ก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ]

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 79 พลังที่น่ากลัว

            ชื่อเสียงของเหลยต้งไม่ได้ด้อยไปกว่าเหลยป้าเทียนเขาสามารถอยู่ในสถานที่อย่างหุบเขาสุขาวดีได้อย่างอิสระราวกับปลาได้น้ำ จะยังเป็นคนธรรมดาได้ที่ไหนกัน

            ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือ เหลยต้งและเหลยป้าเทียนมีสัมพันธ์ทางสายเลือดอีกด้วย

            เหลยต้งเป็นคนตระกูลเหลย เป็นน้องชายต่างแม่ของเหลยป้าเทียนเพราะเขามีพรสวรรค์และเฉลียวฉลาดมาตั้งแต่เด็ก ตระกูลเหลยต้องการแทรกซึมอำนาจในหุบเขาสุขาวดีอย่างเร่งด่วนจึงส่งเหลยต้งไปยังหุบเขาสุขาวดีตั้งแต่เด็ก การผูกมิตรกับประมุขสำนักอาวุโสแห่งสำนักตี้หยินเป็นแผนการของคนตระกูลเหลยทั้งสิ้น

            ต่อมาตอนที่เหลยต้งสังหารประมุขสำนักอาวุโสแห่งสำนักตี้หยินตายไปตระกูลเหลยก็เคยเข้าร่วมด้วยเช่นกัน

            กล่าวได้ว่าเหลยต้งเป็นหูเป็นตาให้ตระกูลเหลยในหุบเขาสุขาวดีเพียงแต่ว่าหลายปีมานี้เหลยต้งหลีกเลี่ยงที่จะติดต่อกับตระกูลเหลยอยู่ตลอด เขาไม่อยากอยู่ใต้อำนาจตระกูลเหลยไปทั้งชีวิตด้วยจิตใจทะเยอทะยานของเขาทำให้เขาคิดอยากเป็นอิสระมานานแล้ว

            ช่วงสามปีที่ผ่านมา เขาไม่เคยติดต่อตระกูลเหลยเลยแม้แต่ครั้งเดียว

            ตอนนี้กลับปรากฏตัวขึ้นที่นี่แล้ว

            เหลยป้าเทียนมองเหลยต้งด้วยความตกใจระคนดีใจเขายังคิดอยู่ว่าเสิ่นเสวียนจะมีผู้ช่วยอะไรอีก ที่แท้ก็เป็นคนตระกูลเหลยนี่เอง แม้แต่ที่พึ่งยังไม่มีอีกฝ่ายจะเอาอะไรมาสู้เขาได้

            เพียงแต่หลังจากที่เขาตะโกนเรียกเหลยต้งออกไปด้วยความดีใจแล้วเหลยต้งไม่สนใจเขาเลย และพี่ใหญ่เผ่าอนธการยังยืนอยู่ไม่ไกลจากเสิ่นเสวียนมากนัก เหลยป้าเทียนสังเกตเห็นว่าแววตาของพวกเขาเหม่อลอยสีหน้าไร้อารมณ์ ทว่าไอพลังกลับแข็งแกร่งมาก และพลังบนร่างยังคล้ายคลึงกับเหลยป้าเทียนอยู่บางส่วนด้วย

            “เจ้าไปอยู่ตรงนั้นทำไมรีบมาตรงนี้เร็ว อีกเดี๋ยวพวกเราพี่น้องจะได้ไปสังสรรค์กัน”

            เหลยป้าเทียนเรียกเหลยต้งอีกครั้งด้วยความตื่นเต้นเพียงแต่สิ่งที่ตอบกลับเขามายังคงเป็นท่าทางเหม่อลอยและสีหน้าไร้อารมณ์

            “ดูเหมือนพวกท่านน่าจะรู้จักกันข้าน่าจะคิดออกนานแล้ว เพราะพวกท่านแซ่เหลยเหมือนกัน”

            เสิ่นเสวียนมองเหลยป้าเทียนอย่างเข้าใจได้พลางกล่าวที่แท้อีกฝ่ายมีสายสัมพันธ์กันถึงระดับนี้

            เริ่นเสี้ยวเทียนที่ยืนอยู่ข้างๆในตอนนี้กำลังถลึงตามองพี่ใหญ่เผ่าอนธการตาโต แล้วเขาก็ค่อยๆ ตั้งสติกลับมา เขาประเมินเสิ่นเสวียนต่ำเกินไปที่แท้นี่ต่างหากคือไม้ตายของเสิ่นเสวียน

            พี่ใหญ่เผ่าอนธการผู้นี้มีชื่อเสียงมากในเผ่าอนธการอยู่ในอันดับเจ็ดของผู้พิทักษ์เผ่าอนธการ พลังของเขาถึงขั้นราชันระดับกลางแล้ว ไม่ได้ด้อยไปกว่าเหลยป้าเทียนเลย

            “เจ้าทำอะไรกับเขา”

            เหลยป้าเทียนสังเกตเห็นถึงความผิดปกติจึงถามเสิ่นเสวียนอย่างระแวดระวังนักสร้างศาสตราวุธชั้นสูงบางคนมีความสามารถเหนือกว่าคนปกติทั่วไป เหลยต้งและพี่ใหญ่เผ่าอนธการในตอนนี้มีแววตาเหม่อลอยผิดปกติ

            “นับว่าท่านฉลาดอยู่เหมือนกันบอกให้ท่านรู้คงไม่เป็นไร เขาตายไปแล้ว ตอนนี้เขาเป็นเพียงหุ่นเชิดของข้าเท่านั้น พอใจหรือไม่”

            “เจ้า... เจ้าฆ่าเขา!”

            เมื่อได้ยินคำของเสิ่นเสวียนเหลยป้าเทียนพลันสีหน้าเปลี่ยนไป นี่คืออำนาจยิ่งใหญ่อีกหนึ่งอำนาจของพวกเขาตระกูลเหลยกลับโดนเสิ่นเสวียนทำลายไปแล้ว!

            “ช่างเถอะ เสียเวลามากพอแล้วพวกเจ้าไปฆ่าเขา”

            เสิ่นเสวียนกล่าวกับพี่ใหญ่เผ่าอนธการและเหลยต้ง

            หลังจากได้ยินคำของเสิ่นเสวียนสายตาของทั้งสองคนพลันมองตรงไปยังเหลยป้าเทียน จากนั้นก็กลายเป็นร่างเงาสองร่างกระโจนเข้าใส่เหลยป้าเทียน

            เหลยป้าเทียนเห็นดังนั้นจึงรีบแสดงไอพลังต่อสู้ออกมาสร้างม่านพลังป้องกันตัวในขณะเดียวกันสองหมัดของเขาเริ่มรวบรวมพลังเอาไว้ พลันโจมตีออกไปปะทะกับทั้งสองคนที่กระโจนเข้าหาเขา

            ตูม!!!

            เสียงระเบิดดังก้องเมื่อหมัดของทั้งสามคนเข้าปะทะกันพลังแผ่กระจายออกไปทุกทิศทาง เสิ่นเสวียนและเริ่นเสี้ยวเทียนแสดงไอพลังต่อสู้ออกมาป้องกันตัวหลบหลีกคลื่นพลังไปได้

            ด้วยแรงระเบิดทำให้สามคนนั้นถอยหลังไปคนละสามก้าว

            “แค่กๆ!”

            เหลยป้าเทียนกุมหน้าอกไว้เขาไอออกมาไม่หยุด มุมปากยังมีเลือดไหลออกมาอีกด้วย การปะทะกันเมื่อครู่ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บจนถึงรากฐานแต่เขารู้ว่าอีกฝ่ายก็ไม่ได้ดีไปกว่ากัน เขาได้รับบาดเจ็บหนัก อีกฝ่ายต้องบาดเจ็บยิ่งกว่า

            แต่ในตอนที่เขาหันมองอีกฝ่ายทั้งสองคนยังคงลอยอยู่กลางอากาศด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ แม้คลื่นพลังจะยังรุนแรงอยู่ แต่เหมือนจะไม่ได้รับผลกระทบร้ายแรงอะไร!

            “เป็นไปได้อย่างไร”

            เหลยป้าเทียนไม่อยากเชื่อเลย

            “พวกเขาเป็นเพียงหุ่นเชิดไม่รู้จักเจ็บปวดหรอก”

            เสียงของเสิ่นเสวียนดังขึ้นข้างๆเหยียดหยามอย่างชัดแจ้ง

            ความแข็งแกร่งของหุ่นเชิดแม้จะไม่มีความรู้สึกเหมือนมนุษย์ธรรมดา แต่พวกเขาจะเชื่อฟังคำสั่งของเสิ่นเสวียนเพียงผู้เดียวไม่รู้จักความเจ็บปวด นอกเสียจากว่าไม่มีพลังเข้ามาเติมเต็ม ซึ่งไม่ต่างอะไรกับศาสตราวุธทั่วไปเลย

            เหลยป้าเทียนมองเหลยต้งที่กลายเป็นหุ่นเชิดด้วยแววตาสับสนจากนั้นจึงหันมองเสิ่นเสวียน

            การต่อสู้เมื่อครู่นี้เขารู้ได้ทันทีว่าตนเองหาใช่คู่ต่อสู้ของหุ่นเชิดสองคนนั้นหากต้องสู้กันจริงๆ เขาต้องพ่ายแพ้อย่างแน่นอน

            แต่ถ้าควบคุมเสิ่นเสวียนได้หุ่นเชิดสองคนนั้นจะหมดประโยชน์ทันที ไม่แน่ว่าอาจจะเก็บหุ่นเชิดทั้งสองมาเป็นของตนเองได้อีกด้วย

            ยิ่งคิดได้ดังนี้ เหลยป้าเทียนจึงรวบรวมพลังของตนเองอีกครั้งแล้วโจมตีหุ่นเชิดทั้งสองคน

            เสิ่นเสวียนก็ควบคุมหุ่นเชิดให้เข้าโจมตีเหลยป้าเทียนอีกครั้งเช่นกันทว่าในพริบตาที่อีกฝ่ายลงมือ เหลยป้าเทียนพลันเปลี่ยนทิศโจมตีใส่เสิ่นเสวียนแทน

            นี่คือการคิดคำนวณอย่างยอดเยี่ยมของเขาลงมือในขณะที่อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว เพื่อให้มิอาจหลบหลีกได้

            “เฮอะ! เจ้าไม่มีโอกาสแล้ว”

            เหลยป้าเทียนส่งยิ้มให้เสิ่นเสวียนขณะโจมตีออกไปว่ากันตามจริง ด้วยความเร็วและการตอบสนองของเขาแล้ว เสิ่นเสวียนไม่มีทางหลบหลีกได้เลยส่วนเสิ่นเสวียนที่เพิ่งควบคุมหุ่นเชิดโจมตีออกไป หุ่นเชิดสองคนนั้นไม่มีทางกลับมาช่วยเขาได้ทันแน่นอน

            ขอเพียงพลังสังหารจากปลายนิ้วของเขาพุ่งเข้าใส่เสิ่นเสวียนก็พอ

            เสิ่นเสวียนต้องตายอย่างแน่นอน

            “อย่างนั้นหรือ”

            เสิ่นเสวียนมองเหลยป้าเทียนใบหน้าของเขาค่อยๆ ปรากฏรอยยิ้มเย็นยะเยือกขึ้นมา

            เมื่อเห็นรอยยิ้มชวนหนาวสะท้านบนใบหน้าของเสิ่นเสวียนเหลยป้าเทียนที่กระโจนออกไปแล้วพลันเกิดลางสังหรณ์ไม่ดีขึ้นเล็กน้อย

            แล้วเขาก็มองเห็นเพียงเสิ่นเสวียนชี้นิ้วใส่เขา

            เปรี้ยง!

            เสียงดังสนั่นขึ้นระหว่างนิ้วมือทั่วทั้งโลกเหมือนเงียบกริบไปทันที

            เหลยป้าเทียนอยู่ห่างจากเสิ่นเสวียนไปเพียงสามฉื่อใกล้มากจนสามารถมองเห็นรูขุมขนบนใบหน้าของเสิ่นเสวียนได้อย่างชัดเจน ในขณะนั้นเอง คลื่นพลังมิติปรากฏขึ้นระหว่างทั้งสองคนร่างของเหลยต้งเข้ามาขวางหน้าเสิ่นเสวียนไว้อย่างแม่นยำ ปลายนิ้วที่ผสมผสานพลังน่ากลัวของเหลยป้าเทียนโจมตีทะลุไหล่ขวาของเหลยต้งไป

            ฉัวะ!

            แขนขวาของเหลยต้งขาดไปทั้งแขนเพราะพลังโจมตีของเหลยป้าเทียนหากเสิ่นเสวียนโดนพลังโจมตีนี้เข้าไปคงยากจะรอดพ้นจากความตายไปได้

            “เฮือก!”

            เหลยป้าเทียนที่โจมตีออกไปเมื่อครู่นี้รู้สึกถึงรสหวานในลำคอแล้วเขาก็กระอักเลือดออกมาเต็มหน้าเหลยต้ง เขาค่อยๆ ก้มหน้าลงมองหน้าอกตนเองอย่างไม่อยากเชื่อสายตา

            ฝ่ามือข้างหนึ่งทะลุผ่านหน้าอกของเขาไปเลือดไหลทะลักออกจากบาดแผลหยดลงพื้นไม่หยุด เกิดเป็นเสียงน้ำหยดลงกระทบพื้นระรัว

            พี่ใหญ่เผ่าอนธการยืนอยู่ด้านหลังแขนข้างหนึ่งทะลวงผ่านลำตัวของเหลยป้าเทียน

            “เป็นไปได้อย่างไร”

            เหลยป้าเทียนเงยหน้ามองเสิ่นเสวียนอย่างเชื่องช้าเขาคิดวางแผนมากมายขนาดนี้กลับโดนอีกฝ่ายตลบหลังเสียได้ ความรู้สึกอัปยศผุดขึ้นในฉับพลัน

            เสิ่นเสวียนมองอีกฝ่ายพลางกล่าวขึ้นเบาๆ

            “เหนือฟ้ายังมีฟ้าเหนือมนุษย์ยังมีมนุษย์”

            “ได้! เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือมนุษย์ยังมีมนุษย์ใช่ไหม ข้าจะจดจำเจ้าไว้”

            พลังที่เหือดหายไปอย่างรวดเร็วทำให้เขาต้องหายใจหอบจากนั้นพลังของเขาก็ทะลักออกมาราวสายน้ำหลาก

            “ไสหัวไป!”

            เหลยป้าเทียนตะโกนเสียงดังก้องพลังน่ากลัวพลุ่งออกมาจากร่างของเขากระแทกหุ่นเชิดทั้งสองคนกระเด็นออกไปในพริบตา คลื่นพลังรุนแรงนี้ยังกวาดทำลายไปถึงตัวเสิ่นเสวียนและเริ่นเสี้ยวเทียนด้วย

            ทั้งสองคนแสดงพลังป้องกันตัวในทันทีและเหาะถอยหลังไป

            นี่คือพลังปะทุก่อนตายของอีกฝ่ายมิอาจดูถูกได้เลย รอให้พลังนั้นเบาบางลงแล้วค่อยกระโจนเข้าไปก็ยังไม่สาย

            ตูม! ตูม!

            หุ่นเชิดทั้งสองคนตกลงกระแทกพื้นอย่างรุนแรงพลังได้รับความเสียหายไปสามส่วน เสิ่นเสวียนและเริ่นเสี้ยวเทียนในตอนนี้ก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันต่างคนต่างได้รับบาดเจ็บไม่น้อย

            “แฮก!แฮก! พวกเจ้าสองคน ข้าจะจำไว้ คอยดูเถอะ พวกเจ้าจะต้องชดใช้อย่างสาสม!”

            เหลยป้าเทียนลอยอยู่กลางอากาศมองเสิ่นเสวียนและเริ่นเสี้ยวเทียนที่ถอยหลังไปเรื่อยๆ พลางกล่าวข่มขู่

            “ท่านไม่มีโอกาสแล้ว”

            เสิ่นเสวียนมองอีกฝ่ายที่กำลังอ่อนแรงลงจากนั้นจึงเรียกหุ่นเชิดทั้งสองคนเข้าล้อมเหลยป้าเทียนเอาไว้

            “ลำพังแค่เจ้ายังคิดขวางข้าอีกไร้เดียงสายิ่งนัก”

            เหลยป้าเทียนปรายตามองหุ่นเชิดทั้งสองคนมือทั้งสองข้างฟาดออกไปในมิติเบื้องหน้า ทันใดนั้นมิติเกิดรอยแยกขึ้น ภายในนั้นดำมืดไม่รู้ว่าไปยังทิศทางใด

            “ขวางเขาไว้!”

            เสิ่นเสวียนเห็นดังนั้นจึงตะโกนออกไปหุ่นเชิดทั้งสองคนเคลื่อนตัวตามไปทันทีแต่ก็ยังช้าเกินไป

            “ข้าจะกลับมาอีก”

            เสียงของเหลยป้าเทียนดังขึ้นจากนั้นเขาก็หนีเข้าไปในรอยแยกมิติ

            เมื่อหุ่นเชิดทั้งสองไปถึงรอยแยกนั้นมิติก็กลับมาสมานกันเหมือนเดิม ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

            เขาหนีไปแล้ว!

            เสิ่นเสวียนและเริ่นเสี้ยวเทียนเหาะไปยังจุดที่เกิดรอยแยกมิติขึ้นแล้วตรวจสอบรอบๆแต่ก็ไม่เจออะไรเลย แสดงว่าเขาหนีไปแล้วจริงๆ

            “ดูเหมือนข้าจะประเมินเขาต่ำเกินไป”

            เสิ่นเสวียนยื่นมือออกไปลูบมิตินั้นเบาๆพลางส่ายหัว

            “นี่คือค่ายกลมิติที่เขาติดตั้งไว้ล่วงหน้าเจ้าตามข้ามา ข้ารู้ว่ามันอยู่ที่ไหน”

            เริ่นเสี้ยวเทียนปรายตามองแล้วเหาะออกไป

    คล้ายกับเรื่องก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ] ที่คุณอ่าน