ตอนที่ 11.1
เพียงดิน
8 ปีก่อน
แต่เดิมครอบครัวของเพียงฝันมีกันอยู่ 2 คน คือเธอและแม่แพรทิพย์ เราอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขจนแม่ตัดสินใจแต่งงานใหม่เมื่อหลายปีก่อนแล้วมีน้องชายเพิ่มเข้ามาอีก 1 คน ชื่อว่าเพียงดิน ดินเป็น้องแท้ ๆ ของเธอที่เกิดจากคนละพ่อ อายุห่างกัน 5 ปี ครอบครัวของเราอยู่กันด้วยดีทั้ง 4 คน พ่อแม่ลูก
จนกระทั่ง 7 ปีก่อนที่พ่อเสียชีวิตจากอุบัติเหตุและแม่ป่วยเป็มะเร็ง ฐานะทางบ้านของเพียงฝันไม่ค่อยดีมากนัก ยิ่งขาดเสาหลักอย่างพ่อไปก็เริ่มอยู่กันอย่างลำบาก เพียงฝันตัดสินใจดรอปเรียนมหาลัยเพื่อไปทำงานหาเงินมาส่งน้องเรียนและรักษาอาการของแม่ เพราะเธอมัวแต่ทำงานหาเงินจึงไม่รู้เลยว่าปล่อยให้น้องชายเพียงคนเดียวต้องเผชิญกับอะไร
ตอนนั้นเพียงดินเป็เด็กนักเรียนม.ห้า เขามีผลการเรียนดีมาก เป็เด็กฉลาดและนิสัยดี เขาจึงไม่เห็นด้วยที่จะปล่อยให้พี่สาวต้องเลิกเรียนแล้วมาทำงานส่งเขาเรียน เขามีความคิดอยากช่วยแบ่งเบาภาระให้กับพี่สาว ประจวบเหมาะกับที่อัคคี เพื่อนร่วมชั้นของเพียงดินชวนเขาไปทำงานด้วย
‘ได้ข่าวว่าแม่มึงป่วย ไม่มีเงินรักษา มึงอยากมาทำงานกับกูมั้ย เงินดีนะ’
‘งานอะไร’
‘เด็กส่งของ พี่ชายกูกำลังหาคนเพิ่มมาช่วยส่งของให้ลูกค้า มึงสนมั้ย’
‘...’
‘ถ้ามึงขับรถเองเป็เขาให้มึงรอบละหมื่นห้าเลยนะ’ พี่ชายของอัคคีรับจ้างส่งของภายในจังหวัด ถ้ารอบไหนคนไม่พอจะให้น้องช่วยหาเด็กพาร์ทไทม์มาเพิ่ม
‘ส่งของอะไร ทำไมพี่มึงให้เยอะจัง’
‘ของด่วน ของสำคัญของพวกคนรวย มึงอย่ารู้เลย สรุปจะทำมั้ย ถ้าทำก็เริ่มส่งรอบแรกคืนนี้เลย’
‘เออ กูทำ’
เพียงดินตกลงโดยที่รู้เพียงว่าต้องขับรถมอเตอร์ไซค์ที่พี่ชายอัคคีเตรียมไว้ให้ไปส่งของที่บ้านหลังหนึ่ง เขาแอบออกจากบ้านไปในตอนดึก วันนี้พี่เพียงฝันมีงานรอบค่ำ ส่วนแม่อยู่โรงพยาบาล เลยไม่มีคนอยู่บ้าน เพียงดินไปตามยังสถานที่นัดของอัคคี มันเตรียมรถไว้ให้แล้ว ส่วนของที่ต้องส่งก็อยู่ในตู้ใส่ของที่พ่วงหลังเบาะ
‘มึงไปตามที่กูส่งที่อยู่ให้ ของต้องส่งถึงลูกค้าก่อนห้าทุ่ม ลูกค้าคอนเฟิร์มรับของเมื่อไร พี่กูโอนเงินให้มึงเมื่อนั้น’ อัคคีเป็คนนำ ‘ของ’ ใส่เข้าไปในตู้หลังเบาะ
‘อือ’ เพียงดินพยักหน้า เตรียมจะขึ้นรถก็ได้ยินเพื่อนร่วมชั้นเรียกชื่อ
‘ไอ้ดิน’
‘อะไร’ หันไปมองหน้ามัน เพราะน้ำเสียงมันดูจริงจังกว่าปกติ
‘ระวังตัวนะมึง ห้ามออกนอกเส้นทางแล้วก็ถ้าไม่ใช่ลูกค้ามึงห้ามส่งของให้เด็ดขาด’
‘เออ รู้แล้ว’ มันย้ำเขาหลายรอบแล้ว
เด็กหนุ่มเริ่มออกรถไปยังบ้านลูกค้า นึกแปลกใจเส้นทางที่เพื่อนบอกนั้นดูจะเป็ทางอ้อมมาก ๆ ทั้งที่หากจะไปหมู่บ้านนั้น มีเส้นทางอีกหลายเส้นที่เวลาน้อยกว่านี้ ไม่ต้องผ่านป่า ผ่านที่รกร้างให้เสียเวลาแต่ด้วยคำของเพื่อนที่บอกว่าห้ามออกนอกเส้นทาง และกลัวว่าถ้าทำพลาดจะชวดเงินมารักษาแม่ เพียงดินจึงขับรถไปตามทางโดยไม่เปลี่ยนแผน ใช้เวลาชั่วโมงกว่า ๆ ก็มาจอดยังหมู่บ้านเศรษฐีแห่งหนึ่ง เขาขับไปจอดยังหน้าบ้านเลขที่ 24 แล้วโทรศัพท์แจ้งลูกค้า ไม่นานจากนั้น กลุ่มผู้ชายที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับเพียงดินก็เดินออกมาจากบ้าน ชายคนหนึ่งยื่นมือไปรับกล่องพัสดุกล่องใหญ่จากดิน
‘ปาร์ตี้คืนนี้สนุกแน่พวกมึง’ เขาชูของในกล่องในเพื่อน ๆ ดู เสี้ยงอ้อแอ้แบบนั้นคงเมาได้ที่แล้ว
‘เฮ้!!’
เด็กส่งของจำเป็ เมื่อส่งถึงมือลูกค้าแล้วก็็หมดหน้าที่ เขาออกรถเพื่อกลับไปหาอัคคี โดยไม่รู้เลยว่ากลุ่มเด็กผู้ชายพวกนั้นกำลังมองเขาอยู่ หนึ่งในนั้นหันไปหาเพื่อนอีกคน
‘ใช่คนที่มึงเกลียดขี้หน้ามั้ยว่ะ’
‘เออ ไม่คิดว่าคนอัจฉริยะอย่างมันจะเป็เด็กส่งยา ความจนนี่มันไม่เข้าใครออกใครจริงว่ะ’
‘มึงเอาเื่นี้ไปบอกโรงเรียนดีมั้ยว่ะ ให้แม่งหมดอนาคตไปเลย’ เพื่อนเขาไม่ชอบขี้หน้าไอ้ดิน เพราะมันทำตัววิเศษวิโส ทำเป็อัจฉริยะเหนือคนอื่น ทั้งที่เงินค่าเทอมยังแทบไม่มีจ่าย
‘หึ! แค่นั้นไม่พอหรอก กูมีวิธีที่สนุกกว่านั้น อยากจะรู้นักว่าน้ำหน้าฉลาด ๆ อย่างมันจะเอาตัวรอดได้มั้ย’ ว่าจบก็หยิบยกโทรศัพท์กดสายหาพ่อค้ายาที่ซื้อขายกันเป็ประจำ
ตรู๊ด...ตรู๊ด...
เพียงดินขับรถออกมาได้ครึ่งทางแล้ว เขาตั้งใจว่าขากลับจะกลับทางที่ไวกว่า แต่ระหว่างทางก็ต้องหยุดรถเพื่อรับสายของอัคคี เสียงร้อนรนของมันทำให้รู้ว่าปัญหากำลังเข้ามา
[‘ไอ้ดิน! มึงอยู่ไหนแล้ว! ลูกค้าโทรมาตามพี่กูว่ายังไม่ได้ของ]
‘ไม่ได้ของได้ไง กูส่งของให้ลูกค้ากับมือ’
[ส่งเ-ี้ยอะไร!! เค้าบอกอยู่ว่าไม่ได้]
‘กูส่งไปแล้ว’
[ไอ้ดิน พี่กูเอามึงตายแน่ถ้ามึงโกง เอาของไปส่งให้ลูกค้าเดี๋ยวนี้]
‘กูบอกว่ากูส่งแล้ว ส่งไปแล้วจริง ๆ’ เพียงดินยืนยันคำตอบเดิม ‘เดี๋ยวกูจะกลับไปคุยกับลูกค้าอีกที เผื่อมีอะไรเข้าใจผิด’
ปิ๊บ!
ว่าจบก็รีบบึ่งรถกลับไปยังบ้านเลขที่ 24 แต่เมื่อกลับมาถึง ไฟที่เปิดสว่างโล่ก็ดับสนิท เขาโทรหาลูกค้าเป็สิบสายก็ไม่มีใครรับ ะโเรียนคนในบ้านก็ไม่มีใครออกมาจนยามของหมู่บ้านต้องมาไล่ออกไป เพียงดินจนมุมไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี สุดท้ายก็ต้องโทรกลับไปหาอัคคี
‘มันปิดบ้าน กูโทรไปก็ไม่รับ’
[มึงแน่ใจนะว่ามึงส่งจริง ไม่ได้หลอกกู]
‘กูแน่ใจ กูจะทำแบบนั้นทำไม กูแค่อยากได้เงินมารักษาแม่’
[พูดแบบนี้แสดงว่ามึงไม่รู้จริง ๆ ว่าของในกล่องมีอะไร] อัคคีเริ่มเชื่อ เพราะถ้าดินรู้มูลค่าของของในนั้น มันต้องเห็นเงินหมื่นห้าเป็แค่เศษเงิน
‘ของในกล่องเป็อะไร บอกพี่มึงทีว่ากูจะหาเงินมาคืนให้’ เขาไม่อยากมีปัญหา ไอ้อัคคีดูซีเรียสมากแสดงว่าเป็ของสำคัญ เลยขอรับผิดชอบแทนแม้จะยังไม่รู้ว่าจะไปหาเงินมาคืนได้จากไหนก็ตาม
[มึงไม่มีปัญญาหามาใช้คืนหรอก] อัคคีกุมขมัยอย่างเคร่งเครียด เื่นี้ต้องไม่จบง่าย ๆ แน่ ปิดมันไปก็เท่านั้น บอกให้มันรู้ไปเลยดีกว่าว่า ‘ของ’ คืออะไร
‘...’
[ของที่กูให้มึงส่งน่ะ...ยาบ้า]
‘นี่มึง!!’ ดินตะครอกใส่โทรศัพท์อย่างโมโห เขาไม่น่าเชื่อใจมันเลย หาเื่ให้ตัวเองแท้ ๆ!!
[กูขอโทษที่กูหลอกใช้มึง แต่มึงรีบหนีไปให้ไกลที่สุดเลยนะ เพราะพี่กูตามล่ามึงแน่ ยาพวกนั้นเป็ยาตัวใหม่ ราคาเป็ล้าน]
‘ไอ้เ-ี้ยอัคคี!!!’ เงินล้านหนึ่ง เขาจะหามาใช้คืนพี่มันได้ยังไง!
[อย่าเพิ่งด่ากู กูกำลังจะหาทางช่วยมึงอยู่นี่ไง มึงรีบหนีไปก่อน กูจะช่วยพูดกับพี่กูให้]
........................................................................
จะหนีรอดมั้ยลูกกกก ซวยอะไรขนาดนี้หนอ