวี่ยจะพูดจามีเหตุผล แต่สิ่งที่เซินหมอมอคิดคือก่อนหน้านี้ได้ยินคนพูดกันปากต่อปากว่าก็ไม่ได้เท่าไร นางก็แค่คุณหนูใหญ่ธรรมดาๆ คนหนึ่งของจวนเจ้ากรมเท่านั้น แล้วเหตุใดจู่ๆ ถึงได้รู้วิชาแพทย์ได้เล่า ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นวิชาแพทย์ที่แปลกประหลาดเช่นนี้อีก นึกไม่ถึงว่าจะใช้กระบอกไม้ไผ่กับค้อนไม้ไผ่ด้วย
กู้เชียนเสวี่ยวาง ‘อุปกรณ์การตรวจ’ ทั้งหมดลง แล้วลุกขึ้น เริ่มบริหารข้อมือและไหล่ของตัวเอง
เซินหมอมอสะดุ้งตกใจ รีบเอาตัวไปขวางร่างพระสนมฉินเฟยเอาไว้ทันที “เจ้าคิดจะทำสิ่งใดกัน”
“พวกเจ้าเชิญท่านหมอมาตั้งมากมาย คิดดูแล้วคงมีบางท่านที่รู้สาเหตุอาการของพระสนมแล้ว ในเมื่อรู้แต่ไม่สามารถรักษาได้ นั่นก็หมายความว่า พิษชนิดนี้ไม่ได้รักษากันง่ายๆ แทนที่ข้าจะมัวพะวงอยู่กับผลลัพธ์ สู้คิดหาวิธีทำให้อาการป่วยทุเลาลงเสียจะดีกว่า” ท่อนกระดูกถูกกู้เชียนเสวี่ยดัดจนเกิดเสียงกรอบแกรบ ไม่เหมือนกับท่าทางที่ไม่ระวัง เสียงของมันนั้นยังดูปลอดภัยอยู่
ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ทั้งที่อีกฝ่ายเป็นเพียงเด็กสาวอายุสิบสี่ที่ปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม ไม่ได้เป็นคุณหนูตระกูลขุนนางที่มีชื่อเสียงอะไร แต่ตัวนางกลับแผ่พลังงานบางอย่างที่ทำให้รู้สึกเลื่อมใส
พลังงานเหล่านั้น ทำเอาเซินหมอมอเกิดภาพมายาขึ้นมา...กู้เชียนเสวี่ยรักษาอาการของพระสนมฉินเฟยได้แน่ๆ
เมื่อเซินหมอมอรู้สึกตัวว่าตัวเองกำลังคิดอะไร ก็รู้สึกว่ามันน่าขันเสียเหลือเกิน หัวเราะเยาะตัวเองที่อายุก็ปูนนี้แล้ว ยังจะมีความคิดเพ้อฝันราวกับเด็กๆ ไปได้
“ที่พูดมานั้นถูกต้องแล้ว แต่คุณหนูกู้คิดจะทำสิ่งใดกันแน่” เซินหมอมอถาม
“เมื่อครู่นี้ข้าได้ทดสอบการตอบสนองบนข้อเข่าของพระสนมแล้ว พบว่าทั้งกระสวยกล้ามเนื้อ เส้นเอ็นจนไปถึงเซลล์ประสาทไม่มีปัญหาอะไร ถือว่าเป็นเรื่องดี พูดได้ว่าร่างกายของพระสนมไม่ได้เสียหายจนถึงขั้นเป็นอันตรายต่อชีวิต โดยเฉพาะบริเวณกระดูกสันหลังและไขกระดูกสันหลัง” กู้เชียนเสวี่ยเอ่ยพลางถอดเสื้อผ้าบนตัวของพระสนมฉินเฟยออก
เซินหมอมอจ้องมองทุกอย่างด้วยอาการอ้าปากตาค้างจนไม่ทันได้เข้าไปห้าม
กู้เชียนเสวี่ยเตรียมพร้อม แล้วอธิบายต่อ “ยาพิษ ไม่ว่าความร้ายแรงของพิษจะมากน้อยหรือรูปแบบใด ก็หนีไม่พ้นชนิดเหล่านี้ เช่น ตัวที่ส่งผลต่อระบบประสาท ส่งผลต่อเลือด จนไปถึงชนิดที่ส่งผลต่อกล้ามเนื้อ คนที่วางยาพระสนมฉินเฟยไม่ต้องการจะเปิดเผยตัวตน ถึงได้ใช้ยาพิษที่ออกฤทธิ์ช้า คุณสมบัติของยาจึงมีไม่มาก นั่นถือว่าโชคดี แต่เป็นเพราะพระสนมถูกพิษมาเป็นเวลานาน นี่ถือว่าโชคร้าย...”
เซินหมอมอทนไม่ไหวรีบพูดตัดทันที “เดี๋ยวก่อน คุณหนูกู้ ท่านพูดจนข้าน้อยมึนไปหมดแล้ว ท่านพูดมาตามตรงเถิด ว่าท่านกำลังทำอะไรกันแน่”
ในตอนนี้เอง กู้เชียนเสวี่ยก็ถอดเสื้อตัวนอกของพระสนมออกเรียบร้อย หันตัวกลับมาแล้วตอบเซินหมอมออย่างจริงจัง “ง่ายมาก นวดอย่างไรเล่า”