ได้เกิดใหม่ข้าจะไม่ขี้เกียจแล้วสาบานเลย

    ปรึกษาเรื่องปัญหา

     ปรึกษาเรื่องปัญหา

               หลังจากที่มี่หนิงหยางออกไปจากงานแล้วทุกอย่างก็กลับมาอยู่ในสภาวะปกติเหล่าขุนนางพร้อมด้วยครอบครัวต่อแถวเรียงหน้าเข้าไปถวายของล้ำค่าให้แก่อันเต๋อเฟยกันไม่ขาดสายแม้กระทั่งเจียงลู่เหวินยังออกไปถวายของแก่อันเต๋อเฟยแล้วเมื่อครู่นี้

    “เจ้ามาคนเดียวจริงๆรึ” เจียงลู่เหวินยังไม่นึกว่านางจะมาคนเดียวจริงๆ นางชักจะเก่งหรือกล้าบ้าบิ่นไปแล้วกันแน่

    “ก็ใช่น่ะสิเจ้าคะข้าก็บอกท่านไปแล้วแต่ท่านก็ไม่ยอมเชื่อ” ชิงเถาตอบออกมาด้วยเสียงหงุดหงิดนิดๆที่เขาถามนางหลายรอบแล้วกับเรื่องนี้

    “เช่นนั้นแล้วไหนของขวัญที่เจ้าจะถวายให้อันเต๋อเฟยล่ะ”เขายอมกับชิงเถาแล้วจึงถามออกมาอีกตอนแรกเขาเพียงคิดว่านางแยกออกจากครอบครัวมานั่งกับเขาเท่านั้นไม่คิดว่านางจะมาคนเดียวจริงๆ

    “ไม่มีหรอก”นางตอบออกมาเขาที่ได้ฟังได้แต่แปลกใจ แต่ทำเช่นไรได้นางรีบซะขนาดนี้แต่งตัวเรียบร้อยก็ดีแล้ว อีกอย่างนางไม่ได้จะมาร่วมงานจริงๆ เสียหน่อย

    “ได้อย่างไรเจ้าชักเสียมารยาทกับเบื้องสูงมากไปแล้ว”เขาเอ่ยกับนางออกมาและแกล้งขยับห่างออกจากนางเล็กน้อยเหมือนว่านางกับเขาไม่รู้จักกันมาก่อนอย่างไรอย่างนั้น

    “เจ้าค่ะข้ามันเด็กไม่มีมารยาท” ชิงเถาตอบกับเขาออกมาแบบงอนๆ ไม่จริงจังนักนางรู้ว่าเขาเพียงเล่นกับนางนางก็เลยรับมาเล่นกลับไปเล็กน้อย

              

               หลังจากที่ชิงเถานั่งอยู่ในงานจนเกือบจะเข้ายามเซิน(15.00-16.59น.) งานเลี้ยงก็จบลงนางรีบร้อนออกจากวังกลับบ้านอย่างไม่ต้องมีใครมาเร่งรัด เพราะตัวนางเร่งตัวเองได้โชคดีที่ในบันทึกของขันทีผู้ขานชื่อคนถวายของแก่อันเต๋อเฟยไม่มีชื่อนางไม่เช่นนั้นแล้วนางคงต้องเอาตัวและหัวใจดวงน้อยๆ ของนางถวายให้แก่นางไปแล้วเพราะว่าไม่มีของล้ำค่าอะไรติดตัวไปเลย (นางมั่นหน้าว่าตัวเองล้ำค่าซะ : Rinaceae)  แต่ว่านางยังไม่ทันจะได้ขึ้นรถม้ากลับจวนเลยกลับเจอคนมาขัดขวางไว้เสียก่อน

    “คุณหนูขอรับคุณหนู”เสียงเด็กหนุ่มเรียกชิงเถาไว้เสียงหลงเมื่อเขาเห็นว่านางกำลังจะกลับแล้ว ทำยังไงได้เจ้านายเขาพึ่งสั่งการมาเมื่อเขามาถึงก็เกือบจะไม่ทันนางเสียแล้ว

    “หืม”ชิงเถาที่ได้ยินนางมองไปทางต้นเสียงทันทีด้วยเสียงเรียกที่ดังมิใช่เพียงนางหรอกที่หันใครที่รู้ว่าตัวเองเป็นหญิงสาวก็หันตามเสียงเรียกที่ไม่จำเพาะเจาะจงทั้งนั้น

    “คุณหนูขอรับ”ลี่กันที่เห็นว่าชิงเถาหยุดพอดีเขาจึงยิ่งวิ่งเข้ามาหานางตรงหน้าอย่างเร็ว

    “เจ้าเรียกข้าเช่นนั้นรึ”ชิงเถาชี้เข้าหาตัวเองแล้วถามเขาออกไปอย่างสงสัย

    “ใช่ขอรับข้าน้อยได้รับคำสั่งจากคุณชายให้ตามตัวคุณหนูไปพบ” ลี่กันหยุดหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะบอกความแก่ชิงเถาออกไป

    “คุณชายมี่มีเรื่องอะไรจะคุยกับข้าอย่างนั้นหรือ”นางแกล้งถามออกมาอย่างสงสัย ทั้งๆที่ก็รู้อยู่เต็มอกว่าเขาตามตัวนางด้วยเรื่องอันใด

    “เรื่องนั้นข้าน้อยก็ตอบไม่ได้ขอรับข้ามีหน้าที่เพียงมาเชิญคุณหนูไป เชิญคุณหนูทางนั้นเถอะ”ลี่กันเขาไม่สามารถบอกนางได้ว่าเรื่องอะไร ได้แต่เชิญนางไปเท่านั้น

    “เดี๋ยวข้าจะไปเองเจ้าไม่เห็นรึว่าข้านั่งรถม้ามา” ชิงเถาตอบแล้วหนีขึ้นรถม้าทันทีปล่อยให้ลี่กันยืนมองนางตาปริบๆเขาจะทำเช่นไรได้นอกจากต้องกลับไปขึ้นรถม้าแล้วตามนางไปติดๆไม่ให้คาดสายตาเท่านั้น

     

               ชิงเถาใช้เวลานั่งรถม้ายังไม่ครึ่งเค่อดีก็มาถึงยังจวนของคุณชายมี่ซึ่งนับว่าฮ่องเต้รักเขามากอย่างแท้จริงด้วยการประทานจวนให้เขาได้อยู่ใกล้กับพระองค์เช่นนี้

    “เชิญคุณหนูด้านในขอรับ”เมื่อถึงหน้าจวนชิงเถาลงมาจากรถม้าก็ได้รับคำเชิญจากลี่กันและนำนางเข้าไปยังด้านใน

    “แล้วรถม้าข้า”นางถามเขาออกมาเมื่อจะเข้าไปด้านในนางก็ห่วงเจ้าสี่เท้าทั้งสองตัวของนางอยู่

    “เดี๋ยวมีคนมาพาพวกมันไปดูแลให้ขอรับ”

    “เช่นนั้นก็ดี งั้นก็นำไปเถอะ”ชิงเถาเอ่ยออกมาอย่างพอใจ

    “ขอรับ”ลี่กันตอบตกลงแล้วเร่งเดินนำนางเข้าไปหาเจ้านายของเขาที่รอนางอยู่ทันที

     

               ลี่กันนำทางชิงเถามายังห้องๆหนึ่งที่อยู่เรือนส่วนตัวของเขาที่นี่ดูเงียบสงบแม้กระทั่งบ่าวไพร่ก็ไม่เห็นมาเดินเพ่นพ่านเลยจะมีก็เพียงแต่บุรุษหน้าเข้มยืนหน้านิ่งอยู่ด้านหน้าเพียงสองคนเท่านั้น

    “คุณชายขอรับ ข้าน้อยพาคุณหนูเจี้ยนเฉิงมาพบแล้วขอรับ”ลี่กันหยุดยืนอยู่ยังหน้าประตูแล้วเอ่ยเสียงบอกให้คนข้างในได้รับรู้

    “ให้นางเข้ามา”เสียงดังออกมาจากข้างในซึ่งมิใช่ใครอื่นนั่นคือเสียงของคุณชายมี่นั่นเอง

    “เชิญขอรับคุณหนู”ลี่กันเปิดประตูเชิญนางเข้าไปแต่ตัวเขานั่นกลับหยุดนิ่งอยู่กับที่ไม่ได้ตามนางเข้ามาด้วย นางมองหน้าเขาอย่างเชิญแล้วเขาก็ทำเพียงส่ายหน้าและพยักพเยิดเหมือนส่งสัญญาณให้นางรีบๆเข้าไปข้างในเสียทีมาให้

    “เชิญเจ้าแม่ค้าน้อยนั่งก่อน”มี่หนิงหยางที่เห็นนางเดินเข้ามาอย่างตื่นๆ จึงเอ่ยเชิญนางให้นั่งลงบนเบาะผ้าบนพื้นตรงข้ามกับเขาซึ่งมีโต๊ะทำงานเตี้ยๆกั้นกลางอยู่

    “คารวะคุณชายเจ้าค่ะ”ชิงเถาเอ่ยออกมาพร้อมเคารพเขาตามธรรมเนียมก่อนจะนั่งลงตามคำเชิญของเขา

    “ตามสบายเถอะ”เขาเอ่ยบอกนางน้ำเสียงฟังแล้วดูจริงจังกว่าทุกทีมากเพราะปกติที่นางเจอเขาไม่ว่าจะได้พูดคุยหรือเพียงเห็นหรือได้ยินเสียงเขาผ่านๆน้ำเสียงเขาก็ไม่ใช่โทนแบบนี้อย่างแน่นอน ซึ่งชิงเถาคิดว่าอาจเป็นเพราะเรื่องวันนี้ที่เขาให้เขาต้องทำตัวเป็นงานเป็นการจริงจังมากกว่าทุกทีอย่างไม่ต้องสงสัย

    “อ่อคือว่า”ชิงเถาที่เห็นเขาเงียบไม่ยอมปริปาก จนนางที่นั่งอยู่ตรงข้ามไม่รู้จะจดจ้องมองไปตรงไหนแล้วจึงได้จะเปิดประโยคออกมาแต่ก็ไม่รู้จะเริ่มอย่างไรดี

    “ ”เขาก็ไม่พูดอะไรเหมือนจะรอให้นางเป็นคนพูดก่อนอย่างไรอย่างนั้น

    “คุณชายมีเรื่องอันใดจะพูดคุยกับข้าน้อยหรือเจ้าคะ”นางเกริ่นๆ ออกมารอฟังคำถามของเขาดูก่อน

    “เรื่องนี้”มี่หนิงหยางวางแผ่นกระดาษที่เจียงลู่เหวินส่งให้เขาไว้บนโต๊ะเสียงดังจนชิงเถาถึงกับสะดุ้งตัวโยงกันไปเลยทีเดียว

    “เรื่องนี้เอง”นางเอ่ยออกมาด้วยเสียงใจดีสู้เสือสุดๆ ตอนนี้มี่หนิงหยางเขาดูจะอารมณ์ไม่ดีพอสมควร

    “ใช่ข้าต้องมีเรื่องอื่นใดอีกอย่างนั้นรึ”

    “ไม่ๆ เจ้าค่ะมีเพียงเรื่องนี้ จริงๆ เรื่องนี้ข้าก็รู้ไม่มากเท่าไหร่ ข้ารู้แค่”ชิงเถาที่เริ่มไม่อยากจะอยู่ในห้องนี้กับเขานานไปกว่านี้จึงได้รีบเอ่ยเรื่องราวทั้งหมดให้เขารู้ไปโดยนางเปลี่ยนจากเนื้อหาส่วนตรงเชี่ยนเชี่ยนมาบอกนางเป็นบังเอิญได้ยินเจ้าพวกนั้นพูดกันตอนไปรับของเท่านั้นแต่ตอนนั้นนางกลัวพวกมันมากจึงไม่ได้ขัดขวางไว้แต่จะเร่งเอาเรื่องนี้มาบอกเขาแทนแต่ว่าการจะเข้าไปในวังนั้นยากเย็นนางจึงหาทางอยู่นานพอสมควรซึ่งพอเรื่องราวที่นางได้ซักซ้อมกับเชี่ยนเชี่ยนตั้งแต่เดินทางมาที่นี่ได้เปล่งออกให้อีกคนฟังมี่หนิงหยางนั้นก็ดูเหมือนจะเชื่อนางได้ไม่สงสัยในตัวนางเท่าไหร่นัก หรือเปล่านะ

    “จริงรึ”

    “จริงแท้แน่นอนเจ้าค่ะมากกว่านี้หาไม่ได้จากที่ไหนแล้ว” ชิงเถาเอ่ยยืนยันออกมาอย่างหนักแน่นเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับเรื่องเล่าของนางเข้าไปอีกมากจนจะเกินพออยู่แล้ว

    ‘ไม่ต้องขนาดนั้นแล้วก็ได้นะเจ้ามี่หนิงหยางจะไม่เชื่อก็เพราะประโยคเมื่อครู่นี่หล่ะ’แม้แต่เชี่ยนเชี่ยนก็ยังต้องปรามนางเอาไว้ไม่ให้นางออกนอกหน้ามากเกินไปแล้ว

    ‘น่าขอนิดหนึ่ง’

    “ถ้าเรื่องเป็นอย่างที่เจ้าพูดเช่นนั้นข้าคิดว่าเมื่อแผนพวกมันไม่สำเร็จ ก็ต้องมีแผนมาทดแทน ซึ่งข้าคิดว่าต้องร้ายแรงยิ่งกว่าเดิมดีไม่ดีเจ้าก็อาจจะโดนร่างแหไปด้วยก็เป็นได้” มี่หนิงหยางเอ่ยออกมาอย่างกังวลตอนนี้ไม่ใช่เพียงเขาสั่งให้คนของเขาออกตามล่าหาตัวคนร้ายแต่ยังสั่งให้ผสานกำลังป้องกันคนต่างๆ ที่เป็นเป้าหมายจากเรื่องนี้อย่างแน่นหนายิ่งกว่าเดิม

    “แล้วอย่างนี้ท่านมีแผนการอย่างไรบ้างเจ้าคะ” นางถามออกมาอย่างสงสัยแต่กลับได้รับสายตาดุเข้มยิ่งกว่าเดิมมาให้นาง

    “ไม่ๆข้าไม่ได้หมายความว่าอยากรู้แผนของท่านทั้งหมดข้าเพียงอยากรู้สิ่งที่เกี่ยวข้องกับข้าด้วยเท่านั้น”นางรีบเอ่ยออกมาก่อนที่เขาจะคิดว่านางเป็นพวกของคนร้ายแอบมาหาข้อมูลเสียเอง

    “เจ้าไม่ต้องทำอะไรอยู่เฉยๆ อย่างเช่นปกติไป เรื่องทั้งหมดข้าจะจัดการเอง”เขาเอ่ยบอกนางออกมาอย่างใจเย็นลงเล็กน้อยหลังจากนั้นจึงถามเรื่องกับนางอีกสองสามเรื่องจึงได้ปล่อยนางกลับจวนไปได้

     

     


    คล้ายกับเรื่องได้เกิดใหม่ข้าจะไม่ขี้เกียจแล้วสาบานเลย ที่คุณอ่าน