ฝืนลิขิตฟ้า ยอดชายาอัจฉริยะ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 69 ศัตรูผู้ร้ายกาจ


            ลู่ซินโหย่วชุ่ยและชิวอวิ๋นต่างก็ตกตะลึงกับ ‘ความอยากอาหาร’ ของฮวาชีเยว่ทว่าพวกนางกลับไม่เห็นฮวาชีเยว่จะน้ำหนักขึ้นแม้แต่น้อย เรื่องนี้ประหลาดมากจริงๆ

            คืนนั้นฮวาชีเยว่ให้ไฉ่ชิงนำหลงแดงสองต้นไปถวายให้แก่ฮ่องเต้ฮ่องเต้ประหลาดใจยิ่งนัก เช่นเดียวกับคนทั่วไปเมื่อได้รับโอสถวิเศษย่อมต้องเป็นเรื่องไม่ธรรมดา

            กระทั่งผู้มีอำนาจเช่นฮ่องเต้ก็ยังมิกล้าใช้อำนาจนั้นแย่งชิงหลงแดงไปจากนางด้วยเกรงผู้ที่อยู่เบื้องหลัง

            พระองค์ย่อมต้องยินดีเป็นอย่างยิ่งเมื่อได้รับต้นหลงแดงจากฮวาชีเยว่จึงได้มอบทองคำสองหมื่นตำลึงให้แก่นางซึ่งมากกว่าเงินสองหมื่นตำลึงในคราวก่อน

            ฮวาชีเยว่รับไว้โดยไม่อิดออด

            ในตำหนักชิ่งชุนที่ครอบครัวราชวงศ์มารวมตัวกันในคราวนี้ฮ่องเต้ปรากฏตัวพร้อมพระสนมเหมยและองค์ชายสิบเอ็ดเสียงดนตรีคลอช่วยให้บรรยากาศนุ่มนวลยิ่งขึ้น

            ความหม่นครึ้มที่องค์หญิงฮุ่ยเจินนำมาหายไปแล้วราวกับฮ่องเต้มิได้เก็บเรื่องของพระธิดาผู้นี้มาใส่ใจยามนี้ทรงยิ้มแย้มสนทนาอยู่กับฮองเฮา

            ฮองเฮาเองก็ยิ้มดูมิคล้ายเจ็บปวดที่สูญเสียพระธิดาไปแม้แต่น้อย

            “พรุ่งนี้เป็นการประลองของสกุลจี้รอบสุดท้ายแล้วจะทรงเสด็จมาทอดพระเนตรด้วยกันหรือไม่เพคะ? ” ฮองเฮายิ้ม ฮ่องเต้พยักหน้า“การแข่งขันรอบสุดท้ายมักน่าตื่นตาที่สุด เราจะพลาดได้อย่างไร? ”

            “ใช่แล้วเพคะวันนี้หม่อมฉันคงต้องขอตัวออกไปข้างนอกเพื่อเตรียมการสำหรับวันพรุ่งนี้ก่อน”ฮองเฮาอธิบาย ตรัสอย่างใจเย็นดูไร้ซึ่งความผิดปกติอันใด

            เหมยเฟยยืนอยู่ด้านขวาของฮ่องเต้ยามนี้นางเป็นที่โปรดปรานนัก ฮ่องเต้ใส่ใจนางเสียยิ่งกว่าฮองเฮาทว่าฮองเฮากลับดูมิคล้ายจะหึงหวงแม้แต่น้อย

            ฮองเฮาถอนตัวออกไปองค์หญิงฮุ่ยหลิงก็จากไปด้วยเช่นกันยามนี้ฮองเฮามิได้สนทนากับนางมานานกว่าเดือนครึ่งแล้ว

            องค์หญิงฮุ่ยหลิงเดินตามหลังฮองเฮากระซิบ “ฮองเฮาเพคะ…”

            ฮองเฮาหันมามองนางด้วยสายตาเมินเฉย“มาคุยกับข้า”

            องค์หญิงฮุ่ยหลิงยินดีนักนางเข้าไปประคองฮองเฮาเข้าตำหนัก ภายในตำหนักนั้นนางสั่งให้นางกำนัลทั้งหมดออกไปฮองเฮานั่งอยู่บนตั่งยาว เป่าใบชาที่ลอยอยู่ในถ้วย “ข้าต้องการฟังเจ้าจึงได้ให้เจ้ามาด้วย”

            คำตรัสของฮองเฮาทำให้องค์หญิงฮุ่ยหลิงเค้นรอยยิ้มออกมา “เสด็จแม่ ลูกมิได้เจอเสด็จแม่มานานแล้วลูกคิดถึงท่าน”

            ฮองเฮาจิบชามององค์หญิงฮุ่ยหลิงด้วยท่าทีไม่เปลี่ยนแปลง

            ใจขององค์หญิงกลับรู้สึกเจ็บปวดขึ้นมาในฐานะบุตรี พี่สาวนางได้รับความใส่ใจจากท่านแม่ทว่านางกลับได้รับเพียงสายตาเรียบเฉย!

            องค์หญิงฮุ่ยหลิงขยับไปข้างกายฮองเฮาอย่างระมัดระวังตั้งใจจะสัมผัสมือผู้เป็นมารดา มิคาดฮองเฮากลับปัดมือนางออกใบหน้าซีกซ้ายของนางถูกตบเข้าทันที

            หลิวฮองเฮาสวมแหวนหยกสีเขียวแกะสลักลายเดือนเพ็ญและวสันตฤดูรอยแผลอาบเลือดปรากฏขึ้นบนใบหน้าองค์หญิงฮุ่ยหลิงชวนให้ตกตะลึง

            องค์หญิงฮุ่ยหลิงกรีดร้องออกมาสัมผัสใบหน้าซีกซ้ายของตนอย่างเจ็บปวด มองฮองเฮาด้วยความตกใจ

            นี่มิใช่ครั้งแรกที่พระมารดาตบตีนาง

            ดวงตาองค์หญิงฮุ่ยหลิงแดงระเรื่อขึ้นนางมองหลิวฮองเฮาด้วยความเสียใจยิ่ง น้ำเสียงนางสั่นเครือเอ่ยถาม “เสด็จแม่ลูกทำอะไรผิดไปหรือเพคะ? ”

            “คุกเข่า! ”

            หลิวฮองเฮากลับตวาดอย่างไร้เมตตาบังคับให้ฮุ่ยหลิงคุกเข่าลงในทันที หยาดน้ำจากสองตาร่วงหล่นประดุจฝนในวันพายุโหม

            “เจ้าเป็นผู้ส่งหวางอี้ไป...ถูกต้องหรือไม่?ฮุ่ยหลิง เจ้าทำให้ข้าผิดหวังยิ่งนักพี่น้องทะเลาะกันเช่นนี้ ตัวข้ากลับมิกล้ากระทั่งจะแก้แค้นให้ลูกสาวตนเอง! ”ดวงพระเนตรของหลิวฮองเฮาแดงก่ำขึ้นมาเช่นกันนางเชื่อว่าองค์หญิงฮุ่ยเจินจะเชื่อฟังมากขึ้นเมื่อผ่านมรสุมชีวิตครั้งแรกไปทำให้นางใจว่าชีวิตนี้มีค่าเพียงใด

            ทว่านางกลับไว้วางใจพระธิดาผู้นี้เกินไปจัดให้อยู่ห่างไกลออกไป แต่คนยังวิ่งกลับมาถึงเมืองหลวง ใช้ชีวิตในภัตตาคารต้งไห่จนกระทั่งต้องตายอย่างน่าอนาถยิ่ง!

            “พระมารดาโปรดอย่ากล่าวโทษลูกเลยเพคะ...ลูกโดนสตรีชั่วร้ายผู้หนึ่งหลอกลวงได้โปรดเถอะเพคะ...เสด็จแม่...โปรดให้อภัยลูกด้วย! ”

            องค์หญิงฮุ่ยหลิงโขกศีรษะโดยแรงนางร่ำร้องออกมา

            “มันเป็นใคร?” หลิวฮองเฮากริ้วนัก นึกเกลียดเด็กผู้นี้ที่ไร้ประโยชน์ทั้งยังเกลียดตนเองที่ไม่อาจรั้งฮุ่ยเจินไว้ให้ดี!

            “เป็น...เป็นฮวาชีเยว่เพคะ!นางให้ลูกใช้หวางอี้เพื่อแยกโจวจื่อเฉิงกับพี่หญิงออกจากกัน! ลูกสับสนไปชั่วครู่เพียงต้องการทดสอบความจริงใจของไอ้สารเลวโจวจื่อเฉิงเท่านั้น...อีกประการลูกเชื่อมาตลอดว่าเขาไม่เหมาะสมกับพี่หญิงจึงได้ต้องการทำลายความสัมพันธ์ของทั้งสองเสีย! ”

            องค์หญิงฮุ่ยเจินร่ำไห้ น้ำตาไหลท่วมท้นจากดวงตา

            ได้ยินดังนั้นหลิวฮองเฮาก็บันดาลโทสะยิ่งกว่าเดิมมิคาดบุตรีสกุลฮวาตัวเล็กๆ เพียงคนเดียวจะถึงกับเอาชีวิตองค์หญิงฮุ่ยเจินได้!

            ทว่าสิ่งที่องค์หญิงฮุ่ยหลิงพูดนั้นต้องใจนางนักในพระทัยของหลิวฮองเฮา โจวจื่อเฉิงผู้นี้ไม่เหมาะสมกับองค์หญิงฮุ่ยเจินแม้แต่น้อยจึงมิได้ขอร้องฮ่องเต้ให้พระราชทานสมรสแก่องค์หญิงฮุ่ยเจิน

            “ฮวาชีเยว่!มิคาดอายุเพียงแค่นี้ก็ถึงกับเหี้ยมโหดได้เพียงนี้แล้ว! ได้!เมื่อเจ้ากล้าลงมือกับข้า ลงมือกับสกุลหลิว…”

            หลิวฮองเฮาเอ่ยเสียงเย็นจนองค์หญิงฮุ่ยหลิงถึงกับสั่นสะท้านโดยไม่รู้ตัว

            นางยกมือขึ้นทุบโต๊ะหยกขาวโดยแรงเสียจนน้ำชาสาดกระเซ็น

            หลิวฮองเฮาใจเย็นลงเมื่อเห็นรอยแผลเป็นบนใบหน้าองค์หญิงฮุ่ยหลิงก็รู้สึกผิดขึ้นมา

            ถึงอย่างไรองค์หญิงฮุ่ยเจินก็ตายไปแล้วและนางเองก็ใจสลายที่สูญเสียลูกสาวไปคนหนึ่ง

            ทว่าองค์หญิงฮุ่ยหลิงเองก็เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของนางเช่นกันยามตบตีอีกฝ่ายหัวใจนางก็เจ็บปวดนักเพียงแต่นางทั้งโกรธทั้งเสียใจที่อีกฝ่ายไม่เฉลียวใจจนโดนฮวาชีเยว่หลอกลวงเอาได้

            “หลิงเอ๋อร์ให้แม่จัดการฮวาชีเยว่เองอย่าได้ขัดขวาง หากเจ้าเข้ามาขวางทุกสิ่งก็จะไร้ประโยชน์ เข้าใจหรือไม่? ”

            หลิวฮองเฮาข่มกลั้นโทสะในใจกลับมาสงบอีกครั้ง

            องค์หญิงฮุ่ยหลิงคิดว่านางคงดูอารมณ์เสด็จแม่ผิดไปเมื่อครู่ยังทรงกริ้วนัก ทว่ายามนี้กลับสงบลงได้ในพริบตา

            “เพคะลูกเข้าใจแล้ว ลูกจะจดจำเรื่องนี้เอาไว้ในใจเพคะ”องค์หญิงฮุ่ยหลิงไม่โต้เถียงแม้เพียงครึ่งคำ เลือกจะตอบรับเสียงเบา

            หว่างคิ้วของฮองเฮาปรากฏร่องรอยมั่นใจในวันพรุ่งจะเป็นการประลองรอบสุดท้าย เช่นนั้น...ย่อมเหมาะแก่การจัดแสดงงิ้วเพื่อฮวาชีเยว่!

             

             

            ในวันประลองรอบสุดท้ายผู้คนคลาคล่ำในพื้นที่เข้าชมงาน มากมายเสียยิ่งกว่ารอบก่อนๆ อยู่มาก ภัตตาคารใกล้ๆล้วนถูกจับจองจนเต็มเสียจนไม่อาจหาพื้นที่ดีๆ นั่งชมได้แล้ว

            ฮวาชีเยว่นั่งลงในที่ของตนเทียนซีนั่งอยู่ข้างกาย ขณะไฉ่ชิงและไฉ่หนิงนั่งอยู่ด้านหลัง

            ฮวาชีเยว่ทราบว่าในการประลองรอบสุดท้ายนี้มีความสำคัญมากนางจำเป็นต้องชนะเพื่อให้ได้ปทุมหงสาเกล็ดน้ำค้างมาไว้ในครอบครองอย่างถูกต้อง

            อีกประการนางยังต้องแสดงความแข็งแกร่งออกมา เอาชนะคู่ต่อสู้ในกระบวนท่าเดียวแทนที่จะใช้วิธีสะสมปราณดังเช่นสองรอบที่แล้วมา

            มีเพียงแสดงความแข็งแกร่งออกไปผู้ที่ต้องการต้นหลงแดงจึงจะหวาดกลัวผลกรรม

            แม้อีกฝ่ายจะต้องการจัดการนางก็ยังต้องเกรงใจฮ่องเต้ยิ่งกว่านั้น หากวันนี้นางแสดงฝีมือโดดเด่นออกไปฮ่องเต้ย่อมต้องมองนางต่างไปจากเดิม

            ฮวาชีเยว่ทราบว่ามีคนมากมายกำลังลอบจับตามองนาง

            โชคดีนักที่ต้นหลงแดงเป็นโอสถวิเศษที่ยากจะได้รับมาครอบครอง ฮวาชีเยว่มั่นใจว่าหากนำต้นหลงแดงไปประมูล ย่อมทำเงินได้มากถึงห้าล้านตำลึงทอง!

            ขณะที่ฮวาชีเยว่กำลังครุ่นคิดอยู่นั้นนางกำนัลผู้หนึ่งก็เดินเข้ามากระซิบถาม “ท่านใช่คุณหนูฮวาชีเยว่หรือไม่เจ้าคะ?ฮองเฮาต้องการเชิญท่านไปยังเก้าอี้ประทับทางนู้นเจ้าค่ะ”

            ฮวาชีเยว่เลิกคิ้วแม้นางกำนัลผู้นี้จะเอ่ยด้วยถ้อยคำสุภาพ ทว่าน้ำเสียงกลับแสดงความเหนือกว่าดูมิคล้ายว่าคนจะใส่ใจองค์หญิงผู้นี้มากนัก กระทั่งเรียกยศนางก็ยังไม่ยอมเรียก

            ดูคล้ายนางกำนัลผู้นี้จะมีนิสัยเช่นเดียวกับผู้เป็นนายคือฮองเฮา

            “ได้ข้าจะไปเดี๋ยวนี้” ฮวาชีเยว่ยิ้มบางนางกำนัลมองนางด้วยสายตาเย็นชาก่อนจะเดินตรงกลับไปยังยกพื้นที่ฮองเฮาประทับอยู่

            ผังที่นั่งในรอบนี้ยังคงจัดเหมือนรอบก่อนๆที่ฮวาชีเยว่นั่งอยู่ตรงข้ามกับที่นั่งของราชวงศ์พอดี

            “ลู่ซินโหย่วชุ่ย ดูแลนายน้อยให้ดี” ฮวาชีเยว่สั่งการเสียงเบา รู้สึกยินดีนักที่วันนี้ไม่มีเมฆครึ้มจึงพาเทียนซีมาด้วยได้

            อันที่จริงการแข่งรอบสุดท้ายนี้จะต้องวุ่นวายเป็นอย่างมาก ฮวาชีเยว่ทราบดีว่าในอนาคตชีวิตนางคงไม่เรียบง่ายอีกเทียนซียังต้องทำความคุ้นเคยกับความโหดร้ายไร้ปรานีของศัตรูตนเองในอีกไม่ช้า

            ยิ่งกว่านั้นเรื่องที่เทียนพี่เป็นมิตรหรือศัตรูนั้นยังไม่แน่นอนเขาจะแข็งแกร่งขึ้นได้อีกหรือไม่หรือนางจะมีชีวิตได้อีกนานเพียงใดล้วนแต่ยังเป็นปริศนา

            จิตใจของเทียนซีจำต้องแข็งแกร่งขึ้นก่อนจะมีร่างกายที่แข็งแกร่ง

            ลู่ซินเป็นกังวลอยู่บ้าง“คุณหนู เหตุใดฮองเฮาถึงทรงต้องการพบท่านเจ้าคะ? ”

            ดวงตาของฮวาชีเยว่ทอแววเรียบเย็นนางทราบว่าฮองเฮาทรงต้องการพบนางเพราะคนผู้หนึ่ง

            “ไม่มีอะไรมากคงเป็นเพียงการสนทนาเล็กน้อยเท่านั้น ข้าต้องไปก่อน เทียนซีอยู่ที่นี่นะ”เมื่อพูดจบ ฮวาชีเยว่ก็มุ่งตรงไปยังเก้าอี้ประทับของเหล่าเชื้อพระวงศ์

            ในครานี้ทั้งทหารและมือธนูต่างก็ยืนล้อมลานประลองยังมีที่กั้นด้านบนเพื่อป้องกันการโจมตีด้วยธนู

            ฮวาชีเยว่เดินผ่านยกพื้นใหญ่ของตระกูลจี้ทุกคนล้วนแต่มองสำรวจสตรีในชุดขาวยามนางย่างก้าวผ่านไปยามนี้ความหวาดกลัวและตรงไปตรงมาของนางดังเช่นในรอบคัดเลือกล้วนแต่หายไปแล้วแทนที่ด้วยความเยือกเย็นไร้สิ้นสุด

            ดวงหน้างดงามเย็นชาดุจดังภูเขาน้ำแข็งพันปี

            สตรีงามเช่นนี้ราวกับแสงตะวันยามรุ่งอรุณชวนให้ใจสงบ ทำให้เหม่อมอง ทั้งยังน่าประทับใจ!

            ผู้คนมากมายล้วนแต่แอบประหลาดใจราวกับฮวาชีเยว่คนขี้แพ้ไร้ประโยชน์ผู้นั้นเป็นเพียงคำร่ำลือ

            ขณะเดียวกันสกุลโอวหยาง สกุลซย่า สกุลหลิว และสกุลไป๋หลี่ล้วนแต่ให้คนจับตามองฮวาชีเยว่เอาไว้เฝ้าดูนางทุกฝีก้าว

            ครั้นเมื่อองค์ชายใหญ่หวงฝู่ฉางอวี๋เห็นฮวาชีเยว่เข้าดวงตาเขาก็ทอประกายขึ้นมา สตรีชุดขาวไร้ซึ่งเครื่องประดับใดทว่าความงดงามของนางกลับดึงดูดได้ทุกสายตา

            เมื่อเห็นว่าองค์ชายรัชทายาทกำลังทอดพระเนตรผู้ใดอยู่ฮวาเสี่ยวอีก็ให้กำหมัดแน่นเข้า

            ฮวาเมิ่งซือดูสงบนิ่งทว่าที่แท้ก็กำลังกำมือแน่นเสียจนเล็บหัก

            ฮวาชีเยว่เดินมาเบื้องหน้าฮ่องเต้ตั้งใจจะยอบกายถวายพระพร ฮ่องเต้กลับสั่งให้นางละเว้นมารยาทเสีย “ท่านหญิงจิ่งฮวาเราคาดหวังในตัวเจ้ายิ่งนัก! หวังว่าในวันนี้เจ้าจะทำให้เราได้ตกตะลึงอีกครั้ง! ”

            ฉางหลงฮ่องเต้ยิ้มให้ฮวาชีเยว่ที่ดูงดงามราวกับดอกไม้ผลิบานแม้นางยังคงก้มหน้า ทว่ากลับเปล่งประกายหยิ่งทระนงมั่นใจ

            “หม่อมฉันรับทราบแล้วจะไม่ทำให้พระองค์ทรงผิดหวังเพคะ! ” ฮวาชีเยว่ยิ้ม ทุกการกระทำดูมั่นอกมั่นใจสมเป็นบุตรีของแม่ทัพใหญ่

            ฮ่องเต้ยินดีนักทรงพยักหน้าอย่างอ่อนโยน ยามนี้องค์ชายรัชทายาทยังไม่มีภรรยาฮวาชีเยว่ดูเป็นตัวเลือกที่ดีทีเดียว

    คล้ายกับเรื่องฝืนลิขิตฟ้า ยอดชายาอัจฉริยะ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730