"หากมีชิ้นส่วนแขนขา ย่อมคืนสภาพได้สมบูรณ์ดังเดิม..แต่แค่มีชีวิตที่เหลืออยู่นี่ก็เพียงพอแล้ว!!"จ้าวหลงไม่แน่ใจว่าควรจะกล่าววาจาเช่นใด..
"เจ้าจะแก้แค้นพวกมันหรือไม่? ..หากข้าแข็งแกร่งกว่านี้ซักนิดล่ะก็"
เป็นความคิดที่ดีหากสร้างทีมขึ้นมาเพื่อล้างแค้น..แต่มันเป็นเพียงความแค้นส่วนตัว เขาทำใจไม่ได้หากต้องสงเวยชีวิตของผู้อื่นเพื่อความแค้นของเขาเพียงคนเดียว
"พี่จ้าว น้ำใจท่าน และที่ท่านช่วยชีวิต ข้าย่อมซาบซึ้งสุดหัวใจ แต่คงรบกวนเพียงเท่านี้"ไร้แขนขา ซงเยี่ยได้แต่โค้งอย่างน้อมน้อม กล่าวเสร็จด้วยสีหน้าเรียบเฉย.. จากนั้นเหาะขึ้นไป
"บุญคุณยิ่งใหญ่ สักวันจะตอบแทน วันนี้ข้าขออำลาไปก่อน"พลังบ่มเพาะขั้น 5 เช่นเขาแม้สูงส่ง แต่หากเทียบกับคู่แค้นขั้น 8 และที่เหลืออีก 12 คนที่ล้วนพลังบ่มเพาะขั้นสูงกันทั้งนั้นหากเสนอหน้าแก้แค้นย่อมไม่ต่างกับการส่งชีวิตไร้ค่าไปตายเปล่า..ป้ายแขวนที่คอสีดำ ปรากฎตัวหนังสือส่องแสงจ้าเหมือนรู้ตัว!!
ป้ายหอตำราและหอบ่มเพาะระดับสูงสุดของอุตรกุรุทวีป
หุบเขาไร้แสง-หุบเขาไร้แสง- เมื่อไร้แขนขา น้ำหนักเบาขึ้นหลายเท่าตัว การเหาะทั้งเร็วขึ้นและใช้พลังจิตน้อยลงมาก..ข้างหน้าแม้จะเป็นเช่นไร ก็ไม่มีเวลาคิด หรือตัดสินใจอะไรอีก ประตูกลอยู่ตรงนั้น แต่คล้ายประตูมติมากกว่า ??
เมื่อมีป้ายผ่าน ซงเยี่ยจึงเข้าประตูกลเข้าไปได้
ที่นี่ไร้แสงสว่างตามชื่อและเงียบสนิทมากๆ ..ไม่อาจมองเห็น แม้จุดไฟส่องแต่แสงกลับถูกดูดหายเข้าไปในสสารความมืดที่อยู่รายรอบ
"อันตรายจริงๆ.."
องค์ฮ่องเต้เคยเล่าให้ซงเยี่ยฟัง.. พระองค์เข้าไปได้ไม่ถึงครึ่งวัน ก็ทนความมืดสนิทและความเงียบสงัด ที่ได้ยินแม้กระทั้งเสียงอวัยวะภายในตัวเองไม่ไหว เลยกลับออกไปเสียก่อนแต่น่าประหลาดใจคือ องครักษ์ทีี่รออยู่ภายนอก กลับรายงานว่่าเห็นเจ้าชีวิตเพิ่งประตูมิติไป และกลับออกมาแทบจะในทันที!!!
พระองค์เพิ่งใช้สิทธิ์ไปไม่กี่วินาที!!!!