ภายใต้หน้ากากไม้ เซี่ยซีหานแสยะยิ้ม เขาเห็นมือของฮุ่ยเฟินที่ง้างอ้า สำหรับเซี่ยซีหานมันเป็นการเคลื่อนไหวที่เชื่องช้าเหลือเกินผู้วิเศษก็แบบนี้เขาไม่ถนัดศิลปะการต่อสู้ ด้านหลังเซี่ยซีหานปรากฏรากไม้ก่อรูปเป็นมือยักษ์สี่มือ มันจับแขนขาฮุ่ยเฟินราชาหมื่นบุปผาขึงตรึง
ฮุ่ยเฟินราชาหมื่นบุปผาได้แต่แผดร้องว่า ไม่... ไม่... ได้โปรดปล่อยข้า ข้ายังไม่อยากตาย ข้าจะมอบทุกสิ่งทุกอย่างให้เจ้า
แต่ทุกอย่างสายเกินไป
!ตู้ม เสียงระเบิดดัง ร่างฮุ่ยเฟินราชาหมื่นบุปผากระแทกต้นไม้ ดาบไม้ปักเข้าสู่หัวใจเขาสำเร็จ ร่างที่ใหญ่โตของฮุ่ยเฟินราชาหมื่นบุปผา ค่อยๆ กลับสภาพเป็นปกติ
สายหมอกสีขาวและพลังแห่งผู้ไร้เสียงคือเคล็ดลับในการเอาชนะฮุ่ยเฟินราชาหมื่นบุปผาของเซี่ยซ๊หาน
มันทำให้เซี่ยซีหานไม่หวาดกลัวคลื่นเสียงจากเหล่าดอกไม้หน้าคนแม้แต่น้อย
เมื่อไร้ผู้ชักนำพลังวิเศษ ดอกไม้หน้าคนไม่นานต่างใบหน้าบูดเบี้ยว พวกมันมองจ้องมาทางเซี่ยซีหานอย่างโกรธแค้น ก่อนจะค่อยๆ แห้งเหี่ยวและตายไป
ฮุ่ยเฟินราชาหมื่นบุปผามองจ้องเซี่ยซีหาน ก่อนเขาจะกัดปากพูดอย่างอ่อนแรง แต่น้ำเสียงเขาแสดงออกว่า นี่คือความโกรธแค้น ที่แม้ตายก็จะยังขอสาปแช่งเจ้า
"ข้าจะแก้แค้น ข้าจะต้องแก้แค้นเจ้าให้ได้"
ดวงตาของฮุ่ยเฟินราชาหมื่นบุปผาแข็ง ปากสั่น ก่อนจะทั้งร่างจะนิ่งแข็งเพราะไร้ลมหายใจ
ฮุ่ยเฟินราชาหมื่นบุปผาตายแล้วอย่างนั้นหรือ?
"เจ้าพูดได้ดี พูดได้ดีจริงๆ"
เซี่ยซีหานมือของเขาปรากฏเป็นแสงสีทองจากพลังวิเศษของวิหครุ่งอรุณที่เคลือบมือของเขา
จากนั้นเซี่ยซีหานก็ต่อยไปที่ใต้พื้นดินอย่างแรง พร้อมเสียงดังก้องกังวาน
"!อย่าคิดว่าจะตบตาข้าได้ไอ้แก่"
...
ในเวลาเดียวกัน บริเวณซากศพของเหล่านักรบและผู้วิเศษจากอาณาจักรไม้หมื่นกิ่ง
ศพของฉีเยี่ยนผู้วิเศษเจ้ายมโลก กึกกัก กึกกัก มันมีเสียงคล้ายบางสิ่งบางอย่างเคลื่อนไหว จากนั้นมองดีๆ มีร่างของหุ่นกระบอกที่ทำจากไม้เดินออกมา จุดสังเกตกลางกายของหุ่นกระบอกไม้ มีไฟสีเขียวส่องสว่างเล็กๆ อยู่
หุ่นกระบอกหันซ้าย หันขวาแล้วมันก็รีบวิ่ง วิ่งเร็วขึ้นเรื่อยๆ
แต่น่าเสียดายขามันสั้นไปสักนิด และตัวก็เล็กเพียงเลยฝ่ามือมานิดหน่อย มันเลยดูเงอะงะและดูตลกมากกว่า ระหว่างทางมันวิ่งและสะดุดหลายครั้ง
มุมหนึ่งบนโขดหินแห่งป่าที่หนาแน่นไปด้วยต้นไม้ที่ยังไม่ถูกทำลาย
"นายท่าน นายท่านเสี่ยวจูกลัวจังเลยขอรับ เสี่ยวจูเกือบตายไปแล้วนะขอรับ นายท่านช่วยเสี่ยวจูด้วย" เสียงที่ดังก้องกังวานแปลกๆ นี้ มันช่างเหมือน... เสียงของฉีเยี่ยนผู้วิเศษเจ้ายมโลกจริงๆ
"เจ้าจะกลัวอะไรเสี่ยวจู เจ้าตายไปแล้ว เจ้าเป็นแค่วิญญาณ" เสียงชายหนุ่มที่แฝงความฉลาดเฉลียวพูดดังเบาๆ ผ่านสายลม
เมื่อมองขึ้นไปบนยอดต้นไม้ใหญ่ จะเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งที่ใบหน้าไม่โดดเด่น แต่ร่างกายของเขาสูงใหญ่อยู่ในชุดเกราะนักรบ ถ้าเซี่ยซีหานอยู่ตรงนี้เขาจะรู้ได้ทันทีว่า ชายคนนี้คือหนึ่งในสองนักรบหกดาบที่รู้งานหนีไหวเหลือเกิน
ชายหนุ่มลึกลับผู้นี้ดวงตาของเขาส่องประกาย มองลึกไปที่ดวงตาของเขาจะเห็นวงเวทย์ที่เซี่ยซีหานคุ้นเคย วงเวทย์แห่งดวงตา 'วิหครุ่งอรุณ'
"ฮุ่ยเฟินราชาหมื่นบุปผาถูกจัดการแล้ว"
"สมน้ำหน้า สมน้ำหน้า เพราะมันทำให้เสี่ยวจูและเจ้านายต้องมาที่นี่ และเสี่ยวจูเกือบตาย นายท่าน ท่านจะแก้แค้นให้เสี่ยวจูไหม" หุ่นกระบอกคุกเข่าอ้อนวอนอย่างน่าสงสาร มือสั่นระริกชูไปหาชายหนุ่มลึกลับที่นั่งบนกิ่งไม้ใหญ่ไม่หยุด ก่อนเจ้าหุ่นกระบอกที่น่าสังเวชจะพูดชื่อหนึ่งออกมาเต็มเสียง "ได้โปรดนายท่านฉีเยี่ยนแก้แค้นให้เสี่ยวจูที"
!!!ที่แท้เขาคือฉีเยี่ยนงั้นรึ
เมื่อชายหนุ่มลึกลับได้ยินคำนี้ เขาหัวเราะ จากนั้นมือของเขาก็แตะสัมผัสไปที่ใบหน้าของตัวเอง บางส่วนละลายเป็นคล้ายดินเหนียวแล้วระเหยหายไป และใบหน้าของฉีเยี่ยนก็ปรากฏ เพียงแต่ความแตกต่างของฉีเยี่ยนผู้นี้ กับฉีเยี่ยนที่ถูกเซี่ยซีหานสังหารไปนั้น คือความเยาว์วัย และแววตาที่แฝงความเฉลียวฉลาดอันลุ่มลึก
นอกจากนั้นฉีเยี่ยนผู้นี้ ยังมีร่างกายอันใหญ่โต ไม่ได้ดูผอมแห้งแบบผู้วิเศษส่วนมากด้วย
"ทำไมข้าต้องแก้แค้นด้วยเล่า เจ้าก็ไม่ได้ตายสักหน่อย มีข้าอยู่เจ้าไม่ตายง่ายๆ หลอก นอกจากนั้นเรื่องของอาณาจักรชั้นหนึ่งเล็กๆ ข้าจำต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วยเหรอ ต่อให้นี่จะเกี่ยวข้องกับ 'จารึกยุทโธปกรณ์เวทมนตร์สงคราม' จริงๆ แต่พวกเราผู้ที่มาจากอาณาจักรชั้นสามขาดแคลนสิ่งนี้รึ คิกคิกคิก แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ เจ้าหนุ่มลึกลับนั้นต่างหาก ด้วยพลังวิเศษแห่งชีวิตและความตายของข้า ข้าสัมผัสได้ว่าเขายังเยาว์วัยมาก น่าจะอายุเพียง 14 15 หรืออย่างมากก็เพียง 16 เท่านั้น แต่เขากลับเป็นผู้เดินบนสองเส้นทางเช่นข้าและยังทำได้ดีอีกด้วย แม้แต่ในอาณาจักรอันรุ่งเรืองของเรา 'ดาบที่สิบสาม' หรือแม้แต่อาณาจักรชั้นสามอื่นๆ ที่ในระดับเดียวกันเจ้าเด็กนี่ ก็ยังนับว่าเป็นหนึ่งในผู้มีพรสวรรค์ระดับสูงที่หาตัวจับยาก ข้ารู้สึกสนใจเขา ต้นกล้าแบบนี้เหมาะที่จะคบหาและเลี้ยงดูให้เติบใหญ่"
ดวงตาฉีเยี่ยนผู้ลึกลับเป็นประกาย สายตาของเขามองทอดยาวออกไป เห็นเซี่ยซีหานที่อยู่ไกลๆ ด้านล่างต้นไม้ชายหนุ่มที่คาดว่าเป็นนักรบหกดาบมองขึ้นไปด้านบนอย่างสนใจ
ฉีเยี่ยนคล้ายเห็นชายที่เป็นนักรบหกดาบมองมาที่เขา
"เจ้าคิดว่าข้าพูดเกินจริงรึกัวเฉิน"
"ไม่ขอรับ แต่สำหรับข้าไม่มีใครเป็นอัจฉริยะนอกจากคุณชาย เพราะท่านสามารถเอาชนะข้าผู้เป็นนักรบแปดดาบในตอนนั้นได้ตั้งแต่เยาว์วัย ตอนนี้ผ่านมาเกือบๆ ยี่สิบปี ความสามารถของท่านก็อยู่ในระดับที่ข้าไม่อาจจะหยั่งถึงได้อีกแล้ว"
"ฮะฮาฮ่า พวกเจ้าช่างเป็นคนขี้ประจบ แต่ช่างเถอะ ไม่แปลกที่เจ้าจะประเมินเขาต่ำไป เป็นอีกครั้งที่เจ้านั้นเสียเปรียบผู้อื่น เพราะไร้ 'จิตนักรบ' เพราะแบบนี้ทำให้เจ้ามีช่องว่างที่ใหญ่โตที่ไม่อาจจะก้าวข้ามได้ และทำให้เจ้าสังเกตยอดคนกับเหล่าคนธรรมดาไม่ออก"
ดวงตาของกัวเฉินมองฉีเยี่ยนอย่างประหลาดใจ
"คุณชาย... นี่ท่านกำลังจะบอกว่า..."
"เจ้าเด็กนี่ไม่ใช่แค่เดินบนสองเส้นทางธรรมดา แต่มันยังเดินบนเส้นทางนี้อย่างกล้าหาญและมีจิตนักรบเช่นเดียวกับข้า แถมยังแหลมคมไม่น้อย แม้จะอายุเพียงเท่านี้ หากจิตนักรบของข้าไม่ได้แหลมคมกว่าของมัน เกรงว่าข้าคงถูกจับได้ตั้งแต่แรกแล้ว ในบันไดห้าขั้นแห่งจิตนักรบเกรงว่าเจ้าเด็กนี่ใกล้จะบรรลุถึงบันไดขั้นที่สองแล้ว ส่วนข้าที่อายุเกือบๆ จะสี่สิบปีคนนี้ กลับเพียงพึ่งบรรลุจิตนักรบขั้นที่สามได้ไม่นาน คิกคิก กัวเฉินเพียงแค่นี้เจ้าก็น่าจะรู้แล้วว่า เจ้าเด็กนี่น่ากลัวขนาดไหน"
"คุณชายทำไมพวกเราไม่ฆ่ามัน เรากับมันตอนนี้ก็เป็นศัตรูกันแล้ว เราควรฆ่ามันตั้งแต่ตอนนี้ ตัดไฟเสียแต่ต้นลม นี่ยังไม่รู้ว่ามันมีเบื้องลึกเบื้องหลังของเจ้าเด็กนี่ มันจะมีปัญหาอะไรอีกรึเปล่า หากมันเป็นคนที่ตระกูลผู้มีเกียรติอันสูงส่ง ส่งมาฝึกฝนในอาณาจักรชั้นต่ำ นี่ไม่เท่ากับว่าคุณชาย... ท่าน ท่านกำลังนำปัญหามาให้ตัวเองรึ"
"เจ้ากำลังบอกว่าข้าจะชักนำปัญหาเข้าตัวงั้นรึ ฮะฮาฮ่า ไม่ใช่ทุกวันนี้ข้าก็เป็นแบบนี้อยู่งั้นรึ อัจฉริยะที่ไร้รากฐานและวงศ์ตระกูล หากจะปีนป่ายบนเส้นทางแห่งยอดนักรบ พลังและอำนาจ มันช่าง..." ฉีเยี่ยนนิ่งไปครู่หนึ่งสั้นๆ "ช่างเถอะ ช่างเถอะ ได้เวลาที่ข้าต้องสร้างเส้นสายของตัวเองบ้างแล้ว การมาที่อาณาจักรเล็กๆ แห่งนี้ของข้า ก็นับว่าไม่ไร้ประโยชน์"
"นายท่านแล้ว 'จารึกยุทโธปกรณ์เวทมนตร์สงคราม' เล่า สิ่งนี้อาจจะทำให้ท่านได้รับโอกาสวาสนามากมาย"
ฉีเยี่ยนยิ้มไม่ตอบ
...
ตู้ม มือของเซี่ยซีหานกระชากขึ้นจากพื้นดิน ในมือมีดวงวิญญาณดวงหนึ่งติดมือมาด้วย
"นายท่าน นายท่านได้โปรดปล่อยข้า ได้โปรดปล่อยข้าเถอะ" เสียงที่น่าสังเวชของฮุ่ยเฟินราชาหมื่นบุปผาดังนัก ตอนนี้เขากลายเป็นดวงวิญญาณที่ยากจะสัมผัสไปแล้ว
"พวกผู้วิเศษมักตายยากตายเย็น ตาแก่เคอซวนพูดไว้ไม่ผิด หากไม่ใช่เพราะข้ามีดวงตาที่สามารถมองเห็นดวงวิญญาณได้ ข้าคงถูกเจ้าหลอกแน่ๆ ฮุ่ยเฟินราชาหมื่นบุปผา"
ฮุ่ยเฟินราชาหมื่นบุปผาหัวเราะ เห่อเห่อเบาๆ ตอนนี้ใบหน้าและดวงตาของเขาดูน่าสงสารมาก
ภายใต้หน้ากากเซี่ยซีหานปรากฏรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
มีบางอย่างที่เขาอยากรู้จากปากของฮุ่ยเฟินราชาหมื่นบุปผาอยู่บ้าง
"เจ้าเก็บหนังสือสัญญาทาสของเหล่าคนแคระไว้ที่ไหน"
ใบหน้าของฮุ่ยเฟินราชาหมื่นบุปผางงงัน มันคล้ายกับว่านี่เป็นหัวข้อที่เขาไม่คาดคิดว่าจะได้ยิน
"เอ่อออออออออออออ..." น้ำเสียงฮุ่ยเฟินราชาหมื่นบุปผาลากยาว ไม่ใช่ว่าเขาตอบไม่ได้ แต่เขาไม่ได้เตรียมใจที่จะตอบก็เท่านั้น ไม่ใช่ว่าเขาควรจะถูกเข่นถามว่า 'จารึกยุทโธปกรณ์เวทมนตร์สงคราม' เจ้าซ่อนไว้ไหนงั้นเหรอ
แล้วหนังสือสัญญาทาสของเหล่าคนแคระมันสำคัญตรงไหน ฮุ่ยเฟินราชาหมื่นบุปผาเป็นงง
"นี่เจ้าไม่คิดจะบอกข้าเหรอ งั้นดีดีดี เจ้ารู้จักบิดาน้อยเกินไป ตอนนั้นเจ้ากล้าเฆี่ยนเหล่าคนแคระอย่างไร้เมตตา วันนี้ข้าก็จะเฆี่ยนเจ้าแบบนั้นบ้าง" พูดจบในมือข้างหนึ่งของเซี่ยซีหานก็ปรากฏแส้รากไม้ แต่ปัญหาคือแส้อันนี้ชุ่มไปด้วยพลังแห่งรุ่งอรุณ
ฮุ่ยเฟินราชาหมื่นบุปผาที่อยู่ในสภาพดวงวิญญาณเห็นแบบนี้ก็หนาวสั่น มันไม่อยากจะตายแบบนี้
มันรีบพูดว่า ข้าจะพูด ข้าจะพูดอย่างรวดเร็ว
ในฐานะผู้ชำนาญด้านดวงวิญญาณ ฮุ่ยเฟินราชาหมื่นบุปผารู้ว่า หากเขาไม่ใช่ดวงวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ ดวงวิญญาณนั้นจะแพ้พลังแห่งรุ่งอรุณขนาดไหน
ฮุ่ยเฟินราชาหมื่นบุปผารีบพูดถึงที่ซ่อนของหนังสือสัญญาแห่งทาส ของเหล่าคนแคระพร้อมกับในใจคิดว่า 'เจ้าหน้ากากไม้ลึกลับผู้นี้มันรู้จักข้า'
-------------
นิยายเล่มใหม่ส่งรูปเล่มแล้วตอน 15.00 น ของวันนี้ แต่ละเว็บกำลังทะยอยนำ Ebook เล่ม 8 ตอน 211 - 240 ขึ้นนะครับ เล่มหน้าจะพยายามลงให้ได้ในวันจันทร์ที่ 7 ส.ค.