หลังถูกองค์หญิงผิงอันไล่ลงจากเวทีจนรู้สึกเสียหน้ายมทูตเฮยอู๋ฉางออกมาวิเคราะห์บางอย่างที่สงสัยหน้าต้าเหวยไจ จะได้ไม่ต้องเห็นหน้าจิ้งจอกเ้ายศให้ฝังอยู่ในความคิดที่ทุกอย่างดูแปลกไปหมด บางทีอาจเป็เพราะนางก็ได้
การที่ต้องยืนรอผู้ถึงฆาตทำธุระให้เสร็จเพียงเพื่อธุระของเขาแผ่รังสีไม่ให้ความตายเข้าใกล้ไม่ให้เรียกเสียยมทูต ให้เรียกยมทูตเมตตาหรือ
รออยู่สักพักในที่สุดเหลียงป๋อก็โผล่ออกมาด้วยใบหน้าบอกบุญไม่รับ พอดูออกได้ว่าชายผู้นี้คงพ่ายให้แก่หญิงที่ดูถูกไปเฮยอู๋ฉางเดินตามเป้าหมายออกจากสำนักเหวยฝู ในขณะที่ตามไปอยู่นั้น บังเอิญสะดุดสายตากับหน้ากากไม้รูปจิ้งจอกคงเป็เพียงลายเดียวที่ขายไม่ออก เพราะฝุ่นเกาะหนาคล้ายไม่ถูกใครเหลียวแลแม้แต่คนขายเอง
ทว่าเฮยอู๋ฉางกลับสนใจ
รูปทรงแกะเป็จิ้งจอกที่เบ้าตาชี้ดูแสนเ้าเล่ห์สีถูกระบายแบบตวัดไปมาดั่งไม่ตั้งใจ แต่กลายเป็เสน่ห์ที่ไม่บรรจงสร้างเสียอย่างนั้นเขาสนใจหน้ากากชิ้นนี้มากจนไม่อาจละสายตา ประหนึ่งว่าครั้งหนึ่งเมื่อเป็มนุษย์เคยมีเื่บางอย่างผูกกับหน้ากากจิ้งจอก
หากเขามาซื้ออีกครั้งตอนเกิดใหม่หน้ากากชิ้นนี้จะยังรอเขาอยู่หรือไม่นะ
ความคิดมากมายวิ่งผ่านหัวของยมทูตดำทว่ากลับไม่ฉายภาพชัดเจนว่าเป็เื่อะไรกันแน่ ยามนี้ดั่งเขาไม่ใช่ตัวเอง ทั้งความคิดและการกระทำต่างออกไปจากเดิมโดยสิ้นเชิงทั้งที่จะปลดหน้าที่อันยิ่งใหญ่แล้วควรทำให้ดีที่สุด แต่กลับบกพร่องทุกอย่างั้แ่คนแรกแล้วผู้ถึงฆาตคนสุดท้ายในภารกิจ เขาจะทำได้ดีอย่างไรกัน
เฮยอู๋ฉางละความคิดทั้งหลายในหัวเพราะอย่างไรเสียความคิดมากมายนี้ถึงคิดมากไปย่อมไร้ประโยชน์ เมื่อเกิดใหม่ก็หายไปอยู่ดียามนี้ฟ้ามืดสนิท มีเพียงแสงจากโคมไฟที่ชาวบ้านพากันประดับไว้ ไม่รู้สึกตัวเลยว่าใช้เวลาคิดเื่ไร้สาระนานเพียงใดสุดท้ายเขาทำเหลียงป๋อคลาดสายตาอีกแล้ว
เขาหลับตาลงสื่อญาณถึงเหลียงป๋อภาพชายคนหนึ่งเดินเข้าโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง ป้ายผ้าเขียนพู่กันตัวใหญ่ ‘ซานปู้’ ตามด้วยเส้นทางที่ย้อนจากโรงเตี๊ยมถึงตลาดแม้จะบอกกับตัวเองว่าจะใช้จิติญญายมทูตมืออาชีพ ในที่สุดก็ต้องใช้พลังยมทูตแห่งปรโลกอยู่ดีนี่อาจเป็คำตอบกลายๆ ว่าเขาไม่เหมาะกับหน้าที่นี้
กระโปรงดำสะบัดไปตามเส้นทางของมนุษย์เขาเดินตามทางที่เหลียงป๋อเดิน อีกไม่ไกลจะได้จบภารกิจนี้แล้ว เชื่อว่าคงไม่มีอุปสรรคใดมาขวางความตายของชายผู้นี้อีกทว่าคิดไม่ทันจบดี พลันมีใครคนหนึ่งสวมหน้ากากจิ้งจอกที่เขาหมายตาไว้มายืนดักเสียก่อน
คราแรกก็ไม่รู้ชายหรือหญิงแต่เสียงแหลมที่คล้ายทำหน้าทะนงใต้หน้ากากคงเป็บุรุษที่ไหนไม่ได้ แต่สิ่งที่ประหลาดกว่านั้นคือหญิงผู้นี้เห็นเขาได้อย่างไรผู้มั่งคั่งอย่างนั้นหรือ หญิงคนนี้คงเมามากแล้วกระมัง
และเมื่อนางถอดหน้ากากออกมาสรุปว่าหญิงผู้เมามายนั้นคือองค์หญิงผิงอัน น้ำเสียงที่นางขอเขาแต่งงาน เฮยอู๋ฉางว่านางคงไม่ได้เมาแต่นางคงหมกมุ่นเื่ชัยชนะจนวิปลาสไปแล้ว
เขาพรูลมหายใจก่อนตั้งสติเื่แต่งงานที่นางพูดมาไม่สำคัญเท่าเื่ที่นางเห็นเขา “องค์หญิงผิงอัน ข้าจะถามเ้าอีกครั้งทำไมเห็นข้าได้”
“แล้วเ้าเป็ผีหรือ?” องค์หญิงผิงอันเอียงหน้าพลางเลิกคิ้ว
สายตาแสนมั่นใจทำเฮยอู๋ฉางไม่รู้จะตอบนางอย่างไรดีแต่ในเมื่อนางพูดเช่นนี้ ตีความอย่างอื่นไม่ได้นอกจากนางเข้าใจว่าเขาเป็มนุษย์
“เหตุใดจะไม่…”
“ข้าเป็ยมทูต”เฮยอู๋ฉางแทรกเสียงร่างบาง ใบหน้าเรียบนิ่งของเขาที่เผยตัวว่าเป็ใคร คือการพนันกับตัวเองว่าหญิงสาวผู้นี้ต้องใจนสติเตลิดหลีกทางให้เขาได้จบปัญหาเหลียงป๋อเสียที
แต่เขาลืมไปว่าหญิงสาวที่ว่าคือองค์หญิงผิงอัน
นางกัดปากเล็กน้อยพลางยกมือขึ้นกอดอกใบหน้าที่กำลังคิดบางอย่างหลังรู้ว่าชายตรงหน้าเป็สิ่งเหนือธรรมชาติที่คนปกติมองไม่เห็นไม่มีความใหรือเตลิดตามที่ใครบางคนคาดแม้แต่น้อย ซ้ำยังยิ้มออกมาอย่างยินดีอีกด้วยทำยมทูตเป็ฝ่ายประหลาดใจไปเสียเอง
หญิงสาวยื่นหน้าพลางก้าวเข้าไปหาทำเขารีบถอยหลังหนีทันที “ไป๋อู๋ฉาง?”
เพราะองค์หญิงเรียกเขาเป็ยมทูตขาวนั่นทำให้เฮยอู๋ฉางเลิกถอยหนีและมองนางด้วยสายตาตำหนิแทน “เ้าตาบอดสีหรือ?”
เขาหรี่ตาพินิจฝ่ายหญิงที่เมื่อได้รับคำตอบเช่นนี้นางกลับยกยิ้มพอใจเสียได้ เขาไม่เข้าใจเลยว่าสตรีประหลาดเช่นนี้ถูกเลี้ยงมาอย่างไรกันแน่
“แต่งงานกับข้าสิ”สายตาขององค์หญิงผิงอันจ้องเฮยอู๋ฉางแทบทะลุ ท่าทางที่มั่นใจของนางคล้ายเป็เ้าของโลกทั้งใบ“ท่านจะเป็ยมทูตที่มั่งคั่งนะ”
เสียงหัวเราะที่มาจากใบหน้าที่ส่ายเล็กๆเฮยอู๋ฉางเข้าใจทันที นางคิดว่าเขาโกหกสินะ ตอนนี้เขาไม่สนใจเื่นางเห็นเขาได้อย่างไรแล้วอยากรู้เพียงนางถูกใจเสน่ห์ใดของเขานักหนากัน
“องค์หญิงผิงอัน…”
“ข้าชื่อหลี่อวี้ฝู”
“เอาล่ะหลี่อวี้ฝู ข้าไม่ซักไซ้เื่ส่วนตัวของเ้า แต่ตอนนี้ดึกแล้ว สตรีไม่ควรเพ่นพ่านกลับไปที่ของเ้าเสีย” เฮยอู๋ฉางผายมือเชิญหลี่อวี้ฝูกลับไปยังโลกของนางที่ไม่เกี่ยวกับเขาแม้ไม่เข้าใจเื่นามสกุลของนางที่ไม่ใช่สวี่ ซึ่งเป็นามสกุลของราชวงศ์จิ้ง แต่นั่นไม่ใช่เื่ของเขา
เพราะเื่ของเขามีเพียงจับิญญาเหลียงป๋อและไม่มีเื่ยุ่งเกี่ยวใดกับมนุษย์
“ข้าไม่สนใจเื่ท่านโกหกข้าทำไมแต่ท่านไม่อยากร่ำรวยรึ?” หลี่อวี้ฝูกอดอกแน่น ความมั่นใจบนใบหน้าหายไปครึ่งหนึ่ง
แม้นางจะบอกว่าเขาโกหกแต่นางก็เรียกให้เกียรติเขา นี่คือการล้อเลียนของมนุษย์ผู้สูงศักดิ์หรือย่างไร ไม่ทราบว่าคนรอบข้างของนางคิดแบบไหนแต่นางประหลาดเกินเขาจะเข้าใจ
“ข้าไม่รู้ทำไมเ้าต้องพยายามกับข้าขนาดนี้แต่ข้าแต่งงานกับเ้าไม่ได้” เฮยอู๋ฉางปฏิเสธเสียงแข็ง ส่งสายตาเรียบเฉยประชันกับนางทว่าสู้ไม่ได้เขาเดาสายตาของนางไม่ได้เลย
“ท่านเชื่อเื่พรหมลิขิตไหม”หลี่อวี้ฝูปั้นหน้ามั่นใจตัวเอง ทั้งที่ใครจะรู้ว่าภายในกำลังเสียอาการ เพราะไม่มีใครเลยปฏิเสธนาง“ข้าชอบท่าน”
“เ้าจะมีพรหมลิขิตกับชายใดก็ได้แต่เ้าจะมีกับยมทูตไม่ได้” แน่นอนว่าเฮยอู๋ฉางยังคงปฏิเสธอย่างหนักแน่น เื่พรหมลิขิตสำหรับเขาถือเป็เื่ไร้สาระและเื่ที่มีมนุษย์มาบอกว่าเขาเป็พรหมลิขิตของนาง ยิ่งเป็เื่ประหลาดที่ใต้หล้าไม่ควรมี
“ข้าเป็ยมทูต”เขาไม่ลืมจะย้ำอีกครา
“ท่าน้าคฤหาสน์หรือไม่? สมบัติมากมูลค่าล่ะ?” หญิงสาวพยายามยื่นข้อเสนอน่าจับต้องแต่น่าเสียดายที่นางยื่นมันให้กับยมทูตที่ไม่้าของเหล่านี้
สายตาขององค์หญิงผิงอันเริ่มเปลี่ยนความกังวลอย่างเห็นได้ชัดและเฮยอู๋ฉางก็ทราบด้วยว่านางพยามซ่อนมันไว้ แต่สิ่งที่เขาอยากทราบมากกว่านี้ว่ามีเื่ใดให้องค์หญิงเ้ายศเช่นนี้ต้องพยายามกับชายแปลกหน้าที่ไม่มีแม้แต่เงาแบบเขาด้วยทั้งที่นางจะแต่งงานกับชายใดก็เป็เื่ง่าย
เฮยอู๋ฉางเดินเข้าไปใกล้หลี่อวี้ฝูก้มหน้าลงจ้องตานางเพื่อััถึงความในใจ และความในใจของนางคือไม่อยากออกจากเมืองหลวงเป็คำตอบจากใจที่ทำเขายิ่งหมดคำพูด
“จริงอยู่ที่ข้าไม่ได้อยู่นอกเมืองหลวงแต่ข้าอยู่นอกโลกมนุษย์”
“เลิกพยายามเถอะองค์หญิง”เฮยอู๋ฉางพูดพลางหลับตาแน่น ไล่ภาพดวงตากลมที่เต็มไปด้วยความคาดหวังออกจากหัว แต่ดูจะไม่ง่ายเลยดั่งดวงตาของนางประทับในหัวเขาเสียแล้ว “คืนนี้เหลียงป๋อจะถึงฆาต ข้าทำได้แค่ช่วยพาเขาไปปรโลก”
“ถ้าข้าบอกว่า…ข้าจะแต่งงานกับท่านให้ได้ล่ะ”หลี่อวี้ฝูฮึดเฮือกสุดท้าย เขย่งกันไม่ยอมให้เขาเดินผ่านนางไปยังโรงเตี๊ยม คล้ายนางไม่เชื่อเื่ที่เขาพูดก่อนหน้าเลย
“ไม่มีหญิงใดแต่งงานกับยมทูต”เฮยอู๋ฉางพูดเสียงเรียบพลางไพล่หลัง มีหลายๆ วูบที่จะพูดตัดปัญหา ว่าจะยอมเข้าพิธีแต่งงานกับนางยามราตรีเมื่อตะวันโผล่นางจะกลายเป็หม้าย นางจะตกลงหรือไม่ แต่เขาไม่ได้พูดมันออกไป
“ท่านไม่สนใจข้าเลยหรือ”
อาจเป็เพราะความน่าสงสารที่นางซ่อนไว้ด้วยรูปโฉมหญิงผู้ยโสทำให้เขาไม่อาจทำเื่ร้ายกาจกับนางได้อีก
“กลับไปโลกของเ้าเถอะคิดเสียว่าคืนนี้เป็เพียงความฝัน” เขาพูดเพียงเท่านี้ก่อนดีดนิ้วหนึ่งครั้ง เป็ผลให้หลี่อวี้ฝูเข่าอ่อนหมดสติลงบนพื้นทันที
เฮยอู๋ฉางถอนหายใจพลางมองร่างบางด้วยความรู้สึกยากอธิบายเขาปล่อยร่างของนางทิ้งไว้แล้วเดินต่อไปยังโรงเตี๊ยมซานปู้ แต่เมื่อถึงหน้าโรงเตี๊ยมกลับมีแต่ความคิดว่านางจะปลอดภัยหรือไม่ จะเป็ตายร้ายดีอย่างไรในตรอกเปลี่ยว หญิงงามหมดสติตรงนั้นไม่ใช่เื่ดี
เขาตัดใจเข้าสิงร่างหญิงคนหนึ่งที่เป็คนของโรงเตี๊ยมกลับไปพยูงร่างจิ้งจอกน้อยไปส่งที่สำนักเหวยฝู โชคดีที่เด็กเสี่ยวเหวยออกมารอนางอยู่ที่หน้าสำนักพอดีเขาจึงรีบส่งนางแล้วขอตัวออกมาทันที
ข้ออ้างที่เขาบอกเสี่ยวเหวยว่าหลี่อวี้ฝูเป็ลมเพราะไม่ได้ทานอาหารคงเป็ข้ออ้างที่ดีที่สุด
เฮยอู๋ฉางลืมไปว่าเื่ที่หลี่อวี้ฝูได้ทานอาหารหรือไม่คนที่อยู่ในต้าเหวยไจเท่านั้นที่ทราบ หญิงจากโรงเตี๊ยมซานปู้จะทราบได้อย่างไร แต่โชคดีที่เสี่ยวเหวยไม่ทันคิดเื่นี้
เเละการที่เขารู้เื่นี้เท่ากับเป็การตอบคำถามสุดท้ายของฝ่ายหญิงโดยที่เขาไม่รู้ตัว