ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่326 แลกเปลี่ยนการต่อสู้ 1

  อี้เฉินอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ ครั้นเห็นสายตาทุกผู้คน จับจ้องมาที่ตัวเขาเป็นตาเดียว หมายมั่นอยากให้เขาออกไปต่อสู้ใจจะขาด


ศิษย์หญิงสำนักบุปผา ยกยิ้ม น้อยๆ ขึ้นมาในทันที ครั้นเห็นชายอัปลักษณ์ ทำหน้างอคอตก ค่อยๆ ย่างก้าว เดินขึ้นไปด้านบนลานประลอง ด้วยความไม่จำยอม มองความทุกข์คนอื่นด้วยรอยยิ้ม



ไม่เว้น แม้แต่เจียวหยาง กับ องค์ชายชิงหยู ยังอดไม่ได้ที่จะเฝ้ามองการต่อสู้ที่จะเกิดขึ้น อยากจะรู้พลังของ อี้เฉินอยู่ระดับใดกันแน่


 

   องค์ชายชิงอู๋เหล่ย ที่ยืนมือไพล่หลัง กลางลานประลอง กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ครั้นเห็นอี้เฉิน กล้าขึ้นมายืนประจันหน้ากับเขา "เจ้ากับข้าน่าจะอายุไม่ห่างกันเท่าใดนัก หลังจากการต่อสู้ สิ้นสุด เราไม่มานั่งดื่มสุรา ท่ามกลางจันทรากันหน่อยเล่า"


 
ยิ่งอี้เฉินได้ยิน มันกลับทำให้เขาไม่สบอารมณ์เท่าใดนัก นี่ก็ไม่ต่างจากการบอกกลายๆ 'หากข้าชนะเจ้าแล้ว เรามาดื่มสังสรรค์กัน' จิตสังหารอี้เฉินจึงไม่อาจปิดกั้นได้อีกต่อไป ปลดปล่อย เล็ดลอดออกมาในทันใด ถึงองค์ชายผู้นี้ จะไม่ดูถูกดูแคลนผู้อื่น แต่ความโอหังของเขาก็มีไม่น้อย


 

องค์ชาย ชิงอู๋เหล่ย เมื่อสัมผัสได้ถึงจิตสังหาร ที่ชายหนุ่มปลดปล่อยมา โดยไม่มีท่าทีหวาดกลัวในตัวเขา เขาถึงกับยกรอยยิ้ม ชื่นชมออกมา มันนานมากแล้ว ที่เขาไม่เจอคน ใจกล้าห่อฟ้า เฉกเช่นนี้

 


    "องค์ชาย ชิงอู๋เหล่ย โปรดระวังตัวด้วย" อี้เฉินอดไม่ได้ที่จะกล่าวเตือน เมื่อคำพูดนั้นของเขาเอ่ยออกมาเสร็จสิ้น เขาก็จุดตราประทับเลือดบนกายาในทันที จนกายาของเขาในยามนี้ ราว กับอาบไปด้วยโลหิตสีแดงฉาน แต่งแต้มไปทั่วกายา แสงทอประกายร้อนแรงจนสว่างเด่นชัด มาพร้อมกลิ่นอายคาวเลือดรอยคละคลุ้ง แทรกซึมไปทุกอณูของกายา ประหนึ่งต้นไม้ที่ไร้ปราณพลังถูกเติมเต็มขึ้นอีกครา พลังกายาพลุ่งพล่าน ขึ้นมาอย่างรวดเร็ว


 

กลุ่มคนโดยรอบถึงกับตกตะลึง ไม่เคยเห็นปราณเลือดเฉกเช่นนี้ มาก่อน กลิ่นอายคาวเลือดรอยเตะจมูก จนรู้สึกสะอิดสะเอียน ราวกับยืนท่ามกลางลานเลือด กายาน้อยๆ ยังอดไม่ได้ที่จะถูกกดดัน


 

หลิว อี้เฟย นางเองก็ไม่อาจ สงบนิ่งได้อีกต่อไป เปิดเปลือกตา มองดูการต่อสู้ ในทันทีครั้นเห็นว่า ชายหนุ่มอัปลักษณ์ไม่ธรรมดาอย่างที่นางคิด


 

   องค์ชาย ชิงอู๋เหล่ย ครั้นรู้สึกว่า กายาของเขาสั่นน้อยๆ เมื่ออยู่ต่อหน้าชายหนุ่มผมขาว ที่เต็มไปด้วยบาดแผล อดไม่ได้ที่จะระเบิดพลังสายเลือด ออกมากดข่มตนเองไว้ ไม่ให้หวาดกลัว แต่ในเสี้ยววินาที เขาก็ต้องเบิกตาออกกว้าง เมื่อเห็นอี้เฉิน กระทืบพื้นสนามประลอง เคลื่อนที่มาด้วยความเร็วจี๋ จนเกิดร่างเงาซ้อนทับ พุ่งซัดฝ่ามือที่เต็มไปด้วยปราณพลังเข้าใส่ตัวเขาตรงๆ


 

องค์ชาย ชิงอู๋เหล่ย อดไม่ได้ที่จะกัดริมฝีปากให้มีเลือดไหลซึม ก่อนใช้นิ้วมือเช็ดเลือด ที่ริมฝีปาก ออกมาขีดเขียน อักขระด้านหน้าด้วยความรวดเร็ว "ม่านพลังสายเลือด" ก่อนที่จะถูกฝ่ามืออี้เฉินพุ่งเข้าใส่ร่าง

 

เสียง"ตู้ม!!"ดังกึกก้อง มาพร้อมกับเสียงแตกร้าว ดังออกมาเป็นทางยาว ก่อเกิดลมกรรโชกพัดพาออกไปทั่วทิศ แม้แต่ใบเรือยังกระพือไหวอย่างรุนแรง



ในเสี้ยววินาที ที่พวกเขาปะทะกัน องค์ชาย ชิงอู๋เหล่ย ก็รอยกระเด็นออกไป หลายสิบก้าว ม่านพลังสายเลือด ที่โอบล้อมกายาถึงจะเต็มไปด้วยรอยแตกร้าว พังทลายไปหลายส่วน แต่ก็สามารถหยุดฝ่ามือของอี้เฉินได้


 

อี้เฉิน อดที่จะมองฝ่ามือของเขา มันถึงกับมีเลือดไหลซึมออกมา ไม่คิดม่านพลังของ องค์ชาย ชิงอู๋เหล่ย จะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ ถึงกับทำให้ฝ่ามือของเขาบาดเจ็บ

 


ครั้นองค์ชาย ชิงอู๋เหล่ย เห็นฝ่ามืออี้เฉินมีเลือดไหลซึม เขาก็อดที่จะยกยิ้มน้อยๆ ไม่ได้ "ข้าไม่เคยเห็นใครฝึกฝน เช่นเจ้ามาก่อนเลยอี้เฉิน มันทำให้ข้า ได้เปิดหูเปิดตาไม่น้อย" คนอื่นๆ ที่ชมการประลองเองก็ต่างพยักหน้า ไม่คิดชายหนุ่มผมขาว จะฝึกฝนใน มรรคาวิถี ของตน เฉกเช่นนี้


 

    อี้เฉินได้ยินเขาเพียงยิ้มเจื่อน ๆ ออกมาเท่านั้น หากเขามีทางเลือก เขาเองก็ไม่คิดฝึกปรือ ในเส้นทางสายนี้เช่นกัน ก่อนเขาจะสลัดความคิดทั้งหมดทิ้งไป ครั้นเมื่อเห็นเลือดของเขา อยู่ตามรอยแตกร้าว ของม่านพลังองค์ชาย ชิงอู๋เหล่ย เขาเพียง ชี้นิ้วไปที่เลือดเหล่านั้นหมายจะควบคุม เลือดที่มีอยู่อันน้อยนิด ก่อนคำรามออกมากู่ก้อง "จงทิ่มแทง"


 

ครั้นเมื่อนิ้วมือของเขาเลื่อนลงต่ำ เลือดที่ติดอยู่ รอบๆ ม่านพลังเพียงไม่กี่สิบหยด ก็แปรสภาพเป็นเข็ม แทรกลงไปในม่านพลังที่แตกร้าว เข้าทิ่มแทง กายาเลี่ยงจุดตาย องค์ชาย ชิงอู๋เหล่ย ในทันที


"ฟึบๆ!!"


องค์ชาย ชิงอู๋เหล่ยที่ไม่ทันระวังถึงกับเบิกตาออกกว้าง "อ๊ากๆ เจ้า! เจ้า! บัดซบเอ๊ย เจ้าควบคุมเลือดได้อย่างนั้นหรือ" องค์ชาย ชิงอู๋เหล่ย เขาเริ่มเดือดดาลขึ้นมาในทันที ถึงการโจมตีอี้เฉินจะไม่ได้รุนแรงมากนัก แต่หากกลับกัน เป็นการต่อสู้เป็นตาย ตัวเขาคงตายตกไปแล้วเป็นแน่ ในใจอดไม่ได้ ที่จะรู้สึกว่าตนเองแพ้ชายหนุ่มผมขาว ผู้นี้ไปเสียแล้ว


 

   หลิวอี้เฟย นางถึงกับขมวดคิ้วมุ่น ครั้นเห็นการต่อสู้ของอี้เฉิน มันทั้งดูเรียบง่ายและทรงพลัง นางไม่เคยเห็นการ ควบคุมที่สูงล้ำ เช่นนี้มาก่อน คนอื่นๆ เองก็ตกตะลึงเช่นกัน ไม่คิดชายหนุ่มอัปลักษณ์ จะน่าหวาดกลัวเฉกเช่นนี้ พวกเขาต่างมองออกว่าชายหนุ่มเลี่ยงที่จะโจมตีจุดตาย ไม่เช่นนั้นการต่อสู้นี้คงจบไปแล้วเป็นแน่




     องค์ชาย ชิงอู๋เหล่ย เขาไม่มีท่าทีว่าจะยอมแพ้ ระเบิดปราณพลังออกมาอย่างบ้าคลั่ง "เจ้าจงรับการโจมตี สุดท้ายของข้าไปเสียหากเจ้ารับได้ข้าจะยอมรับความพ่ายแพ้" เมื่อ องค์ชาย ชิงอู๋เหล่ย เอ่ยวาจาออกมาเสร็จสิ้น ดาบปราณพลังก็ถูกเขาสร้างขึ้นมากำไว้ในมือจนแน่น ก่อนปราณพลังที่บ้าคลั่ง จะโหมซัดอย่างรุนแรงไปทั่วทิศ หากไม่มีค่ายกลป้องกันเกรงว่า เรือสำเภาลำนี้ ได้แตกเป็นเสี่ยงๆ ไปแล้วเป็นแน่


 

ครั้นเมื่อปราณพลังทั้งหมดถูกระเบิดออกมา ด้านหลังองค์ชาย ชิงอู๋เหล่ย ก็ประหนึ่งมีร่างปราณพลัง รูปร่างปีศาจมีเขาตัวใหญ่ ถือดาบยักษ์ไว้ในมือ ประหนึ่งภาพสะท้อนจากตัวเขาที่บ้าคลั่ง สร้างมันขึ้นมา


อี้เฉินกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าว "ได้ๆ ข้าจะรับความโกรธเกรี้ยวของ ท่านไว้เอง"

 

จู่ๆ อี้เฉิน ที่รู้สึกถึงแรงกดดัน จากร่างเงานั้นของ องค์ชาย ชิงอู๋เหล่ย กระดูกศักดิ์สิทธิ์ ที่เปลี่ยนแปลงของเขายิ่งตอบสนองต่อแรงกดดันอย่างบ้าคลั่ง ประหนึ่งมันชื่นชอบการต่อสู้



   อี้เฉินประหลาดใจอยู่ไม่น้อย ครั้นเห็นกระดูกสันหลังของเขาส่องแสงขึ้นมาพร่างพราวในกายาเขา ส่งกลิ่นอายแห่งความเก่าแก่ บรรพกาลออกมา ราวกับอยู่ในยุคสมัยเบิกฟ้า อดไม่ได้ ที่จะดำดิ่งลงไปสำรวจกายาตนเอง แวบหนึ่ง

 


ครั้นเมื่อ องค์ชาย ชิงอู๋เหล่ย คำรามออกมากู่ก้อง "จงรับการโจมตีครั้งสุดท้ายของข้าไปเสีย" คนอื่นๆ ก็ต่างหน้าตาตื่นกันในทันที โดยเฉพาะ เจียวหยาง กับ องค์ชายน้อยชิงหยู กลัวอี้เฉินจะได้รับอันตราย พยายามเข้าไปขอร้องให้ หลิว อี้เฟย ออกไปขัดขวาง แต่นางกับ มองดูด้วยความชื่นชมเสียอย่างนั้น


 

เจียวหยาง กับ องค์ชายน้อยชิงหยู อดไม่ได้ที่จะกำหมัดไว้จนแน่น นี่มันไม่ใช้การต่อสู้ แลกเปลี่ยนกันแล้ว


 

องค์ชาย ชิงอู๋เหล่ย ที่ตวัดดาบลงมาด้านหน้า อี้เฉิน ปราณพลัง รูปร่างปีศาจขนาดใหญ่ เองก็ทำเช่นกัน หวดฟาดดาบลงมาใส่อี้เฉิน อย่างไม่เก็บออมพลัง ประหนึ่ง ยักษ์ใหญ่ บดขยี้ มดปลวก เสียงผ่าอากาศดังออกมากึกก้อง


 

     อี้เฉิน เขาถึงกับหนังตากระตุกน้อยๆ ก่อนจะสำแดงวิชา กายามังกร ขึ้นมาต่อกร แขนทั้งสองข้างเต็มไปด้วย เกล็ดมังกรในฉับพลัน มาพร้อมกับกรงเล็บที่แหลมคม พละกำลังมหาศาล พลุ่งพล่านขึ้นมา อย่างรวดเร็ว ก่อนจะใส่ปราณโลหิต ไว้ภายในฝ่ามือขวา สุดกำลัง เอื้อมฝ่ามือ บีบจับดาบปราณพลังของ องค์ชาย ชิงอู๋เหล่ย ไว้แน่นในเสี้ยววินาที

 

เสียง"ตู้ม" ดังออกมากึกก้อง ร่างปราณพลังปีศาจ ที่หวดดาบฟาดลงมา หยุดชะงักไปชั่วครู่ เมื่อถูกฝ่ามืออี้เฉินรับไว้ ถึงแขนจะมีเลือดไหลซึมไปบ้างก็ตาม


องค์ชาย ชิงอู๋เหล่ย ตกตะลึงอยู่ไม่น้อย เมื่อการโจมตีของเขาหยุดนิ่ง เขาพยายามกดดัน ร่างเงาปีศาจ หมายมั่นให้มัน กดดาบลงไปหาอี้เฉิน อย่างสุดกำลัง "ข้ายังไม่ยอมหรอกนะอี้เฉิน"


 

   อี้เฉินที่เห็นว่าตัวเขาค่อยๆ ถอยหลังทีละน้อยจากแรงกดที่มากมหาศาล เขาอดไม่ได้ที่จะ ดันฝ่ามือที่หยิบจับดาบปราณพลังไว้แน่น กลับไปหาองค์ชาย ก่อนจะทำในสิ่งที่ทุกคนไม่คาดคิด


 

องค์ชาย ชิงอู๋เหล่ย ครั้นเห็นการกระทำของอี้เฉิน เขาถึงกับเบิกตาออกกว้าง เมื่อเห็นอี้เฉิน บีบกรงเล็บ ลงไปอย่างรุนแรง เสียงแตกราวค่อยๆ ดังขึ้นช้าๆ ก่อนจะมีเสียง "ปัง!!" ดังออกมากึกก้อง ปราณพลัง รูปร่างปีศาจ ขององค์ชาย ชิงอู๋เหล่ย ก็พลันถูกทำลายจนแตกสลาย



    องค์ชาย ชิงอู๋เหล่ย ครั้นเห็นว่าไม่สามารถทำอะไรอี้เฉินได้อีกต่อไป เขาจึงเก็บปราณพลังของเขากลับเข้าร่าง เดินลงจาก ลานประลองด้วยความไม่จำยอมซักเท่าใดนัก แต่ก็อดไม่ได้ที่จะมองชายหนุ่มผมขาวด้วยความชื่นชม  "เจ้าเก่งไม่เบาเลย ข้าชักอยากจะได้ตัวเจ้า ไปอยู่ข้างกายข้าเสียแล้วสิ"

 


อี้เฉินที่ถอนวิชาของเขาเสร็จสิ้น อดไม่ได้ที่เขาจะน้อมตัวลงต่ำ คำนับไปที่ องค์ชาย ชิงอู๋เหล่ย ด้วยความจริงใจ "ท่านอย่าได้เก็บมันมาใส่ใจ องค์ชาย ชิงอู๋เหล่ย มันเป็นแค่การประลองธรรมดาเท่านั้น มันไม่มีอะไรที่น่าจดจำ สำหรับข้า แม้แต่ตัวท่านเองก็เช่นกัน"


 

องค์ชาย ชิงอู๋เหล่ย ที่ได้ยิน พยักหน้ารับออกมาในทันที แต่ใบหน้าก็มีความกระดากอายอยู่ไม่น้อย แต่เมื่อเห็นอี้เฉินแขนบาดเจ็บ มีเลือดไหลซึมออกมา เขาก็อดยกยิ้มน้อยๆ ขึ้นมาไม่ได้

 

แต่เมื่อน้ำเสียงหนึ่งเอ่ยขึ้นมา มันก็ทำให้หลายๆ คนประหลาดใจ "เจ้าหยุดเดียวนี้อย่าพึ่งลงจากลานประลอง เหมือนว่าเจ้าจะยังไม่ได้เอาจริงสินะ"

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน