“นายท่าน! นายท่าน! ข้ากลับมาแล้วเกี๊ยะ!”เกียร์แผดเสียงดังลั่นจนทุกคนในห้องอาหารสะดุ้งโหยงและหันมามองเป็ตาเดียว
แทนที่จะโกรธดูเหมือนท่านเซอร์จอร์จจะชอบอกชอบใจในความช่างพูดของเ้าเกียร์เอามากๆเขามองมันด้วยสายตาเอ็นดูเหมือนเห็นของเล่นกลไกราคาแพงชิ้นใหม่ที่มีชีวิต
โธ่...เกียร์ นายน่าจะมาช้ากว่านี้อีกสักสิบนาทีนะฉันเพิ่งจะได้ละเลียดเนื้ออบไปแค่คำเดียวเองแท้ๆ
“รายงานผลการสำรวจเกี๊ยะ! ข้าพบนกกับอีกาเต็มไปหมดรอบบริเวณคฤหาสน์นี้แต่ในรังนกทุกรังที่ข้าส่องดู... ข้ากลับไม่พบแหวนเลยแม้แต่วงเดียว!”เกียร์รายงานเสียงฉะฉาน
“อย่างน้อยก็รู้ว่าแหวนไม่ได้อยู่ที่รังนกแถวนี้ละนะ” ผมตอบมันสั้นๆขณะที่รีบตักอาหารคำที่สองเข้าปากอย่างรวดเร็ว
เยี่ยมไปเลย!ในเมื่อยังหาไม่เจอ ตอนนี้ผมก็มีข้ออ้างในการนั่งกินมื้อเที่ยงนี้ต่อให้จบแล้วล่ะแต่ก็น่าแปลกนะ ไม่พบแหวนในรังนกบริเวณรอบๆ นี้เลยงั้นเหรอ มันผิดวิสัยนกหัวขโมยเกินไปหน่อยมั้ง
ผมวางช้อนลงชั่วคราวเพื่อถามท่านเซอร์จอร์จอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ“ท่านเซอร์ครับ แน่ใจนะครับว่าอีกาตัวที่ขโมยไปคือตัวเดียวกับที่พวกท่านคอยให้อาหารมันบ่อยๆ?”
ท่านเซอร์จอร์จตอบทันทีโดยไม่ต้องหยุดคิด“แน่ใจสิครับ! เพราะเ้าอีกาตัวนั้นมันมีลักษณะเด่นมากตาข้างหนึ่งของมันเป็สีขาวขุ่นไม่เหมือนใคร ใชไหมเคน?”เขาหันไปขอคำยืนยันจากพ่อบ้านเคนที่ยืนสงบนิ่งอยู่ใกล้ๆ
“ใช่ครับท่านเซอร์ ผมจำมันได้ติดตาเพราะผมเป็คนหยิบถั่วให้มันกินกับมือเกือบทุกวัน” เคนตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
ผมหันไปสบตาเ้าเกียร์“เกียร์... นายบินสำรวจรังรอบคฤหาสน์นี้ในระยะทางเท่าไหร่?และเจอเพื่อนร่วมสายพันธุ์ที่มีตาสีขาวบ้างไหม?” ผมถามพลางก้มหน้าก้มตากินต่อเพื่อไม่ให้เสียเวลา
“นายท่าน... ข้าค้นหาในรัศมีประมาณ 500 เมตรถึง 1 กิโลเมตรเลยนะเกี๊ยะ! แต่ข้าไม่พบอีกาตัวไหนที่มีตาสีขาวเลยสักตัวเดียว!”
ผมวางช้อนลงบนจานเสียงดังเคร้ง! ทันทีก่อนจะหยิบผ้าเช็ดปากขึ้นมาซับที่มุมปากพลางจ้องหน้าทุกคนในห้องอาหารด้วยสายตาจริงจัง
“แปลกนะครับ... ปกติแล้วอีกาเป็นกที่ห่วงถิ่นฐานของมันมาก ยิ่งถ้าเป็่ฤดูผสมพันธุ์แบบนี้ด้วยแล้วไม่มีทางที่มันจะบินไป-กลับรังที่อยู่ไกลเกินกิโลเมตรเพื่อมาหาของกินแน่ๆแสดงว่ารังของมันต้องอยู่ใกล้ๆ ที่นี่”
ผมวางช้อนลงช้าๆพลางกวาดสายตาไปรอบโต๊ะอาหารที่เริ่มปกคลุมด้วยความเงียบ“แต่จากที่เกียร์สำรวจจนทั่วคฤหาสน์และต้นไม้รอบๆ นี้แล้วกลับไม่พบรังที่มีแหวน... และที่น่าสนใจกว่านั้นคือไม่พบแม้แต่เงาของอีกาตาสีขาวตัวนั้นเลย”
ผมจงใจหันไปจ้องหน้าพ่อบ้านเคนตรงๆสายตาของผมคมกริบราวกับจะรีดเอาความจริงออกมา“ผมว่าเื่นี้มันดูผิดปกติเกินไปหน่อยนะครับ... ว่าไหมครับคุณพ่อบ้าน?”
ทันทีที่ผมทิ้งะเิลูกแรกไปพ่อบ้านเคนก็ออกอาการอยู่ไม่สุขทันทีมือที่เคยประสานกันอย่างสำรวมเริ่มบีบเข้าหากันแน่นจนเส้นเืปูดแต่สิ่งที่เหนือความคาดหมายและน่าสงสัยยิ่งกว่าคือปฏิกิริยาของ มาดามคลาร่า
เคร้ง!
ช้อนเงินในมือของเธอร่วงลงกระทบจานกระเบื้องเคลือบจนเกิดเสียงบาดหูมาดามคลาร่าสะดุ้งตัวโยน มือของเธอสั่นเทาจนต้องรีบยกขึ้นมากุมประสานไว้บนตักแววตาที่เคยทำเป็โศกเศร้าเื่แหวนหายกลับเปลี่ยนเป็ความกังวลอย่างเห็นได้ชัดเธอรีบหลบสายตาผมแล้วหันไปมองเคนครู่หนึ่ง... เป็สายตาที่เหมือนกำลังส่งสัญญาณเตือนอะไรบางอย่าง!
จะมีก็แต่ท่านเซอร์จอร์จที่ยังคงนั่งนิ่งประหนึ่งรูปสลัก เขายกผ้าเช็ดปากขึ้นซับที่มุมปากเบาๆพลางแอบกระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างแ่เบาแววตาของเขาดูสนุกสนานเหมือนกำลังนั่งดูละครเวทีราคาแพงที่ตัวละครกำลังเริ่มแสดงพิรุธออกมาทีละคน
บ้านนี้มันชักจะแปลกๆแล้วสิ... ผมประเมินสถานการณ์ในใจ มาดามดูร้อนรนเกินกว่าจะเป็แค่คนทำของหายส่วนพ่อบ้านก็ดูเหมือนกำลังแบกความลับที่หนักอึ้งไว้ร่วมกับเธอหรือว่าเ้าอีกาตาสีขาวตัวนั้นจะเป็เพียง ‘หมาก’ในเกมซ่อนหาที่คนในบ้านนี้จงใจเล่นกับผมกันแน่
หลังจากจัดการมื้อกลางวันที่แสนอร่อย(แต่บรรยากาศชวนอึดอัด) จนเสร็จ ผมจึงขอตัวลุกออกมาเพื่อเดินสำรวจรอบๆคฤหาสน์อีกครั้งโดยอ้างว่าเผื่อจะพบเบาะแสอื่นที่นกทำตกไว้ท่านเซอร์จอร์จขยับปากจะสั่งให้พ่อบ้านเคนเป็คนนำทางผมไปแต่มาดามคลาร่ากลับรีบชิงพูดขัดขึ้นทันที
"เคนมีงานดูแลความเรียบร้อยในบ้านอีกเยอะค่ะท่านเซอร์ ให้ เอมิลี่สาวใช้พาคุณที่ปรึกษาไปแทนเถอะค่ะ"
ผมหรี่ตามองภาพตรงหน้า
มาดามคลาร่ากับพ่อบ้านเคน...การชิงตัดบทแบบนี้มันน่าสงสัยจริงๆ ดูท่าว่านอกจากเื่แหวนเพชรที่หายไป คงมี‘ความลับ’ อย่างอื่นซ่อนอยู่ในคฤหาสน์หลังนี้แน่ๆ
เอมิลี่สาวใช้ร่างเล็กพาผมและเกียร์เดินลัดเลาะออกมาทางสวนด้านหลังคฤหาสน์ความใหญ่โตของมันทำเอาผมแทบลืมหายใจพื้นที่กว้างสุดลูกหูลูกตาถูกจัดวางด้วยรูปปั้นหินอ่อนและน้ำพุสไตล์บารอกที่พ่นน้ำออกมาเป็ประกายสะท้อนแสงแดดพุ่มไม้นานาพรรณถูกตัดแต่งเป็เขาวงกตขนาดย่อมดูสวยงามแต่ก็มีซอกมุมให้ซ่อนตัวอยู่เพียบ
ผมเริ่มชวนเอมิลี่คุยอย่างใจเย็นเพื่อหลอกถามเื่ราวความสัมพันธ์ภายในบ้านเพื่อมีความเกี่ยวข้องกับเื่แหวน"สวนสวยมากเลยนะเอมิลี่...ว่าแต่ท่านเซอร์จอร์จกับมาดามนี่ดูเป็คู่ที่น่าทึ่งมากเลยนะทั้งคู่พบรักกันได้อย่างไรเหรอครับ"
ผมถามออกไปพลางแสร้งทำเป็สนใจดอกกุหลาบข้างทางโดยมีเกียร์บินวนเวียนอยู่ใกล้ๆ เพื่อคอยจับจังหวะการเต้นของหัวใจและการสั่นของน้ำเสียงของสาวใช้คนนี้
เอมิลี่ประสานมือไว้ที่หน้าอกพลางตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเทิดทูนและแววตาที่เป็ประกาย
“โอ้...ทั้งสองท่านรักกันมากจริงๆ ค่ะคุณที่ปรึกษาท่านเซอร์จอร์จกับมาดามคลาร่าเป็คู่ที่ใครๆ ในสังคมชั้นสูงต่างก็อิจฉาทั้งคู่ไม่ได้แค่ครองคู่กันนะคะแต่ยังช่วยกันแผ่ขยายอิทธิพลจนมั่งคั่งไปทั่วลอนดอนท่านเซอร์น่ะเดิมทีเป็ทายาทตระกูลเก่าแก่ที่ร่ำรวยมหาศาลอยู่แล้วในฝรั่งเศสแต่ท่านเป็คนมีความทะเยอทะยานสูงค่ะ ท่านเลยเลือกแยกตัวออกมาสร้างอาณาจักรของตัวเองในอังกฤษทั้งโรงงานทอผ้าและธุรกิจเดินเรือล้วนอยู่ในกำมือท่านทั้งนั้น”
สาวใช้ตัวน้อยหยุดเว้นจังหวะเล็กน้อยพลางลดเสียงลงเหมือนจะเล่าเื่สำคัญ“ส่วนมาดามคลาร่าเองก็ไม่น้อยหน้าค่ะเธอเป็ลูกสาวคนโตของตระกูลเ้าของภัตตาคารที่โด่งดังที่สุดในยุค ก่อนจะแต่งงานมาดามบริหารร้านอาหารหรูหลายแห่งด้วยตัวเองได้อย่างเฉียบขาดจนเป็ที่ยอมรับแต่ที่น่าแปลกและเป็ที่เลื่องลือไปทั้งคฤหาสน์ก็คือ...ทั้งสองท่านมีข้อตกลงว่าจะไม่ก้าวก่ายเื่งานหรือบัญชีทรัพย์สินของกันและกันเลยค่ะต่างคนต่างจัดการอาณาจักรของตัวเองเหมือนเป็กษัตริย์สององค์ที่อยู่ภายใต้หลังคาเดียวกัน”
ไม่แปลกเลยที่คฤหาสน์หลังนี้จะปูด้วยทองคำขนาดนี้ผมนึกในใจพลางลอบถอนหายใจยาว เมื่อลองคำนวณพอร์ตธุรกิจที่แต่ละคนถือไว้คร่าวๆในหัวตัวเลขกำไรต่อเดือนมันมากกว่าที่ผมจะหาได้จากการเป็ที่ปรึกษาตำรวจไปอีกหลายชาติด้วยซ้ำ
ชีวิตต่างโลกนี่มันช่างโหดร้ายกับกระเป๋าตังค์ผมจริงๆ!ในขณะที่พวกเขากำลังเล่นเกมบริหารเงินล้านผมกลับยังต้องมานั่งกังวลว่าน่องไก่ทอดที่ห่อไว้อาจจะโดนหนูคาบไปกินก่อนจะได้กลับไปเห็น...ช่างเป็ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจที่น่าเวทนาสิ้นดี!
ผมแสร้งพยักหน้าเข้าใจก่อนจะโยนคำถามสำคัญต่อเพื่อเช็กดูว่าความสัมพันธ์ภายในบ้านนี้แ่าแค่ไหน
“แล้วคุณพ่อบ้านเคนล่ะครับ... ดูเหมือนเขาจะเป็มากกว่าแค่คนรับใช้ธรรมดาได้รับความไว้วางใจจากท่านเซอร์ไม่น้อยเลยนะนั่น”
เอมิลี่นิ่งไปครู่หนึ่งแววตาของเธอเปลี่ยนเป็ความอ่อนโยนและนับถือเมื่อเอ่ยถึงชายผู้นี้“คุณพ่อบ้านเคนเป็คนที่ซื่อสัตย์ต่อท่านเซอร์จอร์จยิ่งกว่าชีวิตตัวเองเสียอีกค่ะเื่นี้ใครๆในบ้านก็รู้... เมื่อก่อนตอนเขายังเด็กเขาถูกขายให้ไปลำบากอยู่ในคณะละครสัตว์เร่ร่อนถูกบังคับให้ฝึกฝนสิ่งอันตรายเพื่อแลกกับเศษอาหารไปวันๆแต่ท่านเซอร์จอร์จไปพบเข้าแล้วเกิดความสงสาร เลยขอซื้อตัวเขาออกมาจากนรกแห่งนั้น”
สาวใช้ถอนหายใจยาว“เดิมทีท่านเซอร์อยากให้เขาไปทำงานในตำแหน่งดีๆ ในโรงงานเพื่อสร้างอนาคตใหม่ แต่คุณเคนกลับยืนกรานหนักแน่นว่าชีวิตที่เหลือของเขาขอใช้เพื่อตอบแทนบุญคุณที่นี่เขาเลยรับตำแหน่งพ่อบ้านมานานกว่าสิบปีแล้วค่ะงานทุกอย่างในคฤหาสน์นี้ต้องผ่านตาเขา และเขาก็ทำมันได้อย่างไร้ที่ติไม่เคยมีคำว่าผิดพลาดอยู่ในพจนานุกรมของเขาเลย จนบรรดาคนรับใช้ต่างยกย่องและนับถือเขาเหมือนเป็‘บิดา’ ของบ้านหลังนี้เลยล่ะค่ะ”
โลกนี้ยังมีการซื้อขายมนุษย์กันอยู่อีกเหรอเนี่ย...ผมลอบขมวดคิ้วในใจ ความทรงจำเื่สิทธิมนุษยชนจากโลกเดิมทำให้ผมรู้สึกสลดวูบหนึ่งช่างเป็ยุคสมัยที่โหดร้ายและล้าหลังจริงๆ แต่ก็นั่นแหละ... สำหรับคนอย่างเคน 'หนี้ชีวิต' คงเป็พันธนาการที่เหนียวแน่นยิ่งกว่าโซ่ตรวนเหล็กกล้าเสียอีก
“บ้านนี้ดูจะรักนกกันจริงๆ เลยนะครับ” ผมพูดทิ้งท้ายพลางมองไปรอบๆสวนที่เขียวขจี“ถึงขนาดที่ท่านเซอร์จอร์จต้องเอาถั่วจากร้านของตัวเองมาแจกจ่ายให้พวกนกกินกันอิ่มหนำสำราญแบบนี้”
“ใช่ค่ะ ทั้งสองท่านใจดีและใจบุญมากจริงๆแล้วก็เหมือนกับทางต้นตระกูลของท่านเซอร์จะเกี่ยวข้องกับนกด้วยนะค่ะแต่ฉันไม่รู้รายละเอียดอะไรมาก” เอมิลี่ตอบพร้อมรอยยิ้ม
ผมจบการสนทนาเพียงแค่นั้นแล้วก้าวเดินตามเธอต่อไปตามทางเดินหินที่คดเคี้ยวจนกระทั่งเราเดินมาถึงโซนสนามหญ้ากว้างทางทิศตะวันออกที่นั่นมีม้านั่งไม้ตัวยาวตั้งอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่และคนที่นั่งอยู่บนนั้นก็คือพ่อบ้านเคนเขากำลังนั่งพักและรายล้อมไปด้วยนกหลายสิบตัวที่กำลังรุมจิกกินอาหารในมือของเขา
เอมิลี่ยิ้มให้กับภาพที่ดูอบอุ่นนั้นก่อนจะเอ่ยขึ้น“ทุกๆ วันคุณพ่อบ้านเคนจะมานั่งที่ม้านั่งตัวนี้เพื่อให้อาหารนกพวกนี้ล่ะค่ะเขาเป็คนที่ใส่ใจและให้อาหารนกบ่อยกว่าพวกเราทุกคนรวมกันเสียอีก”
ผมมองภาพนั้นนิ่งๆโดยไม่ได้พูดอะไร ปล่อยให้ความเงียบทำงานอยู่ครู่หนึ่งจนกระทั่งผมตัดสินใจโยนคำถามลองเชิงออกไป“ท่านเซอร์จอร์จบอกผมว่า นกที่ขโมยแหวนไปเป็อีกาที่มีตาสีขาวข้างหนึ่ง...”
เอมิลี่ดูจะใเล็กน้อยแววตาของเธอสั่นไหวเล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้น “เ้าตาเดียวนั่นเหรอคะที่ขโมย ไม่น่าเชื่อเลยนะคะเพราะมันเป็อีกาที่สุภาพและทำตัวน่ารักเชื่อฟังมากๆฉันเองก็เพิ่งทราบจากท่านที่ปรึกษานี่ล่ะค่ะว่าเป็มันที่ขโมยไป”
สุภาพและเชื่อฟังงั้นเหรอ?คำนิยามแบบนี้มันไม่ควรจะใช้กับสัตว์ป่าตามธรรมชาติโดยเฉพาะกับนกที่ขึ้นชื่อเื่ความเ้าเล่ห์อย่างอีกา เว้นแต่ว่ามันจะถูก 'ฝึก' มาอย่างดีจนแทบจะเป็หุ่นยนต์เหมือนเกียร์
เพื่อยืนยันข้อสันนิษฐานผมจึงถามต่อ “ในบ้านหลังนี้... พวกนกดูจะสนิทกับใครมากที่สุดเหรอครับ”
“ที่จริงนกพวกนี้ก็ดูจะสนิทกับทุกคนนะคะ” เอมิลี่ตอบพลางเอียงคอคิด “แต่ถ้าเป็กรณีพิเศษจริงๆก็น่าจะเป็ท่านเซอร์จอร์จค่ะ ท่านดูจะสนิทกับเ้าตาเดียวมากที่สุดในบ้านแล้ว”
คำตอบนั้นทำให้ผมรู้สึกแปลกใจจนคิ้วขมวดเข้าหากัน
ผิดคาดแฮะผมนึกว่าพ่อบ้านเคนที่คนให้อาหารนกบ่อยๆจะเป็คนที่มีอิทธิพลต่อนกมากที่สุดเสียอีก
“ผมแปลกใจนะ นึกว่าเป็คุณพ่อบ้านเคนเสียอีกเพราะคุณบอกว่าเขาเป็คนที่ให้อาหารพวกมันบ่อยที่สุด”
เอมิลี่หัวเราะเบาๆ“คงเป็เพราะพวกมันรู้มั้งคะว่าอาหารที่มันได้กินน่ะท่านเซอร์จอร์จเป็เ้าของเงินที่ซื้อมันมา”
คำตอบที่ดูเหมือนจะเป็เื่ตลกของสาวใช้กลับจุดประกายความคิดบางอย่างในหัวผมขึ้นมาทันทีความเป็ไปได้หลายทางเริ่มก่อตัวขึ้นในสมองที่ประมวลผลอย่างรวดเร็วแต่มีเพียงเส้นทางเดียวเท่านั้นที่ดูจะสมเหตุสมผลที่สุดในเกมซ่อนหานี้และเพื่อที่จะยืนยันสมมติฐานสุดท้าย ผมจึงหันไปหาเอมิลี่ด้วยสีหน้าที่จริงจังขึ้น
“ช่วยพาผมไปที่ห้องทำงานของมาดามคลาร่าด้วยครับ”
“ค... ค่ะ!” เอมิลี่ดูจะตั้งตัวไม่ทันกับท่าทีที่เปลี่ยนไปกะทันหันของผม“ได้เลยค่ะ เชิญทางนี้ค่ะ”
ผมก้าวเดินตามเธอเข้าไปในตัวคฤหาสน์ทันทีทิ้งภาพเื้ัที่พ่อบ้านเคนยังคงนั่งนิ่งให้อาหารนกอยู่บนม้านั่งตัวเดิมไว้โดยที่ผมไม่ได้หันกลับไปมองอีก
เ้าตาเดียวที่แสนสุภาพ...ท่านเซอร์ผู้ใจดี... และมาดามที่ดูจะวิตกกังวลจนเกินเหตุถ้าสิ่งที่ผมคิดเป็เื่จริงล่ะก็ แหวนวงนั้นอาจจะไม่ได้หายไปเพราะสัญชาตญาณนกแต่มันหายไปเพราะ 'บทละคร' ที่ใครบางคนเขียนขึ้นมาต่างหาก
ระหว่างทางที่เอมิลี่นำทางผมไปผมยังคงเห็นมาดามคลาร่าและท่านเซอร์จอร์จยืนคุยกันอยู่ไกล ๆ มาดามมีท่าทางลุกลี้ลุกลนอยู่ไม่สุขผิดกับมาดามผู้สง่างามในตอนแรกส่วนท่านเซอร์จอร์จนั้นภายนอกดูสุขุมปกติทุกอย่างแต่หางตาของผมกลับจับสังเกตเห็นบางอย่าง...เขากำลังแอบอมยิ้มที่มุมปากอย่างมีเลศนัยในจังหวะที่มาดามเผลอเบือนหน้าไปทางอื่น
รอยยิ้มแบบนั้น...
เมื่อมาถึงห้องทำงานของมาดามคลาร่าผมก็ต้องแปลกใจ ภายในห้องนี้มีขนาดไม่ใหญ่นักและถูกตกแต่งไว้อย่างเรียบง่ายผิดจากห้องอื่น ๆ ในคฤหาสน์ที่เน้นความหรูหราอวดร่ำอวดรวยที่นี่มีเพียงโต๊ะทำงานไม้เนื้อแข็งชั้นดี หนังสือที่เรียงรายเป็ระเบียบและของใช้ที่จำเป็สำหรับการบริหารงานภัตตาคารเท่านั้น
ผมเดินไปที่โต๊ะทำงานริมหน้าต่างพลางเอ่ยชวนเอมิลี่คุย“มาดามตกแต่งห้องทำงานได้น่านั่งดีนะครับดูมีแต่หนังสือและของที่จำเป็ทั้งนั้นเลย ไม่รกรุงรังเหมือนห้องรับแขกข้างล่าง”
เอมิลี่พยักหน้าเห็นด้วย“ที่จริงแล้วมาดามคลาร่าเป็คนที่ประหยัดและสมถะมากเลยค่ะท่านที่ปรึกษาห้องนี้เลยไม่ได้ถูกตกแต่งด้วยของฟุ่มเฟือยอะไรเลย”
ผมกวาดสายตามองไปรอบห้องจนกระทั่งไปสะดุดเข้ากับรูปถ่ายและรูปวาดภาพเหมือนที่ประดับอยู่บนผนังผมหรี่ตาพิจารณาข้อแตกต่างที่ชัดเจนเพียงอย่างเดียว ภายในรูปถ่ายทุกใบ มาดามคลาร่าไม่ได้สวมเครื่องประดับแม้แต่ชิ้นเดียว!แต่ในรูปวาดภาพเหมือนใบใหญ่ที่ดูหรูหรา เธอกลับสวมเครื่องเพชรครบชุด
“เอมิลี่ครับ ที่จริงแล้วมาดามคลาร่าไม่ชอบสวมเครื่องประดับหรือเปล่า”ผมถามออกไปโดยไม่ละสายตาจากรูปเ่าั้
เอมิลี่ถึงกับสะดุ้งใกับคำถามที่แทงใจดำของผม “ทะ...ท่านที่ปรึกษารู้ได้ยังไงคะว่ามาดามไม่ชอบเครื่องประดับ เป็อย่างที่ท่านพูดเลยค่ะมาดามไม่ค่อยชอบสวมมันเลย เธอมักจะเก็บไว้ในกล่องมากกว่าจะหยิบมาประดับร่างกาย”
“ผมสังเกตจากรูปถ่ายพวกนี้แหละครับ ในชีวิตจริงเธอไม่สวมเครื่องประดับสักชิ้นเลยมีแต่ในรูปวาดที่ดูเหมือนถูกบังคับให้ใส่เพื่อความสวยงามเท่านั้น ผมเลยเดาเอา”ผมตอบพลางยิ้มบาง ๆ
แปลก...แปลกมาก คนที่ไม่ชอบเครื่องประดับเป็ทุนเดิมกลับเลือกสวมแหวนเพชรราคาแพงออกไปนั่งรับลมริมระเบียง ในจังหวะที่ 'เ้าตาเดียว' บินผ่านมาพอดี มันช่างเป็จังหวะที่ลงตัวจนเหมือนถูกเขียนบทไว้ล่วงหน้าไม่มีผิด
ผมเดินไปที่ริมหน้าต่างห้องทำงานมองออกไปทางสวนที่เห็นพ่อบ้านเคนยังนั่งอยู่ไกล ๆ ถ้ามาดามไม่ได้อยากใส่แหวน...แล้วใครกันที่เป็คนบังคับให้เธอใส่ หรือว่าการที่แหวน 'หายไป' จะเป็ความ้าของเธอเองเพื่อที่จะได้ไม่ต้องสวมมันอีก หรือมีแผนซ้อนแผนที่ลึกกว่านั้นกันแน่?
ในตอนนั้นเองเสียงฝีเท้าวิ่งกระหืดกระหอบก็ดังมาจากนอกห้อง ไม่นานนักสาวใช้อีกคนก็พุ่งพรวดเข้ามาหาเอมิลี่ด้วยใบหน้าตื่นตระหนก
“เอมิลี่! ช่วยด้วย! ช่วยฉันที!”
เอมิลี่ส่ายหน้าพลางขำออกมาเบาๆอย่างระอา “คราวนี้ไปเจออะไรเข้าอีกละล่ะ?”
“ที่ห้องทำงานของท่านเซอร์จอร์จน่ะสิ!เหมือนจะมีเสียงอะไรไม่รู้ดังขลุกขลักอยู่ข้างใน มันน่ากลัวมากเลย!”สาวใช้คนใหม่ละล่ำละลักบอก
“ฉันว่าคงเป็เสียงนกตามเคยนั่นแหละ” เอมิลี่ตอบแบบไม่ใส่ใจนัก
“ไม่นะ! คราวนี้ต้องเป็ผีแน่ๆ! เพราะเสียงมันดังมาจากใน ‘ตู้เล็กใบนั้น’ของท่านเซอร์จอร์จ ตู้ที่ท่านย้ำนักย้ำหนาว่าห้ามใครเปิดเด็ดขาดน่ะ! เธอช่วยไปอยู่เป็เพื่อนฉันสักแป๊บได้ไหมฉันไม่กล้ากลับไปทำความสะอาดคนเดียวแล้ว”
เอมิลี่หันมามองทางผมด้วยความเกรงใจผมจึงพยักหน้าให้เชิงอนุญาต “ไปเถอะครับ ไม่ต้องห่วงผมหรอกเดี๋ยวผมจะนั่งรอสำรวจห้องนี้อยู่เงียบๆ เอง”
เมื่อสาวใช้ทั้งสองพ้นประตูห้องไปบรรยากาศก็กลับมาเงียบสนิทอีกครั้ง ผมหันกลับมาที่โต๊ะทำงานของมาดามคลาร่าทันทีความรู้สึกบางอย่างบอกผมว่าความลับไม่ได้อยู่บนยอดไม้ แต่อยู่ในลิ้นชักโต๊ะนี่แหละผมค่อยๆ ดึงลิ้นชักชั้นบนสุดออกมาสำรวจแล้วก็พบกับสมุดบันทึกเล่มหนึ่งที่ถูกวางซ่อนไว้ใต้กองกระดาษอย่างมิดชิด
“นายท่าน... การแอบอ่านบันทึกของคนอื่นมันเสียมารยาทนะครับเกี๊ยะ!”เกียร์ที่เกาะอยู่บนโคมไฟพูดขัดขึ้นมาทันควัน
“ฉันไม่ยักจะรู้ว่านกกลไกอย่างนายก็รู้จักคำว่ามารยาทด้วย”ผมตอบกลับโดยที่สายตายังคงจดจ่ออยู่กับหน้าปกสมุดที่เขียนด้วยลายมือเรียบร้อยว่า‘สมุดบัญชีของร้านอาหาร’
“นายท่านรู้ได้อย่างไรว่าข้าไม่มีมารยาท! ข้าถูกสร้างมาให้เป็นกผู้ดีนะเกี๊ยะ!”มันเถียงสู้ยิบตา
ผมหันไปมองเ้าเกียร์ด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อว่ามันจะกล้าเถียงผมกลับแบบคำต่อคำปกติมันจะยอมจำนนต่อคำพูดของผมเสมอ สงสัยอะไหล่เกรดพรีเมียมที่เพิ่งเปลี่ยนไปคงจะไปอัปเกรดอีโก้ของมันให้สูงขึ้นตามราคาไปด้วยแน่ๆ
ช่างเถอะถ้ามันจะมีมารยาทขึ้นมาจริงๆ ก็นับว่าเป็เื่ดี แต่มารยาทน่ะเอาไว้ใช้ตอนคุยกับคนอื่นเถอะตอนนี้เราต้องรู้ให้ได้ว่าทำไมสมุดบัญชีร้านอาหารถถึงต้องถูกซ่อนไว้แบบนี้
ผมค่อยๆพลิกหน้ากระดาษของสมุดบัญชีเล่มนั้นอย่างละเอียดสายตากวาดมองตัวเลขและหมายเหตุที่มาดามคลาร่าจดไว้ด้วยลายมือของเธอเองเมื่ออ่านไปถึงหน้าสุดท้าย ผมก็เผลอยิ้มออกมาที่มุมปาก ข้อมูลในสมุดเล่มนี้รายละเอียดของถั่วบนระเบียง นิสัยไม่ชอบเครื่องประดับของมาดาม อาการอยู่ไม่สงบของพ่อบ้านเคนและรอยยิ้มอย่างมีเลศนัยของท่านเซอร์จอร์จทุกอย่างร้อยเรียงเข้าด้วยกันเป็ภาพเดียวที่ชัดเจนจนผมแทบไม่ต้องเสียเวลาเดาต่อ
เกมซ่อนหาแสนแพงนี้จบลงแล้วสินะใครจะคิดว่าเื้ัภาพลักษณ์ที่มั่งคั่ง จะซ่อน 'บทละคร' ที่แเีขนาดนี้ไว้
ไม่นานนักเอมิลี่ก็เดินกลับเข้ามาในห้องด้วยท่าทางที่ดูผ่อนคลายลง "ท่านที่ปรึกษาคะที่ห้องท่านเซอร์ไม่มีอะไรจริงๆ ด้วยค่ะ คงจะเป็แค่นกที่หลงเข้าไปในซอกตู้..."
"เอมิลี่ครับ" ผมขัดจังหวะเธอด้วยน้ำเสียงที่จริงจังและมั่นใจ"ช่วยไปเรียนท่านเซอร์จอร์จ มาดามคลาร่า และตามคุณพ่อบ้านเคนให้ไปรวมตัวกันที่ห้องรับแขกข้างล่างด้วยนะครับ"
เอมิลี่ชะงักไปครู่หนึ่งเธอมองหน้าผมอย่างงุนงง "อ๊ะ... มีเื่ด่วนอะไรหรือเปล่าคะ"
ผมปิดสมุดบัญชีแล้ววางมันลงที่เดิมอย่างประณีตก่อนจะหันมามองเธอพลางยิ้มบางๆ "บอกพวกเขาว่า...ผมรู้แล้วครับว่าแหวนวงนั้นอยู่ที่"