ยอดรักนักสู้

    ตอนที่ 22 - ใบสั่งยาจากอเวจี

    เสี่ยวเหลียนขับรถม้าของลุงหวังกลับเข้าเมืองด้วยความรีบร้อน ใจของนางเต็มไปด้วยความกังวลเกี่ยวกับอาเฟย และความโกรธแค้นต่อสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น กลิ่นธูปที่มีฤทธิ์ร้ายยังคงอบอวลอยู่ในรถม้า แม้ว่านางจะเปิดผ้าใบออกแล้วก็ตาม ทำให้นางรู้สึกคลื่นไส้และปวดหัว

     

    ขณะที่รถม้าวิ่งผ่านถนนที่คุ้นเคย นางไม่อาจหยุดคิดถึงสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นได้ ความรู้สึกของมือหยาบกร้านของลุงหวังที่ลูบไล้ร่างกายของนาง... ลิ้นที่เปียกชื้นของเขาที่เลียไปตามผิวหนัง... และที่น่าอับอายที่สุด... ความรู้สึกที่ร่างกายของนางตอบสนองต่อการกระทำของเขาโดยไม่ขออนุญาต

     

    นางรู้สึกสกปรกและเสียหาย ราวกับมีสิ่งสกปรกติดอยู่ที่ผิวหนังที่ไม่อาจล้างออกได้ แต่ที่สำคัญกว่านั้น นางรู้สึกโกรธตัวเองที่ปล่อยให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น ถ้านางไม่โลภและหลงเชื่อคำโกหกของลุงหวัง อาเฟยก็คงไม่ต้องทนทุกข์ทรมานแบบนี้

     

    เมื่อรถม้าเข้าใกล้ตรอกที่นางอาศัยอยู่ นางก็เห็นเงาร่างที่คุ้นตาคนหนึ่งยืนอยู่หน้าห้องเช่าของนาง เป็นหญิงชราผมหงอกที่นางจำได้ว่าเป็นเพื่อนบ้าน นางรีบกระโดดลงจากรถม้าและวิ่งเข้าไป

     

    "ป้าหลิน! อาเฟยเป็นอย่างไรบ้าง?" นางถามด้วยความกังวล

     

    หญิงชราหันมามองนางด้วยสีหน้าเป็นห่วง "เหลียนเอ๋อ! เจ้ากลับมาแล้ว! อาเฟยเขาเป็นหนักมาก ตอนนี้เขาหมดสติไปแล้ว ข้าเลยมาคอยดูแลเขาให้"

     

    เสี่ยวเหลียนรีบวิ่งเข้าไปในห้อง พบว่าอาเฟยนอนอยู่บนเตียงในสภาพที่แย่ลงกว่าเดิม ใบหน้าของเขาซีดขาวราวกับกระดาษ ลมหายใจแผ่วเบาจนแทบจะไม่ได้ยิน เหงื่อเย็นๆ ผุดขึ้นเต็มหน้าผาก ร่างกายของเขาสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้

     

    "อาเฟย!" นางร้องเรียกชื่อเขาและรีบเข้าไปจับมือของเขา มือของเขาเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง

     

    นางจับชีพจรของเขาตรวจดู สิ่งที่นางพบทำให้หัวใจของนางหยุดเต้นไปชั่วขณะ ชีพจรของเขาเต้นไม่สม่ำเสมอ บางครั้งเร็วมาก บางครั้งช้าจนแทบจะหยุด และที่น่าตกใจที่สุด นางรู้สึกได้ว่าพลังปราณสองสายที่แตกต่างกันกำลังปะทะกันอย่างรุนแรงในร่างกายของเขา

     

    พลังธาตุดินที่นางเคยถ่ายทอดให้เขาเมื่อหลายวันก่อน กับพลังธาตุทองที่นางเพิ่งได้รับมาจากจางอี้เมื่อคืนนี้ มันกำลังทำสงครามกันอยู่ภายในร่างของเขา พลังธาตุดินพยายามจะสร้างความสงบและเยียวยา ขณะที่พลังธาตุทองกลับพยายามจะรุกรานและทำลาย

     

    "ป้าหลิน ข้าต้องพาเขาไปหาหมอเดี๋ยวนี้!" นางตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว

     

    "แต่เหลียนเอ๋อ เจ้าดูเหนื่อยล้ามาก และ..." หญิงชราหยุดพูด มองนางด้วยสายตาแปลกๆ "เจ้าไปไหนมา? ทำไมถึงได้กลิ่นแปลกๆ ติดตัว?"

     

    เสี่ยวเหลียนตระหนักได้ว่ากลิ่นธูปและกลิ่นของลุงหวังยังคงติดอยู่ที่ตัวนาง "ข้า... ข้าไปหาหมอให้อาเฟย แต่หมอไม่อยู่ เลยต้องกลับมา"

     

    นางไม่อยากอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นกับลุงหวัง มันเป็นความอับอายที่นางไม่อยากให้ใครรู้ และที่สำคัญกว่านั้น ตอนนี้นางต้องรีบพาอาเฟยไปหาหมอหลี่ให้ทันก่อนที่จะสายเกินไป

     

    นางขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านสองสามคนที่อยู่ใกล้เคียง ช่วยกันแบกอาเฟยขึ้นรถม้าที่นางเพิ่งขับมา จากนั้นก็เร่งรถม้าไปยังโรงหมอสกุลหลี่ด้วยความรีบร้อนสุดขีด

     

    ระหว่างทาง นางไม่หยุดพูดคุยกับอาเฟยที่หมดสติ "ทนไว้นะอาเฟย ทนไว้ ข้าจะไม่ให้เจ้าตาย ข้าสัญญา แม้ว่าข้าจะต้องทำอะไรก็ตาม ข้าจะช่วยเจ้าให้ได้"

     

    น้ำตาของนางไหลอาบแก้มผสมปนเปไปกับเหงื่อ แต่ไม่มีเวลาแม้แต่จะปาดมันออกไป ทุกวินาทีมีค่าดั่งทองคำ และนางรู้ดีว่าถ้าไม่รีบ อาเฟยอาจจะไม่รอดพ้นคืนนี้

     

    ในที่สุด... ป้าย "โรงหมอสกุลหลี่" ก็ปรากฏขึ้นแก่สายตา มันตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้าเหมือนประตูสู่นรกในความรู้สึกของนาง แต่ในขณะเดียวกัน มันก็เป็นประตูสู่ความหวังเดียวที่นางมีอยู่

     

    นางใช้แรงทั้งหมดที่มีผลักประตูเข้าไป ตะโกนสุดเสียงจนไม่เหลือเค้าความไพเราะ "ท่านหมอ! ท่านหมอหลี่! ช่วยด้วย! ช่วยเขาด้วย!"

     

    ความโกลาหลของนางทำให้ชาวบ้านสองสามคนที่นั่งรอรับยาอยู่หันมามองเป็นตาเดียวกัน พวกเขาต่างตกใจกับสภาพของหญิงสาวที่ดูเหมือนเพิ่งผ่านเหตุการณ์ร้ายแรงมา ผมของนางรุ่งรัง เสื้อผ้าเรียบร้อยแต่มีกลิ่นแปลกๆ และดวงตาแดงก่ำจากการร้องไห้

     

    แต่แล้วร่างสูงในชุดสีขาวสะอาดของหมอหลี่ก็เดินออกมาจากหลังม่าน ใบหน้าของเขายังคงเรียบเฉยและสง่างามเช่นเคย แต่ในแววตากลับฉายประกายบางอย่างที่เสี่ยวเหลียนอ่านไม่ออก เมื่อเขาเห็นสภาพของอาเฟยที่ใกล้จะหมดสติเต็มที คิ้วของเขาก็ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย

     

    "เกิดอะไรขึ้น?" เขาถามเสียงเรียบ แต่แฝงไปด้วยอำนาจ

     

    "ข้า... ข้าไม่รู้" เสี่ยวเหลียนสะอื้น "อยู่ๆ เขาก็เจ็บหน้าอกแล้วก็เป็นแบบนี้... ท่านหมอได้โปรดช่วยเขาด้วย!"

     

    หมอหลี่ไม่ได้พูดอะไร เขาเดินเข้ามาจับชีพจรที่ข้อมือของอาเฟย นิ้วชี้และนิ้วกลางของเขากดลงไปเบาๆ ดวงตาของเขาปิดลงครู่หนึ่งราวกับกำลังใช้สมาธิรับฟัง "เสียง" จากภายในร่างกายของชายหนุ่ม

     

    เวลาผ่านไปชั่วอึดใจ แต่สำหรับเสี่ยวเหลียนแล้วมันยาวนานราวกับชั่วนิรันดร์ นางจ้องมองใบหน้าของหมอหลี่ พยายามอ่านสีหน้าของเขา แต่เขายังคงเรียบเฉยเหมือนเดิม

     

    ในที่สุดหมอหลี่ก็ลืมตาขึ้น แววตาของเขาคมกริบราวกับมีดหมอ "พลังธาตุทอง... เจ้าไปเอามันมาจากไหน?"

     

    คำถามนั้นราวกับสายฟ้าที่ฟาดลงกลางใจของเสี่ยวเหลียน! เขารู้! เขารู้ได้ทันที!

     

    "ข้า... ข้า..." นางอ้ำอึ้ง พูดไม่ออก

     

    หมอหลี่มองนางด้วยสายตาที่เย็นชาและเจาะจง "ไม่ต้องปฏิเสธ พลังธาตุทองที่อยู่ในร่างกายของเจ้าหนุ่มนี้... มันไม่ใช่ของธรรมดา มันแข็งแกร่ง ดุดัน และแฝงไปด้วยไอสังหารจางๆ... เจ้าไปได้มันมาจากทหารหรือองครักษ์สินะ"

     

    เสี่ยวเหลียนเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เขารู้ละเอียดถึงขนาดนี้ได้อย่างไร!?

     

    "ไม่ต้องแปลกใจไป" เขาพูดราวกับอ่านความคิดของนางออก "ร่างกายของเจ้ามันฟ้องทุกอย่าง... กลิ่นอายของชายอื่นยังคงติดอยู่ที่ตัวเจ้า... และมันกำลัง 'ข่ม' พลังธาตุดินที่ข้าประสานหามาให้"

     

    เสี่ยวเหลียนตัวสั่นเทาด้วยความอัปยศและความกลัว นางรู้สึกเหมือนกำลังถูกเปลื้องผ้าต่อหน้าเขาอีกครั้ง หมอหลี่ดูเหมือนจะมองทะลุผ่านร่างกายของนางไปถึงจิตวิญญาณ

     

    "พาเขาเข้าไปข้างใน" หมอหลี่ไม่รอคำตอบ เขาหันไปสั่งผู้ช่วยสองคนให้มาช่วยพยุงร่างของอาเฟยเข้าไปยังห้องพักผู้ป่วยด้านในสุด จากนั้นเขาก็หันกลับมามองเสี่ยวเหลียนด้วยสายตาที่เย็นชา "ส่วนเจ้า... ตามข้ามาที่ห้องตรวจ"

     

    เสี่ยวเหลียนเดินตามแผ่นหลังของเขาเข้าไปในห้องตรวจที่คุ้นเคยราวกับคนไร้วิญญาณ กลิ่นสมุนไพรและกลิ่นยาอันเป็นเอกลักษณ์ของห้องนี้ที่เคยทำให้นางรู้สึกสงบ บัดนี้กลับทำให้รู้สึกคลื่นไส้และอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก

     

    หมอหลี่ปิดประตูลง... ตัดขาดพวกเขาออกจากโลกภายนอก เสียงกิ่งไผ่ที่กระทบกันเบาๆ จากสวนหลังโรงหมอดังแว่วเข้ามา ทำให้บรรยากาศในห้องยิ่งเงียบสงัดและน่าขนลุก

     

    "ข้าเคยเตือนเจ้าแล้ว" เขาเปิดฉากสนทนาด้วยน้ำเสียงตำหนิ เดินไปหยิบหนังสือเล่มหนึ่งจากชั้นแล้วเปิดดู "การนำพลังธาตุที่ไม่สมดุลเข้าสู่ร่างกายที่ยังไม่พร้อม ก็เหมือนกับการเทน้ำเดือดลงในถ้วยชาที่ทำจากน้ำแข็ง ผลลัพธ์มีเพียงอย่างเดียวคือ... แตกสลาย"

     

    เขาชี้ไปที่ภาพวาดในหนังสือ เป็นภาพร่างกายมนุษย์ที่มีเส้นลมปราณวาดไว้เป็นสีต่างๆ "ดูสิ... พลังธาตุดินและทอง มันขัดแย้งกันโดยธรรมชาติ ดินต้องการความสงบ ความมั่นคง ความเติบโต แต่ทองต้องการความแข็งแกร่ง การครอบงำ การทำลาย เมื่อมันมาอยู่ในร่างกายเดียวกันโดยไม่มีตัวกลาง..."

     

    เขาปิดหนังสือลงอย่างแรง เสียงปังดังขึ้น ทำให้เสี่ยวเหลียนสะดุ้ง "มันจะทำลายกันเองจนกว่าร่างกายจะไม่สามารถทนได้ เส้นลมปราณจะฉีกขาด อวัยวะภายในจะบาดเจ็บ และในที่สุด... ความตายก็จะตามมา"

     

    "ข้าขอโทษ... ข้าไม่ได้ตั้งใจ" เสี่ยวเหลียนพนมมือขึ้นอ้อนวอน น้ำตาเริ่มไหลออกมาอีกครั้ง "ข้าไม่คิดว่ามันจะรุนแรงขนาดนี้... ได้โปรดช่วยเขาด้วยเถอะนะท่านหมอ ข้าจะทำทุกอย่าง... ทุกอย่างจริงๆ!"

     

    หมอหลี่ยิ้มหยันที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่มีความอบอุ่นแต่อย่างใด "ทุกอย่างรึ? คำพูดนี้ช่างน่าฟังยิ่งนัก"

     

    เขาเดินเข้ามาหานางช้าๆ ก้าวเท้าแต่ละก้าวดังก้องในความเงียบ หยุดยืนอยู่ตรงหน้า ห่างกันไม่ถึงคืบ เขายื่นมือมาเชยคางของนางขึ้น บังคับให้นางสบตากับเขาตรงๆ "พลังธาตุทองที่เจ้าได้มา... ไม่ใช่ของธรรมดา มันทั้งแข็งแกร่งและดุดัน แต่ก็แฝงไปด้วยไอสังหารจางๆ... เจ้าไปได้มันมาจากทหารหรือองครักษ์สินะ"

     

    เสี่ยวเหลียนเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เขารู้ละเอียดถึงขนาดนี้ได้อย่างไร!? นางนึกถึงจางอี้... ถึงคืนที่ผ่านมา... ถึงวิธีที่เขาถ่ายทอดพลังให้นาง

     

    "ไม่ต้องแปลกใจไป" เขาพูดราวกับอ่านความคิดของนางออก "ร่างกายของเจ้ามันฟ้องทุกอย่าง... กลิ่นอายของชายอื่นยังคงติดอยู่ที่ตัวเจ้า... และมันกำลัง 'ข่ม' พลังธาตุดินที่ข้าประสานหามาให้"

     

    นิ้วของเขาลูบไล้ไปตามแก้มของนาง "และยังมีอีกอย่าง... กลิ่นของชายคนที่สาม... กลิ่นที่หยาบคาย น่ารังเกียจ... เจ้าไปเจออะไรมาอีกแล้วหรือ?"

     

    เสี่ยวเหลียนตัวสั่นเทาด้วยความอัปยศและความกลัว นางรู้สึกเหมือนกำลังถูกเปลื้องผ้าต่อหน้าเขาอีกครั้ง เขารู้เรื่องลุงหวังด้วยหรือ? เขาดมกลิ่นออกหรือ?

     

    "ตอนนี้พลังธาตุทั้งสองกำลังต่อสู้กันในร่างของเจ้าหนุ่มนั่น" หมอหลี่อธิบายต่อ เสียงของเขาเย็นชาและไร้อารมณ์ "พลังธาตุดินพยายามจะเยียวยาและสร้างรากฐาน แต่พลังธาตุทองกลับพยายามจะรุกรานและทำลาย หากปล่อยไว้ไม่เกินคืนนี้ เส้นลมปราณของเขาจะฉีกขาดจนหมดสิ้น และต่อให้เป็นเทพเซียนก็รักษาไม่ได้"

     

    เขาปล่อยมือออกจากคางของนางแล้วเดินไปยังโต๊ะทำงาน หยิบแผ่นกระดาษขึ้นมาดู "อาการของเขาจะแย่ลงเรื่อยๆ ในตอนแรกจะเป็นเพียงการเจ็บหน้าอก หายใจลำบาก แต่ในอีกสองสามชั่วโมงข้างหน้า เขาจะเริ่มไอเลือด ชักกระตุก และในที่สุด... หัวใจจะหยุดเต้น"

     

    "แล้ว... แล้วจะทำอย่างไรดี" นางถามเสียงสั่น "ได้โปรดบอกข้าเถอะ ข้าจะทำทุกอย่างเพื่อช่วยเขา"

     

    หมอหลี่หันกลับมามองนาง ดวงตาของเขาเป็นประกายแปลกๆ "มีทางเดียว... แต่มันไม่ง่าย และ... ค่าใช้จ่ายก็ไม่ธรรมดา"

     

    "ข้าไม่สนใจค่าใช้จ่าย!" นางตอบทันที "ขอเพียงแค่ช่วยชีวิตเขา!"

     

    "ดีมาก" เขายิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มที่ทำให้เสี่ยวเหลียนขนลุกไปทั้งตัว "เราต้องหาพลังธาตุที่สามเข้าไปเพื่อ 'ไกล่เกลี่ย' และสร้างสมดุล... พลังธาตุที่จะเป็นเหมือนน้ำ... ที่สามารถหลอมรวมดินและทองเข้าไว้ด้วยกันได้"

     

    "พลังธาตุน้ำรึ?"

     

    "ถูกต้อง... พลังธาตุน้ำ" เขายิ้มกว้างขึ้น "และโชคดีของเจ้า... ที่ข้าเชี่ยวชาญการใช้พลังธาตุน้ำเป็นอย่างยิ่ง"

     

    หัวใจของเสี่ยวเหลียนหล่นวูบ นางรู้ทันทีว่า "ค่ารักษา" ในครั้งนี้คืออะไร นางเคยผ่านเรื่องแบบนี้มาแล้วกับเขา

     

    "แต่การจะสร้างสมดุลให้พลังที่รุนแรงขนาดนั้นได้... พลังธาตุน้ำธรรมดาย่อมไม่เพียงพอ" เขาพูดต่อ เดินเข้ามาใกล้นางอีกครั้ง "มันต้องเป็นพลังธาตุน้ำที่ 'บริสุทธิ์' และ 'เข้มข้น' ที่สุด... ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อร่างกายและจิตใจของผู้มอบให้... อยู่ในสภาวะที่ 'สมบูรณ์' ที่สุด"

     

    เขาใช้นิ้วโป้งลูบไล้ริมฝีปากล่างของนางอย่างแผ่วเบา "ข้าต้อง 'ปรุงยา' ขนานพิเศษ... และภาชนะที่จะใช้ในการปรุงยา... ก็คือร่างกายของเจ้า"

     

    "ทะ...ท่านหมายความว่า..."

     

    "หมายความว่า... เจ้าต้องรับพลังธาตุน้ำจากข้าเข้าไปในตัวเจ้าก่อน" เขากระซิบเสียงพร่า "รับเข้าไปให้มากที่สุด... จนกระทั่งร่างกายของเจ้าชุ่มโชกไปด้วยพลังของข้า... จากนั้น... เจ้าจึงจะสามารถนำพลังที่ผสมผสานกันดีแล้วนี้... ไปถ่ายทอดให้กับคนรักของเจ้าได้"

     

    มันคือแผนการที่เลวร้ายและน่าอัปยศที่สุดเท่าที่นางเคยได้ยิน! เขาไม่ได้ต้องการแค่นาง... แต่เขาต้องการให้นางกลายเป็น "สะพาน" ที่ส่งต่อพลังของเขาไปสู่อาเฟย! มันคือการตีตราความเป็นเจ้าของซ้อนทับลงไปอีกชั้นหนึ่ง!

     

    "ไม่... ไม่..." นางส่ายหน้า ปฏิเสธตามสัญชาตญาณ "ต้องมีวิธีอื่นแน่ๆ ท่านเป็นหมอที่เก่งที่สุดในเมืองนี้ ต้องมีวิธีอื่น..."

     

    "งั้นรึ?" หมอหลี่ปล่อยมือออกจากคางของนางแล้วเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงานอย่างสบายอารมณ์ เขาหยิบถ้วยชาขึ้นมาจิบ ทำเหมือนไม่สนใจความทุกข์ทรมานของนางเลย "ถ้าเช่นนั้นก็เชิญเจ้ากลับไปรอจัดงานศพให้คนรักของเจ้าได้เลย... อีกไม่เกินหกชั่วยาม... เขาจะตายอย่างทรมานที่สุด"

     

    เขาวางถ้วยชาลงแล้วมองนางด้วยสายตาเย็นชา "เขาจะไอเลือดออกมาเป็นก้อนๆ ร่างกายจะชักกระตุกอย่างรุนแรง ความเจ็บปวดจะทำให้เขากรีดร้องจนเสียงแหบ และในช่วงท้าย... เขาจะขอร้องให้เจ้าฆ่าเขาเพื่อให้พ้นทุกข์"

     

    คำว่า "ตาย" กระแทกเข้าใส่โสตประสาทของเสี่ยวเหลียนอย่างรุนแรง ภาพใบหน้าอันเจ็บปวดของอาเฟยปรากฏขึ้นในหัวของนาง นางนึกถึงรอยยิ้มไร้เดียงสาของเขา นึกถึงความรักที่บริสุทธิ์ใสที่เขามีให้นาง นึกถึงคำสัญญาที่เขาให้ไว้ว่าจะปกป้องนาง

     

    นางไม่มีทางเลือก... นางไม่มีวันยอมให้อาเฟยตายเด็ดขาด!

     

    "ข้า... ข้ายอมแล้ว" นางพูดออกมาในที่สุด เสียงของนางแผ่วเบาราวกับกระซิบ แต่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว "ข้ายอมทำตามที่ท่านบอกทุกอย่าง... ขอเพียงแค่ท่านช่วยชีวิตเขา"

     

    รอยยิ้มแห่งชัยชนะปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหมอหลี่ "ดีมาก... เด็กดี"

     

    เขาหยิบเทียบเชิญสีแดงฉานออกมาจากลิ้นชักแล้วยื่นให้นาง กระดาษแผ่นนั้นมีกลิ่นหอมของดอกไม้แปลกๆ และมีตราประทับสีทองที่ดูหรูหรา "คืนนี้... ที่หอคณิกา 'บุปผาหมื่นราตรี'... ห้องชั้นบนสุด... ข้าจะเปิดห้องรอเจ้าอยู่ที่นั่น"

     

    "หอคณิกา!?" เสี่ยวเหลียนอุทานด้วยความตกใจ "ทำไมต้องเป็นที่นั่น!?"

     

    หอคณิกา 'บุปผาหมื่นราตรี' เป็นสถานที่ที่นางรู้จักดี มันเป็นหอคณิกาที่หรูหราและมีชื่อเสียงที่สุดในเมืองหลวง เป็นที่ที่ขุนนางและพ่อค้ารวยมาหาความบันเทิง แต่ก็เป็นสถานที่ที่ผู้หญิงดีๆ ไม่ควรเข้าไป

     

    "เพราะการปรุงยาขนานนี้... ต้องใช้ 'บรรยากาศ' ที่เหมาะสม" เขายิ้มอย่างมีเลศนัย "อีกอย่าง... ข้าเบื่อโรงหมอเต็มทีแล้ว... การเปลี่ยนสถานที่ย่อมทำให้ 'การรักษา' น่าตื่นเต้นยิ่งขึ้น... จริงไหม?"

     

    เขาจงใจเลือกสถานที่ที่น่าอัปยศที่สุดเพื่อเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของนางให้จมดิน! เขาต้องการให้นางรู้สึกเหมือนหญิงขายตัว ต้องการให้นางจำได้ตลอดไปว่านางต้องขายร่างกายเพื่อช่วยชีวิตคนรัก

     

    "และอีกอย่าง..." เขาเอนตัวไปข้างหลัง "ที่นั่นมีห้องพิเศษที่ข้าจัดเตรียมไว้ มีอุปกรณ์ครบครัน มีธูปหอมที่จะช่วยให้การถ่ายทอดพลังเป็นไปอย่างราบรื่น และที่สำคัญที่สุด... มันเป็นสถานที่ที่ไม่มีใครมารบกวน"

     

    เสี่ยวเหลียนรู้สึกเหมือนกำลังจมลงในหลุมลึกที่ไม่มีทางออก แต่นางไม่มีทางเลือกอื่น เพื่ออาเฟย นางต้องทำ

     

    "ไปดูแลคนรักของเจ้าซะ" เขาโบกมือไล่ "ทำให้เขาสบายใจ... บอกเขาว่าเจ้าจะไปสวดมนต์ขอพรให้เขาที่วัดตลอดทั้งคืน... แล้วอย่ามาสายล่ะ... เพราะยาขนานนี้... ต้องปรุงกันทั้งคืน"

     

    เขาหยิบหนังสือเล่มหนึ่งขึ้นมาเปิดอ่าน ทำเหมือนนางไม่อยู่ที่นั่น "อ๋อ... และอีกอย่าง... อย่าลืมอาบน้ำให้สะอาด ใส่เสื้อผ้าที่สวยที่สุดที่มี เพราะคืนนี้... เจ้าต้องเป็น 'ยา' ที่สมบูรณ์แบบ"

     

    เสี่ยวเหลียนรับเทียบเชิญนั้นมาด้วยมือที่สั่นเทา นางรู้สึกเหมือนกำลังถือน้ำหนักของโลกทั้งใบเอาไว้ นางเดินออกจากห้องตรวจเหมือนคนไร้วิญญาณ กลับไปยังห้องพักที่อาเฟยนอนอยู่

     

    อาเฟยหลับไปแล้วด้วยฤทธิ์ยาที่ผู้ช่วยของหมอหลี่ให้ไว้ ใบหน้าของเขายังคงซีดเซียวแต่ก็ดูสงบลงมาก นางนั่งลงข้างๆ เตียง กุมมือของเขาไว้แน่น น้ำตาไหลทะลักออกมาอีกครั้งอย่างไม่อาจห้ามได้

     

    "อาเฟย..." นางกระซิบ "ข้าขอโทษ... ข้าขอโทษที่ทำให้เจ้าต้องเจ็บปวด ข้าขอโทษที่ข้าต้องโกหกเจ้า แต่ข้าจะช่วยเจ้า ไม่ว่าจะต้องทำอะไรก็ตาม ข้าจะไม่ให้เจ้าตาย"

     

    นางต้องโกหกเขาอีกแล้ว... โกหกคำโตที่สุดในชีวิต...

     

    นางต้องบอกเขาว่าจะไปวัด... แต่ความจริงแล้ว... นางกำลังจะเดินเข้าสู่ขุมนรกที่ร้อนแรงและลึกล้ำยิ่งกว่าเดิม... ขุมนรกที่นางต้องเปลื้องผ้า... และสังเวยร่างกายให้กับปีศาจในคราบหมอเทวดา... ตลอดทั้งคืน

     

    ขณะที่นางกำลังจมอยู่กับความสิ้นหวังนั้นเอง อาเฟยก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้น ดวงตาของเขาขุ่นข้นและไม่มีแสง แต่เมื่อเห็นนาง เขาก็พยายามยิ้ม

     

    "เหลียนเอ๋อ..." เขาพูดเสียงแหบ "เจ้ากลับมาแล้ว... ข้าคิดถึงเจ้า"

     

    "อาเฟย!" นางโอบกอดเขาไว้เบาๆ "เจ้ารู้สึกดีขึ้นหรือยัง? ข้าพาเจ้ามาหาหมอแล้ว เขาบอกว่าเจ้าจะหายดี"

     

    "ข้ารู้สึกดีขึ้นแล้วเมื่อได้เห็นเจ้า" เขายิ้ม แม้ว่าจะเห็นได้ชัดว่าเขากำลังทนความเจ็บปวด "แต่เจ้าดูเหนื่อยล้ามาก... เจ้าไปไหนมา?"

     

    "ข้า... ข้าไปหาหมอให้เจ้า" นางโกหก "วิ่งไปหลายที่ จนในที่สุดก็เจอหมอหลี่"

     

    "เจ้าดีกับข้าเกินไป" เขาลูบแก้มของนาง "ข้าไม่รู้จะตอบแทนเจ้าอย่างไร"

     

    คำพูดนั้นราวกับมีดที่แทงเข้าไปในหัวใจของนาง นางต้องกัดริมฝีปากเพื่อไม่ให้ตัวเองร้องไห้ออกมา

     

    "หมอหลี่บอกว่า... เจ้าต้องพักผ่อนมาก" นางพูดต่อ "และข้า... ข้าจะไปวัดคืนนี้ เพื่อสวดมนต์ขอพรให้เจ้าหายเร็วๆ"

     

    "เจ้าไม่ต้องทำขนาดนั้นหรอก" เขาพูดอย่างเป็นห่วง "ข้าไม่อยากให้เจ้าลำบาก"

     

    "ไม่ลำบากหรอก" นางบังคับตัวเองยิ้ม "ข้าอยากทำเพื่อเจ้า"

     

    พวกเขาคุยกันอีกสักพักจนอาเฟยหลับไปอีกครั้ง นางนั่งมองใบหน้าสงบของเขาอีกครู่หนึ่ง แล้วค่อยๆ ลุกขึ้น

     

     

     

     

    และในขณะที่นางกำลังจมอยู่กับความสิ้นหวังนั้นเอง สายตาของนางก็เหลือบไปเห็นบางอย่างที่ใต้เตียงของอาเฟย...

     

    มันคือเศษผ้าชิ้นเล็กๆ... ที่ถูกฉีกออกมาจากชายเสื้อ...

     

    เป็นผ้าไหมสีชมพูอ่อน... สีเดียวกับชุดของผู้หญิง... ที่นางเห็นในหีบไม้ของจางอี้!

    คล้ายกับเรื่องยอดรักนักสู้ ที่คุณอ่าน

    เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    นิยาย อีโรติก
    2.40M 1665
    เพลิงฟ้ามหายุทธ์ (จบ)

    เพลิงฟ้ามหายุทธ์ (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    288K 400
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    คัมภีร์ลับแห่งฉางอัน [แปลจบแล้ว]

    คัมภีร์ลับแห่งฉางอัน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    388K 744
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    401K 613