ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่544 ที่นั่งกิตติมศักดิ์

        เมื่ออี้เฉินไปรวมกลุ่มกับหลินเฟย พร้อมกับคนสำนักเซียน ด้านหน้าทางเข้าสนามประลอง5อาณาจักร ก็เหมือนว่าจะเกิดความวุ่นวายกันไม่น้อย เนื่องด้วยผู้คนไม่น้อย เข้ามาภายในสนามประลองแห่งนี้ กันจนหนาตา เจ้าเปาเปา เองก็ถกเถียงกับผู้คุมทางเข้าสนามประลองอยู่ไม่ขาด เนื่องด้วยเขาอยาก ให้หญิงชราเจ้าสำนักเซียน ไปนั่งที่นั่งกิตติมศักดิ์ เฉกเช่นเดียวกับผู้อาวุโสชรา คนอื่นๆ
 


        ระหว่างที่เจรจา หลินเฟย นางไต่ถามอี้เฉินออกมาด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา "เจ้าไปไหนมาอย่างนั้นหรืออี้เฉิน" ทว่าแววตาของนางเหมือนมีความคาดหวังอยู่เล็กๆ

 


         อี้เฉินที่ได้ยินคำพูดของหลินเฟย พร้อมกับดวงตาที่ทอประกายคู่นั้น เขากุมแหวนไม้ภายในฝ่ามือด้วยความอ่อนโยน ก่อนจะถอนลมหายใจออกมาน้อยๆ 'ไว้มอบให้นางในภายหลังแล้วกัน ยามนี้คงยังไม่เหมาะเท่าไหร่' อี้เฉินเอ่ยตอบเสียงห้วนออกไปในทันที "ไม่มีอะไรหลินเฟย เจ้าเห็นจางเหมย หรือยัง"

 


         หลินเฟยที่เห็นอี้เฉินเปลี่ยนเรื่องกะทันหัน มันก็ทำให้หัวใจของนางเจ็บแปลบๆ ขึ้นมาในทันใด ประหนึ่งว่าอี้เฉินไม่ได้ใส่ใจตัวนางเท่าที่ควร แววตาที่ดูอ่อนนุ่มพลันเย็นชาขึ้นมาหลายเท่าในทันใด บ่งบอกถึงความไม่สบอารมณ์ที่มีต่ออี้เฉิน ในยามนี้

 


         ก่อนน้ำเสียง ของหมู่ชนรอบบริเวณจะดังขึ้นมาก้อง เมื่อเห็นม้ามังกร พร้อมกับกลุ่มคนกลุ่มใหญ่มาเยือนยังสถานที่แห่งนี้ ดูก็รู้ว่าเขาผู้นั้นเป็นผู้สูงศักดิ์ "ดูบนท้องฟ้าเร็ว นั้นเกี้ยวของจักรพรรดิ เมิ่งฉิน ไม่ใช่หรือ เขาถึงกลับมาดู การประลอง5อาณาจักรด้วยตนเองเลย"

 


         "ดูพวกผู้อาวุโส กับเหล่าอนุชนที่ตามติดจักรพรรดิ พวกนั้นมาสิแข็งแกร่งไม่ใช่น้อยๆ เลย คนของอาณาจักรธารน้ำ เองก็มาด้วยเช่นกัน อนุชนพวกนั้น ต้องเป็นผู้ที่อยู่อันดับต้นๆ อย่างไม่ต้องสงสัย"

 


"ดูสิอาณาจักรอื่นๆ ก็เริ่มทยอย มากันหมดแล้ว" ชายหนุ่มอีกทิศทางหนึ่งก็กล่าวขึ้นมาเช่นกัน

 


         "ด้านนั้นคนของสำนักมังกรก็มาแล้วเช่นกัน ดูพวกผู้อาวุโสพวกนั้นสิ ช่างน่าคร้ามเกรงกันจริงๆ" ครั้นพวกเขาสืบฝีเท้ามาทักทาย องค์จักรพรรดิ ก็พากันมานั่งภายในที่นั่งกิตติมศักดิ์

 


          เปาเปา ที่เห็นจางเหมยบนท้องฟ้า เขาตะโกนออกไปหาหญิงสาวในกรอบสายตาในทันที จนทำให้นางต้องผสานมือ ขอโทษขอโพยเหล่าผู้อาวุโส คนอื่นๆ เป็นการใหญ่ "ทุกท่านโปรดอย่าถือสา ท่านพี่ของข้าเลย"

 


         เหล่าผู้อาวุโสชรา ครั้นได้ยินชายอ้วนตะโกนก้อง ต่างก็พากันส่ายหัว แต่ก็เคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของ เปาเปาผู้นี้มาไม่น้อย ผู้ที่เคยทำหน้าที่ขับไล่เหล่าสัตว์อสูร ให้ถอยล้น กลับเข้าไปภายในป่าไร้สิ้นสุด ชื่อเสียงของเขาถือว่าโด่งดัง บริเวณชายแดนไม่น้อย

 


         ก่อนผู้อาวุโสท่านหนึ่งจะกล่าวหยอกเย้า หญิงสาวในกรอบสายตาเล่น "จางเหมยเกรงว่าเจ้า ต้องสอนมารยาทพี่ของเจ้าหน่อยแล้วกระมัง" ครั้นคำพูดนั้นดังขึ้นมา เสียงหัวเราะของผู้อาวุโสภายในที่นั่งกิตติมศักดิ์ ก็ดังออกมาก้อง

 


          จางเหมยได้ยินเสียงหัวเราะ นางถึงกับหน้าแดงน้อย ด้วยความเขินอาย เจ้าสำนักมังกร หวังชง พร้อมกับชายชราเยว่เทียน ต่างก็ยกยิ้มเอ็นดู หญิงสาวในกรอบสายตาผู้นี้ไม่น้อย ก่อนจะบอกกล่าวตัวนางออกไป "เจ้าไปเถอะจางเหมย เหมือนว่า พี่ชายของเจ้า กำลังลำบากใจอยู่ กระมัง"

 


หลินเฟยอายหน้าแดงอยู่น้อยๆ ก่อนนางจะกำหมัดไว้จนแน่น "ไอ้พี่เวรไหนบอกจะไม่มา งานประลองที่น่าเบื่อนี้ไง"

 


        เปาเปาที่ บอกผู้คุมอย่างไร พวกเขาก็ไม่ให้ ขึ้นไปด้านบนที่นั่งกิตติมศักดิ์ แม้จะบอกว่า รู้จักกับ จางเหมยก็ตาม ทำให้เขาเริ่มที่จะหมดความอดทน ก่อนเขาจะตะโกนออกไปหา จางเหมยอีกครา "พี่พาอี้เฉินกับ หลินเฟยมาหาเจ้า จางเหมย เจ้าไม่คิดจะมาหา พวกเขาหน่อยหรือ"

 


        จางเหมย ครั้นได้ยินชื่อของคนที่คุ้นเคย สายตาของนางหดจนเล็กแคบ จ้อมมองไปในทิศทางขึ้นที่นั่งกิตติมศักดิ์ ในทันใด นางถึงกับเบิกตาออกกว้าง จนรูม่านตาขยายออกจนสุด ด้วยความไม่อยากเชื่อสายตา รีบพุ่งปราดมาหากลุ่มของอี้เฉินกับหลินเฟย ในกรอบสายตาของนางโดยพลัน

 


ก่อนจะเข้าไปกอดกายทั้งสองอย่างพร้อมเพรียง ร้องไห้ขี้มูกโป่งในทันใด "พวกท่านทั้งสองสบายดีหรือไม่ ข้านึกว่าจะไม่ได้พบพวกท่านอีกแล้ว"

 


          เหล่าผู้อาวุโสชรา ที่คุ้นชื่ออี้เฉิน หลายคนต่างก็ส่งสายตาออกไปสำรวจ ชายหนุ่มนามว่าอี้เฉินเป็นพัลวัน ฉับพลันเสียงหัวเราะก็แปรเปลี่ยนเป็นความเงียบงัน ปกคลุมโดยรอบในทันใด

 


         เมื่อเห็นใบหน้าชายหนุ่มที่พวกเขาคุ้นตา เคยต่อสู้กับเทพสวรรค์ อย่างองอาจห้าวหาญในยามอดีต ใบหน้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงแม้เพียงนิด ประหนึ่งกาลเวลาไม่อาจทำอะไรเขาได้ ดูเป็นชายหนุ่มรูปงามอายุสิบแปดปีเฉกเช่นเดิม

 


         แม้แต่จักรพรรดิ เมิ่งฉิน ที่นั่งโดดเด่นกว่าผู้อื่น พร้อมกับเหล่าผู้อาวุโสราชวงศ์จันทราทมิฬ ยังต้องเบิกตาออกกว้างเท่าไข่ห่าน เมื่อเห็นบุรุษหนุ่มที่เป็นเหมือนฝันร้ายของเขา ในยามที่ไปเยือนดินแดนจันทราทมิฬในวันวาน ทว่ายามนี้ เขากลับไม่อาจล่วงรู้ ถึงขั้นพลังของอี้เฉินได้ หลายคนจึงหัวใจสั่นสะท้านกันไม่น้อย

 


         ก่อนศิษย์ภายในสำนักมังกรที่ยืนด้านหลัง ผู้อาวุโสภายในที่นั่งกิตติมศักดิ์ จะกล่าวขึ้นมา เมื่อเห็นหญิงสาวงามเพริศพริ้งในกรอบสายตา "นั้นมันศิษย์น้องหญิง หลินเฟยที่เคยอยู่สำนักมังกร ของเราไม่ใช่หรือ?"

 


          หญิชรากวนซี ที่เห็นใบหน้าอี้เฉินชัดๆ เต็มสองตา พร้อมกับศิษย์ของนางในยามก่อน นางยังจดจำ ยามที่นาง ต้องอับอายเพราะอี้เฉินภายใน สำนักมังกรได้ดี ฝ่ามือของนางจึงกำหมัดไว้จนแน่น

 


        คนของสำนักเพลิงผลาญ ครั้นได้ยิน ต่างก็จ้องมองไปที่หลินเฟย เนื่องด้วยในยามอดีต พวกเขาเคยคิดจะขอหลินเฟย มาให้ เทียนเฟิง ศิษย์เอกในยามนั้น แต่งงานเชื่อมความสัมพันธ์ กับสำนักมังกร "จริงด้วย หลินเฟยจริงๆ ด้วย นางงดงามขึ้นกว่ายามก่อนมากเลย"

 


         เทียนเฟิง เขาหรี่ดวงตาจนเล็กแคบ มองหญิงสาวอยู่แวบหนึ่ง "หืม! เหตุใดข้าถึง สัมผัสขั้นพลังของนางได้รางๆ เองเล่า ส่วนชายหนุ่มผมขาวผู้นั้น ข้าไม่ยักสัมผัสถึงตัวตนของเขาได้เลย" ผู้อาวุโสชราสำนักเพลิงผลาญ ต่างก็ขานรับคำของผู้อาวุโสเทียนเฟิง กันไม่น้อย

 


          ทว่าเมื่อ ผู้อาวุโสซีเซียว ออกไปพร้อมกับชายชราเยว่เทียน มันก็ทำให้หลายๆ คนไม่อยากเชื่อสายตาตนเอง เมื่อเห็นชายชราเยว่เทียน ออกไปรับหน้าเชิญเด็กหนุ่มด้วยตนเอง

 


          ผู้คนทั่วดินแดนต่างก็รับรู้ได้เป็นอย่างดี ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด ภายในดินแดน5อาณาจักรยามนี้เป็นผู้ใด มันจึงทำให้หมู่ชนพูดคุยไต่ถามกันออกมาไม่ขาดปาก ว่าอี้เฉินเป็นใคร เขามาจากไหนกันแน่

 


          มีเพียงกลุ่มคนดินแดนร้อยแคว้น ดินแดนจันทราทมิฬ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ในยามก่อนต่างก็พากันเงียบงัน เมื่อรับรู้ผู้ที่อยู่บนจุดสูงสุด ที่แท้จริงยามนี้เป็นผู้ใด

 


         "อี้เฉินเจ้าจริงๆ หรือ" ชายชราเยว่เทียนแค่นเสียงออกมาเล็กน้อย เนื่องด้วยทั้งสองต่างก็ไม่ชอบขี้หน้ากันมา แต่ในยามก่อนแล้ว จากเรื่องที่เยว่ฉานหลานรัก ของเขาต้องตายตก เพราะชายหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้า

 


จางเหมยที่เห็นผู้อาวุโส เยว่เทียนมาพูดคุยกับอี้เฉินด้วยตนเอง นางจึงเช็ดน้ำตามายืนข้างๆ หลินเฟยด้วยท่าทีสงบเสงี่ยม

 


"ท่านแก่ไปไม่ใช่น้อยเลยนะ ผู้อาวุโสเยว่เทียน" แม้น้ำเสียงอี้เฉินจะไม่ได้ดังมาก แต่ก็พอให้คนรอบๆ ได้ยินอยู่บ้าง จึงทำให้พวกเขาเหล่านั้นต่างก็ขาสั่นเทา

 


ชายชราเยว่เทียน หนังตากระตุกน้อยๆ จ้องตาเด็กหนุ่มเขม็ง ราวกับจะเอาเรื่อง โทสะในใจเก็บซ่อนไว้นาน เล็ดลอดออกมาในทันใด

 


          ก่อนซีเซียว เจ้าสำนักศักดิ์สิทธิ์ ในยามอดีตจะกล่าวพูด กลัวว่าทั้งสองจะระเบิดโทสะก่อความวุ่นวายขึ้นมา "พวกเจ้าสองคนหยุดเลยนะ เรื่องที่ผ่านๆ มาให้มันแล้วไปไม่ได้หรือ เจ้าเองก็แก่ปูนนี้แล้ว หัดปล่อยวางเสียบ้าง"

 


         ครั้นอี้เฉินได้ยิน เสียงใสของ ซีเซียว สาวงามในยามอดีต แต่บัดนี้นางเริ่มมีผมขาว น้อยๆ แซมตามหัว อี้เฉินคำนับไปให้นางในทันที "ท่านยังงดงามเช่นเดิมไม่เคยเปลี่ยน ข้าพาสหายในอดีต มาหาท่านไม่ทราบว่า ท่านจะจัดที่นั่งให้หญิงชราผู้นี้ ได้หรือไม่"

 


         "เจ้าช่างกะล่อนไม่เปลี่ยนอี้เฉิน" ก่อนซีเซียว จะหันไปมองหญิงชราที่ใบหน้าคุ้นตาพวกเขาทั้งสองอยู่ไม่น้อย พร้อมกับกล่าวพูดออกมาด้วยความตกใจ


"เจ้าสำนักจันทราไม่ใช่หรือ ท่านมาได้อย่างไร มาๆ เราขึ้นไปคุยกันด้านบนเถอะ"

 


หญิงชราเหลียนซูฉี ยิ้มบางพร้อมกับกล่าวพูดประโยคหนึ่งขึ้นมา "ข้าเป็นเจ้าสำนักเซียนแล้วในยามนี้ แม้ว่าข้าจะไม่เหมาะสมก็ตาม"

 


"เจ้าอย่าพูดเช่นนั้น เรื่องเช่นนี้ อย่างไรก็เป็นเรื่องที่ดี ส่วนนั้นลูกศิษย์ของเจ้าเช่นนั้นหรือ ไม่เลว ไม่เลว"

 


เหล่าศิษย์ต่างก็ขานรับอย่างพร้อมเพรียง "คารวะผู้อาวุโส"


"คารวะผู้อาวุโส"


 

         ก่อนพวกเขาจะเดินตรงไปยังทางขึ้นที่นั่ง กิตติมศักดิ์ ทำให้หลายๆ คนจับจ้องไปที่กลุ่มของอี้เฉินกันอยู่ไม่น้อย แต่เมื่อถึงช่วงที่ต้องเดินผ่านจักรพรรดิ เมิ่งฉิน มันก็ทำให้ชายชรา เยว่เทียนเป็นกังวลด้วยความโอหังของอี้เฉิน หลายๆ คนต่างก็คำนับไปให้ จักรพรรดิเมิ่งฉินกันทั้งสิ้น

 


         เมื่อถึงทีของอี้เฉิน เขาโค้งคำนับไปหา จักรพรรดิ เมิ่งฉิน ด้วยความนอบน้อม ทำให้ผู้อาวุโสทั้ง6ของราชวงศ์ ผ่อนลมหายใจออกมา น้อยๆ แม้แต่ชายชราเยว่เทียน นึกว่าอี้เฉินผู้นี้จะไม่อ่อนน้อมถ่อมตน เต็มไปด้วยความโอหังและแข็งกร้าวเสียอีก มันจึงทำให้ชายชราอย่างเขายกยิ้มขึ้นมาได้ เมื่อถึงยามอ่อนอี้เฉินผู้นี้ ก็สามารถอ่อนลงได้ เหมือนว่าเขาจะเติบโตขึ้นมาไม่น้อยเลย

 


          จักรพรรดิ เมิ่งฉิน มองอี้เฉินด้วยสายตาแปลกๆ ราวกับมีเรื่องที่อยากจะพูด ก่อนเขาจะเชิญชายหนุ่มมานั่ง ข้างๆ กาย "เจ้ามานั่งกับข้า ดูชมการประลองครานี้ ไปพร้อมกับข้าได้หรือไม่"

 


อี้เฉินไม่ได้ปฏิเสธ ก่อนผู้อาวุโสทั้งสองคน จะรีบลุกออกจากโต๊ะไปอย่างไว "เชิญ แม่นางท่านนี้ด้วย เชิญนั่ง"

 


"เช่นนั้นข้าไม่เกรงใจแล้วนะ" อี้เฉิน กล่าวตอบอย่างไม่เกรงใจ

 


        กลุ่มผู้อาวุโสดินแดน5อาณาจักร ต่างก็พากันอึ้งงัน "ชายหนุ่มผู้นั้นเขาเป็นใคร เหตุใดผู้อาวุโสชรา ราชวงศ์จันทรา ถึงนอบน้อมกับเขามากถึงเพียงนี้"

 


        แล้วยิ่งเห็นความโอหังของอี้เฉิน สำนักหลายๆ สำนักที่ถูกเชื้อเชิญ ต่างก็เดือดดาลกันขึ้นมาเล็กๆ โดยเฉพาะสำนักเพลิงผลาญ เทียนเฟิง ที่รับรู้จากผู้เป็นศิษย์ว่า ชายหนุ่มผู้นั้น มีสมุนไพรเพลิงล้ำค่า แถมเขายังดูถูกคนของสำนักเพลิงผลาญ อีกด้วย จึงทำให้ เทียนเฟิง เดือดดาลขึ้นมาไม่น้อย

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน

ชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต

ชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
3.02M 3752
จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

นิยาย แฟนตาซี
2.76M 3640
ยุทธเวทผลาญปีศาจ

ยุทธเวทผลาญปีศาจ

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
223K 810
ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

นิยาย แฟนตาซี
73K 77
เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )

เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
481K 312
(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

นิยาย เกมออนไลน์
603K 912
อหังการยอดคนเหนือยุทธ

อหังการยอดคนเหนือยุทธ

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
423K 2687
ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
207K 185
ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

นิยาย แฟนตาซี
150K 136
ประชา : 2090 (จบแล้ว)

ประชา : 2090 (จบแล้ว)

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
18K 258