1
ลูกเนรคุณ
บ้านสกุลหลัวถือเป็สกุลใหญ่ บรรพบุรุษดั้งเดิมสืบทอดวิชาการแพทย์มายาวนานหลายรุ่นจนถึงปัจจุบัน ชื่อเสียงด้านการรักษาของสกุลหลัวโด่ง
ดังในเยี่ยนอู่มาก สูตรยารักษาโรคก็โด่งดังไม่แพ้กัน โดยเฉพาะ‘ยาแก้พิษร้อยชนิด’ โด่งดังไกลถึงต่างแคว้นเลยทีเดียว
หลัวจิ่งเทียนมีภรรยาสองคน คนแรกนามว่าเสวี่ยะไป๋ นางคืออดีตหญิงงามอันดับหนึ่งแห่งเมืองเยี่ยนอู่ แต่โชคร้ายหลังคลอดหลัวซานซาน นางล้มป่วยหนักและตายจากอย่างกะทันหัน หลัวซานจึงเติบโตจากการเลี้ยงดูของฮูหยินผู้เฒ่าหลัวนับจากนั้น
ส่วนภรรยารองของหลัวจิ่งเทียนนามว่าจินผิงหรง มีบุตรสาวด้วยกันสองคนนาม หลัวเชี่ยนหนิงและหลัวเสี่ยวซา ต่อมาจินผิงหรงก็ให้กำเนิดบุตรชายมาอีกหนึ่งคน นามหลัวชางเฉิง
หลังพ้นกำหนดไว้ทุกข์ของเสวี่ยะไป๋ หลัวจิ่งเทียนจึงเลื่อนตำแหน่งของจินผิงหรงจากภรรยารองขึ้นเป็ภรรยาเอก ให้นางดูแลจัดการทุกอย่างภายในเรือนแทนฮูหยินผู้เฒ่าหลัวที่ชรามากแล้ว
ในเรือนเฟิงผิงเช้าวันนี้เงียบสงบมาก เนื่องจากไป๋หลิงสาวใช้ของหลัวซานซานไม่อยู่ นางออกไปซื้อยาทาลบรอยแผลเป็ให้หลัวซานซาน ส่วนไป๋หลิน สาวใช้อีกคนของหลัวซานซาน ก็ปลีกตัวไปต้มโจ๊ก และยาลดไข้ที่โรงครัวข้างเรือน ในเรือนจึงมีเพียงหลัวซานซานเพียงลำพัง
ในห้องนอนเล็กหลังผ้าม่านสีสมพูอ่อน ‘คนงามน้อย’เ้าของเรือนนอนคว่ำหน้าหลับใหลอยู่บนเตียง ไป๋หลินต้มโจ๊ก ต้มยาเสร็จพอดี นางยกเข้ามาวางที่โต๊ะข้างเตียง ก่อนจะเดินไปรวบผ้าม่าน ผูกเก็บชายทั้งสองด้าน แล้วปลุกคุณหนูของนางเบาๆ
“คุณหนูเ้าคะ คุณหนูลุกขึ้นมา กินโจ๊ก ดื่มยาก่อนเถอะเ้าค่ะ” ไป๋หลินขยับเข้าไปใกล้ ขณะยื่นมือไปเปิดผ้าห่มออก ดวงตามองไปที่ตรงกลางหลังหลัวซานซาน พบว่าบนเสื่อตัวในสีขาว มีรอยเืผุดซึมเป็จุดเล็กๆ แลคล้ายดอกเหมยแดงแบ่งบานบนหิมะ เพียงแค่เห็นไป๋หลินก็ถึงกับตารื้นแดง นึกเจ็บแค้นสี่แม่ลูกแทนคุณหนูของนางนัก
หลัวซานซานลืมตาขึ้นเห็นว่าเป็ไป๋หลิน นางขยับตัวเบาๆ ไป๋หลินจึงช่วยประคองคุณหนูของนางอีกแรง ทันใดนั้นหลัวซานซานก็ร้องครางออกมา และหยุดการเคลื่อนไหวทันที “โอ้ย...”
“คุณหนู!” ไป๋หลินแทบน้ำตาร่วง แค่เห็นใบหน้าซีกขวาของหลัวซานซานที่ซีดขาวมาก นางก็รู้แล้วว่าคุณหนูของนางเ็ปมากแค่ไหน “หากฮูหยินผู้เฒ่ายังอยู่ คุณหนูของบ่าวคงไม่เจ็บตัว และหากฮูหยินใหญ่ยังอยู่ สี่แม่ลูกนั่นต้องไม่กล้ารังแกคุณหนูแน่เ้าค่ะ”
กล่าวจบน้ำตาก็ร่วงออกจากเบ้าตาของไป๋หลิน หยดลงบนหลังมือของหลัวซานซาน คนงามน้อยเงยหน้าขึ้นมองสาวใช้ เผยให้เห็นใบหน้าซีกซ้ายของหลัวซานซาน ที่เต็มไปด้วยตุ่มแดงเถือก มองดูผิวเผินมันเรียงตัวเป็ริ้วสวยงาม คล้ายกับกลีบพลับพลึงแมงมุมแดง ที่แบ่งบานทับซ้อนกันนับร้อยดอก ลุกลามจนทั่วใบหน้าซีกนั้น
ไม่เพียงเท่านั้นบางตุ่มก็เป็หนอง บางตุ่มก็มีน้ำเหลืองไหลซึมจนต้องใช้แผ่นยาสีขาวบางๆแปะติดไว้ ปกปิดความไม่น่ามองเสีย ยามต้องออกนอกเรือน หรือพบกับคนอื่นก็ใช้ผ้าปิดหน้าสวมทับแทน เพียงเท่านี้นางก็ไม่อัปลักษณ์ จนแม้แต่ผีเห็นยังกลัวแล้ว
ที่จริงคุณชายเหวินถังก็พูดเกินไป ไป๋หลินเห็นใบหน้านางทุกวัน ก็ไม่เห็นจะใตายเสียที คิดไปคิดมาหลัวซานซานก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างคนปลงตก
บุรุษล้วนชมชอบคนงาม ที่รูปร่างผอมบางน่าทนุถนอม ผิวขาวนวลเนียนปานหยก ส่วนนางนอกจากใบหน้าอัปลักษณ์ มีแผลพุพองเต็มใบหน้าซีกซ้าย ผิวพรรณของนางก็คล้ำหมอง ตัวก็เตี้ย รูปร่างอวบท้วม ไม่มีเค้าโครงความงามของมารดาเลยสักนิด
ปีนี้นางอายุสิบแปดแล้ว ถึงนางจะเกิดมาอัปลักษณ์ นางกลับไม่เสียใจที่ต้องถอนหมั้นกับคุณชายเหวินถัง นางคิดว่าหากต้องแต่งงานกับบุรุษพรรณนั้น นางยอมครองตนเป็สาวพรมจรรย์ไปตลอดชีวิตเสียยังดีกว่า อย่างน้อยก่อนตายก็ยังได้ซุ้มประกาศเกียรติคุณจากฮ่องเต้มาประดับหน้าบ้าน ให้ผู้คนกล่าวขานยกย่องก็ไม่เลวเหมือนกัน
ไป๋หลินยังคงร้องไห้ไม่หยุด ยิ่งเห็นว่าคุณหนูของนางเกิดมาน่าสงสารเพียงใด แล้วยังถูกรังแกทุกวัน นางก็ยิ่งเจ็บแค้นในใจมากเท่านั้น หลัวซานซานกรอกตามองเสาเตียงพลางกล่าว
“เ้าจะร้องไห้ไปทำไม ข้ายังไม่ได้ตายเสียหน่อย”คนงามน้อยกล่าวน้ำเสียงกึ่งรำคาญ ทว่าในใจไม่ได้คิดเช่นนั้น นางแค่ไม่อยากให้สาวใช้ของนางเอาแต่ร้องไห้ แสดงความอ่อนแอพร่ำเพรื่อต่างหาก
“ก็บ่าวสงสารคุณหนูนี่เ้าคะ ทั้งที่คุณหนูทำถูกแล้ว แต่เหตุใดนายท่านถึงต้องฟังสี่แม่ลูกนั่นมากกว่าด้วย แค่ของไม่กี่ชิ้น ขายเป็เงินจะได้ราคาสักเท่าใดกัน ไม่เห็นต้องถึงกับลงไม้ลงมือเลยเ้าค่ะ ดูสิเ้าคะ หลังคุณหนูแตกหมดเลย”ไป๋หลินพูดไปก็ร้องไห้ไป นางสะอื้น ทั้งน้ำมูก น้ำตาไหลปนเปรวมกันมั่วไปหมด
คนงามน้อยได้ยินที่สาวใช้ของนางพูดว่า‘แค่ของไม่กี่ชิ้น ขายเป็เงินจะได้ราคาสักเท่าใดกัน’ก็ยิ้มเจื่อน นางขบเม้มริมฝีปากข่มความเ็ปจากแผลถูกเฆี่ยนที่หลัง ลุกขึ้นมานั่งจนได้
“อันที่จริงของหมั้นพวกนั้น ล้วนเป็ของดีหายากมาก ถ้าหากขายจริงๆก็จะได้เงินราวๆหนึ่งพันตำลึงทอง”หลัวซานซานกล่าวเสียงอ้อมแอ้ม
“หนึ่งพันตำลึงทอง!” ไป๋หลินตกตะลึง นางไม่รู้หนังสือ ไหนเลยจะรู้ว่าของชิ้นไหนราคาแพงหรือว่าราคาถูก
สกุลเหวินเป็ตระกูลค้าขาย ผู้คนต่างกล่าวเป็เสียงเดียวกันว่าตระกูลนี้ขี้เหนียวมาก ไม่น่าจะใช้ของแพงมาเป็ของหมั้น แต่พอได้ยินว่าของเ่าั้หายาก และเป็ของล้ำค่า หากขายเป็เงิน จะได้ถึงหนึ่งพันตำลึงทอง น้ำตาในเบ้าตาไป๋หลินก็พลันเหือดแห้ง
นางเบิกตามองคนงามน้อย ผู้เป็เ้าของเรือนด้วยสายตาตกตะลึง“มิน่าเล่าจินซื่อถึงได้โกรธมาก นายท่านก็โกรธมากเช่นกัน ถึงได้ลงมือเฆี่ยนคุณหนูจนหลังแตก”
คนงามน้อยทำหน้าใสซื่อ ไม่สำนึกผิด และไม่นึกเสียดายของหมั้นล้ำค่าที่มอบเป็‘ทาน’แก่คนยากไร้เลยแม้แต่น้อย นางคิดว่าพวกเขารังเกียจนาง ใช้วาจาดูถูกนาง แล้วมอบของให้เป็การปลอบใจ นี่จะต่างอะไรกับการตบหัวแล้วลูบหลังกัน
การมีนางอยู่ ก็ทำให้สกุลหลัวอับอายขายหน้ามากแล้ว นางยังถูกถอนหมั้น และหากนางยังเก็บของเ่าั้ไว้ คนสกุลเหวินก็จะยิ่งดูถูกและสมเพชนางมากไปอีก คนในสกุลหลัวก็พลอยถูกสมเพชไปด้วย นางจึงต้องทำบางอย่างเพื่อให้คนสกุลเหวินรู้ว่า คนสกุลหลัวก็มีศักดิ์ศรีไม่ใช่จะมาเหยียบย่ำได้ง่ายๆ
“ไป๋หลิน ข้าขอถามเ้า หากเ้าถูกถอนหมั้น เ้ายังอยากเก็บของที่เขามอบเป็ของปลอบใจไว้อีกหรือไม่”คนงามน้อยมองหน้าสาวใช้แล้วถามน้ำเสียงราบเรียบ
“เอ่อ...”ไป๋หลินชะงัก นางไม่เคยถูกหมั้นหมาย นางจะตอบคำถามได้อย่างไร “แต่ว่าการเงินของสกุลหลัวตอนนี้...”
“ข้ารู้เื่เื่การเงินของสกุลหลัวดี แต่เหตุใดข้าต้องทำตัวเป็สตรีอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่ถือสาหาความคนที่รังเกียจข้า เหยียบย่ำข้า แล้วเก็บของของคนที่ทำร้ายข้า ไว้ให้สี่แม่ลูกนั่นผลาญเล่นด้วยเล่า”
นี่ต่างหากที่นางเกลียดชังมากที่สุด!
ต่อหน้าหลัวจิ่งเทียน จินผิงหรงและลูกๆแสร้งทำดีต่อนาง สงสารนาง แต่ครั้นลับหลังก็แสดงท่าทีรังเกียจนาง ไม่ต่างจากคุณชายเหวินถัง ฝันไปเถอะว่านางจะเก็บของหมั้น แล้วนำไปขายเป็เงินมาให้ใช้สอยอย่างสบายใจ ต่อให้ถูกเฆี่ยนจนตาย นางก็ยังจะทำแบบเดิมอยู่ดี
ไป๋หลินได้ฟังเหตุผลของหลัวซานซานก็เถียงไม่ออก นางรู้ว่าคุณหนูของนางฉลาดและเข้มแข็งมาก หลัวซานซานมักจะคิดหรือทำในสิ่งที่สตรีทั่วไม่ทำกัน
หากเป็สตรีอื่นถูกถอนหมั้น คงผูกคอตายหนีความอับอายไปแล้ว แต่คนงามน้อยของนางยังเข้มแข็ง และกล้าที่จะออกไปเผชิญหน้ากับผู้คนอย่างกล้าหาญ แม้จะถูกเรียกขานว่า‘หญิงอัปลักษณ์’แต่นางก็ยังคงยิ้มได้เสมอ นี่คือสาเหตุที่ทำให้ไป๋หลินหลงรักหลัวซานซาน พร้อมทั้งสาบานว่าจะซื่อสัตย์ ไม่คิดทรยศหลักหลังอย่างเด็ดขาด
ไป๋หลินเลิกข้องใจในการตัดสินใจของหลัวซานซาน พลางหันไปหยิบกาน้ำร้อนเทใส่อ่างน้ำทองเหลืองผสมให้อุ่นพอดี แล้วหยิบจอกน้ำอุ่นผสมเกลือ พร้อมกิ่งหลิวที่ทุบจนแตก จิ้มผงสีฟันยื่นให้หลัวซานซาน
หลัวซานซานยื่นมือรับกิ่งหลิวมาขัดถูฟัน ตอนที่สีฟันเสร็จก็เห็นไป๋หลินยกกระโถนมารอแล้ว นางบ้วนปากด้วยน้ำอุ่นผสมเกลือแล้วส่งของทุกอย่างคืนให้ไป๋หลินอย่างเคยชิน ฝ่ายนั้นก็นำทุกอย่างไปวางที่เดิม แล้วหยิบอ่างทองเหลือง พร้อมผ้าสะอาดยื่นให้หลัวซานอีกครา
หลัวซานซานหยิบผ้าชุบน้ำอุ่น เช็ดทำความสะอาดใบหน้าซีกที่ไม่มีาแเบาๆจนรู้สึกสะอาด แล้วส่งคืนให้ไป๋หลินนำไปวาง ส่วนซีกที่มีาแนั้น ต้องใช้น้ำยาจากสมุนไพรเช็ดทำความสะอาดเท่านั้น แต่เวลานี้ยาที่เคยใช้หมดแล้ว จึงต้องรอให้ไป๋หลิงกลับมาก่อน
“ได้ยินว่าสี่แม่ลูกนั่นไปร้านตัดผ้า สั่งตัดชุดปีใหม่มาหลายชุด ทั้งหมดล้วนมีราคาแพงทั้งนั้นจริงหรือไม่”หลัวซานซานถามอย่างอารมณ์ดี
ไป๋หลินอมยิ้มอารมณ์ดี สีหน้าผิดจากก่อนหน้านี้ลิบลับ นางหยิบถาดโจ๊กสมุนไพรส่งให้หลัวซานซานพลางกล่าว“เ้าค่ะคุณหนู ได้ยินว่าเงินในคลัง เหลือไม่พอจ่ายค่าชุดของพวกนางด้วยซ้ำ นายท่านก็เลยโกรธมาก เรียกตัวไปตำหนิหลายคำทีเดียวเ้าค่ะ”
“งั้นรึ มิน่าเล่าถึงโกรธที่ข้าเอาของหมั้นไปทำทาน ที่แท้เป็เพราะไม่มีเงินจ่ายค่าชุดนั่นเอง ฮ่าๆ”หลัวซานซานหัวเราะเสียงสดใส รับถาดโจ๊กมาตักกินทีละคำ
“จะว่าไปแล้วก็น่าเสียดายอยู่นะเ้าคะ หากเก็บไว้บางทีวันหน้าอาจช่วยเื่เงินของสกุลหลัวได้”ไป๋หลินถอนหายใจ เพราะรู้สึกเสียดายของมาก สำหรับนางที่สาวใช้ธรรมดา ต่อให้ทำงานทั้งชีวิตก็ยังไม่มีโอกาสได้เห็นหรือแตะต้องมันเลย
“แต่ข้าไม่เสียดาย”หลัวซานซานกล่าวน้ำเสียงฉะฉาน แววตาสดใสเหมือนเช่นทุกวัน“ท่านย่าเคยสอนข้าว่า ต่อให้มีทรัพย์มากมายเพียงใด หากใช้ไม่เป็ก็หมดสิ้น ของพวกนั้นแม้จะมีราคามากก็จริง แต่หากตกไปอยู่ในมือสี่แม่ลูกนั่นก็หมดสิ้นภายในวันเดียว”
“แล้วเื่การเงินจะทำอย่างไรเล่าเ้าคะ ตอนนี้นายท่านกำลังกลุ้มใจมากทีเดียว หรือว่าคุณหนูคิดจะใช้สินเดิมที่ฮูหยินใหญ่ทิ้งไว้ให้มอบให้นายท่านเ้าคะ”
“ไม่มีทาง นั่นเป็ของท่านแม่ ข้าไม่มอบให้ใครทั้งนั้น”หลัวซานซานลั่นวาจาอย่างเด็ดขาด“เื่การเงิน เอาไว้ข้าคิดหาทางออกได้ ข้าจะลองพูดกับท่านพ่อดู ข้าได้ยินว่าในแคว้นต้าอู๋้า ‘ยาแก้พิษร้อยชนิด’เป็จำนวนมาก แต่สมุนไพรที่ใช้ปรุงยาหายาก อีกทั้งที่ผ่านมาการส่งสินค้าล่าช้า ทำให้ยาเสียหายจนเราขาดทุน หากข้าคิดหาวิธีปลูกสมุนไพรพวกนั้นเองได้ และทำให้ยาอยู่ได้นานขึ้น บางทีเราอาจจะทำกำไรจากสูตรยาของท่านย่าได้มากกว่าที่คิด ถึงเวลานั้นจะสามารถกอบกู้การเงินของเราคืนมาได้”
ไป๋หลินได้ฟังแิของหลัวซานซานก็ยิ้มได้ “บ่าวเชื่อคุณหนู บ่าวรู้ว่าคุณหนูทำได้ รีบกินโจ๊กเถอะเ้าค่ะ เดี๋ยวจะเย็นเสียหมด”
“ไป๋หลิน ขอบใจเ้าที่ไม่รังเกียจข้า”หลัวซานซานมองสาวใช้ของนาง แล้วยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวจะสะอาด เผยรอยยิ้มงดงามที่ไม่มีผู้ใดเคยได้เห็นมาก่อน
ไป๋หลินสาวใช้วัยสิบแปดปียิ้มตอบ นางลากเก้าอี้มานั่งข้างๆหลัวซานซานคอยปรนนิบัติโดยไม่ขาดตกบกพร่องแม้แต่นิดเดียว สองนายบ่าวนั่งคุยกันด้วยเื่ต่างๆภายในจวน กระทั่งไป๋หลิงกลับมา แต่นางไม่ได้ถือห่อยามาด้วย ตรงกับข้ามนางร้องไห้จนตาแดง ที่แก้มซีกซ้ายมีรอยฝ่ามือทั้งห้านิ้วปรากฏชัดเจน
หลัวซานซานเห็นสาวใช้ของนางร้องไห้ก็หันไปมองสบตากับไป๋หลิน ในตอนนั้นนางรู้สึกได้ถึงลางสังหรณ์ใจบางอย่าง“ไป๋หลิงใครทำร้ายเ้า แล้วยาเล่า”
ไป๋หลิงเดินเข้าไปคุกเข่าข้างเ้านาย นางร้องไห้สะอื้นแรงๆ นางเพิ่งอายุได้สิบหกปี เป็น้องสาวของไป๋หลิน ถูกสาวใช้ของเรือนใหญ่รุมตบตีก็ย่อมใเป็ธรรมดา
“คุณหนูลงโทษบ่าวเถอะเ้าค่ะ เป็เพราะบ่าวไม่ระวังทำให้คนเรือนใหญ่จับได้ว่าแอบออกไปซื้อยาให้คุณหนู ฮูหยินจึงริบเงินไปทั้งหมด และนำเื่ไปบอกนายท่าน นายท่านจึงให้บ่าวกลับมาบอกคุณหนู ว่าให้ไปพบนายท่านที่ห้องหนังสือเ้าค่ะ”
หลัวซานซานได้ฟัง ดวงตาที่เคยสดใสแปรเปลี่ยนไปขุ่นมัวทันที นางรู้อยู่แล้วว่าจะต้องมีวันนี้ นางยื่นถาดคืนให้ไป๋หลิน แล้วกล่าวไปว่า “ไป๋หลิง ไม่ใช่ความผิดของเ้า วันนี้เ้าถูกทำร้ายจนเจ็บตัวเพราะข้า เ้าก็ไปพักผ่อนเถอะ ไป๋หลินแต่งตัวให้ข้า ข้าจะไปพบท่านพ่อ”
“เ้าค่ะคุณหนู”
*************************************************************************
(*มาแล้วค่ะ มาช้าแต่มานะคะ พยายามจะมาให้บ่อยขึ้นค่ะ หากพบคำผิด คำตกหล่นช่วยเตือนไรท์ด้วยนะคะ ไรท์ง่วงนอนก็เลยเบลอๆไปบ้าง 5555)