บทที่ 42 คนที่แตะสามีข้า ต้องตาย
“ไยข้าถึงรู้สึกคุ้นเคยกระบวนท่านี้นักเล่า?”
ฝีเท้าหมาจิ่วหยุดชะงักทันควัน
เมื่อครู่ตอนลูกน้องต่อสู้กับหลี่หู่ อีกฝ่ายล้วนออกท่าทางแบบนี้เช่นกัน
หรือว่าจ้าวผิงก็มีความสามารถเดียวกับหลี่หู่?
เชี่ยวชาญกระบวนท่าด้วยงั้นรึ?
ต่อกรด้วยยากแล้ว!
หากรู้แต่แรกว่าจะเป็นอย่างนี้ เขาคงจะเรียกเงินจากเฝิงเจิ้งชูมากกว่านี้
ฝีมือเก่งกาจเช่นนี้ หากไม่ได้พันตำลึง เขาคงไม่เข้ามายุ่งเกี่ยว สอดมือมาแก้ปัญหานี้หรอก
ทว่าก็สายไปเสียแล้ว
ตอนนี้ได้แต่โทษว่าข่าวของเฝิงเจิ้งชูเชื่อถือไม่ได้ คิดเพียงว่าจ้าวผิงเป็นแค่คนเสเพลทั่วไปคนหนึ่ง
หมาจิ่วไม่กล้าบุกเข้าไป ทำได้แค่เตะลูกน้องข้าง ๆ ให้เข้าไปต่อสู้
“ท่านจิ่ว ข้า ข้า...”
ลูกน้องคนนั้นเพียงเห็นกระบวนท่าของจ้าวผิงก็รู้สึกหวาดหวั่นแล้ว
“ข้าอะไร?” หมาจิ่วตะคอกถามด้วยความโมโห “ถ้าเจ้าจัดการจ้าวผิงได้ ถือเป็นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ ข้าจะแบ่งให้เจ้าแปดสิบตำลึง”
แต่ไหนแต่ไรเงินย่อมทำให้คนหวั่นไหว…
เหล่าลูกสมุนเมื่อได้ยินหมาจิ่วบอกว่าจะให้แปดสิบตำลึง สายตาพลันมีมุ่งมั่นหมายเข่นฆ่าจ้าวผิงให้จงได้
พวกเขาชูกำปั้นโบกไปมา ทำท่าพร้อมร้องเสียงดัง แล้วพุ่งตัวเข้าหาจ้าวผิง
“นักรบเจาะปูน!” เมื่อเห็นคนพุ่งเข้ามา จ้าวผิงก็ตะโกนเสียงดัง
ทันใดพลังก็พุ่งออกมาจากทุกทิศทุกทาง และตรงศูนย์กลางการโจมตีนั้นก็มีเท้าข้างหนึ่งยืนหยัดอยู่
การออกกระบวนท่าของจ้าวผิงดูราวนักสู้มากประสบการณ์
เขาชกเข้าที่หน้า และจุดอ่อนบริเวณหว่างขา ก่อนจะอกหมัด ชกรัวเข้ากลางลำตัวอย่างจัง
ทว่าพละกำลังไม่ได้หนักหนาเท่าไรนัก
เขาเพียงแค่ชกคนพวกนั้นเบา ๆ แล้วเคลื่อนตัวไปข้างหลัง คล้ายแมลงตอม ไม่ได้สร้างอันตรายแต่อย่างใด
คนคนนั้นถึงกับอึ้ง…
ครั้นพอได้สติกลับขึ้นมา เขาก็พูดด้วยความดีใจว่า “ท่านจิ่ว! จ้าวผิงนี่ดูเก่งแต่ภายนอก หากแต่ไม่ได้ร้ายกาจอะไรเลย”
พอพูดจบเขาก็ลงมือคว้าแขนจ้าวผิงมา แล้วรัดท่อนบนอีกฝ่าย ขัดขา แล้วออกแรงโยนจ้าวผิงลง พลันหลังจ้าวผิงก็กระแทกเข้ากับพื้น
คนคนนั้นดีใจยกใหญ่ เขาตามมานั่งคร่อมทับลงบนตัวจ้าวผิง แล้วออกกำปั้นต่อยลงไปยังหน้าจ้าวผิง
“ได้โปรดหยุดก่อน ๆ ข้าให้เงินเจ้าได้”
จ้าวผิงพูดอย่างเร่งรีบ
“ขอแค่ยอมปล่อยข้าไป ข้าให้เจ้าสามร้อยตำลึงเลย!”
“สามร้อยตำลึง?” ผู้นั้นอึ้งไป “เจ้ามีเงินเยอะเพียงนี้เชียวหรือ?”
“มีแน่นอน”
จ้าวผิงพูด “อย่าว่าแต่สามร้อยตำลึงเลย ต่อให้หนึ่งพันตำลึง ข้าก็ให้ได้”
“ดี งั้นเอามาให้ข้าหนึ่งพันตำลึง ไม่เพียงแต่ข้าจะปล่อยเจ้าไป แต่ยังจะช่วยเจ้าต่อสู่กับท่านจิ่วด้วย”
คนผู้นั้นรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา
จ้าวผิงใช้จังหวะนี้ กวาดมือข้างตัวกำดิน ก่อนจะเขวี้ยงใส่หน้าคนคนนั้น หมายให้อีกฝ่ายสายตาพร่าเลือนด้วยโคลน
ฟึ่บ!
ดินนี้ชื้นด้วยเพิ่งผ่านฝนฤดูใบไม้ร่วงมา เลยกลายสภาพเป็นโคลน
เมื่อโดนเขวี้ยงใส่หน้า ไม่เพียงเจ็บ แต่ยังปิดบังการมองเห็นอีกด้วย
จ้าวผิงใช้โอกาสนี้พลิกตัวคร่อมกดทับร่างของอีกฝ่ายลงในบัดดล
แต่ตอนนี้หมาจิ่วก็ตรงเข้ามาแล้ว
หมาจิ่วถีบจ้าวผิงจนล้ม ยกเท้าขึ้นเหยียบหน้าอกชายหนุ่ม มีดยาวในมือจ่ออยู่ที่คออีกฝ่าย
“กล้ายุยงให้ลูกน้องข้าเป็นกบฏ ไอ้เสเพลจ้าว เจ้ามีความสามารถมากนักใช่รึไม่?!”
หมาจิ่วแสยะยิ้ม
“ท่านจิ่ว อย่าฆ่าข้าเลย ข้ามีเงินจริง ๆ สามารถให้เงินทองท่านได้มากมาย”
จ้าวผิงร้อนรน
ช่วงเวลาแห่งความเป็นความตายนี้ เขาไม่คิดรักษาหน้าแล้ว ชายหนุ่มรีบร้องขอชีวิต “อีกทั้งในภายภาคหน้าข้าก็ยังจะหาเงินได้อีกมากมาย”
“วันหนึ่งให้ข้าหาให้ท่านแปดร้อยตำลึง ก็ไม่ใช่ปัญหา”
“ถ้าปล่อยข้าไป ต่อจากนี้ข้าจะติดตามท่านจิ่ว รับรองว่าจะหาเงินมากมายมาให้ท่านจิ่วได้แน่นอน”
“ฮ่า ๆ ๆ”
หมาจิ่วหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
ใช้มีดตบหน้าจ้าวผิงพลางพูดอย่างดูถูก “คิดว่าข้าไม่รู้สถานะเจ้าหรอกหรือ ก็แค่หนุ่มเสเพล จะหาเงินได้เท่าไรกันเชียว”
“แม้จะมีเงินจริง แต่หลังจากฆ่าเจ้าตาย เงินทั้งหมดก็ตกเป็นของข้าอยู่ดี”
“รวมไปถึงเมียเจ้าด้วยเหมือนกัน ขอเพียงเจ้าตาย แต่ละนางไม่ต้องมาปรนนิบัติข้าหรือไร?”
“หากได้เกิดมาใหม่ชาติหน้าก็หัดฉลาดเสียบ้าง กับผู้ที่เจ้าสู้ไหวก็อย่าคิดเอาตัวไปขวางทาง”
“ฮ่า ๆ เอาละ เจ้าวางใจได้เลย มีดข้าคมกริบ รับรองว่าปาดทีเดียวก็คร่าชีวิตเจ้าได้แล้ว และหากเจ้าตายไปเป็นผี แต่ยังต้องการแก้แค้น เจ้าก็ไปหาตระกูลเฝิงเสีย ไม่ต้องมาหาข้า”
พูดไป หมาจิ่วก็ยกมีดยาวขึ้นหมายจะตัดหัวจ้าวผิง
หลี่หู่พลันร้อนรนใจ เขาต่อสู้อย่างสุดกำลัง
น่าเสียดาย ข้างหน้าเขายังมีศัตรูอยู่อีกเกือบยี่สิบคน แม้ว่าเตะเพียงครั้งเดียวจะล้มได้หนึ่งคนก็ตาม ทว่ากว่าเขาจะไปถึงตัว หัวของจ้าวผิงก็คงไม่อยู่บนบ่าแล้ว
จ้าวผิงพลันหลับตาลง
อดทอดถอนใจไม่ได้ ดูท่ายุคโบราณนี้จะอยู่ไม่ง่ายเสียแล้ว
เขาไม่แข็งแกร่งพอจะต่อกรใครได้ เพียงแค่ทำผิดต่อหมอหลวงก็หมายโดนตัดคอแล้ว
ถ้าสวรรค์ให้โอกาสเขาได้เดินทางข้ามเวลาอีกครั้ง จ้าวผิงจะต้องคิดหนักแน่นอน
ช่วงเวลาแห่งความเป็นความตายนั้นเอง เงาดำหนึ่งก็โผล่มา พร้อมด้วยเสียงหวานตะโกนขึ้น
“ผู้ที่แตะสามีข้า ต้องตาย!”
เพล้ง!
เสียงกระแทกดังขึ้น พร้อมกับมีดยาวในมือหมาจิ่วถูกปัดตกลงบนพื้นทันที
ตามมาด้วยกระบองที่ตีลงไปบนตัวเขา ทุบเขาจนถอยไปถึงหกฉื่อ
“สามี รีบลุกขึ้นมาเร็ว! ข้ามาช่วยท่านแล้ว”
เสียงหลิ่วเมิ่งหรูดังขึ้นอย่างห่วงใย
จ้าวผิงลืมตามอง เขาเห็นมือเล็ก ๆ ของหลิ่วเมิ่งหรูยื่นมาตรงหน้า
นางยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน ยังคงแต่งตัวเหมือนสาวชาวบ้าน
ทว่าบุคลิกต่างไปจากเดิมนัก
โดยเฉพาะตอนนี้ ในมือนางกระชับกระบองอยู่ข้างตัว สีหน้าเคร่งเครียดราวกับคลานออกมาจากกองซากศพและทะเลเลือด
ทำให้จ้าวผิงรู้สึกตัวสั่นขึ้นมา
“เจ้า… เจ้าคือหลิ่วเมิ่งหรูงั้นหรือ?”
จ้าวผิงไม่อยากเชื่อตาตัวเอง
“สามี เดี๋ยวข้าจะเล่าให้ท่านฟัง เราเอาตัวรอดจากตรงนี้กันก่อน”
หลิ่วเมิ่งหรูพูดพลางดึงจ้าวผิงขึ้นจากพื้น
ทันทีที่จับมือ จ้าวผิงก็รู้สึกได้ถึงพลังมหาศาลที่ถ่ายทอดมาจากข้อมือของหลิ่วเมิ่งหรู ทำให้เขาถลาไปข้างหน้าอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้
ถ้าไม่ชนกับเฉียนลิ่วที่ยืนอยู่ เขาคงจะล้มลงแล้ว
ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนนี้ไยถึงได้มีแรงมากมายนักเล่า?
จ้าวผิงได้แต่สงสัยอยู่ในใจ
ตอนนั้นเอง หลิ่วเมิ่งหรูพูดขึ้น “เฉียนลิ่ว ปกป้องสามีข้าด้วย”
“หากเขาเป็นอะไรขึ้นมา ข้าจะฆ่าเจ้า”
“พี่สะใภ้โปรดวางใจ ใครคิดจะฆ่าพี่ผิง ต้องข้ามศพข้าไปก่อน”
เฉียนลิ่วตบหน้าอกตัวเองเป็นการรับประกัน
จากนั้นก็ยกมีดทำครัวในมือขึ้น ก้าวมยืนข้างหน้าจ้าวผิง
แม้แต่เหวินฮุ่ยก็คอยโบกเคียวในมือคอยปกป้องจ้าวผิงอยู่ข้าง ๆ เฉียนลิ่วเช่นกัน
เห็นเช่นนี้ หลิ่วเมิ่งหรู่ถึงค่อยหันไปทางหมาจิ่ว นางพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ถึงกับกล้าทำร้ายสามีข้า วันนี้เป็นวันตายของพวกเจ้า”
เพียงพูดจบ นางควงกระบองในมือตรงไปยังหมาจิ่วอย่างรวดเร็ว
“พวกเจ้า! รีบกันเมียไอ้บ้านั่นไว้ เร็วเข้า”
หมาจิ่วรู้ได้ถึงความเก่งกาจของหลิ่วเมิ่งหรูขึ้นมา
กระบองนั่น ก่อนหน้านี้ไม่เพียงแต่ปัดมีดยาวเขาออกไปได้ ซ้ำยังตีหว่างนิ้วเขาแตก จนมีเลือดสีแดงสดไหลซึมออกมา
กระทั่งนิ้วเขาชาจนไม่รับรู้ความรู้สึกใดแล้ว
ทันใดอีกกระบองก็ตีใส่อีกหลายครั้ง จนเขาต้องล่าถอยออกมาหลายฉื่อ
นี่ก็แสดงให้เห็นถึงพละกำลังอันมากมายของผู้หญิงคนนี้แล้ว หมาจิ่วคิดได้เพียงว่า เขาคงสู้ไม่ไหวแน่นอน
เหตุนี้ เขาจึงส่งลูกน้องไปลองหยั่งเชิงก่อน
ขณะเดียวกัน ตัวเขาก็ถอยหลังไม่หยุด หากเกิดอะไรขึ้นจะได้หาทางหนีทีไล่ได้ทัน
ตุ้บ! ตุ้บ!
ลูกน้องสองคนเพิ่งพุ่งเข้าหา ไม่ทันไรก็โดนหลิ่วเมิ่งหรูใช้กระบองฟาดใส่จนลงไปนอนกองกับพื้นแล้ว พวกเขาพยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาหลายครั้ง แต่ไม่อาจฝืนสังขารได้
ตอนนี้หลิ่วเมิ่งหรูไม่สนใจมองพวกเขาด้วยซ้ำ นางเดินตรงเข้าหาหมาจิ่วอย่างมุ่งมั่น
หมาจิ่วเตรียมการไว้แล้ว เมื่อดูท่าไม่ดีเลยหันหลัง แล้ววิ่งหนีอย่างไม่คิดรั้งรอ
“วิ่งหนี เจ้าวิ่งหนีพ้นงั้นรึ?”
หลิ่วเมิ่งหรูยิ้มเย็นพลันขว้างกระบองในมือออกไป กระบองพุ่งไปอย่างรวดเร็วแหวกอากาศคล้ายลูกศรที่หลุดออกจากคัน
ตุ้บ!
กระบอกกระแทกเข้ากับหลังหมาจิ่วเต็ม ๆ
หมาจิ่วพลันถลา ล้มหน้าทิ่มทันที
หลิ่วเมิ่งหรูเคลื่อนไหว ย่างก้าวแผ่วเบาราวกับนกนางแอ่น เพียงกะพริบตาสองสามครั้ง นางก็มาถึงข้างตัวหมาจิ่วแล้ว
หญิงสาวใช้เท้าข้างหนึ่งแตะกระบองที่หล่นอยู่บนพื้น กระบองลอยขึ้นมา พลันนางก็คว้ากระบองไว้
ส่วนเท้าอีกข้างก็เหยียบหลังหมาจิ่วอย่างไม่ปรานี
ทันใดนางยกกระบอกขึ้น หมายจะจบชีวิตของหมาจิ่ว
“เมิ่งหรู! จับเป็นเขาไว้”
เมื่อเห็นสถานการณ์เป็นเช่นนี้ จ้าวผิงรีบตะโกนเสียงดัง
หลิ่วเมิ่งหรูตกใจอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ยังเชื่อฟังสามี นางทำที่จ้าวผิงสั่งการ เปลี่ยนทิศไม้กระบองมาอยู่ที่ขาของหมาจิ่ว ฟาดลงไปที่ขาทั้งสองข้างแทน
ปั้ก! ปั้ก!
หมาจิ่วเจ็บปวดจนสลบไป
หลิ่วเมิ่งหรูจึงก้มคว้าข้อเท้าอีกฝ่าย ลากเขามาตรงหน้าจ้าวผิง ทำราวกับลากร่างสุนัขไร้วิญญาณ
“สามี ข้าทุบตีขาสองข้าง และไว้ชีวิตเขาแล้ว ท่านคิดจะจัดการอย่างไรต่อ?”
จ้าวผิงไม่ตอบ เขาเพียงมองไปทางหลี่หู่
การต่อสู้ตรงนั้นใกล้สิ้นสุดลงแล้วเช่นกัน
แม้คนที่ล้อมรอบหลี่หู่จะเยอะเพียงใด แต่เมื่อเขาเห็นหมาจิ่วกำลังจะตัดหัวจ้าวผิง นั่นเป็นเหตุให้ความดุร้ายของเขาถูกกระตุ้นขึ้นมา
ยามนี้เขาเหมือนดั่งสัตว์ป่า ฝืนทนต่อพิษบาดแผล ฮึดสู้ จัดการคนไปกว่าครึ่งแล้ว
ความมั่นใจของศัตรูพังทลายลงอย่างสิ้นเชิง และแทนที่ด้วยความคิดที่จะหนีเอาตัวรอด
ยิ่งเห็นหมาจิ่วโดนเมิ่งหรูจับกุมไปแล้วอีก ลูกสมุนมีหรือจะกล้าสู้ต่อ ต่างหันหลังกลับวิ่งหนีกันหัวซุกหัวซุน
ทว่าหลี่หู่ไม่ให้โอกาสคนพวกนั้น เขาพุ่งตามไปจัดการไม่มัใครรอดไปได้ เขาต่อยคนพวกนั้นเพียงคนละหมัด เขาออกแรงไปเยอะมาก และไม่ทันไรก็จัดการคนพวกนั้นให้ล้มกองอยู่กับพื้นได้
ครั้นสถานการณ์เป็นเช่นนี้ก็ไม่มีเรื่องอะไรอีกแล้ว เขาเลยตีคนที่เหลือทั้งหมดลงไปกองที่พื้น
ถ้ายังขยับวิ่งหนีได้ หลี่หู่ล้วนใช้สองเท้าเตะขาพวกเขา ทำให้พวกเขาหนีไม่ได้
จากนั้นค่อยกลับมาหาจ้าวผิง พอมาถึงตรงหน้าจ้าวผิง เขาไม่สนว่าพื้นดินจะเป็นโคลนหรือเลอะเทอะ เขาคุกเข่าลงกับพื้นทันที
หลี่หู่พูดหอบเสียงดัง “พี่ผิง ข้าน้อยไร้ความสามารถ ทำให้ท่านเกือบจะ ...”
“หูจื่อ รีบลุกขึ้นเร็วเข้า”
จ้าวผิงรีบประคองเขาลุกขึ้น “เจ้าทำได้ดีมากแล้ว สถานการณ์เมื่อครู่มันช่วยไม่ได้ ฝ่ายตรงข้ามมีคนเยอะเพียงนั้น เรื่องนี้โทษเจ้าไม่ได้”
“ว่าแต่เจ้า บาดเจ็บตรงไหนหรือไม่?”
“มีแค่แผลภายนอกเท่านั้น ไม่สำคัญอะไรเลย”
ถึงแม้หลี่หู่จะพูดแบบนี้ แต่จ้าวผิงก็ยังตรวจสอบด้วยตัวเอง
เป็นจริงอย่างเขาว่า ไม่มีบาดแผลร้ายแรง นี่ทำให้จ้าวผิงทอดถอนใจ …ผิวหนาทนทานจริง ๆ
“พี่ผิง ทั้งหมดเป็นคนที่หมาจิ่วพามา ข้าจะฆ่าพวกมัน”
หลี่หู่เห็นหมาจิ่วฟื้นขึ้นมา เลยโบกหมัดจะต่อยเขา แต่ก็โดนจ้าวผิงห้ามไว้ก่อน
“หูจื่อ ไม่ต้องรีบร้อน”
“สอบปากคำเสียก่อน แล้วค่อยทำบันทึกคำให้การ”
จากนั้นจ้าวผิงก็พูดกับหมาจิ่ว “หมาจิ่ว ทางที่ดีเจ้าเล่าทุกเรื่องที่รู้มาดีกว่า ไม่อย่างนั้นวันนี้ในปีหน้าอาจจะกลายเป็นวันครบรอบการตายของเจ้า”