
Just For Love 18
“ฟาง ยิ้มบ้างสิ” พี่โบ้ทเดินเข้ามากระซิบบอก แต่จะให้ฉันยิ้มออกได้ยังไงก็หลังจากที่ซันเดย์ขอให้เพื่อนฉันอย่างฝุ่นไล่ฉันออกจากงาน จากนั้นหนึ่งเดือนฉันก็ถูกไล่ออกและซันเดย์ก็รวบรัดจับฉันเซ็นสัญญาเป็ผู้จัดการส่วนตัวของเขาและตอนนี้เขาเริ่มกลับมารับงานถ่ายแบบอีกครั้ง ฉันจะไม่เครียดเลยถ้าซันเดย์ไม่มีถ่ายแบบคู่กับพี่พี คนที่ฉันเคยเป็แฟนคลับั้แ่ที่เขาเข้าวงการแรก ๆ แต่เพราะมีเื่ราวบางอย่างทำให้ฉันตัดสินใจหยุดตามเขาและให้กำลังใจห่าง ๆ แทน และตอนนี้ฉันไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงเอาแต่มองและพยายามเข้ามาถามเข้ามาทักจนออกนอกหน้าแบบนี้ เพราะยิ่งเขาทำท่าทางอยากคุยกับฉันมากเท่าไหร่ซันเดย์ก็ยิ่งมีอาการหงุดหงิดมากเท่านั้น กระทั่งเขาถูกเรียกตัวเข้าไปถ่ายแบบฉันจึงมีเวลาหายใจหายคอโล่งและพี่โบ้ทเดินเข้ามาหาเมื่อกี้นี่แหละ
“พี่โบ้ท หนูไม่อยากคุยกับเขา”
“พี่ก็ไม่อยากให้คุย” พี่โบ้ทมองพี่พีอย่างไม่เป็มิตร ซันเดย์ที่ถ่ายเสร็จก่อนเดินตรงเข้ามาฉันและถอดเสื้อคลุมที่สวมอยู่ส่งมาให้ฉันถือไว้ ก่อนจะแบมือขอขวดน้ำของเขา
“รู้จักกันเหรอ” ซันเดย์ก้มหน้าถามฉันเสียงเข้ม
“ไม่รู้จัก”
“แล้วทำไมเขาถึงทำเหมือนรู้จักขนาดนั้น มีอะไรที่ยังไม่ได้บอกไหม”
“ก็...”
“ฟาง พี่เสร็จงานแล้ว เดี๋ยวเราไปทานข้าวด้วยกันนะ” แต่เสียงฉันถูกแทรกแทนด้วยน้ำเสียงของคนที่มาใหม่อย่างพี่พี ที่แทรกตัวเข้ามาร่วมวงสนทนาอย่างหน้ามึน มือก็พยายามส่งมาจับมือฉัน แต่ก็ไม่ทันได้ใกล้หรือแตะเพราะพี่โบ้ทดึงฉันไปหลบข้างหลังและซันเดย์ขยับเข้ามายืนกั้น
“อ่า ขอโทษด้วยนะครับ ผมขอคุยกับฟาง...”
“ไม่มีความจำเป็หรอกนะ คุณกลับไปเถอะ” พี่โบ้ทตอบกลับอีกฝ่ายเสียงนิ่ง ๆ
“แต่ผมอยากคุยกับฟาง...”
“แต่เราไม่มีอะไรจะคุยกับคุณค่ะ อย่าทำแบบนี้เลย”
“ฟาง ตอนนั้นพี่ยังเด็กพี่ขอโทษนะครับ เรากลับมาเริ่มกันใหม่นะ” คนตรงหน้าขยับเข้ามาใกล้ ฉันถอยหลังออกห่างส่วนซันเดย์ขยับมายืนกั้นฉันไว้ พี่พีมองซันเดย์อย่างไม่เป็มิตรเช่นเดียวกัน
“ซันเดย์ถอยออกไป” พี่พีกระซิบบอกซันเสียงเข้ม แต่มีเหรออีกฝ่ายจะกลัว
“คุณต่างหากที่ต้องถอยไป”
“กูเตือนมึงแล้วนะ!” พี่พีตะคอกเสียงดังจนคนรอบข้างหันมามองด้วยความสนใจ
“ผมไม่รู้ว่าคุณคิดจะทำอะไร แต่อย่ามายุ่งกับคนของผม!” ซันเดย์เองก็ไม่ยอมน้อยหน้าเขาบอกอีกฝ่ายเสียงดังฟังชัด ก่อนจะดึงมือฉันเดินกลับเข้าไปในห้องแต่งตัว ฉันดีใจอยู่มากเมื่องานเสร็จพอดี ซันเดย์เดินเข้าไปเปลี่ยนเป็ชุดตัวเองและออกมายืนจ้องฉันที่ยืนรอเขาที่มุมห้อง
“ทำไมมองแบบนั้นเล่า” ฉันถามเสียงแ่ สายตาเขาตอนนี้น่ากลัวมากจริง ๆ
“ไม่ต้องมองแบบนั้น ได้คุยแน่ ๆ เตรียมตัวไว้เลย” ซันเดย์ดุฉันเสียงเข้ม จากนั้นก็สะพายกระเป๋าเสื้อผ้าไม่ลืมส่งกระเป๋าเป้สีเข้มของเขามาให้ฉันถือ ซึ่งในนั้นก็ไม่มีอะไรนอกจากกระเป๋าสตางค์และของสำคัญต่าง ๆ ของเขา ระหว่างที่เดินออกมาพี่พียังพยายามเดินเข้ามาคุยแต่ก็ถูกพี่โบ้ทเรียกเข้าไปคุยอีกมุม ขอบคุณค่ะพี่โบ้ทหนูจะตอบแทนพี่อย่างงามที่กักเขาไว้ให้
“งานวันนี้หมดแล้วนะ อยากทานอะไรหรือเปล่า” ฉันถามซันเดย์เมื่อเราขึ้นมานั่งบนรถกันแล้วเรียบร้อย ซันเดย์ขับรถออกจากสตูฯ เงียบ ๆ พอถามคำก็ตอบคำ
“ไม่หิว”
“งั้นเดี๋ยวไปส่งที่คอนโด...”
“เล่าเื่ผู้ชายคนนั้นมาเดี๋ยวนี้นะฟาง อย่ามาปล่อยเบลอแบบนี้”
“ก็เคยคบกันก่อนที่เขาจะเข้าวงการแล้วก็เลิกกันตอนเขาเริ่มดัง...”
“ยังรักอยู่ไหม...” ซันเดย์เอ่ยถามเสียงเข้ม ฉันเหลือบตามมองเขาอย่างชั่งใจและตัดสินใจจะเล่าให้เขาฟัง
“ไม่รักแล้ว ที่ต้องเลิกเพราะเขาอ้างว่าทางบริษัทให้เลิกมันเป็สัญญาน่ะ ตอนนั้นมันก็รักเลยตามให้กำลังใจเขาเป็แฟนคลับเขา แต่มารู้ทีหลังว่าเขากำลังคุยกับดาราที่ร่วมงานด้วย จากนั้นก็เลยไม่ได้ติดต่อเขาแล้วล่ะแล้วก็ไม่ได้รู้สึกอะไรด้วยแล้ว แค่ไม่ชอบที่เขาเคยโกหกก็แค่นั้น”
“มั่นใจใช่ไหมว่าไม่ได้คิดอะไร”
“มั่นใจค่ะ”
“ก็แล้วไป แล้วจำได้ไหมที่มีคนไปยืนเคาะห้องเมื่อหลายเดือนก่อน...ผู้ชายคนนี้นี่แหละ”
“จะ จริงเหรอ”
“จริงครับ ว่าจะถามหลายครั้งแล้วล่ะแต่กลัวละลาบละล้วงเกินไปเลยไม่อยากถาม”
“ตอนนี้มันไม่มีอะไรแล้วนะ” ฉันยืนยันกับเขาอีกครั้ง ไม่ชอบเลยเวลาถูกเข้าใจผิดแบบนี้
“รู้แล้วครับ แต่ถ้ามีอะไรให้รีบบอกเข้าใจไหม ทั้งเื่แฟนเก่าและคนพวกนั้นที่อยู่ไต้หวันถ้าล้ำเส้นอีกให้รีบบอก”
“ค่ะ” จะว่าไปคนที่มีเื่ด้วยตอนไปไต้หวันตอนนี้ก็เงียบ ๆ แล้วล่ะ
“แล้วจะไปไหนไหม”
“มีนัดกับพี่อี้ค่ะ นัดทานข้าวกัน”
“ที่ไหนครับ เดี๋ยวไปส่ง”
“ที่บ้าน...”
“ขอไปด้วยได้ไหม อยากเจอคุณป้าด้วย”
“มั่นใจแล้วเหรอที่จะเจอป้าเรา...”
“มั่นใจนานแล้วครับ นะ ขอไปด้วยนะ”
===============
HD อะไรเบอร์นั้นคะคุณ