ผู้าุโหลูไม่กระโตกกระตากหลังจากมอบหมายหน้าที่เรียบร้อยแล้ว ความวุ่นวายก็ค่อยสงบลงมีเงาของคนหลายคนพุ่งออกไปนอกร้านเหล้า ชักดาบออกมาคุ้มกันรถสินค้าเอาไว้บางคนก็เริ่มคลำหาที่จุดไฟ
คนที่ท่องยุทธภพมานานบนตัวก็มักจะพกของสำคัญ นอกจากยารักษาภายนอกภายในแล้ว ก็จะเป็ที่จุดไฟที่ถือเป็ของสำคัญเช่นกัน
หยางหนิงเห็นเพียงคนแวบไปแวบมาในร้านเหล้าท่ามกลางความมืดเท่านั้นอีกมือหนึ่งก็จับมีดไว้แน่น ในใจคิดว่า หรือว่ามีคนคิดจะขโมยสินค้าคุ้มกันจริงๆ?
แต่ว่าคนของสำนักคุ้มกันรวมๆ แล้วก็มีเกือบยี่สิบคนกำลังก็ไม่ถือว่าแย่ หากจะขโมยสินค้าจากพวกเขาจริงกำลังของอีกฝ่ายจะต้องไม่แย่เช่นกัน
ไม่นานนัก แสงไฟภายในห้องโถงก็สว่างขึ้นมีใครหลายคนเริ่มจุดไฟ หยางหนิงอาศัยแสงสว่างนั้นกวาดสายตาไปเห็นคนในร้านเหล้าหายไปเยอะมาก แต่ทุกคนก็ชักดาบและกระบี่ออกมาจนครบ ในมือของผู้าุโหลูถือดาบเหล็กไว้แน่นยืนตัวตรง สายตาและสติมุ่งมั่น พลางกวาดสายตาไปทั่วทุกทิศ
แต่ว่าชายแก่กับชายหนุ่มที่อยู่ข้างๆ ตัวเขานั้นกลับไม่ได้อยู่ในตำแหน่งเดิมตอนนี้พวกเขายืนผิงกำแพง ชายชุดเทามือขวาถือห่อผ้ายาวๆ นั่นไว้มือซ้ายยกขึ้นเล็กน้อย คอยคุ้มกันเด็กหนุ่มคนนั้นไว้
หยางหนิงดูไม่ออกว่าตกลงแล้วทั้งสองมีความสัมพันธ์อย่างไรแต่รู้สึกได้ว่าชายชุดเทานั้นคุ้มครองเด็กหนุ่มคนนั้นมากจนผิดปกติ
ก่อนหน้านี้ชายชุดเทาบอกว่ามีของสิ่งหนึ่งที่พกมาด้วยนั้นสำคัญมากแต่ก็ไม่รู้ว่าจะใช่ของในห่อผ้าทรงยาวสีดำนั้นหรือไม่
“มันคืออาวุธลับ!” ขณะที่หยางหนิงกำลังคิดอยู่ว่าในห่อผ้านั้นมันคืออะไร ก็ได้ยินเสียงทุ้มๆ เสียงหนึ่งดังขึ้นมาเมื่อมองไปตามเสียง ก็เห็นคนๆ หนึ่งยืนอยู่ข้างตะเกียง มือซ้ายถูกยกขึ้นนิ้วสองนิ้วคีบของอย่างหนึ่งเอาไว้ “ของนี่ทำให้ไฟในตะเกียงดับเป็วิธีที่ไม่เลวเลย”
ตะเกียงที่แขวนบนกำแพงพังเสียหายไปทั้งสองดวงดูท่าแล้วจะถูกคนใช้อาวุธลับทำมันเสียหาย
“รีบวางลงเร็ว...!”ผู้าุโหลูหันไปมอง เห็นคนๆ นั้นคีบอาวุธลับเอาไว้สีหน้าก็เปลี่ยนไป “ทำไมโง่อย่างนี้ รีบวางมันลงเดี๋ยวนี้...มันมีพิษ!”
หยางหนิงได้ยินดังนั้น ก็ใในใจคิดว่าประสบการณ์ในยุทธภพของผู้าุโหลูนี่แน่นอนจริงๆตัวเขาเองก็คิดไม่ถึงว่าอาวุธลับจะมีพิษตอนนี้ก็ได้ความรู้เพิ่มเติมมาอีกหนึ่งเื่ แต่ว่าชายที่ถืออาวุธลับนั้นดูเหมือนยังไม่ค่อยคุ้นเคยกับเื่ในยุทธภพเท่าไรหรือก่อนหน้านี้อาจจะไม่ค่อยได้พบเหตุการณ์แบบนี้ ดังนั้นถึงได้ทำอะไรโง่ๆ แบบนี้ออกไป
เขากำลังใช้ความคิดทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงใกลัวเมื่อมองไปก็เห็นชายคนที่ยืนอยู่ข้างตะเกียงจับศีรษะร้องเ็ปจนล้มลงกับพื้นร่างกายสั่นไม่หยุด
มีพิษจริงๆ ด้วย!
“อย่าไปแตะต้องเขา!”ผู้าุโหลูสีหน้าเปลี่ยนไปมาก แล้วพูดอย่างจริงจังว่า “ทุกคนระวังให้ดีเป้าหมายแข็งแกร่งมาก คุ้มกันรถให้ดี”
ทุกคนต่างถืออาวุธในมือพร้อม หากบอกว่าก่อนหน้านี้มันเป็แค่ข้อสงสัยแต่ในตอนนี้คนๆ นั้นนอนดีดดิ้นอยู่ตรงพื้นไม่หยุด คนของสำนักคุ้มกันต่างเตรียมรับมือกับศัตรูที่จะเข้ามาทุกคนดูตื่นตัว กำอาวุธในมือแน่น สายตากวาดไปทั่วทิศพริบตาเดียวบรรยากาศในร้านเหล้าก็เงียบกริบได้ยินเพียงเสียงลมและฝนที่พัดอยู่ด้านนอก
คนๆ นั้นดิ้นอยู่บนพื้นพักหนึ่งจากนั้นก็ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ อีก ไม่รู้ว่าตายแล้วหรือยัง
แสงกะพริบขึ้นอีกครั้ง ภายใต้แสงร่ำไรทันใดนั้นก็เห็นเงาของคนๆ หนึ่งพุ่งเข้ามาทางหน้าต่างของร้านหลังจากนั้นก็พุ่งเข้าหาคนที่อยู่ข้างๆ หน้าต่าง
คนๆ นั้นรับรู้ถึงความผิดปกติ เขาก็ร้องเสียงดังก่อนจะรีบยกเก้าอี้ข้างๆขึ้นมา แล้วขว้างใส่เงาดำนั่น
แม้เงาดำจะเข้ามาอย่างกะทันหันแต่เก้าอี้กลับถูกเงาดำนั่นอย่างจัง แต่ยังมีเงาดำอีกสองที่หลบได้ทันแล้วพุ่งเข้าใส่หน้าของคนๆ นั้น
หยางหนิงอาศัยไฟจากที่จุดไฟ มองไปที่เงาดำๆนั้นว่ามันคือตัวอะไร ในใจคิดว่าฝนตกลมแรงขนาดนี้ จะมีนกบินเข้าร้านเหล้าได้อย่างไรกัน?
คนๆ นั้นรีบถอยหลังไปแต่เงาดำเคลื่อนไหวรวดเร็วมาก พริบตาเดียวเงาดำนั่นก็เกาะไปที่หน้าของเขาคนที่อยู่ข้างๆ ต่างก็ใร้องะโออกมาแล้วพูดว่า “ค้างคาว...มันคือค้างคาว!”
เ้านั่นกางปีกของมันออกมา มันคือค้างคาวจริงๆ!
“ตรงนี้...ระวังทางนั้น ทางนั้นก็มี!” มีคนร้องะโขึ้นมาอีกในตอนนี้หยางหนิงเองก็เห็นเหมือนกัน มันเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้นแต่กลับมีค้างคาวมากถึงสิบตัวโผล่เข้ามาได้
“อย่าให้มันถูกตัวเด็ดขาด...!”ผู้าุโหลูรีบะโบอก ในตอนนี้มีค้างคาวตัวหนึ่งบินพุ่งมาใส่เขาเขาใช้ดาบในมือเขาปัดป้อง แล้วก็ฟันค้างคาวตัวนั้นออกเป็สองท่อน เืพุ่งออกมา ผู้าุโหลูกลับถอยหลังหลบไม่ให้เืของค้างคาวถูกตัว
ค้างคาวที่ขาดเป็สองท่อนหล่นอยู่ที่พื้นปีกทั้งสองข้างของมันยังคงสั่นอยู่ บอกไม่ถูกเหมือนกันว่ามันน่ากลัวแค่ไหน
ส่วนคนอื่นๆ ก็กำลังใช้ดาบปัดป้องและสังหารค้างคาวเช่นกันฝีมือดาบของพวกนั้นมีทั้งดีและแย่ปนกัน หลายคนสามารถฆ่าค้างคาวได้แต่ไม่ได้ถอยหลังเหมือนกับที่ผู้าุโหลูทำ บางคนก็ถูกเืของค้างคาวเปื้อนหน้าจนหมด
ที่ด้านนอกร้านเหล้าในขณะนี้ก็มีเสียงของคนกุมบังเหียนม้าดังมา มันแสดงให้เห็นว่ามันวุ่นวายผิดปกติไปมาก
หยางหนิงเห็นค้างคาวบินว่อนเต็มร้านเหล้าเห็นบางคนยกมือขึ้นมาจับหน้าของตัวเองไว้ แล้วร้องโหยหวนล้มลงไปกับพื้นกลิ้งไปกลิ้งมาตลอดทาง เอาหัวชนกำแพง เท้าก็ดีดดิ้นอยู่พักหนึ่งแล้วก็ไม่ขยับอีกเลย
หยางหนิงใกลัวจนิญญาแทบออกจากร่างยิ่งไปกว่านั้น เพราะเขามีความรู้มาก แล้วก็เคยได้ยินมาว่าที่ทะเลตงไฮ่มีค้างคาวเือยู่เืของมันมีพิษ หากใครก็ตามที่ถูกเืของมันเข้า เนื้อก็จะเปื่อยและตายไปทันที
แต่ว่าถึงแม้ว่าเขาจะเคยได้ยินมาแต่ก็ไม่เคยเห็นเลยยิ่งคิดไม่ถึงว่าค้างคาวเืตงไฮ่จะมาโผล่อยู่ในร้านเหล้ากลางป่าแบบนี้แล้วค้างคาวเืนี่ มันน่ากลัวกว่าที่เคยได้ยินอีก
หยางหนิงรู้สึกแปลกใจมากคิดในใจว่าค้างคาวเืมันมีต้นกำเนิดที่ตงไฮ่ น่าจะคุ้นเคยกับการใช้ชีวิตอยู่ริมทะเลมากกว่าแต่ที่นี่เป็พื้นที่ทางบก ค้างคาวเืไม่มีทางบินมาที่แบบนี้ได้เองหรอกไม่รู้ว่ามีเื้ัอะไรหรือเปล่า
ในตอนนี้มีหลายคนที่ถูกเืของมันจนล้มลงกลิ้งไปกลิ้งมากับพื้น แล้วก็ตายไป เมื่อเห็นพิษของค้างคาวเืร้ายแรงแบบนี้แล้วในใจของหยางหนิงก็รู้สึกหวาดกลัวมาก ก็เลยควักเอามีดสั้นออกมาถือในมือเมื่อค้างคาวเืมาใกล้ตัว จะได้ฆ่ามันได้ทันการ
หลายคนเริ่มรู้ว่าเืของค้างคาวนั้นมีพิษก็ระวังตัวกันมากขึ้น เืของมันจะมีผลก็ต่อเมื่อัักับร่างกายจังๆ เท่านั้นขอเพียงไม่โดนตัว ก็ไม่มีอะไรน่ากลัว เมื่อทุกคนรู้ตรงนี้แล้ว ก็ระวังกันมากขึ้นพยายามไม่ให้เืของมันมาถูกตัว บางคนก็ถอดเสื้อและหมวกกันฝนออกมาตีค้างคาว บางคนก็เอาเสื้อมากันไว้ข้างหน้าเมื่อเป็แบบนี้ เืของมันก็จะไม่โดนตัว
ถึงแม้จะสูญเสียไปแล้วสี่ห้าคนค้างคาวเืเองก็เหมือนจะถูกกำจัดไปจนหมด
หยางหนิงที่หลบอยู่ใต้โต๊ะมองไปยังชายชุดเทาเห็นชายชุดเทายืนคุ้มกันอยู่หน้าเด็กหนุ่มถึงแม้จะมีค้างคาวสองสามตัวที่บินเข้าไปใกล้ แต่เมื่อชายชุดเทายกห่อผ้าทรงยาวขึ้นพวกค้างคาวก็จะบินหนีไป พวกมันแทบจะไม่บินเข้าใกล้เลย หยางหนิงเห็นทุกอย่างในใจก็คิดว่าชายชุดเทาผู้นี้จะต้องเป็ยอดฝีมือคนหนึ่งแน่นอน
ทันใดนั้นเองหยางหนิงก็เห็นชายชุดเทาคนนั้นเงยหน้ามองไปที่หลังคา ไม่รู้เพราะอะไรเหมือนกันแต่ชายชุดเทากลับร้องะโขึ้นมา ยกมือขึ้น ห่อผ้าสีดำยาวหมุนตัวราวกับพายุหลังจากนั้นก็ได้ยินเสียง “โครม” จากบนหลังคา ที่จริงแล้วมันคือดาวกระจายที่ตกลงมาราวกับสายฝนแต่ก็ถูกห่อผ้าที่หมุนเป็พายุนั้นซัดกระเด็นออกไป
หยางหนิงนิ่งไป เหมือนเดาได้ว่ามีคนอยู่้าหลังคา
เห็นชายชุดเทาะโพุ่งขึ้นไปหยางหนิงโผล่หัวออกไปเพื่อดูสถานการณ์ ท่ามกลางความมืด เห็นได้ว่าบนหลังคามันทะลุเป็โพรงแล้วมีคนจำนวนหนึ่งลงมาจากโพรงนั้น ชายชุดเทาเคลื่อนที่ราวกับวานรในมือถือห่อผ้าสีดำทรงยาวหมุนตวัดไปมา ไปโดนตัวของคนๆ หนึ่ง คนๆ นั้นถูกซัดกระเด็นตกลงไปที่พื้นอย่างแรง
คนของสำนักคุ้มกันเพิ่งจะรู้ว่า้าหลังคามีคนซ่อนตัวอยู่ในตอนนี้มีคนจำนวนมากลงมาจากตรงนั้นไม่หยุด คนพวกนี้ล้วนแล้วแต่ใส่ชุดดำสวมผ้าปิดหน้าเหลือแค่ลูกตาเท่านั้น ส่วนผมเองก็พันผ้าปกปิดจนมิดเส้นผมเส้นเดียวก็ไม่เห็น
มือของพวกเขาสวมถุงมือหนังสัตว์สีดำั้แ่หัวจรดเท้า มีแต่สีดำ นอกจากลูกตาแล้ว ก็ไม่เห็นิัส่วนใดอีก
แต่ที่น่าแปลกไปกว่านั้นคนพวกนี้ยังสะพายห่อผ้าเอาไว้ด้านหลังอีกด้วย ห่อผ้าเหมือนจะเชื่อมติดกับเสื้อผ้าที่เอวยังมีผ้าคาดเอวสีดำอีกหนึ่งเส้น หากไม่ดูให้ดี ก็แทบจะแยกไม่ออก
อาวุธในมือของพวกเขา เป็เคียวโค้งตัวดาบเล็กและแคบกว่าดาบปกติเยอะมาก และยังสั้นกว่าปกติอีกด้วยแต่ว่ามันสว่างแวววับมาก ดูแว๊บเดียวก็รู้ว่าถูกสร้างมาอย่างดี
พริบตาเดียวมีชายชุดดำมากกว่าสิบคนที่เข้ามาในร้านเหล้า และได้เข้าปะทะกับคนของสำนักคุ้มกันแล้ว
หยางหนิงหดหัวกลับไปคิดในใจว่าคนพวกนี้ตั้งใจจะมาปล้นสินค้าจริงๆ หรือ คนที่มามีไม่น้อยแถมยังเตรียมตัวมาอย่างดีอีกด้วย ก่อนอื่นก็ดับไฟแล้วก็ปล่อยค้างคาวเืมาโจมตีก่อน หลังจากนั้นก็ลงมาจากข้างบน ทุกๆ ขั้นตอนมันดูละเอียดรอบคอบมาก
จริงๆ เขากะว่าจะแอบไปดูว่าบนรถสินค้าของสำนักคุ้มกันมีซ่อนใครไว้หรือไม่ตอนนี้ดูๆ แล้ว โอกาสเป็ไปได้น้อยมาก สำนักคุ้มกันขบวนนี้น่าจะไม่ใช่ขบวนที่ตัวเขาหาอยู่
อีกฝ่ายใช้คนมากขนาดนี้คิดว่าน่าจะไม่ธรรมดา คิดว่าไม่น่าจะออกหน้าเพราะหญิงสาวที่ถูกขายต่อคนเดียว
อีกอย่างพวกเขาเลือกใช้ค้างคาวเืมาเป็หนึ่งในอาวุธการกระทำดูลึกลับน่าสงสัย ดูไม่ค่อยดีเท่าไร คิดว่าน่าจะไม่ใช่การคุ้มกันของที่ถูกต้องอะไรนัก
ภายในร้านเหล้าเต็มไปด้วยเสียงการต่อสู้คนของสำนักคุ้มกันถูกโจมตีจนแทบรับมือไม่ไหว แต่ถึงอย่างไรก็เติบโตมาในสำนักคุ้มกันเดียวกันฝีมือย่อมต้องไม่ธรรมดาทั้งคู่แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือฝีมือของชายชุดเทานั้นคือของจริง ในตอนนี้สามต่อหนึ่งเขาก็สามารถจัดการได้อยู่หมัด เพียงแค่พริบตาเดียวห่อผ้าในมือก็ซัดไปที่หน้าอกของชายชุดดำคนหนึ่ง ชายชุดดำคนนั้นก็กระเด็นลอยไปไกล
หยางหนิงคิดในใจว่าตรงนี้อยู่นานไม่ได้เพราะไม่แน่เขาอาจถูกดึงไปเอี่ยวด้วย ก็เลยคิดหาโอกาสหลบออกจากร้านเหล้า เขาเหลือบไปเห็นโต๊ะยาวที่อยู่ไม่ไกลนักตรงโต๊ะยาวไม่มีคน คิดในใจว่าหากหลบเข้าไปอยู่ที่หลังโต๊ะยาวน่าจะปลอดภัยมากกว่าเมื่อสบโอกาส เขาก็มุดออกจากใต้โต๊ะ วิ่งเหมือนแมวไปที่โต๊ะยาวแต่วิ่งออกไปได้แค่สองก้าว สายตาก็เหลือบไปให้เงาดำๆ กำลังพุ่งมาที่ตัวเขา คนๆ นั้นใช้เคียวฟันลงมาที่ตัวเขา