เทียนหลง ดันเจี้ยน สเลเยอร์

    บทที่ 27

    เอ๊ะ!!... เพียงพริบตาเดียวลำแสงที่เท่าขนาดขาของมนุษย์ปกติก็ลอยเข้าไปใกล้กับตัวของเธอ เมื่อเธอเห็นอย่างนั้นในเสี้ยววินาทีเธอตัดสินใจเงยหน้าออกจากกล้องที่กำลังถ่ายอยู่ เห็นเจ้าเสือสองตัวกำลังพุ่งมาทางเธอ แต่ในเสี้ยววินาทีนั้นเองที่ลำแสงตกกระทบทะลุตัวของเสือทั้งสอง จากร่างที่มันกระโจนหวังจะตะครุบเหยื่อก็ปลิวกระเด็นไปนอนกองอยู่กับพื้น แสดงให้เห็นถึงความแรงของสกิลนี้ ด้วยสัญชาตญาณของนักข่าวที่สะสมมาอย่างช้านาน เธอได้เลื่อนกล้องลงในทันที“เป็นภาพที่สวยงามมาก..” รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของเธออย่างชัดเจน ภาพที่เสือทั้งสองตัวได้กลายเป็นแสงไปอย่างช้าๆ และภาพของการแสดงผลของทักษะของชายที่ใครต่อใครก็กำลังตามหา“สุดยอดจริงๆเลย เข็มพวกนี้จะสลายไปก็ต่อเมื่อมอนสเตอร์พวกนี้ตายแล้ว ยอดเยี่ยม!!..” ในวันนี้ทั้งวันเธอไม่แน่ใจว่ากล่าวคำพวกนี้ออกมากี่ครั้งแล้ว แต่มันก็เป็นจริงดังที่เธอว่ามาทั้งหมด ไม่มีคำไหนที่เหมาะสมแล้ว ในเวลาเดียวกันนั้นเอง..หลินฟ่อเคอยืนมองการต่อสู้อยู่บนดาดฟ้าของตึกบริษัทตัวเอง ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความกังวล คิ้วขมวดเครียดกับเหตุการณ์ตรงหน้า ฮันเตอร์หลายผู้หลายนางต่างก็ตกตายกันเป็นใบไม้ร่วง“ท่านประธาน สถานการณ์ในตอนนี้ไม่ค่อยจะดีนัก ผมคิดว่าเราควรจะถอยกลับไปตั้งหลักก่อน” ผู้ช่วยของเขาเอ่ยขึ้นมารายงาน จากสถานการณ์แล้วพวกเขานับว่าเสียเปรียบ ฮันเตอร์ส่วนใหญ่ยังเป็นเพียงแค่เด็กน้อยไร้ประสบการณ์ เมื่อพวกเขาพบเจอกับเหล่ามอนสเตอร์บางคนก็เอาแต่วิ่งหนี ส่งผลให้หัวหน้ากลุ่มหรือหัวหน้าทีมสั่งการได้ไม่เป็นระบบ และไร้ประสิทธิภาพการต่อสู้ ส่วนหนึ่งมันก็มาจากมอนสเตอร์ที่พวกเขานั้นพบเจอด้วยเช่นกัน จากข้อมูลที่ได้รับมา มอนเตอร์พวกนี้ประจำชั้นตั้งแต่ 5-30 ในขณะที่ฮันเตอร์ท็อปวันของประเทศยังลุยได้แค่ชั้น 28 เท่านั้น อย่างนี้พวกเขาจะเอาอะไรต่อกรกับพวกมันได้“ไม่คิดเลยว่าวันนี้จะเป็นวันสุดท้ายของมนุษยชาติ.. ไม่มีใครสามารถต่อกรกับพวกมันได้เลยหรือ” ฟ่อเคอเงยหน้าขึ้นไปมองบนท้องฟ้าที่มืดมน ตอนนี้พวกเขาสิ้นหวังกับหายนะครั้งนี้แล้ว และเขาเชื่อว่าหลายเมืองเองก็คิดเหมือนกับเขาเช่นกัน“ท่านประธานครับ มีรายงานข่าว.. เป็นการต่อสู้ของคุณเทียนหลงครับ” ผู้ช่วยคนนี้เรียกความสนใจของเจ้านายไปยังไอแพดที่เขากำลังถืออยู่ หลินฟ่อเคอรับมันมาชมด้วยความสนใจ และเขาก็ต้องอดที่จะอุทานออกมาไม่ได้“เขายังเป็นมนุษย์อยู่ใช่ไหม..” การถ่ายทอดสดที่ไร้การตัดต่อ เพียงแค่ชายชุดคลุมดำโบกสะบัดดาบของเขา มอนสเตอร์หลากหลายสายพันธุ์ก็ตกตายเป็นก้อนเนื้อก่อนจะสลายหายไปเป็นแสงในอากาศ“หลางจินซื่อยังไม่สามารถกระทำอย่างนี้ได้.. ตอนนี้เขาเป็นถึงท็อป3ของประเทศจีน ต่อสู้กับมอนสเตอร์ชั้น 25 เขายังแทบจะประมาทไม่ได้เลยด้วยซ้ำ ... เดี๋ยว!! นั่นเขากำลังจะทำอะไร?” ฟ่อเคอที่กำลังบ่นนักสู้ของตัวเองที่มีความแตกต่างกันราวฟ้ากับเหวที่ลึกโครตอยู่นั้นเอง จู่ๆชายที่ชื่อว่าเทียนหลง ก็หยุดลอยตัวอยู่บนอากาศนิ่งๆ ในมือของเขาถือสิ่งที่คล้ายกับลูกบอลสีแดงเพลิง มันค่อยๆขยาย และหดตัวลง ฟ่อเคอมองมันอย่างสนใจ ก่อนที่เทียนหลงคนนี้จะโยนมันขึ้นไปในอากาศ และนั่นก็ต้องทำให้เขาตาโตเท่าไข่ห่าน“เขาไม่ใช่มนุษย์!!.. เทพ เขาเป็นเทพเจ้าหรือยังไงกัน” ภาพที่พวกเขาสองคนกำลังเห็นอยู่นั้น มันเหนือสามัญสำนึกของคนธรรมดาไปเรียบร้อยแล้ว ไอ้ทักษะมีปีกบินบนท้องฟ้าก็นับว่าแย่มากแล้ว แต่ไอ้ทักษะแท่งแสงนี้มันอะไรกัน มอนสเตอร์ตกตายราวกับพวกมันเป็นเพียงแค่มดปลวก ภาพนี้มันช่างต่างกับภาพที่ต่อสู้อยู่ตรงหน้าของเขาเหลือเกิน ในขณะเดียวกันที่ฟ่อเคอกำลังรับชมข่าวรายงานสดนี้อยู่ ก็มีผู้คนอีกนับล้านๆชีวิตรับชมเช่นกัน ทวีปอื่นๆประชาชนที่ไม่ได้รับรู้ถึงภัยร้ายนี้ การใช้ชีวิตยังคงปกติสุขดีเหมือนเช่นทุกๆวันจนภาพรายงานสดนี้บางคนยังคิดว่ามันเป็นการ์ตูนหรือภาพยนตร์ที่กำลังเข้าฉาย แต่เมื่อหลายๆคนบอกว่ามันเป็นภาพที่กำลังเกิดขึ้นจริงในประเทศไทย พวกเขาก็ต่างช็อก เพราะการต่อสู้นี้มันเหมือนนิยายหลายๆเรื่องเกินไป พระเอกที่กำลังยืนเท่ และใช้สกิลเวอร์วังอลังการงานสร้างอย่างนี้ มันควรมีแต่ในเทพนิยายเท่านั้น อีกด้านหนึ่งที่ประเทศไทย..“โครตเก่ง!! ไม่รู้จะสรรหาคำไหนชื่นชมเขาดี..” บิวตี้ที่นั่งอยู่บนรถที่ความเร็วไม่ต่ำกว่า 130 กิโลเมตร/ชั่วโมง ตั้งแต่รู้เรื่องราวที่ครีมเพื่อนรักเล่าให้ฟัง เธอก็สรรหาติดตามสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา เผื่อมันจะเป็นประโยชน์ต่อการหลบหนีของพวกเธอ“เกิดอะไรขึ้น!! อะไร? ใคร? โครตเก่งอะไร พูดให้มันรู้เรื่องหน่อยสิ” ครีมที่ตอนนี้กำลังใช้สมาธิอย่างมากในการขับขี่ เธอสาบานเลยว่านี่เป็นครั้งแรกที่เธอขับรถเร็วขนาดนี้ ปกติเธอจะขับแค่ 70-80 เท่านั้น เหงื่อเย็นเกาะเต็มทั่วร่างกาย และเมื่อเพื่อนเธอพูดอะไรอย่างนี้ เธอไม่รู้เรื่องก็เลยถามออกไปอย่างไม่เป็นภาษา“แก ฉันว่าแกลดความเร็วหน่อยก็ได้ ตอนนี้ก็อยู่ห่างตั้ง 40 กิโลแล้วมั้ง อีกอย่างฮันเตอร์ก็จัดการไปได้มากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์แล้ว” บิวตี้กล่าว“..เห้ออ ค่อยยังชั่ว.. ถ้าบอกช้าอีกนิดนี่ฉันจะตายแล้วนะ ดูสินี่ยังมือสั่นๆอยู่เลย” ครีมลดความเร็วของรถลงมาเหลือเท่ากับปกติ ก่อนที่จะถอนหายใจ และยกมือที่สั่นๆให้กับเพื่อนของเธอดู“นี่คือแกกลัวมอนสเตอร์ขนาดนั้นเลยเหรอ.. มือสั่นไม่หยุดเลย” บิวตี้กล่าวแซว“จะบ้าเหรอ ที่สั่นนี่เพราะขับรถเร็วเถอะ.. แต่ช่างมันก่อน ตอนนี้ไม่รู้ว่าไอซ์จะเป็นยังไงบ้าง” ครีมกล่าวด้วยความกังวลใจ แต่เมื่อได้ยินว่ามอนสเตอร์ตายไปกว่า 80 เปอร์เซ็นต์แล้วในใจเธอก็โล่งอกขึ้นมาบ้าง“นั่นสินะ ขออย่าให้ไอซ์มันเป็นอะไรเลย ทางที่ดีฉันว่าเราเดินทางกลับเมืองกันดีกว่า ไปถึงพวกเขาก็น่าจะจัดการมอนสเตอร์หมดแล้วมั้ง..” บิวตี้พูด เธอก็เป็นห่วงเจ้าน้องชายคนนี้เหมือนกัน ถ้ารีบกลับไปตอนนี้ก็น่าจะไม่เป็นอะไรแล้ว จากข่าวสดนี้เธอเชื่อว่าชายชุดดำนี้คงจะจัดการพวกมันหมดในไม่ช้า“นั่นสินะ เราควรจะกลับ บรรยากาศแถวนี้ก็น่ากลัว ถนนก็มืดไปหมด ขากลับขับช้าๆก็แล้วกัน” ครีมกล่าวพร้อมกับตีไฟเลี้ยวเพื่อจะกลับรถกลับไปทางเมือง บิวตี้เองก็เห็นด้วย และเธอก็ทำหน้าที่ติดตามข่าวพร้อมกับรายงานให้เพื่อนของเธอฟังเป็นระยะๆ“แม่เจ้า!! เขาไม่ใช่คนแน่ๆ.. คนบ้าอะไรใช้เวทมนตร์ยิ่งใหญ่กว่าหนังพ่อมดแม่มดซะอีก” บิวตี้กล่าวออกมา แน่นอนว่ามันทำให้ครีมสนใจอย่างช่วยไม่ได้“เกิดอะไรขึ้น!!...” เธอฟังเพื่อนจนแทบจะไม่ไหวแล้ว ในที่สุดก็จอดรถ และหันมาดูอย่างสนใจ“สุดยอด!!.. ชุดดำ เท่มาก..” สองสาวนั่งชม และกล่าวกันอย่างสนุกปาก ตอนนี้มันถึงช่วงสุดท้ายแล้ว ทุกคนที่กำลังลุ้นในวินาทีที่นักข่าวกำลังจะถูกเสือกระโจนใส่ แต่ก็ได้ชายที่ชื่อว่าเทียนหลงช่วยไว้ได้ทันการณ์ ตอนนี้หัวใจของสาวๆทั่วทั้งโลกต่างก็คิดเหมือนกัน มันเหมือนกับพระเอกขี่ม้าขาวมาช่วยเจ้าหญิงอย่างไรอย่างนั้น กลับมาทางด้านไอซ์..“ผู้หญิงคนนี้ช่างบ้าบิ่น ไม่พอยังโง่มากอีกด้วย..” ไอซ์อดที่จะกล่าวออกมาไม่ได้ มันจะมีผู้หญิงสักกี่คนกันเชียว ที่รู้ว่าตัวเองตกอยู่ในอันตรายแล้วยังทำท่าดีใจตื่นเต้นกับสิ่งที่ได้เห็นอยู่ คนปกติเจอเรื่องอย่างนี้ก็ต้องมีผวากันบ้าง หากเขาไม่ยื่นมือเข้ามาช่วยแล้วล่ะก็ เธอคนนี้คงตกตายไปแล้ว