บทที่ 4 คู่หมั้น
“คุณมาได้ยังไงกัน?”
เซียวเฉินเงยหน้า มองไปที่หลินโหรวแล้วถามด้วยความสงสัย
เห็นได้ชัดว่าเซียวเฉินรู้จักหลินโหรว และถึงแม้ทั้งคู่จะเคยเจอกันเพียงไม่กี่ครั้ง แต่เซียวเฉินก็ประทับใจในตัวหลินโหรวมาก
หลินโหรวเดินมาหาเซียวเฉิน มองเขาพร้อมยิ้มบาง “ถ้าฉันไม่มา ก็เกรงว่าตำแหน่งคู่หมั้นของฉันจะตกเป็ผู้หญิงคนอื่นน่ะสิ!”
ผู้หญิงคนอื่นที่ว่าก็คือหลี่หงที่ยืนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล
เซียวเฉินหัวเราะ เื่นี้จัดว่าค่อนข้างพิเศษ เพราะจริง ๆ เขาก็มีแผนการสำรองอยู่แล้ว ด้วยั้แ่ตอนที่รับสายโทรศัพท์นั้น เซียวเฉินก็ตระหนักรู้ดีว่าตนเองไม่สามารถใช้ชีวิตอย่างสงบสุขได้อีกต่อไป เขาเลยเลือกหันมาสะสางปัญหาพวกนี้
“พูดแบบนี้ หมายความว่าตอนคุณคบกับฉัน คุณก็มีผู้หญิงคนอื่นเรียบร้อยแล้วสินะ”
หลี่หงหันมาพูดกับเซียวเฉินทันที
แต่ชายหนุ่มกลับทำเพียงยิ้มบาง ๆ “โทษที ตอนนั้นผมก็แค่อยากให้คุณป้าได้จากไปอย่างสงบ ผมไม่อยากให้เธอต้องเสียใจ เลยพูดแบบนั้นออกไป ถึงผมจะรู้มานานแล้วก็ตามว่าคุณเป็ผู้หญิงแบบไหน!”
ในฐานะาาทหารรับจ้าง เซียวเฉินไม่มีทางไม่รู้ว่าหลี่หงเป็ผู้หญิงแบบไหน และทันทีที่เห็นหลินโหรว เซียวเฉินก็รู้อีกเช่นกัน ว่าภารกิจของตนในครั้งนี้คงไม่ง่ายดายอย่างแน่นอน
แต่สิ่งที่ไม่ทันคาดคิดคือตามคำพูดของหลินโหรว เซียวเฉินจะต้องแต่งงานกับสาวงามคนนี้
หลี่หงขบริมฝีปากเบา ๆ เธอกำลังรู้สึกเหมือนตัวเองถูกหลอกย้อเล่น
ส่วนทางหลินโหรว เธอพูดเสียงเ็า “ในฐานะคู่หมั้นของฉัน… หลินโหรว คุณจะถูกผู้หญิงแบบนี้ตามรังแคะรังควานได้ยังไง? คุณจะจัดการเองหรือให้ฉันช่วยคุณล่ะ?"
หลินโหรวทำแบบนี้ก็เพื่อช่วยเซียวเฉินแก้ปัญหาทั้งหมดทั้งมวล เพราะบางเื่เซียวเฉินอาจไม่สะดวกจัดการ แต่หลินโหรวนั้นแตกต่าง
ในฐานะประธานหลินกรุ๊ป อย่าว่าแต่ประเด็นจุกจิกอื่นเลย ขอแค่เธอเอ่ยออกมาเพียงประโยคเดียว หลี่หงก็ไม่มีหวังที่จะอยู่ในเมืองนี้ได้อีกต่อไป
หลี่หงไม่ยอมแพ้ ถามมาทางนี้ว่า “ถ้าฉันยอมไป ฉันจะได้อะไร?”
้าผลประโยชน์?
หลินโหรวหัวเราะ
“หลุมข้างนอกขุดเสร็จหรือยัง?”
หลี่หงได้ยินก็ใรีบโบกไม้โบกมือ “ไม่เอาแล้ว ฉันไม่เอาแล้ว พวกเราจะไปเดี๋ยวนี้!”
ได้ยินหลี่หงพูดแบบนี้ คนอื่น ๆ ก็พากันจรลีหนีหายไม่แตกต่าง
เซียวเฉินหัวเราะเบา ๆ “จริง ๆ แล้ว คุณไม่จำเป็ต้องทำถึงขนาดนี้หรอก”
“ฉันรู้ แต่คุณป้าเป็คนที่ฉันให้ความเคารพนับถือมาก ดังนั้นฉันเลยตั้งใจจะถอนวัชพืชบนหลุมศพของท่านด้วยมือของฉันเอง”
นี่เป็ธรรมเนียมของเมืองเจียงเฉิง เซียวเฉินเองก็เข้าใจ ไม่มีอะไรน่าตำหนิ
แต่เซียวเฉินก็ไม่คาดคิดว่าหลี่หงจะกลัวจนหนีไปแบบนี้ เพราะประเด็นดังกล่าวมันก็แค่เื่เล็กน้อยเื่หนึ่ง
เห็นแบบนี้แล้ว เซียวเฉินพลันครุ่นคิดในใจ
‘ตอนแรกก็ว่าจะรออีกสักพัก แต่ตอนนี้หลินโหรวกลับมาถึงก่อนคาด’
“เกิดเื่อะไรขึ้นหรือเปล่า?”
เซียวเฉินมองไปที่หลินโหรวแล้วถามด้วยความสงสัย
หญิงสาวพยักหน้าหนักแน่น มีเื่ร้ายแรงมากเกิดขึ้นจริง ๆ
“โอเค ผมเข้าใจแล้ว เื่อื่น ๆ ไว้เราค่อยคุยกันตอนกลับไปแล้วกัน”
เซียวเฉินพูดจบ ก็เตรียมจะออกจากที่นี่ไปพร้อมกับหลินโหรว ทว่าในจังหวะนั้นเอง เซียวเฉินดันเหลือบไปสังเกตเห็นแสงวาบจากบริเวณที่ไม่ห่างไกลนักเข้าพอดี
“แย่แล้ว มีการซุ่มโจมตี!”
สิ้นประโยคของชายหนุ่ม ะุนัดหนึ่งก็พุ่งผ่านตัวทั้งคู่ไป
พวกคนรอบ ๆ ตัวหลินโหรวเองก็รู้สึกเช่นกัน
“เร็วเข้า เตรียมยิง!”
ในใจของหลินโหรวยังมีข้อสงสัยชวนค้างคาอีกมาก แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาถกเื่พวกนั้น ส่วนเซียวเฉิน เขาเหลือบตามองออกไปไกล ๆ แล้วหัวเราะออกมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย “ฮะ ที่อยู่ของเธอถูกเปิดเผยแล้ว ดูเหมือนจะมีคนทรยศเธอนะ”
หลินโหรวได้ยินเช่นนั้นก็ส่ายหน้าเถียง “เป็ไปไม่ได้ ฉันเชื่อในคนของฉัน พวกเขาไม่มีทางทำแบบนั้นแน่นอน!”
เซียวเฉินเงียบ ดูเหมือนหลินโหรวจะคิดง่ายไปหน่อย
ครั้งหนึ่งเซียวเฉินเคยเชื่อใจเพื่อนของตนเองมาก พวกเขาสนิทสนม ร่วมต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กันไม่แยกจาก แต่ต่อมาพอถูกคนที่ตนนับเป็ดั่งครอบครัวพี่น้องหันปลายกระบอกปืนใส่หัว เซียวเฉินพลันตระหนัก ว่าเขาในสายตาอีกฝ่ายก็ไม่ได้เป็ตัวดีอะไร ไม่ใช่พี่น้องอย่างที่เฝ้าคิดไปเอง
และด้วยเหตุนั้น เซียวเฉินจึงคิดในใจว่าสักวันหนึ่ง เขาจะต้องกลับไปยังจุดนั้นอีกครั้ง ซึ่งยิ่งคิดแบบนี้มากเท่าไหร่ ใจของเซียวเฉินก็ยิ่งตื่นเต้นมากขึ้นเท่านั้น
นี่แหละคือชีวิตที่เขาเฝ้าฝันรอคอย ก่อนหน้ามันเฉื่อยชาเกินไป
“คุณหนู ฝ่ายตรงข้ามมีคนเยอะเกินไป ถ้าเรายังทำแบบนี้ต่อ เกรงว่าจะยื้อไม่ไหว”
บอดีการ์ดคนหนึ่งพูดกับหลินโหรวด้วยใบหน้าขมขื่น
หญิงสาวขบริมฝีปาก ครุ่นคิดอยู่ในใจ ว่าตนควรทำอย่างไรดี แต่มารู้ตัวอีกที หลินโหรวกลับพบว่าเซียวเฉินที่อยู่ข้าง ๆ เธอหายไปแล้ว เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
“เซียวเฉิน ไปไหนแล้วล่ะ?”
ในขณะที่หลินโหรวยังครุ่นคิดอยู่ บอดีการ์ดข้าง ๆ กลับชี้ไปที่ไกล ๆ “คุณหนู ดูตรงนั้นสิ!”
มองตามทิศทางที่บอดี้การ์ดชี้ไป เธอเห็นเซียวเฉิน ถือมีดสั้นเอาไว้ในมือ ฟันลงไปทีเดียว ก็กำจัดมือปืนตรงหน้าได้อย่างง่ายดาย ยิ่งเวลาผ่านไปเรื่อย ๆ การลงมือยิ่งเฉียบขาดอย่างไม่น่าเชื่อ
สิ่งที่คนพวกนี้ทำได้เหลือเพียงมองไปข้างหน้าด้วยความว่างเปล่า พวกเขาสงสัยว่าเหตุการณ์เบื้องหน้าคืออะไรกันแน่
เซียวเฉินสาวเท้าเดินไปหาคนคนหนึ่ง โบกมีดเปื้อนเืในมือ “บอกฉัน ใครเป็คนส่งนายมา?”
มือปืนรายดังกล่าวกัดฟัน ให้ตายอย่างไรก็ไม่พูด
แต่เซียวเฉินก็พอจะเดาคำตอบได้ เขาจ้วงมีดเข้าไปในต้นขาของอีกฝ่าย ท่าทางไม่ใส่ใจ เืสดไหลออกมาไม่หยุดหย่อน
“มีดเล่มนี้อยู่ห่างจากเส้นเืใหญ่ของนายแค่สองนิ้ว ในครั้งต่อไปนายอาจจะไม่โชคดีแบบนี้อีกแล้วนะ”
เซียวเฉินพูดประโยคดังกล่าวออกมาอย่างเรียบเฉย ราวกับกำลังเล่าเื่เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ไม่สลักสำคัญอะไร
แววตาของมือปืนแสดงร่องรอยของความหวาดกลัวออกมาเต็ม ๆ และในที่สุดก็ทนไม่ไหว “ฉันจะบอก ฉันจะบอก คนที่สั่งให้ฉันทำแบบนี้คือติงอี้ไฉ!”
ตอนที่เขาพูด หลินโหรวก็กำลังมาพร้อมกับบอดีการ์ดของเธอพอดี เมื่อได้ยินแบบนี้ หลินโหรวจึงถึงกับไม่อยากจะเชื่อในประสาทการรับรู้ของตัวเอง
“ไม่นะ เป็เขาจริงเหรอ?”
ดูจากท่าทีของหญิงสาวแล้ว ชัดเจนมากว่าเธอรู้จักกับคนคนนั้น
เซียวเฉินไม่พูดอะไรมาก ใช้มีดคมในมือฟันลงไปอย่างรวดเร็วไม่ใส่ใจ
มือปืนล้มลง ดวงตาฉายอารมณ์แห่งความไม่ยอมจำนน
ในใจของเขาอาจยังคิด ว่าในเมื่อบอกทุกอย่างที่รู้ออกไปแล้ว ทำไมถึงยังต้องตาย
เซียวเฉินหันกลับมามองหลินโหรว “ติงอี้ไฉ เธอน่าจะรู้จักเขานะ”
หญิงสาวพยักหน้า ไม่รู้เซียวเฉินตั้งใจจะทำอะไร
แต่ใน่เวลาถัดมา เซียวเฉินกลับพูดออกมาตรง ๆ ว่า “พาฉันไปเจอเขา ฉันจะต้องจัดการเคลียร์บัญชีกับเขาเสียหน่อยแล้ว!”