[ Untitled Story ]

    บทที่ 26

            หนึ่งวันหลังจากสงครามปกป้องฟิลด์จบลงเสียงของฝีเท้าผู้คนดังก้องไปทั่วซากปรักหักพังของเมืองนิวโฮป แสงแดดสีทองอร่ามสาดส่องลงมา ส่องกระทบกับอาคารบ้านเรือนที่พังทลาย ร้านค้าที่ถูกทำลายและกำแพงเมืองที่แตกร้าวจากการล้อมจับและการหลบหนีของอารากอสบรรยากาศในเมืองนั้นเงียบสงบแต่…มันกลับเป็นความเงียบสงบที่แฝงไปด้วยความโศกเศร้าและความหวาดกลัว

            ผู้คนมากมายเดินผ่านซากปรักหักพังที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นบ้านร้านค้า และสถานที่สำคัญต่างๆ ใบหน้าของพวกเขาซีดเซียวเศษฝุ่นและคราบเลือดเปรอะเปื้อนไปทั่วร่างกายพวกเขามองไปยังลานกว้างหน้าปราสาทกลางเมืองสถานที่ที่พวกเขาจะได้รับรู้ถึงความจริง

    “เกิดอะไรขึ้นเหรอ?”

    “ทำไมพวกเขาต้องเรียกพวกเรามารวมตัวกันแบบนี้ด้วย?”

    “ฉันได้ยินมาว่า…พวกเขาจะประกาศอะไรบางอย่าง…”

            เสียงกระซิบกระซาบของผู้คนดังไปทั่วพวกเขามองไปยังแท่นที่ตั้งอยู่กลางลานกว้าง บนนั้นมีอเล็กซ์ ลูเซียน่า และเซเรียนยืนรออยู่

             

            อเล็กซ์ในชุดคลุมสีดำสนิทที่เต็มไปด้วยรอยขาดวิ่นจากการต่อสู้ยืนอยู่ตรงกลาง เขาสบตากับผู้คนมากมายเบื้องหน้าดวงตาสีเขียวมรกตของเขาฉายแววเหนื่อยล้า แต่ก็ยังคงความมุ่งมั่นเอาไว้

            ลูเซียน่าในชุดคลุมสีม่วงเข้มที่เปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นและคราบเลือดยืนอยู่ทางด้านขวาของอเล็กซ์ ใบหน้าสวยคมของเธอซีดเซียวแววตาสีฟ้าอมเขียวของเธอฉายแววอ่อนล้า

            ส่วนเซเรียนในสูทสีขาวที่ดูเรียบง่ายยืนอยู่ทางด้านซ้ายของอเล็กซ์ ใบหน้าดูเหนื่อยล้า และดูเย็นชามากกว่าปกติ

            อเล็กซ์สูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะกวาดตามองไปยังผู้คนเบื้องหน้า “พวกเรารอดชีวิตมาได้”น้ำเสียงของเขาแหบพร่า แต่หนักแน่น เขาพูดต่อ “จากสงครามปกป้องฟิลด์…พวกเรารอดมาได้”

            เสียงฮือฮาดังขึ้นจากฝูงชนพวกเขามองอเล็กซ์ด้วยแววตาที่หลากหลาย บางคนดีใจที่รอดชีวิตบางคนโศกเศร้ากับการสูญเสีย บางคนยังคงหวาดกลัวกับสิ่งที่เกิดขึ้น

     

            “แต่…เราก็สูญเสียไปมากเช่นกัน” อเล็กซ์พูดต่อ เสียงของเขาหนักอึ้ง “ผู้คนมากมายพวกพ้องของเรา… พวกเขาต้องสละชีวิตไป...”

            ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วลานกว้างบรรยากาศรอบข้างเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ผู้คนก้มหน้าลง หลายคนหลั่งน้ำตา

     

            ลูเซียน่าก้าวเท้าออกมาข้างหน้าแววตาสีฟ้าอมเขียวของเธอสำรวจไปทั่วทั้งลานกว้างเห็นใบหน้าสับสนของผู้คนมากมายที่มารวมตัวกันอยู่เบื้องหน้า “พวกท่านคงสงสัยในสิ่งที่เกิดขึ้นสงสัยในเรื่องของสงคราม และในเรื่องของพวกเรา” เธอเว้นวรรค มองไปยังผู้คน “สงสัยว่าทำไมพวกเราถึงทำแบบนั้น”

            ใบหน้าของเหล่าผู้คนเต็มไปด้วยคำถามพวกเขาไม่เข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่เข้าใจในเรื่องของสงครามและ…ไม่เข้าใจในเรื่องของ 3 ผู้นำสมาคมเหตุใดพวกเขาถึงต้องทำแบบนั้น เหตุใดถึงต้องทำให้เมืองวุ่นวาย

    “ความจริงก็คือ…”

            “พวกเราไม่ได้เกลียดกัน ที่ผ่านมามันเป็นเพียงแผนการแผนการที่พวกเราวางเอาไว้ เพื่อล่อให้พวกสายลับเผยตัวตนออกมา” ลูเซียน่าพูดต่อน้ำเสียงของเธอมั่นคง

            “พวกเราทั้งสามคน ต้องการปกป้องเมืองนิวโฮป ต้องการปกป้องบ้านของพวกเราพวกเราร่วมมือกันมาตลอด” เซเรียนกล่าวเสริม เสียงของเขานั้นหนักแน่น

             

    เหล่าผู้คนในเมืองนิวโฮปต่างตกตะลึง พวกเขามองหน้ากัน

            “พวกเขาไม่ได้ทะเลาะกันเหรอ?” ชายคนหนึ่งพูดขึ้นน้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ “แล้วใครล่ะ…ที่เป็นศัตรูตัวจริง?”

            “ทำไม…ทำไมพวกมันถึงต้องการทำลายเมืองของเรา”เสียงของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้น เธออุ้มลูกน้อยเอาไว้ในอ้อมแขนใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

    อเล็กซ์ลูเซียน่า และเซเรียน มองหน้ากัน พวกเขารู้สึกได้ถึงความสับสนของผู้คน

            “พวกมันคือ…องค์กรลับ! พวกมันมาจากนอกฟิลด์ A11 พวกมันลอบเข้ามาในฟิลด์ของเราแล้วก็วางแผนทำลายล้างเมืองของเรา” อเล็กซ์ประกาศออกมาอย่างชัดเจนเสียงของเขาดังก้องไปทั่วลานกว้าง

            “พวกมันคือเงา เงาที่คอยกัดกร่อน เงาที่คอยทำลายล้างทุกสิ่งทุกอย่าง”เซเรียนเสริม ใบหน้าหล่อเหลาของเขาเคร่งขรึม แววตาสีฟ้าอ่อนเย็นชา

            อเล็กซ์มองไปยังผู้คนเบื้องล่าง“ส่วนเหตุผล… ตอนนี้พวกเรากำลังตรวจสอบอยู่” เขาสบตากับพวกเขา “แต่ที่แน่ ๆ…”

            “พวกเราต้องร่วมมือกัน” เขาเว้นวรรคเล็กน้อย “เราจะต้องแข็งแกร่งกว่าเดิมเพื่อปกป้องเมืองของเราเอาไว้… เพื่อไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้อีก”

     

            “พวกเราทุกคนสมควรที่จะได้รับการเฉลิมฉลองชัยชนะ”อเล็กซ์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นแม้ใบหน้าของเขาจะยังคงดูเหนื่อยล้าจากการต่อสู้แต่เขาก็ยังคงยิ้มออกมาอย่างอบอุ่น “พวกเราทุกคนสู้มาอย่างหนัก เสียสละกันมากมายนี่คือช่วงเวลาที่พวกเราทุกคน…ควรจะได้พักผ่อนและเฉลิมฉลองให้กับชัยชนะ”

            เสียงปรบมือดังขึ้นทั่วลานกว้างผู้คนมากมายเบื้องหน้านั้นดูอ่อนล้า แต่พวกเขาก็ยังคงส่งเสียงเชียร์อเล็กซ์พยักหน้าเล็กน้อย ‘พวกเขายังคงมีแรงใจที่จะสู้ต่อ’ เขารู้สึกดีใจ

            “ใช่แล้วครับ พวกเราต้องเฉลิมฉลอง เพื่อสานสัมพันธ์ของพวกเราชาวเมืองนิวโฮป”เซเรียนกล่าวเสริมด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็นและสุภาพ “เราทุกคนต้องร่วมแรงร่วมใจกันสร้างเมืองนิวโฮปของเราให้กลับมาแข็งแกร่งยิ่งขึ้น”

            “พวกเราจะจัดงานเลี้ยงครั้งยิ่งใหญ่! งานเลี้ยงแห่งแสงอรุณ!”ลูเซียน่าประกาศด้วยรอยยิ้ม เธอสำรวจไปทั่วลานกว้างเห็นใบหน้าของผู้คนเริ่มผ่อนคลายลง “งานเลี้ยงนี้จะจัดขึ้น…เพื่อเป็นการรำลึกถึงผู้เสียสละและเพื่อเป็นการเริ่มต้นใหม่ของพวกเราชาวเมืองนิวโฮป!”

             

    หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป...

    ณลานกว้างใจกลางเมืองนิวโฮป...

            แสงแดดสีทองอร่ามสาดส่องลงมาส่องกระทบกับธงหลากสีสันที่ปลิวไสวไปตามแรงลม ธงเหล่านั้นมีทั้งสีเขียว สีทองและสีม่วง แสดงถึงความสามัคคีของ 3 สมาคมดอกไม้นานาพรรณเบ่งบานส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วบริเวณโต๊ะไม้ยาวถูกจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบมีเก้าอี้มากมายวางเรียงรายไว้สำหรับผู้คนที่จะมาร่วมงานเลี้ยงแสงไฟจากผลึกแสงส่องสว่างไสวราวกับดวงดาวนับล้านดวงสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและน่าหลงใหล

    “ว้าว!สวยจังเลย!”

    “ฉันไม่เคยเห็นงานเลี้ยงที่ไหนยิ่งใหญ่ขนาดนี้มาก่อนเลย”

    “พวกเขาคงจะเตรียมงานกันหนักน่าดู”

            เสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะ“ฮ่าๆๆๆ” ดังก้องไปทั่วลานกว้าง ผู้คนมากมายแต่งกายสวยงามต่างเดินขวักไขว่ไปมาพวกเขามองสำรวจไปรอบๆ อย่างตื่นตาตื่นใจ

    “เนื้อย่าง!ไวเวิร์นย่าง! กิ้งก่าย่าง! เนื้อคราเคน! ผลไม้! เค้ก! ขนมหวาน! อะไรๆก็มีให้เลือกกินเยอะแยะไปหมด!”

    “ไวน์เบียร์ น้ำผลไม้ เครื่องดื่มแปลกๆ! ฉันจะดื่มให้หมดเลย!”

    กลิ่นอาหารหอมกรุ่นโชยมาแตะจมูกทำให้รู้สึกหิว

     

    อเล็กซ์ลูเซียน่า และเซเรียน ยืนอยู่บนเวทีกลางลานกว้างพวกเขามองไปยังผู้คนมากมายที่มารวมตัวกัน

    “เอาล่ะพวกเราเริ่มต้นงานเลี้ยงกันเถอะ” อเล็กซ์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงและทรงพลัง

            “งานเลี้ยงแห่งแสงอรุณ!” ลูเซียน่ายิ้มกว้างเธออยู่ในชุดกระโปรงยาวสีม่วงเข้ม แขนเสื้อยาวพลิ้วไหว “งานเลี้ยงนี้…จะจัดขึ้น 7วัน 7 คืน! จงสนุกกันให้เต็มที่!”

    เสียงปรบมือและเสียงเชียร์ดังขึ้นราวกับฟ้าร้องผู้คนต่างส่งเสียง “วู้วววววว”

            ดนตรีจากวงออเคสตร้าเริ่มบรรเลงเพลงไพเราะและสนุกสนานดังก้องไปทั่วลานกว้าง สร้างความคึกคักให้กับงานเลี้ยง

            อเล็กซ์ก้าวออกมาข้างหน้าเขาสบตากับผู้คนมากมายเบื้องหน้า “พวกเราทุกคน…คือผู้ชนะของสงครามครั้งนี้”เขากล่าว “แม้ว่า…พวกเราจะสูญเสียผู้คนมากมายแต่นั่นก็ยิ่งทำให้…พวกเรารู้ว่าความสามัคคี นั้นสำคัญแค่ไหน”

    “ใช่…พวกเราแข็งแกร่ง”ลูเซียน่าพยักหน้าเห็นด้วยกับอเล็กซ์ “พวกเราแข็งแกร่งกว่าที่เราคิด”

    “พวกเราต้องร่วมมือกันสร้างอนาคตที่ดีกว่าเดิม…ให้กับเมืองนิวโฮป” เซเรียนเสริมด้วยรอยยิ้มบางๆ

     

            จากนั้นอเล็กซ์ก็เริ่มกล่าวไว้อาลัยให้กับผู้เสียสละ “ขอให้ดวงวิญญาณของพวกเขา…จงไปสู่สุคติ”เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่เศร้าสร้อย “เราจะไม่มีวันลืมพวกเขา… พวกเขาคือผู้เสียสละพวกเขาคือ…พวกพ้องที่เราจะไม่มีวันลืม”

    เสียงปรบมือดังขึ้นเบาๆบรรยากาศรอบข้างเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ผู้คนก้มหน้าลง หลายคนหลั่งน้ำตา

    “และเพื่อเป็นการเริ่มต้นใหม่…ขอเชิญทุกคนในเมืองนิวโฮป… สนุกกับงานเลี้ยงแห่งแสงอรุณ!”

    เสียงปรบมือดังขึ้นทั่วลานกว้างเสียงดนตรีจากวงออเคสตร้า เริ่มบรรเลงเพลงที่สนุกสนานมากขึ้น

    “เย้!!!”

    “สนุกกันเถอะ!”

    “ดื่มกิน เต้นรำ! ให้ลืมความทุกข์ไปเลย!”

    เหล่าผู้คนต่างส่งเสียงเชียร์พวกเขายกแก้วไวน์ขึ้น ดื่มกินกันอย่างสนุกสนาน บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก

     

            “เอาล่ะ ไปหาอะไรกินกันเถอะ! ฉันหิวจะแย่แล้ว” ยูนะตะโกนเธออยู่ในชุดกระโปรงสั้นสีแดงสดใส เผยให้เห็นขาเรียวยาวและรอยแผลที่หางของเธอที่ขาดหายไป ‘ฉัน…เดินไม่ค่อยถนัดเลยแฮะ’ ยูนะคิดในใจเธอยังไม่ค่อยชินกับหางที่หายไป

            มาคัสนั้นอยู่ในชุดคลุมยาวสีดำสนิทแขนซ้ายของเขานั้นว่างเปล่า “แขนซ้ายของฉัน… มันหายไปแล้ว” เขาพึมพำกับตัวเอง ‘แต่…ฉันยังมีมือขวา…ฉันยังอ่านหนังสือได้…ฉันยังดื่มไวน์ได้…’

    “โนวานเรน่า พวกนาย…อยากกินอะไร?”

    “ฉัน…อยากกินเนื้อย่าง”เรน่าตอบ เธออยู่ในชุดกระโปรงสีฟ้าอ่อน

            “ส่วนฉัน…อยากดื่มไวน์”โนวานั้นอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงขายาวสีดำ ‘บาดแผลเริ่มหายดีแล้วล่ะ’เขาคิด ‘แค่ยังรู้สึกเจ็บๆ อยู่บ้าง’

    “ฉัน…เอาน้ำผลไม้ก็พอ”มาคัสตอบ เขาเดินไปหยิบน้ำผลไม้มา

            “มาคารอฟ...” โนวามองไปรอบๆ ‘ถึงจะพ้นขีดอันตรายไปแล้ว…แต่เขายังไม่ฟื้นเลยงั้นเหรอ’ เขาคิดอย่างเป็นห่วง ‘เขาจะปลอดภัยใช่ไหม?’

    “ชนแก้ว!ฉลองให้กับชีวิต!” ยูนะตะโกน เธอยกแก้วไวน์ขึ้นสูง

    “ชนแก้ว”โนวายิ้ม และยกแก้วขึ้น “อึก!”

    “อึก!”มาคัสยิ้ม

    “อึก!”เรน่าหัวเราะ “ฮ่า ๆ ๆ ๆ” พวกเขาดื่มกินกันอย่างสนุกสนาน จนลืมวันลืมคืน

            โนวามองไปยังรอยยิ้มของพวกเขา…‘มันคือรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความเศร้า พวกเราทุกคนต่างเจ็บปวด พวกเราสูญเสียแต่พวกเราก็เลือกที่จะเข้มแข็งและเดินหน้าต่อไป…’

             

            เสียงดนตรีบรรเลงเพลงสนุกสนานดังแว่วมาจากใจกลางลานกว้าง บรรยากาศของงานเลี้ยงแห่งแสงอรุณในวันที่สองยังคงเต็มไปด้วยความคึกคัก เหล่าผู้คนมากมายต่างดื่มกิน เต้นรำและพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน

            โนวานั่งอยู่ที่โต๊ะตัวหนึ่งใกล้ๆกับน้ำพุภายในสวนของปราสาท เขาเพิ่งจะเดินเล่นชมบรรยากาศรอบๆ งานเลี้ยงมา ‘แสงไฟสวยดีแฮะดอกไม้ก็หอม’ เขากำลังจิบไวน์รสเลิศ ‘รสชาติก็ไม่เลว’วันนี้เป็นวันที่ 2 ของงานเลี้ยง

    “โนวาน!”เสียงเรียกทักทายดังขึ้นจากด้านหลัง

            โนวาหันไปมองเห็นโซเฟียกำลังเดินเข้ามาหาพร้อมรอยยิ้มกว้าง แววตาสีฟ้าของเธอดูสดใสเธอสวมชุดเดรสยาวสีเขียวเข้ม เรียบง่ายแต่ดูดีแต่…โนวาสังเกตเห็นแขนข้างซ้ายของเธอนั้นว่างเปล่า แขนเสื้อถูกพับเก็บเอาไว้

    ‘เธอเสียสละแขนข้างหนึ่ง…เพื่อปกป้องคุณอเล็กซ์’โนวาคิดในใจ

    “คุณโซเฟีย”โนวาลุกขึ้นยืน “สบายดีรึเปล่าครับ?”

            “สบายดี แค่แขนขาดไปข้างนึงเท่านั้นเอง” โซเฟียตอบอย่างร่าเริงเธอขยับแขนข้างซ้ายของตัวเอง “แต่ฉันก็ไม่ได้รู้สึกแย่อะไรมากหรอกอย่างน้อย…ฉันก็รอดมาได้” เธอหัวเราะเบาๆ

             

            เอเม็ธเดินตามโซเฟียมาติดๆเขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงขายาวสีดำ สวมแว่นตาสีทอง ยิ้มทักทายโนวาน “สวัสดีคุณโนวานเป็นยังไงบ้างครับ? คุณเก่งมากเลยนะครับที่ต่อสู้กับอัลจนชนะมาได้”

            “เก่งอะไรกันครับ” โนวาตอบอย่างเขินอาย “คนอื่นๆต่างหาก…ที่ต่อสู้กับอัลจนชนะเขามาได้ ผมไม่ได้ทำอะไรเลย”เขานึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้น ‘ถ้าไม่มีพวกคุณราเฮ็ล์มกับคุณลูทวิช… และคนอื่นๆ’

    “ผมน่ะมัน…ไร้ค่า”โนวาพูดต่อ เสียงของเขาเบาลง “ถ้าไม่มีทุกคน…” เขาเว้นวรรคเล็กน้อย ‘ผมคงตายไปแล้ว’

            “ไม่หรอก โนวาน” โซเฟียส่ายหน้า “นายแข็งแกร่งกว่าที่คิดนะนายใช้เวลาไม่ถึง 3 เดือน ก็มาถึงขั้นที่ 1 ระดับสูงสุดได้ แถมยังใช้ได้ถึง 2 เส้นทางอีกนายเก่งมากเลยนะ”

    “ใช่ครับคุณมีพรสวรรค์และความมุ่งมั่นสูงมาก” เอเม็ธพยักหน้าเห็นด้วย

            “พวกคุณต่างหากที่เก่ง” โนวายกขวดไวน์ขึ้น “เอ่อ…ขอให้พวกคุณหายเร็วๆนะครับ” เขายิ้มและรินไวน์ใส่แก้วของโซเฟียและเอเม็ธ

    “ขอบคุณนะโนวาน” โซเฟียยิ้มกว้าง เธอยกแก้วไวน์ขึ้น “นายเองก็…มานั่งดื่มกับพวกเราสิ”

            “ได้สิครับ” โนวาพยักหน้า เขาเลื่อนเก้าอี้ให้โซเฟียนั่งและหยิบแก้วไวน์ของตัวเองขึ้นมา “ชนแก้ว เพื่อชัยชนะของพวกเรา!”

             

    “ชนแก้ว!”โซเฟียและเอเม็ธ ยกแก้วไวน์ขึ้นชนกับแก้วของโนวาน

    “อึก!อึก! อึก!” เสียงชนแก้ว ดังก้องไปทั่ว

    “แล้ว…คุณอเล็กซ์ล่ะครับ?เขาเป็นยังไงบ้าง?” โนวาถาม

    “ไม่เป็นไรหรอกเขาแค่บาดเจ็บหนัก ตอนนี้กำลังพักฟื้นอยู่” โซเฟียตอบ

            “ผมคิดว่าคุณอเล็กซ์เขาไม่ค่อยชอบงานเลี้ยงแบบนี้เท่าไหร่” เอเม็ธกล่าว “เขาเป็นคนจริงจังคงไม่ยอมปล่อยให้ตัวเองมาเมาอยู่ที่งานเลี้ยงหรอกครับ”

            โซเฟียยิ้มออกมา“ตอนนั้นน่ะ…ตอนที่ฉันเห็นอารากอสกำลังจะโจมตีคุณอเล็กซ์ ฉันนึกว่าจะตายซะแล้ว”เธอเล่าถึงเหตุการณ์ในวันนั้น “อารากอสมัน…มันแข็งแกร่ง จนน่ากลัวจริงๆ”

    “ผมก็เหมือนกัน”เอเม็ธพยักหน้าเห็นด้วย “ผมเกือบตาย...ถ้าไม่ได้คุณเฮนรี่กับคุณราโดวิดมาช่วยเอาไว้”

    “แต่…”โนวายกแก้วไวน์ขึ้น “พวกเราก็รอดมาได้นี่ครับ มาดื่มกันเถอะ”

    “เพื่อ…”โซเฟียยิ้ม

    “เพื่อพวกเราที่ยังมีชีวิตอยู่” เอเม็ธพูดต่อ

            พวกเขาทั้งสามคนชนแก้วกันอีกครั้งและนั่งดื่มไวน์ คุยกันต่อ ถึงเรื่องราวต่างๆ ของสงครามที่ผ่านมาโนวารู้สึกอบอุ่นใจ ‘อย่างน้อย…ฉันก็มีพวกเขา’ เขาคิดในใจ

     

            แสงไฟหลากสีสันสว่างไสวดนตรีจากวงออเคสตร้าดังก้องไปทั่วลานกว้างบรรยากาศของงานเลี้ยงแห่งแสงอรุณในวันที่สาม ยังคงครึกครื้นผู้คนมากมายต่างดื่มกิน เต้นรำ และพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน เสียงหัวเราะ “ฮ่าๆๆๆ”ดังก้องไปทั่วบริเวณ

    โนวาเดินโซเซไปทั่วงานเลี้ยง‘เหล้าที่นี่...มันอร่อยจริงๆ’ เขาคิดในใจ ‘อาหารก็อร่อย...ผู้คนก็ดูมีความสุข...’

    “โนวาน!มานี่เร็ว! มาดื่มกับพวกเราหน่อย” เสียงตะโกนของจินดังขึ้น

            โนวาหันไปมองเห็นจินและฮงกำลังโบกมือเรียกเขาอยู่ พวกเขาทั้งคู่นั้นสวมชุดลำลองสบายๆแขนและขาของพวกเขาถูกพันด้วยผ้าพันแผล ‘พวกเขา…บาดเจ็บ’ โนวาคิดในใจอย่างเป็นห่วง ‘แต่…ก็ดูสบายดี’

    “มานั่งดื่มกับพวกเราสิโนวาน วันนี้ฉันเลี้ยงเอง!” ฮงตะโกน

    โนวาเดินโซเซไปหา“ฉันจะเดินตรง ๆ ได้…ไหมเนี่ย?” เขาถามตัวเอง

    “ฮ่า ๆนี่นายเมาแล้วเหรอ โนวาน?” จินหัวเราะลั่นเมื่อเห็นโนวาเดินโซเซ

    “มานั่งลงเลย”ฮงผายมือไปที่เก้าอี้ข้างๆ

    โนวานั่งลง “พวกนายโอเคไหม?”

    “ชิลๆแค่แผลถลอกนิดหน่อยเอง” จินหัวเราะอย่างร่าเริง “อย่างน้อย…พวกเราก็รอดมาได้”

    “ใช่”ฮงพยักหน้าเห็นด้วย “วันนี้...เรามาดื่มกันให้ลืมวันลืมคืนไปเลย!”เขายกแก้วเบียร์ขึ้น

    โนวายกแก้วขึ้นชนกับแก้วของจินและฮง“ชนแก้ว!”

     

    “อึก!”เสียงชนแก้วดังก้องไปทั่ว

    “ฮ่าๆๆๆสนุกชะมัดเลย!”

    “โนวานนายเป็นไรไป หน้าซีดเชียว อย่าบอกนะว่า…อกหัก ฮ่า ๆ” จินมองโนวาน้ำเสียงกวนๆ

    “เปล่า”โนวาปฏิเสธ เขาไม่ได้อกหัก

    “จริงสิ...ตอนที่ล้อมจับอารากอสนายไปด้วยใช่มั้ย? เล่าให้ฟังหน่อยสิว่ามันเป็นยังไงบ้าง?”จินถามอย่างสนใจ

            “ก็นะ...อารากอสมัน… มันแข็งแกร่งจนน่ากลัวเลยล่ะ” โนวาส่ายหัว “สู้กับคนตั้ง50 คน...ด้วยตัวคนเดียว... ในตอนนั้นมันระเบิดพลังออกมาน่ะ…”

    “ใช่”ฮงเสริม “ทำเอาพวกเราเกือบตาย”

    “น่ากลัวชะมัดเลยฮ่า ๆ ๆ” จินหัวเราะ

    “มานี่เลย!มาดื่มกันเถอะ! ลืมเรื่องเครียด ๆ ไปซะ” จินยกแก้วเบียร์ขึ้น

    พวกเขานั่งดื่มเบียร์และคุยกันอย่างสนุกสนานถึงเรื่องราวต่างๆ ในชีวิตประจำวัน ถึงความฝัน และเรื่องตลกขบขัน

     

            ท้องฟ้ายามค่ำคืนของวันที่ห้าในงานเลี้ยงแห่งแสงอรุณนั้นสว่างไสวด้วยดวงดาวนับล้านพวกมันกะพริบระยิบระยับราวกับอัญมณีที่ถูกโปรยปรายลงมาจากสรวงสวรรค์เสียงดนตรีบรรเลงเพลงเศร้าสร้อยดังแว่วมาจากเวทีกลางลานกว้างผู้คนมากมายที่มารวมตัวกันต่างนั่งฟังเพลงอย่างเงียบ ๆราวกับกำลังรำลึกถึงความทรงจำอันแสนเจ็บปวด

    โนวายืนอยู่ริมสวนมองดูผู้คนมากมายที่กำลังจมอยู่กับบรรยากาศ

    “โนวาน”เสียงหวานใส ดังก้องมาจากด้านหลัง

            โนวาหันกลับไปมองเห็นลูเซียน่ายืนอยู่ไม่ไกล เธอดูสง่างามในชุดเดรสยาวสีเงินเรียบง่ายผมสีเงินยาวสลวยของเธอถูกปล่อยยาวสยาย ใบหน้าสวยคมของเธอดูอ่อนล้ากว่าปกติแต่แววตาสีฟ้าอมเขียวของเธอกลับดูสงบนิ่งราวกับผืนน้ำทะเลสาบโนวาสังเกตเห็นใบหูแมวสีเงินเล็กๆ นั้น…โผล่ออกมาจากผมของเธออย่างน่ารัก

            “ทำไมเธอถึงมายืนอยู่คนเดียวแบบนี้ล่ะ?” ลูเซียน่าเดินเข้ามาหาโนวาเธอยิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยน “เธอดูไม่ค่อยสนุกเลยนะ ดื่มมากไปหรือเปล่า?”

    “เปล่าหรอกครับผมแค่...คิดอะไรเพลิน ๆ” โนวาตอบ เขาพยายามฝืนยิ้มออกมา

     

            ลูเซียน่ามองเห็นแววตาเศร้าสร้อยของโนวาเธอเข้าใจดี…สงครามครั้งนี้มันโหดร้ายเกินไป ผู้คนมากมายต้องสูญเสียคนที่รัก “สงคราม…มันโหดร้ายเสมอการสูญเสีย…มันเป็นเรื่องที่เจ็บปวด” ลูเซียน่าพูดเสียงเบาเธอจ้องมองไปยังดวงตาสีฟ้าของโนวา

            “แต่เธอยังมีชีวิตอยู่นะ โนวาน” เธอพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล “จงใช้ชีวิตต่อไป…อย่าจมปลักอยู่กับความเศร้าเดินหน้าต่อไปแม้ว่าจะต้องเผชิญหน้ากับความเจ็บปวดแค่ไหนก็ตาม”

            “เพราะ…แม้แต่ความตายเอง ก็ไม่อาจพรากเอาความทรงจำดีๆ…ไปจากเราได้”เธอเว้นวรรค “ความทรงจำเหล่านั้นจะยังคงอยู่…แม้ว่าร่างกายจะสลายไป”

    ลูเซียน่าตบบ่าโนวาเบาๆและยิ้มให้เขาอย่างจริงใจ “จงเข้มแข็งไว้ล่ะ” เธอพูด

    “ผม…”โนวารู้สึกได้ถึงดวงตาที่เปียกชื้นเบาๆ ‘คำพูดของคุณลูเซียน่า…’

    “ผมจะพยายามครับ”โนวาพยักหน้า

    ลูเซียน่ามองโนวาเดินจากไปก่อนจะหันหลังกลับไปมองผู้คนในงานเลี้ยง ‘ทุกคนต่างพยายามที่จะใช้ชีวิตต่อไป’

     

            แสงไฟสว่างไสวดนตรีบรรเลงเพลงสนุกสนานดังก้องไปทั่วลานกว้างบรรยากาศของงานเลี้ยงแห่งแสงอรุณในวันที่หกนั้นคึกคักผู้คนมากมายในชุดสวยงามกำลังดื่มกิน เต้นรำและพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน เสียงหัวเราะ“ฮ่าๆๆๆ” ดังก้องไปทั่วบริเวณ

    โนวายืนอยู่ใกล้ๆ กับกองไฟขนาดใหญ่ที่ถูกจุดขึ้นกลางลานกว้าง เขามองผู้คนมากมายที่กำลังสนุกสนาน

            โนวาสังเกตเห็นอเล็กซ์ยืนอยู่ไม่ไกลเขายืนคุยกับผู้คนมากมาย ใบหน้าของเขายังคงดูอ่อนล้าเสื้อผ้าของเขาปกปิดร่างกายครึ่งซีกที่ถูกไฟเผาเอาไว้ ‘บาดแผลของเขา…’ โนวาคิดในใจ‘มันคงจะเจ็บปวด...’ แต่เขายังมั่นคงไม่เปลี่ยนแปลง’

    ‘เขาดูแข็งแกร่งขึ้น...แววตาของเขายังคงเข้มแข็ง มุ่งมั่น’ โนวาครุ่นคิด ‘เขายังคงเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่…’

     

    โนวาครุ่นคิดอยู่นานก่อนจะเดินเข้าไปหาอเล็กซ์ “คุณอเล็กซ์…” เขาเอ่ยทักทาย

    อเล็กซ์หันมามองโนวาเขายิ้มให้ “โนวาน ฉันดีใจที่เห็นเธอปลอดภัย”

    “คุณอเล็กซ์…สบายดีรึเปล่าครับ?” โนวาถามเขาสังเกตเห็นรอยยิ้มของอเล็กซ์นั้นดูอ่อนล้า

            ‘เขายังกลับมาไม่เต็มร้อย’ โนวาคิด ‘เขาดูอ่อนล้า…แต่เขาจะต้องกลับมาแข็งแกร่งได้เหมือนเดิมอย่างแน่นอน… เขาเป็นคนที่มีเจตจำนงที่แข็งแกร่ง’

             

            โนวาเล่าเรื่องราวต่างๆ ของเขาให้อเล็กซ์ฟัง ถึงการฝึกฝน การต่อสู้กับภูติเงา การช่วยเหลือเพื่อนและความกังวลเกี่ยวกับอนาคตของเขา

            อเล็กซ์มองหน้าโนวาด้วยแววตาที่มั่นคงเขารู้สึกเข้าใจเด็กหนุ่มตรงหน้า “เธอก็พบเจอเรื่องราวที่ยากลำบากสินะ…โนวาน”เขากล่าว “แต่…เธอก็ผ่านมันมาได้ จงเข้มแข็งต่อไป”

    “จงแบกรับเอาความเจ็บปวดเอาไว้…”อเล็กซ์เว้นวรรคเล็กน้อย “และใช้มัน… เป็นแรงผลักดันให้ก้าวต่อไป”

    “จงเดินหน้าต่อไปโนวาน…ถ้าเหนื่อยเธอก็หยุดพักบ้างก็ได้ แต่อย่าได้หันหลังกลับ”

    “จงแบกรับเอาเจตจำนงของผู้ที่จากไป…แล้วนำพามันไปพร้อมกับเธอ… เพื่อสร้างอนาคตที่ดีกว่าเดิม…”

    โนวานิ่งเงียบเขาทบทวนคำพูดของคุณอเล็กซ์ ‘ความหมาย…ของคำพูดของคุณอเล็กซ์…’

    “ผม…ผมจะพยายามครับ”โนวาพยักหน้า คำพูดของอเล็กซ์ทำให้โนวารู้สึกถึงความหวัง…

     

            หนังจากนั้นโนวานั่งอยู่ที่โต๊ะไม้ตัวหนึ่งใกล้ๆ กับกองไฟขนาดใหญ่แสงสีแดงอมส้มจากเปลวเพลิงนั้นสะท้อนอยู่ในดวงตาสีฟ้าของเขาเสียงดนตรีบรรเลงเพลงสนุกสนานดังก้องไปทั่วลานกว้างบรรยากาศงานเลี้ยงแห่งแสงอรุณในค่ำคืนนี้ยังคงคึกคัก ผู้คนมากมายต่างดื่มกินเต้นรำ และพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน เสียงหัวเราะ “ฮ่าๆๆๆ” ดังก้องไปทั่วบริเวณ

    โนวายกแก้วเบียร์ขึ้นมาจรดริมฝีปากกลิ่นหอมของข้าวบาร์เลย์ลอยโชยแตะจมูก

            “โนวาน!” จินตะโกนเรียก โนวาหันไปมองเห็นจินในชุดเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินเข้มกับกางเกงขายาวสีดำ ยกแก้วเบียร์ขึ้นสูง “มานี่เลย!ดื่มให้ลืมวันลืมคืนไปเลย!”

    “ชนแก้ว!”ฮงที่นั่งอยู่ข้างๆ จินในชุดคลุมสีเทาเข้มยกแก้วเบียร์ของตัวเองขึ้นชนกับแก้วของโนวาอีกครั้ง

            “อึก!” โนวายกแก้วเบียร์ขึ้นดื่มรวดเดียว เขามองไปรอบๆเห็นผู้คนมากมายกำลังสนุกสนานกับงานเลี้ยง พวกเขาหัวเราะพวกเขาเต้นรำราวกับไม่มีเรื่องราวเลวร้ายใดๆ เกิดขึ้น

    “โนวาน...อย่าคิดมากน่า”ฮงพูดพลางตบบ่าโนวาเบา ๆ “ดื่มซะ จะได้หายเครียด!”

    “อืม…”โนวาพยักหน้า เขายกแก้วเบียร์ขึ้นดื่มอีกครั้ง “อึก!” เขากลืนรสชาติขมๆของเบียร์ลงคอ

            เสียงหัวเราะของผู้คนดังกึกก้องไปทั่วลานกว้างเสียงดนตรีบรรเลงอย่างสนุกสนาน กลิ่นอาหารหอมกรุ่นอบอวลไปทั่วบริเวณแสงไฟจากคบเพลิงส่องสว่างไสวราวกับดวงดาวนับล้านดวงทุกอย่างดูสวยงามราวกับฉากในความฝัน

    แต่โนวากลับรู้สึกได้...

            เบื้องหลังของงานเลี้ยงที่ดูมีความสุข…มันเต็มไปด้วยความโศกเศร้า พวกเราทุกคนต่างรู้ซึ้งถึงความสูญเสียในครั้งนี้หลายคน…สูญเสียเพื่อน หลายคน…สูญเสียครอบครัว และหลายคน...สูญเสียคนที่รัก

    แต่… “พวกเขาก็ยังเลือกที่จะเดินหน้าต่อไป”

    ‘พวกเขาเลือกที่จะเงยหน้าขึ้น’

    ‘และก้าวเดินต่อไป’

    ‘พวกเขาทุกคน…’

    ‘แข็งแกร่ง’

    ‘และสวยงาม…’

    บทที่26“งานเลี้ยงที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและหยาดน้ำตา”

     

    ค่าความชอบปัจจุบัน:10

    ค่าความชอบ: 45

    *หมายเหตุ:ค่าความชอบ คือค่าที่ส่งผลต่อการดำเนินเรื่องการตัดสินใจของผู้ดำเนินเรื่องราว

    ค่าความชอบจะถูกคำนวณผ่านการมีส่วนร่วมของนักอ่านทั้งการแสดงความคิดเห็น การกดหัวใจ การให้กำลังใจ และอื่นๆทุกการมีส่วนร่วมจะถูกนำมาคำนวณและมอบให้กับผู้ดำเนินเรื่องราว ค่าความชอบจะถูกคำนวณในเวลา12:00น. ของวันถัด และ 1 บท จะถูกคำนวณได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น