ระบบ:ลงชื่อเข้าใช้ในโลกอมตะ

    โชคชะตา


       ภายในห้องโถงกลาง ของพระสังฆราชตระกูลหม่า    มีชายวัยกลางคน คนหนึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ประจำตำแหน่ง ด้านหลังบนผนังห้องมีหนังเสือเปลวไฟติดไว้อยู่และคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม่ใช่ใครอื่นมันก็คือหม่าหลงพ่อของหม่าเซียนนั่นเอง   ใบหน้าของ หม่าหลงยิ้มเศร้าเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่ามีความเสียใจภายในลึกๆ กับลูกคนนี้ แต่เขายังรักลูกคนนี้มาก อาจเป็นเพราะความเห็นใจหรือความฉลาดทางอารมณ์ของหม่าเซียนเองก็เป็นได้    แน่นอนว่า น้องๆของหม่าเซียนนั้น เป็นอัจฉริยะทั้งคู่ น้องสาวหม่าหลิงอายุน้อยกว่าเขา 1 ปีปลุกรากวิญญาณไม้ ระดับสีดำขั้นกลาง    ส่วนน้องชาย หม่าหยาน ได้ปลุกรากวิญญาณดินระดับสีดำขั้นต่ำ เห็นได้ชัดว่าน้องทั้งสองของเขานั้น มีพรสวรรค์บ่มเพาะพลังจิตวิญญาณเพียงใด   เมืองเล็กๆแห่งนี้ ใครคนใดก็ตามสามารถปลุก รากจิตวิญญาณ สีเหลืองขั้นสูง ก็นับเป็นอัจฉริยะแม้แต่เจ้าเมืองก็มีเพียงระดับสีดำขั้นต่ำเท่านั้น   “เซียนเอ๋อร์..เกิดอะไรขึ้นกับใบหน้าของลูกช่างดูซีดเซียวเหลือเกิน”    หม่าหลง ขมวดคิ้วกล่าวถามลูกชายของเขาด้วยความสงสัย   แน่นอนว่า เขาไม่กล้าพูดความจริงออกไป ถ้าเขาบอกไปว่าฝืนรวบรวมจิตวิญญาณ เดี๋ยวจะโดนตำหนิอีกครั้ง อย่างแน่นอน หม่าเซียนได้แต่ยิ้มและพูดขึ้นว่า     “มันไม่มีอะไรมาก! ท่านพ่อ ตามหาข้าด้วยเรืองอันใดมิทราบ?”     “เซียนเอ๋อร์..ในอนาคต ตำแหน่งผู้อาวุโสหรือหัวหน้าตระกูล จะมอบให้กับน้องสาวและน้องชายของเจ้าและค่อยฝึกฝนรับหน้าที่ตั้งแต่ตอนนี้ ลูกคงไม่โกรธพ่อหรอกนะ”     “ลูกสามารถไปหาลุงสี่ เพื่อเรียนรู้วิธีการทำธุรกิจแม้ว่าลูกไม่สามารถ ปลุกรากจิตวิญญาณและบ่มเพาะพลังได้ ลูกก็ยังคงมั่งคั่งและร่ำรวยแต่งงานกับภรรยาและมีลูกได้”   เห็นได้ชัดว่าน้องทั้งสองมีโอกาสสืบทอดต่ำแหน่งหัวหน้าตระกูลหรือผู้อาวุโสในอนาคตอย่างแน่นอน    หม่าเซียน เข้าใจหตุผลที่พ่อเขา จัดการเช่นนี้ ถ้าปล่อยไปแบบนี้ไปเลื่อยๆจะมีการเลือกข้างเกิดขึ้นแล้วถ้าแม่ของหม่าหยานและหม่าหลิง เห็นเขาเป็นเสี้ยนหนามมันคงอันตรายมาก    บางทีอาจจะตัดสินใจ โจมตีหรือลอบสังหารเขาก็เป็นได้ วิธีที่ดีที่สุดคือปล่อยเขาออกจากวงกลมการแย่งชิงอำนาจ ความคิดของพ่อของเขาเป็นสิ่งที่ดีสำหรับหม่าเซียนในตอนนี้   เมื่อเห็นพ่อของเขาตัดสินใจแบบนี้ ในใจของหม่าเซียนไม่ได้รู้สึกตำหนิพ่อของเขาแต่อย่างใด กลับรู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก บนใบหน้าเขายังคงมีรอยยิ้มและพูดด้วยความจริงใจว่า    “ท่านพ่อ! ท่านสบายใจได้ข้าได้เตรียมพร้อมแล้วเพียงแต่ว่าอีก 5 วันเป็นวันครบรอบอายุ 15 ปี ของข้า ดั้งนั้นอยากอยู่ดูแลท่านแม่เพิ่มอีกสักเล็กน้อยในวันเกิดของข้า หวังว่าท่านพ่อจะเติมเต็มความประสงค์ของข้าด้วย“    หม่าเซียน พูดกับพ่อของเขาอย่างจริงจังและหนักแน่น    พูดจบพ่อเขาตกลง โบกมือให้ออกไปได้ เขาก็จากไปพร้อมกับกำหมัดแน่น เขาไม่เต็มใจมากเกินไป ใครบ้างไม่อยากแข็งแกร่งอยู่เหนือคนนับหมื่นนับแสนและเป็นอมตะนิรันดร์    แน่นอน หม่าเซียนรู้ดีว่าพ่อกับแม่ของเขาเสียใจและผิดหวังมากที่เขาไม่สามารถปลุกรากจิตวิญญาณได้    ในตอนนั้น ที่เขาเข้าพิธีปลุกรากจิตวิญญาณ กับลูกแก้ววิญญาณ แต่รากจิตวิญญาณของเขาก็ไม่ได้ปรากฏออกมาเหมือนคนอื่น   ในฐานะนายน้อยคนโตตระกูลหม่า เขาก็รู้สึกผิดหวังมากแต่จนใจแม้เขากลั้นใจ รวบรวมออร่าจิตวิญญาณ นับพันนับหมื่นครั้งฟ้าสวรรค์ก็ไม่ได้ช่วยเหลือเขาแต่อย่างใด    หม่าเซียนก้าวเดินอย่างมั่นคงกลับไปลานบ้านของเขา ด้วยจิตใจที่อ่อนล้า      ……