ศาลเทพสวรรค์ข้าต้องการแต้มบุญ

    ศาลเทพสวรรค์ ตอนที่ 61 : ทา... ท่า... ท่านย่ำฟ้า

    กลางเวหาเหนือมหานครฟ้าอนันตร์อันตระการ มีเหล่าผู้มีฤทธาโบยบินกันไปมาให้เห็นกันได้เป็นปกติ เหล่าผู้มีฐานะมั่งคั่งมากมี แม้จะยังไม่สูงล้ำด้วยอิทธิฤทธิ์ระดับบำเพ็ญ หากแต่ก็มีสมบัติวิเศษอย่างเกี้ยวโบยบินเป็นเครื่องสัญจร นอกจากนั้นเหล่านายทหารรักษาเมืองทุกผู้คนอย่างต่ำที่สุดก็คือตราสัญลักษณ์วิญญาณสีเหลืองอ่อน แม้พวกมันไม่อาจจะโบยบินหากแต่ก็มีสัตว์อสูรขับขี่ให้ท่องไปในท้องนภา


    ฉินเทียนที่พึงมาถึงมันมองมหานครฟ้าอนันตร์อย่างสนใจ


    'ช่างไม่ธรรมดาจริงๆ โลกต่างมิติใบนี้'


    หากแต่ชื่นชมได้เพียงชั่วครู่ ตัวมันก็พบว่าเวลานี้มิใช่มาสนใจการเยี่ยมชมบ้านเมือง หากแต่มันต้องรีบมาช่วยเหลือผู้คน


    มันจึงลอยตัวลดระดับลงเพื่อเข้าสู่ตัวเมือง สาเหตุที่ต้องทำเช่นนี้เพราะ รอบกำแพงเมืองพันลี้ของมหานครแห่งนี้มีการติดตั้งค่ายกลอยู่ หากมีผู้บำเพ็ญใดบินผ่านสัญญาณเตือนนี้จะร้องดังทันที แม้ตัวฉินเทียนจะสามารถทำลายมันได้โดยง่ายเพราะมันคือผู้เชี่ยวชาญค่ายกลระดับต่ำผู้หนึ่ง หากแต่มันก็ไม่จำเป็นที่ต้องทำแบบนี้ การเดินเข้าเมืองดูจะเป็นวิธีที่สะดวกเรียบง่ายและเหมาะสมมากกว่า


    หนึ่งบุรุษชราจึงย่างก้าวบางเบาค่อยๆ เดินก้าวเข้าไปรวมกับฝูงชน


    หากแต่ในขณะที่มันกำลังจะเดินเข้าไปนั้น


    "อ๊าาาก" เสียงร้องและร่างของหนึ่งบุรุษนักรบบำเพ็ญกระเด็นจากแรงซัดของอิทธิฤทธิ์ หมุนกลิ้งก่อนจะกระแทกกำแพงเมืองเสียงดังสนั่น


    ไม่ช้าบุรุษผู้หนึ่งที่เป็นผู้บำเพ็ญระดับโบยบินก็พูดกล่าวขึ้น โดยที่ด้านหลังของมันก็มีสหายอีก 2 คนเป็นผู้บำเพ็ญระดับโบยบินเช่นเดียวกัน "ช่างกล้านัก โชคดีวันนี้ข้าซึ่งเป็นศิษย์แห้งสำนักฟ้าอนันตร์นั้นคือผู้ยึดถือยิ่งในคุณธรรมความดี แม้กับเจ้าผู้มีวาจาสามหาวกล่าวเท็จโป้ปดต่อข้า ข้าและเหล่าสหายก็พร้อมให้อภัย หากแต่ก็อยากให้มันมากเกิน ศิษย์สำนักฟ้าอนันตร์เช่นพวกข้านั้นมีรึจะทำการต่ำทรามปล้นชิงผู้อื่นได้ เป็นที่รู้กันดีทั่วมหานครศิษย์แห่งฟ้าอนันตร์นั้นยึดถือเรื่องเกียรติและคุณธรรมมากมายเพียงไร"


    บุรุษนักรบบำเพ็ญระดับตราสัญลักษณ์วิญญาณสีเหลืองอ่อนยันกายของตัวเองขึ้น ด้านข้างของมันก็มีหนึ่งพี่น้องร่วมประคอง นัยน์ตาของมันเต็มไปด้วยความโกรธแค้น "เดรัจฉาน เป็นถึงศิษย์แห่งสำนักอันดับหนึ่งแห่งแผ่นดิน หากแต่กลับทำการดุจเดรัจฉาน เจ้าปล้นดวงแก้วแห่งแรงศรัทธาของข้าจำนวนหนึ่งร้อยดวง เจ้ายังกล้าพูดมิได้กระทำอีกรึ เจ้ามันสารเลวจริง ดวงแก้วพวกนั้น..." บุรุษผู้นี้พูดกล่าวไปนัยน์ตามันก็คล้ายมีความโศกเศร้ามากมายซ่อนอยู่ "ดวงแก้วพวกนั้นสำคัญต่อชีวิตนายหญิงข้านัก พวกข้าจำเป็นต้องนำมันไปใช้ซื้อหาโอสถแก่นายหญิง ข้าใช้เวลาเอาเหรียญทองไปแรกมาครึ่งค่อนวัน หากแต่พวกเจ้ากลับมาปล้นชิงมันไป เจ้าพวกชั่วช้าคืนดวงแก้วพวกนั้นแก่ข้าซะ!!!"


    บุรุษผู้บำเพ็ญผู้อ้างตัวว่าเป็นศิษย์สำนักฟ้าอนันตร์ได้ยินเช่นนั้นมันก็หัวเราะ ก่อนจะเหล่สายตามายังนักรบบำเพ็ญระดับต่ำผู้เดินดินที่พึงถูกมันซัดอิทธิฤทธิ์กระเด็นสิ้นสภาพ "ฮะฮาฮา ช่างกล้าพูดกล่าวหาข้านัก ไม่น่าเชื่อเหล่าผู้เดินดินทุกวันนี้จะช่างเหิมเกริมและช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงถึงเพียงนี้ แม้ข้าจะเป็นศิษย์สำนักฟ้าอนันตร์ผู้ยึดมั่นในคุณธรรมและความดี หากแต่นั้นก็ไม่ได้หมายความว่าตัวข้านั้นจะอดทนให้เจ้าดูถูกและกล่าวหาเช่นนี้ได้ วันนี้หากข้าไม่สั่งสอนพวกเจ้าสามพี่น้องให้รู้ถูกรู้ผิด สำนักฟ้าอนันตร์ของข้าคงต้องหม่นหมองเศร้าราศีเพราะฝีปากกล้าของเจ้าที่กล้ากล่าวหาศิษย์ผู้ยึดมั่นในคุณธรรมของสำนักฟ้าอนันตร์แล้ว!!!"


    พูดกล่าวจบบุรุษผู้บำเพ็ญก็ร่ายฤทธิ์ เศษดินหินก็ก่อตัวคล้ายร่างมนุษย์ หากแต่สูงใหญ่กว่าเกือบเท่าตัว หุ่นก้อนมนุษย์ดินเหล่านี้แต่ละตัวสูงราวๆ เกือบๆ จั้งหนึ่งหรือสามเมตรกว่า เมื่อมันก่อตัวสำเร็จมันก็รีบวิ่งเข้าไปหา เหล่าผู้บำเพ็ญระดับต่ำทั้งสามทันที


    ไม่ช้าบุรุษที่ดูท่าจะเป็นพี่ใหญ่ก็พูดกล่าว "ฟันจิน ฟันไท่ แม้วันนี้ข้าต้องตกตาย แต่อย่างน้อยๆ ข้าก็ต้องลากเอาได้เดรัจฉานผู้บำเพ็ญนั้นไปด้วยให้จงได้ พวกเจ้าจงรักษาตัวดูแลฮูหยินและคุณชายน้อยเถอะ ฟันจินดูแลฟันไท่ให้ดี"


    ฟันต้าพูดกล่าวพร้อมร่ายฤทธาแห่งตัวมันเสริมกำลังให้ตัวเองกล้าแข็งขึ้น ปลายดาบของมันคล้ายมีพลังวิญญาณเกาะกุม มันวิ่งเข้าหามนุษย์ดินที่ถูกสร้างจากฤทธา


    บุรุษบำเพ็ญจากสำนักฟ้าอนันตร์เห็นเช่นนั้นก็หัวเราะเสียงดัง


    ไม่ช้าเมื่อเห็นว่าฟันต้าเข้าใกล้มันก็ร่ายฤทธาไปที่มนุษย์ดินสูงหนึ่งจั้งทันที ร่างของมนุษย์ดินปรากฏเป็นอักขระมากมายทอประกายรอบตัวมัน ก่อนที่ในไม่ช้า มนุษย์ดินหนึ่งตัวก็แยกออกมาเป็นสองตัว สามตัวทันที โดยทุกตัวมีขนาดหนึ่งจั้งเท่าเดิม


    ฟันต้าเห็นเช่นนั้นก็รู้สึกท่าไม่ดี ตัวมันแม้จะเป็นผู้บำเพ็ญเช่นกันหากแต่ระดับและเคล็ดวิชาฝึกฝนช่างต่ำต้อย ตลอดมาก็มักสู้ด้วยดาบหอ


    เมื่อได้ต่อสู้กับเหล่าผู้บำเพ็ญที่ใช้ฤทธาระดับสูงเช่นนี้ นอกจากนั้นยังเป็นผู้โบยบิน สำหรับตัวมันแล้วจึงไม่ง่ายเลย ที่จะมีเปรียบ


    หากแต่ก็มีอยู่อย่างหนึ่งที่ตัวฟันต้านั้นเหนือกว่าผู้บำเพ็ญจากมหานครฟ้าอนันตร์ สิ่งนั้นคือใจสู้และประสบการณ์เป็นตายแลกชีวิตที่ผ่านสนามรบและกองโลหิต


    !!! ตูม เสียงหมัดของมนุษย์ดินต่อยเข้าใส่ฟันต้า หากแต่ตัวมันก็สามารถกระโดดหลบไปได้พร้อมอาศัยจังหวะนี้ หมุนตัวเหยียบย่างแขนของมนุษย์ดินตัวนั้น ก่อนจะตวัดดาบที่เคลือบด้วยฤทธาของตัวมันฟาดเข้าใส่ช่วงลำคอของมนุษย์ดิน สะบั้นศีรษะของมันขาดในทันที ไม่ช้ามนุษย์ดินตัวนั้นก็ค่อยๆ สลายตัวกลับกลายเป็นเศษดินตกคืนสู่ธรรมชาติอีกครั้ง


    แม้ฟันต้าจะทำได้เช่นนี้ หากแต่เหล่าผู้บำเพ็ญจากสำนักฟ้าอนันตร์ กลับมิได้เกรงกลัว พวกมันเพียงรู้สึกว่าบุรุษตรงหน้ามันนั้นพอใช้การใช้งานได้อยู่บ้าง ความสามารถเช่นนี้ก็แค่ละครลิงฉากหนึ่งสำหรับพวกมัน พวกมันจึงลอยตัวเบาสบายมิได้ทำสิ่งใดเพิ่มเติม


    ฟันต้าที่จัดการมนุษย์ดินตัวแรกสำเร็จ มันก็รีบพลิกกายย่างก้าวหลบกระสุนดิน จากเหล่ามนุษย์ดินอีกสองตัว มันช่างรวดเร็วเหลือเกิน ฟันต้าวิ่งก้าวด้วยอิทธิฤทธิ์เป็นวงโค้งโดยมีเสียงกระสุนดินระเบิดตามหลังดัง!!!ตุดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


    และเมื่อตัวมันวิ่งได้ครบครึ่งวงกลม จุดเล็งยิงกระสุนหินของเหล่ามนุษย์ดินก็กลายเป็นแนวเดียวกัน ฟันต้าเบี่ยงตัว ไม่ช้ามนุษย์ดินทั้งสองก็ยิงกระสุนดินเข้าหากัน ดูท่ามนุษย์ดินเหล่านี้จะไร้ซึ่งสติปัญญาอย่างแท้จริง!!!ตุดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


    ในตอนนี้แม้มนุษย์ดินทั้งสองจะยังไม่ถึงกับสิ้นฤทธิ์ หากแต่มันก็ทำให้ฟันต้ามีจังหวะ ฟันต้าตัวมันใช้กำลังแห่งฤทธาทั้งหมดของตัวมันเองกระโดดก้าวสุดแรงย่ำเหยียบร่างของหนึ่งมนุษย์ดิน ก่อนจะลอยตัวสูง พร้อมมือง้างดาบในมือของมันอย่างสุดเหยียด หมายมั่นว่าดาบนี้จะปลิดชีพเหล่าผู้บำเพ็ญต่ำช้าผู้กล่าววาจาโป้งปดได้ คลื่นแห่งฤทธาของดาบต่อตัวเป็นรูปขมเขี้ยวของหมาป่าคล้ายกำลังกระโจนพุ่งเข้าไปขย้ำเหยื่อของมัน


    ผู้บำเพ็ญสำนักฟ้าอนันตร์เห็นเช่นนั้นก็ยิ้มเยาะ ไม่ช้ามันก็ร่ายฤทธาแห่งมัน รอบกายมันคล้ายมีอักขระรอบกายที่มีลักษณะโปร่งแสงปรากฏขึ้นรอบกายตัวมัน


    ดาบฤทธาของฟันต้า "!!!เพล้ง" มันคล้ายฟันเข้ากับของแข็งที่มองไม่เห็น


    เสียงดาบของฟันต้าแตกหัก ร่างวิญญาณหมาป่าก็สลาย ก่อนที่ในไม่ช้า แรงกระโดดจากฤทธาของมันจะหมดลง กลางเวหา ยามนี้ฟันต้าราวกับเป็นเป้านิ่ง ร่างค่อยๆ ร่วงหล่น


    ผู้บำเพ็ญศิษย์แห่งฟ้าอนันตร์เห็นเช่นนั้นมันก็ร่ายฤทธิ์อีกครั้งในครั้งนี้ด้านหลังของมันปรากฏมีดอากาศหลายสิบเล่ม... และมันก็กำลังเล็งไปที่ฟันต้า ผู้ไม่มีฤทธาในการโบยบิน


    เสียงมีดอากาศพุ่งตัวไปหาฟันต้าอย่างรวดเร็ว


    ตอนนี้ฟันต้าได้แต่ทำใจ ชีวิตของมันคงต้องดับสูญเสียแล้ว


    ดาบอาวุธประจำกายก็เสียหาย ร่างกายก็ลอยเคว้งกลางอากาศมิอาจจะหลบหลีกเหล่ามีดแห่งฤทธาที่ถาโถมมาได้


    หากแต่แม้มันจะเตรียมใจแล้ว


    !!! ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง


    เสียงมีดแห่งฤทธาระเบิดดังถี่ยิบ ด้านหลังของฟันต้าปรากฏหนึ่งบุรุษชรา สีหน้าอิ่มบุญ พร้อมปรากฏรอยยิ้มจางๆ บนใบหน้า


    บุรุษชรามองจดจ้องไปยัง 3 ผู้บำเพ็ญระดับท่องนภาผู้อ้างว่าเป็นศิษย์แห่งสำนักอันดับแห่งแผ่นดินนี้ สำนักฟ้าอนันตร์


    ไม่ช้ามันก็ส่ายหน้าพร้อมพูดกล่าว "เกียรติยศย่อมเกิดจากการกระทำที่สุจริต... หากแต่พวกเจ้า..."


    "พวกเจ้าอะไรไอ้แก่ นิเจ้ากำลังแส่เรื่องของข้ารึ เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าผู้นี้คือใคร ข้าคือศิษย์แห่งสำนักฟ้าอนันตร์ นอกจากนั้นยังเป็นหนึ่งในคนตระกูลเกา ตระกูลใหญ่แห่งมหานครฟ้าอนันตร์นี้"


    ฉินเทียนในร่างผู้เฒ่าชราแย้มยิ้มส่ายหน้าลูบหนวดเครา ไม่ช้ามันก็พูดกล่าว


    "เดรัจฉานต่ำช้า ไร้เกียรติ ไร้ความน่านับถือ หากข้าเป็นศิษย์หรืออาจารย์แห่งสำนักฟ้าอนันตร์อะไรนั้น การมีศิษย์เช่นนี้ ข้าฆ่ามันให้ตายเสียยังดีกว่าปล่อยออกมาให้เป็นหมู เป็นหมาที่น่ารังเกียจ ออกไปขี้เรี่ยราดสร้างความเหม็นเน่าแก่สำนัก"


    "ไอ้แก่นิเจ้าไม่รู้จักตาาย...าาย" พูดยังไม่ทันจบคำดี 3 บุรุษผู้บำเพ็ญไม่ช้าร่างก็สั่นเทา อากาศธาตุราวกับขาดหาย ร่างกายก็คล้ายมิใช่ของตัวเอง นัยน์ตาของพวกมันทั้งสามคล้ายถลึงเหลือก สองมือไม้จับลำคอ เส้นโลหิตก็ปูดโปน ใบหน้าบัดเดี๋ยวแดงบัดเดี๋ยวเขียว ฤทธาแห่งตัวมันคล้ายอยู่ๆ ก็เสื่อมสลาย ร่างตกมากระแทกสู่ผืนดินในทันที พร้อมกับเกลือกกลิ้งไปมาทุรนทุรายเป็นที่สุด


    ผู้คนนักบำเพ็ญทั้งหลายโดยรอบที่ได้เห็นต่างหยุดดู และต่างงงงันเป็นที่สุด ชายชราผู้นั้นได้ทำอะไรไปงั้นรึ


    คนทั้งหลายได้แต่สับสน เพราะตลอดระยะเวลาที่เกิดเรื่องมือไม้ของชายชรายังไม่ได้ร่ายฤทธาใดๆ ทั้งสิ้น สองมือของผู้ชราไพล่หลังลอยตัวโบยบินอยู่ตลอด


    หืออออออออออออ ฮาาาาา หืออออออออออออ ฮาาาาา


    เสียงหอบหายใจของผู้บำเพ็ญทั้งสาม ดังพร้อมความรู้สึกเหน็ดเหนื่อย สองแขน สองขาก็สั่นเทา สายตาของพวกมันทั้งสามคล้ายเกรงกลัวชายชราเป็นที่สุด ราวกับพบเทพมารมัจจุราชตรงหน้ายังไงยังงั้น


    ไม่ช้าก็มีเหล่านักรบบำเพ็ญที่เป็นผู้ดูแลประตูเมืองบินมา มันมิได้กล่าวถามสิ่งใด หากแต่รีบมาดูอาการของ 3 บุรุษที่อยู่ในชุดบำเพ็ญแห่งสำนักฟ้าอนันตร์ทันที ดูท่าชุดเครื่องแบบแห่งสำนักฟ้าอนันตร์นั้นจะหาใช่ชุดสวมใส่ธรรมดาของมหานครแห่งนี้ และเมื่อมันเห็นผู้อยู่หน้าสุดมีใบหน้าคุ้นเคย มันก็ร้องออกปากทันที "คุณชายเกา... ท่าน"


    คุณชายเกาผู้บำเพ็ญที่สั่นกลัว หากแต่เมื่อมันเห็นว่าผู้ดูแลประตูเมืองมาถึงแล้ว มันก็รีบชี้มือไม้ไปที่บุรุษชราทันที พร้อมพูดกล่าวน้ำเสียงแฝงไว้ด้วยความหวาดกลัวอย่างเต็มหัวใจ "เจ้านั้น... เจ้านั้น...ทำ...ร้ายข้า"


    เมื่อผู้ดูแลประตูเมืองเห็นเช่นนี้มันก็รีบแสดงสัญลักษณ์วิญญาณสีส้ม 2 จุดแต้มของมันทันที พร้อมพูดกล่าวน้ำเสียงขึงขังแฝงไว้ด้วยจิตอำนาจข่มขู่ บินลอยกายไปหาบุรุษชราซึ่งหน้า "เดรัจฉานบอกมาเจ้าเป็นใคร พร้อมแสดงตราแห่งฤทธามาเสีย มหานครฟ้าอนันตร์หาใช่ที่ที่ผู้ใดจะมาทำตัวยิ่งใหญ่เหิมเกริมเช่นนี้ได้ หรือต้องให้ข้าหัวหน้าผู้รักษาการประตูเมืองทิศใต้ผู้นี้สั่งสอนเจ้าดี พร้อมทำลายชีพจรวิญญาณเจ้าทิ้งเสีย เจ้าจึงจะรู้สำนึก อยู่ดีไม่ว่าดีหาที่ตาา.าย..."


    หากแต่ทันทีที่มันลอยตัวมาถึงตรงหน้าของฉินเทียนคล้ายจะมาสบตาเล่นเกมจ้องหน้าเพื่อแสดงอำนาจบาตรใหญ่ และกล่าววาจาข่มขู่นั้น


    !!!เพี๊ยะ


    !!!ตูมมมมมมมม


    ฉินเทียนฟาดมือไปที่มัน ฝ่ามือนี้ตบหน้าหนึ่งผู้บำเพ็ญระดับกึ่งตำนานเสียหลักร่างกระแทกพื้นยุบระเบิดแตกเป็นหลุมทันที


    เรี่ยวแรงแห่งมือไม้ของผู้เฒ่าชราแปลกหน้าผู้นี้ ทำเอาเหล่าลูกน้องของผู้ดูแลประตูเมืองเห็นก็ดูคล้ายจะสั่นกลัวกันในทันที พวกมันแต่ละคนแม้เป็นผู้โบยบินหากแต่... ตัวพวกมันก็รู้ได้ว่า มือไม้ของชายชราเมื่อครู่ ยังไม่ได้ร่ายอิทธิฤทธิ์ใดๆ เลย หากแต่แม้จะเป็นเช่นนั้น


    มือไม้นี้ก็ช่างหนักหนา ทำท่านหัวหน้าผู้รักษาประตูเมืองถึงกับจมพสุธาได้


    และผู้ที่จะมีมือไม้หนักเช่นนี้ได้ ก็คงมีแต่...!!!ผู้บำเพ็ญระดับตราสัญลักษณ์วิญญาณสีแดงขึ้นไป


    ไม่ช้าฉินเทียนก็ทำท่าไอสองสามที จากนั้นมันก็พูดกล่าว


    "ตัวเราก็แค่ผู้เฒ่าชราผู้หนึ่ง หากแต่มักท่องไปทั่วหล้าแดนดิน เห็นสิ่งใดควรไม่ควรก็มากแล้ว พร้อมมีนิสัยแปลกๆ อยู่อย่างสองอย่าง หากพบเจอผู้ไม่สำรวม ผู้ไม่รู้คุณธรรม ผู้มีวาจาสามห่าว มือไม้ของเราผู้เฒ่านั้นก็มักจะเคลื่อนไหวรวดเร็วก่อนความคิดอ่านเช่นนี้ หวังว่าผู้ดูแลประตูเมืองทิศใต้จะไม่ถือสาข้าผู้ชรา"


    ไม่ช้าผู้ดูแลประตูเมืองก็หอบร่างของตัวเองออกมาจากหลุมดิน ใบหน้าของมันตอนนี้ชุ่มโชกไปด้วยโลหิตแห่งมัน เมื่อโดนมือไม้นี้เข้าไป ความคิดอ่านในใจมันพลันได้สติ มันหัวเราแฮ่ๆ เบาๆ สองสามที ก่อนจะพูดกล่าวคำอย่างเอียงอาย น้ำเสียงนอบน้อมนัก "ท่านผู้อาวุโสกล่าวสั่งสอนถูกแล้ว ข้าผู้ดูแลประตูเมืองนั้นโง่งมและเหลวไหลไปเอง" จากนั้นมันก็เหลียวมองไปที่ผู้บำเพ็ญแซ่เกา ก่อนจะพูดกล่าว "กฎบ้านมี กฎเมืองมี ดังนั้นข้อกล่าวหาและสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ คงต้องให้เป็นหน้าที่ของผู้รักษาความสงบแห่งบ้านเมืองตุลาการสีชาดเป็นผู้ให้ความเป็นธรรมแล้ว"


    พูดกล่าวจบมันก็โค้งกายให้ฉินเทียนในร่างของผู้เฒ่าชรา ก่อนจะโยนยันต์สีแดงอักษรดำขึ้นฟ้า และในไม่ช้า ยันต์นั้นก็ระเบิดออก การเป็นเส้นหมึกแผ่พุ่งไปที่ใจกลางมหานครฟ้าอนันตร์ทันที


    .


    .


    .


    ฟันจิน ฟันไท่ ที่เห็นภาพเหตุการณ์แต่ไกล รีบคุกเข่าพร้อมร้องตะโกนร้องไห้เสียงดัง "ท่านย่ำฟ้า โปรดเมตตาช่วยทวงความเป็นธรรมให้พวกเราด้วยขอรับ ท่านย่ำฟ้า" จากนั้นโขกศีรษะไปมากับพื้นดินเสียงดัง ราวกับว่าศีรษะของตัวเองมิใช่เนื้อหนัง หากแต่เป็นเหล็กกล้าศิลาแข็ง


    ฟันต้าที่ยังมึนงงจึงรีบเหลียวหลังและหันไปมอง


    มันเห็นหนึ่งบุรุษชราใบหน้าอิ่มบุญยิ้มให้มันอย่างเมตตา


    มันพูดกล่าวน้ำเสียงสั่นเทา


    "ท่า... ท่าน.. ท่านย่ำฟ้า"

    คล้ายกับเรื่องศาลเทพสวรรค์ข้าต้องการแต้มบุญ ที่คุณอ่าน