บนหน้าเหวผนึกอสูรมีค่ายกลขนาดใหญ่ปกคลุมเอาไว้และมีแท่นหินทั้ง 6 เป็นตัวกลางคอยควบคุมซึ่งบนแท่นหินมีตัวอักษรโบราณสลักอยู่ เหล่าจักรพรรดิทั้งหมดต่างก็ประจำการอยู่บนแท่นหินทั้งหมดทันทีแม้แต่พวกจอมพลสูงสุดก็ไม่เว้น
“ทุกๆยุคสมัยหน้าที่ของพวกเราคือเสริมพลังให้กับค่ายผลผนึกนี่ให้แข็งแกร่งและคงความสมดุลเอาไว้เพื่อไม่ให้เจ้าสัตว์ร้ายนี่ออกมา เพราะงั้นครั้งนี้ทุกคนจะต้องลงมือให้เต็มที่อย่าริอาจออมมือไว้ไม่อย่างงั้นถ้าเจ้าสัตว์ร้ายนี่หลุดออกมาพวกเราทั้งหมดได้จบสิ้นแน่” จักรพรรดิวายุกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง ในฐานะจักรพรรดิที่เก่าแก่ที่สุดใบหน้าชราแสดงให้เห็นถึงสายตาเย็นชาและกวาดมองออกไป
“เจ้าไม่ต้องกังวลพวกเราเหล่าครึ่งอสูรรู้ดีถึงความร้ายแรงนี้และไม่มีทางทำเป็นเล่นอย่างแน่นอน” จักรพรรดิกระทิงกล่าว
“เอาละอย่าพูดให้มากความเลยพวกเราลงมือเถอะ” จักรพรรดิเหมันต์กล่าว
“ตูม!!!!!!!!!”
ในตอนนั้นเองเหล่าระดับจักรพรรดิต่างระเบิดพลังเวทย์ที่รุนแรงออกมาพร้อมกับส่งเข้าไปในแท่นหิน
“โฮก!!!!!!!!!!!!!!”
และในเวลาเดียวกันเสียงคำรามด้วยความโกรธแค้นก็ดังขึ้นมาจากด้านล่างเหวผนึกอสูร ไม่ใช่แค่เสียงคำรามแรงกดดันที่รุนแรงก็ปะทุออกมา สีหน้าของเหล่าจักรพรรดิกลายเป็นหวาดกลัวทันที พวกจอมพลสูงสุดที่พึ่งมาถึงระดับจักรพรรดิพากันกระอักเลือดออกมาพร้อมกับโลหิตในร่างกายปั่นป่วน
“บ้าเอ้ยแค่แรงกดดันก็ทรงพลังขนาดนี้ถ้าหลุดออกมาได้พวกเราจะหยุดเจ้าสิ่งนี้ยังไง” จอมพลสูงสุดกล่าว
“เพราะแบบนี้จักรพรรดิแต่ละรุ่นถึงได้ทำภารกิจนี้อย่างสุดความสามารถยังไงละ” จักรพรรดิวายุกล่าว
ด้านร่างเหวผนึกอสูร ร่างของสัตว์ตัวขนาดมหึมาตัวหนึ่งกำลังนอนและถูกโซ่ขนาดใหญ่ล่ามเอาไว้อยู่ ซึ่งถ้ามองดีๆสัตว์เวทตัวนี้มีส่วนหัวเป็นราชสีห์ส่วนตัวกลับมีเกล็ดสีขาวและมีปีกเหมือนกับค้างคาวและไม่ใช่แค่นั้นที่หางกลับมีอสูรพิษตัวหนึ่งอยู่ ซึ่งเห็นได้ชัดว่าสัตว์เวทตัวนี้ค่อนข้างแตกต่างจากสัตว์เวทตัวอื่นๆ
“โฮก!!!!!!!!!”
“เจ้าพวกทาสเหล่านั้นคิดจะผนึกข้าไปตลอดกาลงั้นเหรอน่าขันต่อให้พวกเจ้าเสริมกำลังผนึกเอาไว้มากแค่ใหนแต่ในยุคนี้ข้าก็สามารถออกไปได้อยู่ดี” เสียงของสัตว์เวทระดับ 9 ดังขึ้นทันที
“อะไรกันสัตว์เวทพูดได้งั้นเหรอ” ต้าหมิงที่หลบอยู่ก็กล่าวขึ้นด้วยสีหน้าแปลกใจ
“เจ้าสัตว์เวทตัวนี้มันทรงพลังมากจนสามารถสื่อสารกับมนุษย์ได้แล้วจริงๆ” จักรพรรดิอสรพิษกล่าวด้วยสีหน้าขาวซีด
ตอนนี้แท่นหินดูดกลืนพลังเวทย์ของเหล่าจักรพรรดิอย่างต่อเนื่องจนใบหน้าของจักรพรรดิทั้งหมดต่างซีดขาวทันที
“คิดว่าข้าจะอยู่เฉยๆให้พวกเจ้าเสริมพลังให้ผนึกงั้นเหรอ น่าขัน” ในตอนนั้นเองสัตว์เวทระดับ 9 ก็อ้าปากขึ้นก่อนปรากฏหลุมดำขนาดเล็กขึ้น
“จงลิ้มรสพลังของข้าซะ หลุมดำอเวจี” สัตว์เวทระดับ 9 คำรามทันที
“ตูม!!!!!!!!!!!”
ในตอนนั้นเองแรงดึงดูดที่แข็งแกร่งก็ปะทุออกมาพร้อมกับดูดกลืนทุกสรรพสิ่งเข้าไปทันที เหล่าจักรพรรดิที่อยู่บนแท่นหินหน้าซีดทันทีเพราะแค่พวกเขาเสริมความแข็งแกร่งให้กับผนึกก็อ่อนล้ามากพอแล้วแต่นี่ยังต้องมาใช้พลังเวทย์เพื่อป้องกันแรงดึงดูดของสัตว์เวทระดับ 9 อีก
“เจ้าสัตว์เวทตัวนี้มันมีที่มาอย่างไรกันแน่ถึงได้สร้างการโจมตีแบบนี้ได้” จักรพรรดิเหมันต์กล่าวด้วยความกลัว
จักรพรรดิหญิงและราชินีเหมันต์สบตากันทั้งสองเผยให้เห็นความตื่นตระหนก พวกนางรู้ว่าสัตว์เวทระดับ 9 ตัวนี้มาจากด้านนอกทวีปแห่งนี้และนี่มันทำให้พวกนางรู้ว่าด้านนอกจะต้องมีตัวตนที่แข็งแกร่งเหนือกว่าระดับจักรพรรดิอยู่จำนวนมาก นี่หัวใจของพวกนางสั่นใหวและความปรารถอยากจะออกไปนั้นเพิ่มขึ้นทันที
“เอ๊ะ!!!!!!!!!”
ในตอนนั้นเองร่างของต้าหมิงก็สั่นใหวสายเลือดในร่างแผ่กลิ่นอายเก่าแก่โบราณออกมาทันทีซึ่งกลิ่นอายสายเลือดนี้ทำให้จักรพรรดิครึ่งอสูรทุกคนต้องหันหน้ามามองต้าหมิงทันที
“สายเลือดบริสุทธิ์นี่มันอะไรกัน” จักรพรรดิวิหคกล่าวด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
“แย่แล้ว” จักรพรรดิจิ้งจอกคิดในใจ ถึงนางจะพอคาดเดาได้แต่นางไม่ต้องการให้จักรพรรดิครึ่งอสูรคนอื่นรู้
“ต้าหมิงเจ้ารีบถอยไปเร็วเข้า” จักรพรรดิหญิงคำราม
“ข้าเองก็อยากจะถอยแต่แรงดึงดูดนี่มันทรงพลังเกินไปและร่างกายของข้ามันก็แทบไม่ทำตามคำสั่งเช่นกัน” ต้าหมิงกล่าวพร้อมกับร่างเริ่มถูกดูดเข้าไปใกล้เหวผนึกอสูรอย่าบช้าๆ
“สายเลือดของเด็กคนนั้นกำลังสั่นพ้องกับพลังของสัตว์เวทระดับ 9 งั้นเหรอ” จักรพรรดิอสรพิษกล่าวและหรี่ตาลง
“กลิ่นอายสายเลือดนี้ ฮ่า ฮ่า ไม่คิดว่าตระกูลของนายท่านจะมาปรากฎตัวที่แห่งนี้ยอดเยี่ยมแบบนี้คงต้องเชิญมาพูดคุยกันหน่อยแล้ว” เสียงของสัตว์เวทระดับ 9 ดังขึ้น
“ต้าหมิงเจ้าเป็นคนของเผ่าอสูรอย่างแน่นอน ไม่แปลกใจเลยเจ้าถึงมีความสามารถแปลกๆแบบนี้เจ้ามันเป็นคนทรยศ” ในตอนนั้นเองจักรพรรดิอสนีก็ได้โอกาสคำรามใส่ความต้าหมิงทันที
“เผ่าอสูรบ้าอะไรกันเห็นๆอยู่ว่าข้ามีสายเลือดอสูรเพียงเสี้ยวเดียวและข้าก็เป็นมนุษย์” ต้าหมิงคำรามทันที
“ยังจะมาโกหกอีกหลักฐานมันปรากฎออกมาแล้วกลิ่นอายสายเลือดในร่างของเจ้ามันบริสุทธิ์กว่าจักรพรรดิของเผ่าครึ่งอสูรเสียอีกนั่นหมายความว่าเจ้าได้สืบสายเลือดจากเผ่าอสูรมายังไงละ” จักรพรรดิอสนีคำราม
“หุบปากไปซะจักรพรรดิอสนีเจ้าไม่รู้อะไรก็อย่าใส่ร้ายคนอื่น ต้าหมิงนั้นถูกเลี้ยงและเติบโตมาในหมู่บ้านธรรมดาเขาจะเป็นสายลับได้อย่างไรถ้าไม่ใช่เรานำเขาเข้ามาวังหลวงมีหรือเขาจะมาเป็นจอมเวทย์” จักรพรรดิหญิงคำราม
“ฮ่า ฮ่า อย่างงี้นี่เอง นี่เท่ากับว่าข้าทำถูกต้องแล้วที่สังหารคนของหมู่บ้านนั้นทิ้งเพราะพวกมันเลี้ยงดูสายเลือดของอสูรขึ้นมา” จักรพรรดิอสนีคำรามออกมาด้วยสีหน้าโหดเหี้ยม
“อะไรนะ เจ้าว่าอะไรเจ้าสังหารคนในหมู่บ้าน....” ต้าหมิงกล่าวด้วยสีหน้าเบิดกว้าง
“ใช่แล้ว หมู่บ้านของเจ้ามันไม่เหลือแล้วข้าสังหารไปหมดแล้ว อ้อเหลือหญิงสาวในหมู่บ้านของเจ้าอยู่เล็กน้อยเห็นว่าคนของข้าเก็บพวกนางเอาไว้เล่นสนุกด้วย ฮ่า ฮ่า ฮ่า” จักรพรรดิอสนีคำราม
“บักซบ ไอ้ระยำเจ้ากล้าทำร้ายพวกเขาข้าจะฆ่าเจ้า!!!!!!!!!” ต้าหมิงดวงตากลายเป็นสีแดงทันทีและคำรามอย่างบ้าคลั่ง
“ฆ่าข้า เจ้ามีปัญญางั้นเหรอ สหายทั้งหลายในความเห็นของข้าควรตัดไฟตั้งแต่ต้นลม เพื่อไม่ให้เกิดอะไรผิดพลาดควรจะสังหารเด็กคนนี้ทิ้งซะ” จักรพรรดิอสนีคำราม
“เจ้ากล้า เจ้าที่หวาดกลัวพรสวรรค์ของเขาจึงได้ใส่ร้ายและวางแผนนี้ขึ้นมาเจ้านี่มันสารเลวตั้งแต่บรรพบุรุษยันลูกหลานจริงๆ” จอมพลสูงสุดกล่าว
“จักรพรรดิสนีข้าว่าข้าเคยกล่าวเอาไว้แล้วว่าให้เจ้าปล่อยชาวบ้านธรรมดาไปหรือว่าเจ้าเห็นว่าข้ากำลังล้อเล่น” ราชินีเหมันต์กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชากลิ่นอายของนางทำให้จักรพรรดิอสนีต้องแสดงสีหน้าหวาดกลัว
“เรื่องในครั้งนี้พวกเราเอาไว้ตัดสินทีหลังแต่ตอนนี้พวกเราควรจะทำภารกิจหลักให้เสร็จก่อนไม่ใช่เหรอ” จักรพรรดิจิ้งจอกกล่าวนางนั้นไม่มีทางให้แผนของจักรพรรดิสนีสำเร็จอย่างแน่นอน