มุมมอง ไอรีน ริฮานน่า
ในตอนที่จากกันกับโรเบิร์ตมา ราวกับจิตใจมันไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเพราะตลอดหลายวันผ่านมานี้ก็เป็นฉันที่อยู่ร่วมกับโรเบิร์ต ไม่เคยแยกจากกันไปไหนนานขนาดนี้ครั้งนี้เองก็เป็นการเดินทางที่ยาวนานจนไม่อาจบอกได้ว่าจะเสร็จเมื่อไหร่บางทีอาจใช้เวลาหลายวัน หลายเดือน หรือแม้กระทั่งหลายปี ฉันอาจไม่ได้พบกับเขาอีกในช่วงเวลาที่หายไป
ก้าวแต่ละก้าวล้วนหนักอึ้งพร้อมกับจิตใจที่กำลังล่องลอยไปแม้ว่าจะมีธรรมชาติที่งดงามใบ้ไม้ใบหญ้าป่าที่มีความเขียวขจีและความสงบของการเดินทางมันยิ่งทำให้ฉันรู้สึกห่างไกลจากคนรักของฉันมากขึ้น ใบหน้าของฉันคอยมองเหลียวหลังไปทุกๆสิบก้าว
ความรู้สึกทั้งเป็นห่วง โหยหา อยากพบเจอ และไม่อยากจากกันไปมันได้เกิดขึ้นมาพร้อมกัน ฉันพยายามมากเท่าไหร่ก็ไม่มีวิธีเอามันออกไปได้สักที ฉันต้องทำยังไง? แค่จากกับเขามาได้ไม่นานก็อยากพบอยากเจอจนใจจะขาด นี่ฉันกลายเป็นคนแบบนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่? ควรแยกแยะได้แล้วว่าพวกเราก็แค่ออกไปทำเรื่องส่วนตัวของใครของมันก็เท่านั้น สุดท้ายแล้วก็ต้องกลับมาเจอกันต่อจากนั้นก็จะได้อยู่ด้วยกันไปตลอดแล้ว แล้วทำไมมันถึงเป็นแบบนี้ไปได้? แนแธเนียลเองก็มองดูไอรีนแสดงท่าทางแบบนี้มานานแล้วเขาเองก็ไม่อยากเห็นไอรีนที่ตอนนี้ละทิ้งความรู้สึกที่จากกับคนรักไม่ได้
“นายหญิง ถ้าทนแยกจากเขาไม่ไหวกระผมแนะนำว่ากลับไปหาเขาเถอะครับทางนี้เดี๋ยวผมจัดการที่เหลือให้เอง”
ฉันส่ายหน้าพร้อมกับพยายามสะกดอารมณ์พวกนั้นเอาไว้
“ไม่ ฉันไม่อยากกลายเป็นคนที่เอาแต่ใจทุกคนย่อมมีเรื่องที่จัดการกันทั้งนั้นพวกเราเองก็มีจะให้ฉันเห็นแก่ตัวได้ยังไง"
"แต่ถ้านายหญิงเป็นแบบนี้ต่อไปงานที่จะไปทำมันก็ได้พังไม่เป็นท่าแน่ๆ"
ฉันตอบแนแธเนียลไม่ได้จริงๆว่าควรทำยังไงตั้งแต่ได้ใช้ชีวิตกับโรเบิร์ตมาฉันก็ไม่คิดว่าจะต้องมีช่วงเวลาที่ต้องจากกันนานถึงขนาดนี้จนตอนนี้ฉันก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงกับตนเองดี
"ฉันต้องอดทนให้ได้ เพราะมันคือการจากลาชั่วคราว"
ถึงแม้จะมีความรู้สึกที่ไม่อยากแยกจากขนาดนี้ก็ตาม ฉันก็ต้องเก็บมันเอาไว้ก่อน
"นายหญิงว่ามาแบบนั้นก็เอาตามนั้นเถอะครับ"
แนแธเนียลมองไปที่ไอรีนแล้วส่ายหน้าคนที่ไม่เคยมีความรักมาก่อนแต่พอได้สัมผัสมันกลับกลายเป็นว่าหลงใหลกับมันจนถอนตัวไม่ขึ้นเขาคงต้องมองโรเบิร์ตใหม่แล้ว
"คุณไอรีน ไม่ต้องเศร้าไปหรอกครับถ้าคุณอยากไปหาคุณโรเบิร์ตก็แค่นั่งบนหลังกระผมจากนั้นกระผมก็จะส่งคุณไอรีนไปถึงที่เองใช้เวลาไม่กี่นาทีหรอก"
นั่นสินะ ถ้าฉันคิดถึงจนทนไม่ไหวก็แค่ไปหาก็พอ เขาก็อยู่ข้างฉันตลอดแล้วทำไมต้องคิดว่ามันคือการจากลาชั่วคราวอีก ตอนนี้ฉันก็แค่ออกเดินทางมาไกลห่างกันแค่กายสัมผัสกันก็เท่านั้นเอง
ใบหน้าของไอรีนก็เริ่มกลับมาสดใสอีกครั้งความไม่สบายใจเริ่มค่อยๆสูญสลายหายไปช้าๆในที่สุดมันก็หายไปจนหมด
"รีบไปกันเถอะ ไปจัดการเรื่องของพวกเรา"
…..
ณ เมืองทริกซี่ ที่สถานพยาบาลหลักของเมือง
มันก็ผ่านมาเป็นเดือนเกือบจะสองเดือนแล้วที่ไอรีนเข้าไปในดันเจี้ยน ทำให้ไอริสเกิดอาการกังวลใจขึ้นมา หรือว่ามันจะเป็นเหมือนดันเจี้ยนแรกที่เมื่อก่อนพวกเธอทั้งคู่เข้าไปแล้วติดอยู่ในนั้นเป็นปีถึงสามารถออกไปได้เพราะมันเป็นดันเจี้ยนที่อยู่แรงค์ A ในขณะที่พวกเธอยังอยู่แรงค์ B กัน
ถ้าเป็นตอนนี้ไอรีนติดในนั้นนานขนาดนี้ก็แสดงว่าดันเจี้ยนในครั้งนี้อาจเป็นดันเจี้ยนแรงค์ S ตามข่าวที่ส่งมาก็ได้ และมันก็ยากที่จะเคลียร์ให้จบได้บางทีอาจติดในนั้นไปไม่ต่ำกว่าสามถึงห้าปี ถ้าเจอบอสของดันเจี้ยนที่แข็งแกร่งมากกว่านี้ก็อาจเป็นสิบๆปี ข่าวที่ตามมาอีกก็บอกว่าบอสในนั้นเป็นราชาคนเถื่อนอีกยิ่งทำให้ไอริสค่อนข้างเป็นกังวล
ตูม!
หน้าประตูทางเข้าสถานพยาบาลหลักพังทลายลงไปในทันทีก่อนที่จะมีชายคนหนึ่งเดินเข้ามา
“พวกเราหนีเร็วเข้านั่นมันเจ้าเดวิดนิ”
“เด..เด...เดวิด วิ่งกันเถอะ”
“ไม่อยู่แล้วถ้าอยู่ได้ตายกันหมดแน่ๆ”
ชายที่ผู้คนเรียกว่าเดวิด เขาคือคนที่พังประตูสถานพยาบาลจนพังเสียหายไป เขาหยุดยืนจากนั้นก็ร้องตระโกนขึ้นมา
“ไอริสมาเป็นฝ่ายสนับสนุนให้กับกลุ่มของฉันเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นฉันคนนี้จะพังสถานพยาบาลบ้าๆนี่ทิ้งไปซะ”
ไอริสถอนหายใจออกมาก่อนที่จะเปิดประตูห้องเดินออกไปหาชายที่ชื่อเดวิดคนนั้น
“ฉันมีไอรีนที่เป็นฝ่ายต่อสู้อยู่แล้วและฉันก็เป็นฝ่ายสนับสนุนให้เธอ”
“เธอจะไปสนใจคนที่ตายแล้วทำไม ถึงตอนแรกฉันจะอยากได้ไอรีนมาเป็นฝ่ายต่อสู้ให้กับฉันก็เถอะแต่โชคร้ายที่เธอตายไปก่อน แต่ในความโชคร้ายนั้นก็ยังมีเธอที่เป็นพี่สาวอยู่ความสามารถในด้านการสนับสนุนของเธอก็เป็นหนึ่งไม่เป็นสองรองใครเพราะฉะนั้นการชักชวนเธอจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น”
“ใครบอกว่าไอรีนตายไปแล้ว ไม่มีทางหรอก และฉันเองก็ไม่มีวันเข้ากลุ่มของนายเพื่อไปเป็นฝ่ายสนับสนุนเด็ดขาด”
“นี่เธอกล้าปฏิเสธฉันอย่างนั้นเหรอ”
“แล้วทำไมจะไม่กล้าละ”
“ดี ในเมื่อเป็นแบบนี้...”
เดวิดใช้หมัดของตนเองชกเข้าไปที่ท้องของไอริสแบบเบาๆแต่พละกำลังที่ส่งผ่านไปมันเทียบเท่าได้กับการโจมตีของมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งที่อยู่ในแรงค์ C คนที่เด่นด้านการสนับสนุนอย่างไอริสมีเหรอที่เธอจะรับความเสียหายที่มาโดยไม่ทันตั้งตัวได้เมื่อเธอถูกชกเข้าไปเต็มๆมันก็เลยทำให้เธอหมดสติลงไปในทันที
เดวิดมองกวาดไปรอบด้านจนผู้คนมากมายส่งเสียงร้องด้วยความหวาดกลัวพวกเขาตัวสั่นเทาไปหมด นั่นมันเดวิดเลยนะแล้วใครจะกล้าไปขัดขาของเขาได้กันละ นักสู้ผู้โหดเหี้ยม เดวิน โบเมีย แรงค์ SS หนึ่งในผู้ที่อยู่ในร้อยอันดับศิลาสวรรค์ อันดับที่ 98 ต่อให้เป็นไอรีนก็เถอะคงไม่มีความสามารถมากพอไปต่อต้านเดวิดได้ก็เพราะเธอเป็นแค่คนที่อยู่แรงค์ A
ต่อให้ไอรีนแข็งแกร่งขนาดไหนก็ไม่มีวันไปต่อสู้กับคนแบบนี้ได้หรอก ถึงจะต่อสู้จริงก็รอแค่เวลาที่ไอรีนจะพ่ายแพ้ไปอย่างช้าๆ
ส่วนมากแล้วจุดจบของคนที่ต่อต้านพวกที่อยู่ในศิลาสวรรค์นั้นไม่เคยมีใครรอดกลับไปแบบดีๆสักราย
"พวกแกอย่าทำให้เป็นเรื่องยุ่งยากละ"
ทุกคนผงกหัวรับคำของเดวิดทุกคน บางคนที่ทนสายตาแบบนั้นไม่ไหวก็หมดสติไปในทันที ไอริสถูกแบกไว้บนบ่าของเดวิดจากนั้นเขาก็เดินออกไปจากสถานพยาบาลโดยที่ไม่มีใครสามารถทำอะไรได้เลย
ผ่านไปได้ครึ่งชั่วโมงก็เป็นการมาถึงของไอรีน แนแธเนียลและอีวาน
ฉันเดินเข้ามาในเมืองแห่งนี้มาได้สักพักก็สงสัยขึ้นมา ทำไมถึงมีผู้คนมากมายคอยหลบสายตาของฉันอยู่เรื่อยๆและตีตัวออกห่างไปไกล
"มันหมายความว่ายังไง?"
ฉันทิ้งความคิดไร้สาระออกไปก่อนจะเดินทางไปยังสถานพยาบาลที่ไอริสพี่สาวของฉันกำลังทำงานอยู่ที่นั่น
สภาพของสถานพยาบาลที่เดินทางไปเจอก็พบว่าตอนนี้มันได้กลายเป็นซากไปแล้ว ฉันมองไปรอบๆเพื่อหาสาเหตุจากนั้นก็ไปพบเข้ากับร่างของผู้คนที่โดนกลบฝังไว้ใต้ซากสถานพยาบาลพวกเขาทั้งหมดโดนคลื่นพลังงานฆ่าตายไปพร้อมกับสถานพยาบาลที่เหลือแค่ซากแห่งนี้
"นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้น พี่สาวละไปไหนแล้ว"
ฉัน แนแธเนียล และอีเมอร์สันแยกตัววิ่งหาโดยรอบพลิกเศษซากขึ้นทีละชิ้นสองชิ้นหาสาเหตุสุดท้ายก็ไม่พบแม้แต่ร่องรอยอะไรเลยแสดงว่าไอริสถูกพาตัวไปแล้ว
"พี่สาวน่าจะถูกพาตัวไปแล้วแน่ๆ พวกมันเป็นใคร? ถึงกล้ามาหักหน้าฉันแบบนี้ได้"
ตึก! ตึก!
ชายคนหนึ่งที่มีสภาพร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผล เขาพยุงร่างของตนเองเดินเข้ามาด้วยความรีบร้อน
"คุ...คุณริฮานน่า..อึก!...คือ..ว่า…" ฉันมองไปยังเจ้าของเสียงที่ว่าเขาก็คือ โคบอร์น บีอาร์ คนที่ฉันฝากเอาไว้เพื่อคุ้มครองไอริสพี่สาวของฉัน ฉันรีบเข้าไปพยุงตัวของโคบอร์นที่บาดเจ็บหนักเอาไว้
"โคบอร์น บอกฉันมาว่ามันเกิดอะไรขึ้น"
"ครับ เด...เดวิด มันได้พาตัวคุณไอริสเพื่อไปเป็นคนสนับสนุนของกลุ่มพวกมันแล้ว ตอนนี้ก็คงไปถึงฐานที่มั่นแล้ว"
จิตสังหารที่ฉันเก็บเอาไว้มาโดยตลอด ไม่เคยแสดงออกมาให้ใครได้เห็นแม้กระทั่งโรเบิร์ตเองก็ตาม ตอนนี้มันก็ได้ปลดปล่อยออกมาทำให้โคบอร์นตัวสั่นเทาก่อนจะกระอักเลือดออกมาสองครั้ง
"นำทางฉันไปหาพวกมัน พวกมันกล้ามากจริงๆนะที่ไม่เห็นแก่หน้าของฉัน ถึงฉันจะเป็นนักผจญภัยแต่ฉันก็ยังมีฐานันดรเป็นถึงดัชเชสแห่งโรเวียร์ ฉันจะรอดูว่าพวกมันจะกล้ามาเผชิญกับโรเวียร์ทั้งภูมิภาครึเปล่า"
ถึงใครต่อใครจะรู้ว่าฉันคือนักผจญภัยที่เก่งกาจในฐานะเจ้าหญิงแห่งดาบแต่ฉันเองก็ยังมีฐานันดรที่ไม่มีใครรู้นอกจากชาร์ลอตต์กับเอลิซาเบธอยู่ด้วยนั่นก็คือดัชเชสแห่งโรเวียร์ที่ได้รับสืบทอดมาโดยตรงจากแม่ของฉันที่เป็นดัชเชสคนก่อนหน้า
ภูมิภาคโรเวียร์ทั้งหมดนั้นจะปกครองโดยตระกูลริฮานน่าและเป็นตระกูลที่มีผู้หญิงเป็นใหญ่และมันก็ทำให้กฎหมายหรือวิถีชีวิตทั้งหมดผู้หญิงจะเป็นผู้กำหนด
แม้ว่าที่นี่จะเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรคาริทีส ราชาก็ยังไม่กล้าเข้ามาก้าวก่ายเพราะว่าข้อตกลงของสัญญาที่ผู้นำตระกูลริฮานน่ารุ่นแรกทำเอาไว้ "เมื่อใดก็ตามที่คาริทีสเข้ามายุ่งวุ่นวายกับโรเวียร์ เมื่อนั้นโรเวียร์ก็จะแยกตัวแต่งตั้งตนเองเป็นจักรวรรดิ" หนึ่งในข้อตกลงที่ว่านั่นทางอาณาจักรคาริทีสเองก็ได้ประโยชน์จากการที่โรเวียร์เป็นด่านที่กั้นระหว่างจักรวรรดิเอสโทเนียที่จ้องจะโจมตีคาริทีสถ้าไม่มีโรเวียร์คอยเป็นเกราะป้องกันป่านนี้ก็คงไม่มีคาริทีสอีกต่อไป
……
ฐานที่มั่นของ เดวิด โบเมีย
ไอริสกำลังดิ้นขัดขืนเดวิดที่กำลังแบกไอริสเอาไว้บนบ่าแต่ไม่ว่าจะดิ้นมากขนาดไหนก็ไม่มีวี่แววว่าจะสามารถหลุดรอดแล้วหนีไปได้
"ปล่อยฉันนะไอ้สารเลว นายคิดว่าไอรีนจะปล่อยนายไว้เหรอ"
ไอริสเองก็สิ้นหวังเพราะก่อนหน้านั้นเธอได้ยินข่าวมาว่าน้องสาวของตนเองเข้าไปในดันเจี้ยนแรงค์ S และบอสในนั้นก็เป็นราชาคนเถื่อน ทันทีที่เธอตื่นขึ้นมาก่อนหน้านี้ เธอพยายามดิ้นให้หลุดแต่ก็โดนเดวิดพูดแบบเดียวกับข่าวที่เธอได้ยินมา ยังไม่พอเดวิดยังพูดถึงกลุ่มมนุษย์ชุดดำและอีกหลายๆกลุ่มที่คิดจะจัดการไอรีนก็เข้าไปภายในนั้นด้วย
"ฮ่า ฮ่า ทำไมฉันต้องกลัวถึงเธอจะมีชีวิตออกมาจากดันเจี้ยนได้เธอก็ยังเป็นแค่แรงค์ A แล้วจะเอาอะไรมาสู้กับฉัน"
เดวิดหันไปจ้องมองเหล่าคนรับใช้ของตนเองก่อนจะพูดออกมา
“อย่าให้ใครเข้ามาได้เด็ดขาด ถ้าเป็นพวกกลุ่มอำนาจมาหรือเป็นพวกอันดับศิลาสวรรค์บอกไปว่าฉันไม่ต้อนรับ"
เหล่าคนรับใช้ตอบรับด้วยน้ำเสียงที่สั่นเล็กน้อยบางคนถึงกับตัวสั่นเทา
“อย่าให้ฉันหลุดไปได้นะฉันจะฆ่านายแน่นอน”
“ฉันว่าเธอน่าจะเงียบปากลงได้แล้วนะไอริส”
เดวิดใช้ทักษะพิเศษเข้าใส่ไอริสที่ไม่มีแม้แต่ทักษะต้านทานทำให้เธอหมดสติไปในทันที
“เงียบลงได้สักที”
เดวิดเดินเข้าไปยังใจกลางของฐานที่มั่น เขาเดินเข้าไปจนถึงจุดรวมพลของเหล่าผู้มีความสามารถที่เขารวบรวมมาจากหลายที่แล้วสร้างขึ้นมาเป็นกลุ่มของตนเอง จุดรวมพลที่เขาเข้าไปนั้นมืดมิดจนไม่สามารถมองเห็นรอบด้านได้ ก่อนที่เขาจะส่งไอริสที่หมดสติไปยังเงาร่างของผู้หญิงคนหนึ่งที่อยู่ตรงหน้าท่ามกลางความมืดมิด
“อบิเกล ฝากเธอด้วยดูแลเธอให้ดีเพราะเธอเป็นคนที่เข้ามาใหม่”
มือสีดำขนาดใหญ่ก็ส่งออกมารับตัวของไอริสไป
“เข้าใจแล้วหัวหน้า ฉันจะดูแลเธอให้ดีเลย”
“ส่วนคนที่เหลือแยกย้ายไปทำภารกิจกันได้แล้ว”
“รับทราบ”
เงาร่างสีดำที่อยู่ในความมืดราวยี่สิบกว่าคนก็เลือนหายไปทั้งหมดรวมถึงไอริสที่ถูกฝากให้ดูแลก็ไปกับพวกเขาเหล่านั้นด้วย
เดวิดเผยรอยยิ้มที่ชั่วร้ายออกมาก่อนที่จะหัวเราะออกมาอย่างพึงพอใจ เพราะตอนนี้เขาได้ของที่จะเอาไว้ต่อรองกับโรเวียร์แล้ว.......... . . .